ใจยอมรับว่าพ่อของเธอนั้นโกงเขา พ่อเริ่มยักยอกเอาเงินส่วนต่างๆจากในบริษัทออกมาเป็ของตัวเองด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบ จนนับรวมกันเป็มูลค่าเงินกว่าร้อยล้านภายในเวลาไม่ถึงปี และแล้วเ้าของบริษัทที่แท้จริงก็รู้ ซึ่งเขาก็คงจะระแคะระคายเื่ของพ่อและคอยสืบหาข้อมูลอยู่มานานแล้วหละ
เพราะเมื่อเขาเปิดเผยความจริงออกมาเขาก็มีหลักฐานพร้อมเอาผิดพ่ออยู่ครบมือ พ่อไม่ทันแม้แต่จะไหวตัวหรือดิ้นให้หลุดพ้นความผิดได้ เข้ายื่นฟ้องพ่อทันที จากความผิดและหลักฐานที่เขามีพ่ออาจจะต้องถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมดและติดคุกแต่พ่ออายุมากแล้วแถมมีโรคร้ายหลายโรครุมเร้า ทั้งความดันโลหิตสูงไขมันในเส้นเื และโรคหัวใจ ซึ่งหากต้องติดคุกจริงๆพ่อก็คงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกได้ไม่นาน มาลาลินไม่้าให้พ่อต้องไปมีจุดจบที่น่าอนาถอยู่ในนั้น เพราะไม่ว่าถูกผิดอย่างไรพ่อก็คือพ่อของเธอ แล้วยังจะน้องๆที่ยังเล็กของเธอนั้นอีกล่ะที่เธอจะต้องนึกถึงอนาคตของพวกเขา
“น้าเพ็ญอย่าพึ่งคิดอะไรไปมากเลยนะคะ ยังไงหนูก็จะพยายามหาทางช่วยพ่อไม่ให้ต้องติดคุกและไม่ให้น้องๆต้องลำบากให้ได้”
มาลาลินกล่าวสิ่งที่ตนได้ตั้งใจไว้จนแน่วแน่ออกไป
“ขอบใจมากนะหนูหลินลำพังน้าเองก็ไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้หรอก”
นางจันทร์เพ็ญกล่าวพลางเอาหลังมือป้ายน้ำตา ความสัมพันธ์ของนางกับลูกเลี้ยง แม้ไม่ถึงขั้นรักใคร่สนิทสนมแน่นแฟ้นแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงส่วนใหญ่ทั่วไปเรียกว่าเข้าอกเข้าใจกันพอที่จะปรึกษาหารืออะไรกันได้พอสมควรนั้นแหละ
มาลาลินถอนใจออกมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอกราวกับว่ากำลังแบกเทือกเขาหิมาลัยเอาไว้บนบ่าสักสามลูกก็ไม่ปานเมื่อภาระทุกอย่างต้องตกมาอยู่ที่ตัวเองเพียงคนเดียวอย่างนี้
“แล้วตอนนี้พ่ออยู่ที่ไหนละค่ะ”
หญิงสาวถามออกไปทั้งที่ก็รู้สึกโกรธพ่ออยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ที่ทำให้เธอต้องมาตกอยู่ในที่นั่งลำบากอย่างนี้แต่ความเป็พ่อลูกกันมันก็ทำให้เธอนิ่งดูดายต่อความเป็ไปของท่านไม่ได้
“กินยาแล้วก็หลับไปแล้ว พ่อเขาเครียดมากจนความดันขึ้นสูงจนน่าใทีเดียว”
“น้าเพ็ญดูแลพ่อให้ดีนะคะ อย่าเอาอะไรที่ไม่สบายใจไปเล่าให้ท่านฟังบอกท่านว่าหนูจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ท่านต้องติดคุกและครอบครัวของเราต้องลำบาก”
“ขอบใจนะหนูหลิน ตอนนี้หนูเป็เหมือนที่พึ่งเดียวของครอบครัวเราจริงๆ”
นางจันทร์เพ็ญกล่าวทำให้มาลาลินยิ่งขมขื่นในอกมากขึ้นไปอีก เมื่อรู้ว่าวิธีที่เธอจะต้องทำเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวนี้ยังมีความสุขนั้นมันคืออะไร
หญิงสาวเคยพบกับปริวัฒน์ครั้งแรกเมื่อเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมาหลังจากที่เขาได้ยื่นฟ้องพ่อของเธอต่อศาลเรียบร้อยแล้วเธอรู้ว่าเขาเป็หนุ่มเพลย์บอยที่ใช้ผู้หญิงเปลืองมากอีกคนหนึ่งและเขาก็ตอกย้ำความเชื่อในความเป็เสือผู้หญิงของเขาในสายตาของเธอให้มากขึ้นไปอีก ด้วยการยื่นข้อเสนอมาว่าหากเธออยากให้เขาถอนฟ้องในคดีพ่อของเธอ เธอก็จะต้องยอมไปเป็นางบำเรอของเขา
เพราะนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัวและรักศักดิ์ศรีของตัวเองมากๆอย่างมาลาลินจะยอมรับได้ ตอนนั้นเธอเกือบจะตบหน้าเขาเข้าให้แล้วเมื่อได้ยินข้อเสนออย่างนั้นแต่สุดท้ายเธอก็ไม่มีทางเลือก ก็เมื่อสักชั่วโมงกว่าๆที่ผ่านมานี่เองที่เธอได้บากหน้าไปหาเขาเพื่อขอรับฟังรายละเอียดในเงื่อนไขและข้อตกลงต่างๆตามที่เขา้า ทั้งๆที่รู้ว่าเขาตั้งใจบีบเพื่อให้เธอจนมุมจนต้องเดินเข้าไปหาเขาเอง แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ... ก็บอกแล้วไง ว่าเธอไม่มีทางเลือก
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
หลังจากที่เลี่ยงเข้ามาเก็บตัวอยู่ในห้องส่วนตัวของตนั้แ่่บ่ายจนถึงค่ำแล้ว มาลาลินก็ได้รับโทรศัพท์จากปริวัฒน์ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปได้เบอร์มือถือส่วนตัวของเธอมาได้อย่างไร
“ฮัลโหล สวัสดีครับคนสวย”
น้ำเสียงยั่วยวนกวนประสาทของเขาดังมาทำเอาหญิงสาวแทบจะปิดเครื่องหนี แต่ที่เธอทำได้ก็คือข่มความชิงชังในตัวเขาไว้แล้วถามออกไป
“คุณปริวัฒน์ คุณไปได้เบอร์โทรของฉันมาได้ยังไง”