เรืองรินที่ล้มลงไปก้นจ้ำเบ้าก็ไม่มีท่าทางจะยอมแพ้แต่อย่างใด เพราะเมื่อลุกขึ้นได้แล้วเรืองรินก็หาได้หยุดไม่ เธอเดินเข้าไปเอาเื่เมขลาอีกครั้งราวกับคนเสียสติที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แต่คราวนี้คุณการุญเข้ามากระชากแขนของเรืองรินออก แล้วเหวี่ยงไปทางคุณรัศมีอย่างไม่ใยดี
“หยุดบ้าได้แล้วยัยริน!”เรืองรินทั้งโกรธทั้งน้อยใจที่ผู้เป็พ่อไม่เข้าข้างเธอคุณรัศมีดึงตัวบุตรสาวมากอดปลอบคุณการุญพูดขึ้นเสียงเฉียบขาด
“เมขลาพ่ออนุญาตให้ลูกหมั้นกับอธิปได้จัดงานเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีไม่ต้องฟังเสียงใคร” พูดแล้วก็หันไปทางอธิป
“อาไว้ใจธิปนะ ถึงได้ยกลูกสาวให้ยังไงฝากไปส่งยัยเมย์ด้วย แล้วก็ต้องขอโทษกับเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ด้วยเช่นกัน”อธิปเชื่อเมขลาสนิทใจเพราะเห็นความร้ายกาจของเรืองรินด้วยตัวเองเต็มสองตา
“ครับ” อธิปรีบรับปากแข็งขัน จากนั้นคุณการุญก็หันไปสั่งมินตรา
“ส่วนมินไปทำงานได้แล้วลูกไม่มีอะไรแล้ว ทางนี้พ่อจะจัดการเอง” มินตราไม่เคยเห็นผู้เป็พ่อเฉียบขาดขนาดนี้มาก่อนและหญิงสาวยังสังเกตเห็นว่าพ่อของเธอดูจะเครียดๆด้วยซ้ำไปแต่เครียดจากสิ่งใดก็หารู้ได้เหตุการณ์วันนี้ดูคุณพ่อจะไม่พอใจเป็อย่างมาก มินตราพยักหน้ารับคำก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
“ส่วนคุณ...”คุณการุญหันไปทางคุณรัศมีผู้เป็ภรรยา
“พาลูกกลับบ้านวันนี้ผมจะไม่คุยอะไรกับคุณและลูกทั้งนั้น” อาการห่างเหินของคุณการุญที่แสดงออกมาคุณรัศมีััได้ว่าผู้เป็สามีรู้สึกแบบนั้นจริงๆแต่เธอก็ยังดึงดันที่จะไม่กลับ
“ฉัน...” เสียงอึกอัก คุณรัศมีไม่กล้าพูดอะไรมาก อีกอย่างก็อายอธิปที่เรืองรินแสดงกิริยามารยาทไม่ดีให้เห็นแบบโจ่งแจ้งต่อหน้าชายหนุ่ม
“กลับไปซะ”คุณการุญตวาดเสียงดังทั้งคุณรัศมีและเรืองรินต่างใในท่าทีที่เอาจริงของคุณการุญและนึกแค้นใจกับสิ่งที่เมขลากระทำในวันนี้เหมือนเธอสองแม่ลูกพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง เมื่อทุกคนทยอยออกไปห้องทำงานของคุณการุญก็กลับสู่สภาพเงียบสงบอีกครั้งมีเพียงคุณการุญ เมขลา อธิปและิญญาของคุณหลวงภัสดา
“ลูกแน่ใจแล้วหรือเมย์ที่ทำแบบนี้?”คุณการุญถามขึ้นเป็นัย เมขลาเชิดหน้าเล็กน้อย
“แน่ใจค่ะ”บุตรสาวตอบโดยไม่อธิบายอะไร
“เย็นนี้ให้ยัยมินกลับกับคุณพ่อนะคะหนูจะออกไปทานข้าวกับคุณอธิปเราอยากทำความรู้จักกันให้มากขึ้นค่ะ”เมขลาพูดขึ้นเองโดยที่อธิปก็เพิ่งรู้ตัวว่าเขาต้องออกไปทานข้าวกับเมขลาคุณการุญพยักหน้ารับรู้แล้วหันไปทางอธิป
“ฝากลูกสาวอาด้วยนะตาธิป”
“ครับคุณอา”อธิปรับคำหนักแน่นคุณหลวงภัสดายืนมองเมขลาด้วยแววตาตัดพ้ออย่างน้อยใจที่สุด
“ทำไมหล่อนทำแบบนี้...”เขาถามขึ้นโดยที่ไม่มีใครได้ยินนอกจากเมขลาแต่หญิงสาวไม่ตอบเธอทำเป็ไม่เห็นิญญาคุณหลวงด้วยซ้ำ ิญญาคุณหลวงนิ่งงันก่อนจะหายตัวไปจากตรงนั้นด้วยสีหน้าแสนเศร้าเมขลามองตาม เธออมยิ้มในหน้า แววตามีเลศนัย
‘ยังขี้น้อยใจเหมือนเดิมแฮะ...’
เมื่อกลับมาถึงห้องทำงานมินตราทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ประจำตัว เธอแปลกใจที่ตัวเองรู้สึกน้อยใจอธิปรู้สึกเบาโหวงอย่างไรก็ไม่รู้
“ทำไมเป็แบบนี้”หญิงสาวพึมพำเบาๆแล้วก็นั่งคิดไปถึงความฝันที่ตัวเองเพิ่งฝันถึงเมื่อสักครู่ หญิงสาวหวนรำลึกถึงการแต่งงานกับคนในความฝันมินตราหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันที แต่งงานกันอย่างนั้นหรือ..?
ในขณะเดียวกันที่เรือนไทยิญญาคุณหลวงภัสดายืนอยู่ภายในห้องนอนของเขาในอดีต ซึ่งตอนนี้กลายเป็ห้องของเมขลาในปัจจุบันชาติชายหนุ่มยืนเอามือไพล่หลังทอดสายตาไปยังบึงน้ำเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยบัวหลวงบานสระพรั่งเต็มสระอย่างรู้สึกน้อยใจไม่แพ้กับมินตราคุณหลวงภัสดานึกอะไรไปเรื่อย
‘แม่เกตุแก้วหล่อนกับฉันใครกันแน่ที่เป็ฝ่ายผิดหวังใครกันแน่ที่เป็ฝ่ายทำร้ายความรู้สึกกันและกัน เราเกลียดกันหรือว่ารักกันฉันไม่เข้าใจอะไรซักอย่างในสิ่งที่หล่อนทำ’ สีหน้าของคุณหลวงภัสดารำลึกย้อนไปถึงอดีต
ในขณะที่คุณหลวงกำลังหารืออยู่กับขุนวิชยาเื่การแต่งงานของขุนวิชยากับลำเภาน้องสาวของเขาเองทั้งหมดคุยกันเนิ่นนาน จนกระทั่งหันมาอีกทีก็ไม่พบเกตุแก้วนั่งทำงานอยู่ที่เดิมหล่อนหายไปไหน ในใจเริ่มร้อนรุ่ม นังบุญอิ่มเข้าไปกระซิบอะไรกับหล่อนปากไวเท่าความคิดคุณหลวงภัสดาเรียกบุญอิ่มทันทีบ่าวรับใช้เมื่อได้ยินเสียงผู้เป็นายเรียกก็รีบคลานเข่าเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“เ้าค่ะ”
“เกตุแก้วไปไหน?”เสียงถามขรึมหนักไปทางเอาเื่ และได้ผลบุญอิ่มรีบหลบสายตา ปากสั่นอึกอักอย่างมีพิรุธที่สุดด้วยสายตาอันคบกริบอาการเ่าั้ก็หาได้พ้นสายตาของคุณหลวงที่จ้องจับผิดอยู่แล้วไม่ชายหนุ่มขึ้นเสียงห้วนดุทันที
“จะไปไหนมาไหนทำไมมิบอกกล่าวกัน!” บุญอิ่มนั่งนิ่งเงียบ ด้วยเพราะรู้ดีว่าเกตุแก้วลงไปข้างล่างเรือนทำไมจึงมิกล้าปริปาก
“อีบุญอิ่ม รึมึงอยากโดนหวาย!”ตวาดเสียงดังและไม่ได้พูดเปล่าแต่แลหาไม้หวายด้วยอาการขึงขังบุญอิ่มกลัวลนลานก้มหน้าแนบพื้นกระดาน
“พูดเ้าค่ะ บ่าวพูดแล้ว” เสียงสั่นละล่ำละลั่ก
“มึงพูดมา” คุณหลวงภัสดาออกคำสั่งเกรี้ยวกราดใจจดจ่อรอคำตอบ
“คือ....คุณหลวงธรรมธรท่านเก็บสายบัวมาไว้ที่ริมท่าน้ำหลังเรือนคุณหลวงท่านฝากความถึงแม่เกตุแก้วว่าถ้าเสร็จธุระแล้วก็ให้เอาไปแกง....” บุญอิ่มยังไม่ทันพูดจบคุณหลวงภัสดาก็ลุกขึ้นเดินออกไปอย่างรวดเร็วสร้างความงุนงงให้กับขุนวิชยาเป็ยิ่งนัก ส่วนลำเภาได้แต่ยิ้มส่ายศีรษะไปมาระอากับความขี้หึงและอารมณ์ร้อนของผู้เป็พี่ชาย
เกตุแก้วลงมาที่ท่าน้ำ หล่อนเห็นกองสายบัวกองหนึ่งอยู่ที่ตีนท่าหญิงสาวยิ้มส่ายหน้าน้อยๆนึกอยู่ในใจว่าอย่างไรเสียวันนี้ถ้าได้แกงสายบัวจะตักแบ่งไปให้คุณหลวงธรรมธรสักชามหนึ่งขณะที่กำลังก้มลงไปเก็บสายบัว เสียงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น
“มาแล้วรึ...” คุณหลวงธรรมธรดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำ เกตุแก้วผงะใ มองซ้ายแลขวาเพราะกลัวใครจะมาเห็นเข้าแล้วดูไม่งามที่สำคัญหญิงสาวกลัวว่าคุณหลวงภัสดามาเห็นแล้วจะเข้าใจผิดอีก แต่ก็อดถามไม่ได้
“อยู่ในน้ำนานแล้วรึเ้าคะ?”แต่เกตุแก้วเห็นสภาพคนอยู่ในน้ำแล้วก็รู้ว่าคงแช่อยู่ในน้ำนานพอสมควรหญิงสาวเดาได้จากปากที่ซีดและสั่นเล็กน้อยคงจะลงไปเก็บสายบัวด้วยตัวเองเพราะได้สายบัวมาหอบเบ้อเร่อ คุณหลวงธรรมธรยิ้มเขินแอบดีใจเล็กๆ อย่างน้อยแม่เกตุแก้วก็ยังมีแก่ใจถามเขาชายหนุ่มมองหน้าเกตุแก้วนิ่งนานด้วยความคิดถึง คุณหลวงธรรมธรไม่ตอบคำถาม แต่กลับเป็ฝ่ายถามไปอีกเื่
“หล่อนไม่เห็นเหมือนบ่าวไพร่รูปร่างหน้าตา ผิวพรรณ ผมเผ้า ผิดแผกไปจากบ่าวไพร่ทั่วไปนัก” เกตุแก้วหน้าเจื่อนไม่คิดว่าคุณหลวงธรรมธรจะช่างสังเกตถึงเพียงนี้
“หล่อนเป็ใครกันแน่เมียของหลวงภัสดารึ?” คุณหลวงธรรมธรมิเคยอ้อมค้อมถ้าอยากรู้อะไรก็ต้องซักถามตรงๆให้ได้ความ เมื่อเกตุแก้วได้ยินคำถามในประโยคสุดท้ายก็รีบสั่นหัวปฏิเสธทันที
“เปล่าเ้าค่ะ อิฉันมิได้เป็เมียของคุณหลวงภัสดาอิฉันเป็แค่บ่าวไพร่ในเรือนท่านจริงๆเ้าค่ะ” เกตุแก้วตอบยาวคุณหลวงธรรมธรยังคงมองหน้าเกตุแก้วนิ่งนานคล้ายกำลังครุ่นคิดเมื่อชายหนุ่มทำหน้านิ่งๆ ทำให้ดูองอาจลักษณะเฉลียวฉลาดไม่น้อยเทียว
“หล่อนมาอยู่ที่เรือนนี้ได้อย่างไร?”คนถามเปลี่ยนคำถาม เกตุแก้วถอนหายใจช้าๆ เมื่อถูกถามตรงๆ
“ฉันต้องขอโทษหล่อนที่ละลาบละล้วงเื่ของหล่อนแต่ขอให้หล่อนไว้ใจฉันฉันแค่อยากรู้ที่มาที่ไปของหล่อนก็เท่านั้นให้ถือว่าฉันเป็มิตรคนหนึ่งของหล่อนได้รึไม่เกตุแก้ว?” น้ำเสียงที่หนักแน่นกับความรู้สึกจริงใจที่แสดงออกมันทำให้หญิงสาวที่อัดอั้นตันใจอยากระบายความในกับใครสักคนที่ไว้ใจได้และเกตุแก้วก็รู้สึกว่า คุณหลวงธรรมธรรัชชาภักดิ์คนนี้ไว้ใจได้เธอครุ่นคิดสักครู่ในที่สุดก็ตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้คุณหลวงธรรมธรฟังเมื่อเกตุแก้วเล่าจบคุณหลวงหนุ่มก็มีสีหน้านิ่งสนิทไร้ความรู้สึกใดๆทว่าดวงตาฉายแวววิบวับบางอย่าง อย่างน้อยหล่อนก็ไม่ได้เป็เมียหลวงภัสดาอย่างที่เขาเข้าใจแต่แรก
“หล่อนสบายใจรึไม่ที่อยู่ที่นี่?”เป็คำถามที่ตรงไปตรงมา
“พออยู่ได้เ้าค่ะ” เกตุแก้วตอบอ้อมแอ้มคุณหลวงธรรมธรเงียบไปสักครู่ก่อนจะถามคำถามที่ทำเอาเกตุแก้วเองก็อึ้งไปเช่นกันเมื่อได้ยิน
“หล่อนจะไปอยู่กับฉันได้รึไม่? ฉันจะไถ่หล่อนเอง เท่าไหร่ฉันก็จะจ่าย” หญิงสาวนิ่งไปทันทีไม่ใช่เพียงเกตุแก้วที่นิ่งไปเมื่อได้ยินคำถาม ทว่าคุณหลวงภัสดาก็ลงมาทันได้ยินทั้งสองคุยกันชัดเจนเต็มสองหูทุกถ้อยคำชายหนุ่มกำมือแน่น ขบฟันจนเส้นเืปูดโปนเขาไม่้าให้ใครได้เกตุแก้วไปหล่อนเป็สมบัติของเขาเท่านั้น หล่อนต้องเป็ของเขาเพียงคนเดียวนอกจากเขาใครก็ไม่มีสิทธิ์!!
ขณะเดียวกันมิใช่เพียงคุณหลวงภัสดาเท่านั้นที่แอบได้ยินทั้งสองคนคุยกันอีกด้านหนึ่ง บัวทองซึ่งมากับคุณหญิงเนื่องทองทั้งสองบังเอิญเดินผ่านมาเพื่อจะเอากับข้าวอาหารคาวหวานมาร่วมสำรับกับเ้าของบ้านใน่เที่ยงคุณหญิงเนื่องทองเดินนำหน้าขึ้นเรือนไปเสียก่อนแล้ว เหลือแต่บุตรสาวที่ผ่านมาได้ยินเื่นี้พอดิบพอดี
ทั้งยังมีบ่าวรู้ใจชื่อ จำปี บ่าวที่เรียกได้ว่าทนมือทนตีนต่อนายของมันที่สุดแอบอยู่มุมหนึ่งบัวทองยิ้มร้ายกาจทันทีเมื่อรู้เื่แม้จะไม่ทั้งหมดเพราะหญิงสาวมาตอนสุดท้ายพอดีกระนั้นความคิดอันเ้าเล่ห์ของเ้าตัวก็ผุดพรายขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยาะหยัน...
“อีเกตุแก้วใครๆ ก็รักมึงงั้นรึ!?”บัวทองพูดเบาๆ คนเดียวก่อนหันกลับขึ้นเรือนตามผู้เป็แม่ไปพร้อมแผนการร้ายภายในใจ...!