เหย้าหลียืนอยู่ข้างหลังกัวเอินถงที่นั่งจิบน้ำชาอยู่หน้าระเบียง เรือนหอ สายตาของสตรีทั้งสามค่อยๆ กวาดไปตามทิวทัศน์โดยรอบ
“เรือนหอของข้าก็คงจะมีไว้เพื่อให้เขาจับตามองพวกเราได้ถนัด เ้าดู หันไปด้านนั้นก็เป็ห้องอักษร คนที่นี่ไม่ได้วางใจเรานัก พวกเ้าก็อย่าเพิ่งเพ่นพ่านให้เป็ที่ผิดสังเกต”
ตัวเรือนแห่งนี้ถูกปรับปรุงขึ้นอย่างเร่งด่วน เดิมทีคือเรือนเก็บอาวุธของท่านชายจี เมื่อได้ยินว่าต้องรับธิดาของผู้นำห้าเผ่ามาเป็ลูกสะใภ้ ท่านฝูกั๋วกงจึงให้ต่อเติมส่วนนี้ใหม่เป็เรือนหอเพราะอยู่ติดกับเรือนนอนของท่านชาย
อันที่จริง กัวเอินถงคิดว่าควรจะเรียกตำหนักมากกว่า แต่ละเรือนในวังจีใหญ่โตโอ่อ่ายิ่งกว่าเรือนหัวหน้าเผ่าของนางในเซี่ยงซาวานเสียอีก
“ฮูหยินน้อย ที่นี่ใหญ่โตซับซ้อนและมีคนมากมายนัก เราจะหาของสิ่งนั้นได้เจอเมื่อไหร่กันเ้าคะ?” หยวนจู้มองไปรอบๆ ด้วยความท้อใจ “ข้าไม่คิดว่าจะมีบ้านคนที่ใหญ่ขนาดนี้ด้วยซ้ำ”
กัวเอินถงเม้มปาก นางรู้แล้วว่าหากจะคิดลอบเข้ามาคงไม่มีทางจะหาสิ่งล้ำค่าในนี้พบ ดีที่เลือกเข้ามาด้วยวิธีนี้ อย่างน้อยก็พอจะได้ศึกษาทางหนีทีไล่ให้กระจ่างก่อนลงมือ
“ข้าก็ไม่คิดเหมือนกันว่าที่นี่จะใหญ่โตถึงเพียงนี้ นึกว่าเข้าตำหนักฮ่องเต้มาเสียอีก ไหนๆ ก็เข้ามาแล้วก็ค่อยๆ หาไปก็แล้วกัน เรายังมีพอมีเวลา ่นี้พวกเ้าสองคนก็ค่อยๆ หาทางสนิทสนมกับคนในจวนนี้ก่อน รู้เขารู้เขา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”
หลังรับประทานอาหารเช้า จีหลุนก็พาลี่เทียนเป่าออกไปข้างนอกพอขึ้นไปบนรถม้าได้ กุนซือหนุ่มก็รีบเอ่ยถามถึงความตื่นเต้นของคืนแรกในการแต่งงาน
“นางไม่ได้ซ่อนอาวุธเอาไว้ใช่หรือไม่?”
“อืม...พ่อบ้านต้วนตรวจจนทั่วห้องหอ รวมทั้งตรวจบนตัวคนรับใช้ทุกคน” ชายหนุ่มหายใจแรงขึ้น “ข้าเองก็ตรวจบนตัวของนางจนทั่วด้วยเช่นกัน”
“เอ๋? เหล่าจี เ้าพูดเช่นนี้ดูกำกวมเหลือเกิน ตกลงที่เ้าว่าตรวจบนตัวของนางหมายความว่าอย่างไร?”
จีหลุนพยายามทำหน้าเคร่งขรึม “ข้าก็ถอดเสื้อผ้าของนางออกดูน่ะสิ หากว่านางซ่อนอาวุธไว้ใต้ชุดเ้าสาวข้าก็กลายเป็เ้าบ่าวที่ตายเปล่า”
“ไอหยา! ถ้าอย่างนั้น คืนแรกของการแต่งงาน เ้าก็ชมเรือนร่างของนางทั้งหมดแล้วสิ ร้ายกาจ! ร้ายกาจมากเหล่าจี”
ใบหน้าของแม่ทัพหนุ่มเป็สีระเรื่อ “ข้าอยากจะดูที่ไหนกัน? ข้าก็แค่ห่วงว่านางจะลอบฆ่าข้าแทนพี่ชายนางต่างหากเล่า ถ้าข้าตายในคืนแต่งงานก็คงจะน่าขายหน้าแย่”
“เพราะอย่างนั้นเ้าก็เลยจับนางถอดเสื้อผ้าเสียเลย” ลี่เทียนเป่ายกกำปั้นขึ้นชกต้นแขนของสหาย “พบสิ่งน่าสงสัยหรือไม่?”
จีหลุนส่ายหน้าเบาๆ ใบหูแดงก่ำ ลี่เทียนเป่าหัวเราะลั่น “ก็ได้ๆ เ้าทำเพื่อความปลอดภัย แต่ว่าทำไมต้องหูแดงขนาดนั้นด้วย?”
แม่ทัพหนุ่มต้องยกกำปั้นขึ้นชกหน้าอกอีกฝ่ายเพื่อให้เงียบเสียง กุนซือ จอมกวนยกสองมือขึ้นแบเป็เชิงยอมแพ้ ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้
“เหล่าจี เ้าแตะโดนร่างกายนางบ้างหรือไม่?”
“ข้าบีบคอนางไปทีหนึ่ง” จีหลุนสารภาพด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เ้าบีบคอนางด้วยหรือ? ข้าบอกแล้วว่าอย่าวู่วามอย่างไรเล่า?”
จีหลุนจึงสารภาพว่าเขาบีบคอนางแล้วเกิดอาการวูบวาบที่เคยเป็ แต่พอปล่อยมืออาการที่ว่าก็หายไป จากนั้นเขาลองแตะต้องนางด้วยปลายนิ้วก็พบว่าเกิดความร้อนขึ้นแต่ยังไม่มากพอจะทำให้ส่วนลับของเขาแสดงตัว
“เ้าลองัันางให้มากกว่านี้ น่าจะได้ผล ข้าว่ายาที่ข้าหามาหลายปีนั้นน่าจะดีเกินพอแล้ว อาจจะเป็ที่จิตใจของเ้าที่ยังแค้นฝังใจ อาการนี้จึงไม่ยอมดีขึ้นเสียที พอได้ระบายแค้นกับน้องสาวของศัตรูจึงเกิดความรู้สึก”
พอพูดถึงตรงนี้คิ้วที่ขมวดอยู่ของลี่เทียนเป่าพลันคลายออกจากกัน
“ไม่แน่นะ เหล่าจี หากเป็นางเ้าอาจจะทำเื่พรรค์นั้นสำเร็จ”
แม่ทัพหนุ่มถึงกับสะดุ้ง “จะบ้าหรือ? เ้าก็เห็นอยู่ว่าร่างกายท่อนล่างของนางไร้ความรู้สึก ข้าจะทำเช่นนั้นกับคนพิการได้อย่างไร?”
ลี่เทียนเป่ายิ้มร้าย ทำสายตามีเลศนัย จ้องหน้าแม่ทัพหนุ่ม
“อันที่จริง ตำราใต้หมอนที่พวกเราอ่านก็มีวิธีการตั้งมากมาย ใช่ว่าเ้าไม่เคยอ่านเจอ ลองทำดูก็ไม่เสียหลาย เพียงแต่ว่า...นางจะร่วมมือกับเ้าหรือไม่ นั่นเป็อีกเื่”
จีหลุนตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง “ข้ากับนางมีความแค้นต่อกัน เ้ายังบอกให้ข้าขอความร่วมมือจากนางอีก”
“เหล่าจี นางคิดจะหลอกใช้เ้า เ้าก็ควรหลอกใช้นางบ้าง ไม่ดีหรือ?”
แม่ทัพหนุ่มคิดถึงความเ็ปในหลายปีของตนแล้วจึงพยักหน้า
“ถ้านับว่านี่เป็หนึ่งในการแก้แค้น ข้าต้องทำแน่”
ลี่เทียนเป่ากำลังจะพูดต่อ พลันเสียงของจิ่งอี้ที่นั่งอยู่ด้านหน้ากับคนขับรถม้าก็ร้องขึ้น “ถึงแล้วขอรับ”
ครั้นเห็นรถม้าจอดที่หน้าสำนักข่าวนกกระจิบ กุนซือหนุ่มก็ยิ้มกว้าง
“ที่นี่เองที่เ้าบอกว่าเหมาะกับการสนทนาหารือความลับ”
“ยังมีแหล่งข่าวที่ใหญ่กว่าที่นี่อีกหรือ? เื่ที่ต้องสืบถือว่าเป็ประโยชน์ของแคว้นิให้พวกเขาช่วยย่อมเหมาะสม” จีหลุนเดินนำหน้าเข้าไปข้างใน
ลี่เทียนเป่าเคยพบสองฝาแฝดสกุลไป๋มาก่อนแล้ว พวกเขาจึงทักทายกันพอหอมปากหอมคอ ก่อนจะเข้าไปห้องด้านใน
“ท่านชายจี ยินดีด้วยกับการแต่งงาน” ไป๋ซิงซวี่กล่าวยิ้มๆ
“หัวหน้าไป๋ ท่านก็รู้เื้ัดีอยู่แล้ว ยังจะมากล่าวเช่นนี้อีก”
“ขึ้นชื่อว่าการแต่งงาน ข้าก็ย่อมต้องแสดงความยินดีด้วยความมารยาทอยู่แล้วขอรับ ข้าได้ยินมาว่าธิดาของผู้นำห้าเผ่าผู้นี้งดงามยิ่ง น่าเสียดายที่ไม่ได้เห็นด้วยตาของตนเอง”
จีหลุนยิ้มน้อยๆ “พวกท่านคงมัวแต่ตามสืบเื่ของห้าเผ่าจนไม่เป็อันมาร่วมงานข้าสินะ”
ไป๋สวินหัวเราะเบาๆ ยกมือขึ้นตบบ่าฝาแฝดตนเอง “มีคนรู้ทันเ้าแล้ว”
“แน่ะ ข้าเสียมารยาทจนได้ ลืมเชิญพวกท่านนั่ง เชิญท่านชาย”
ไป๋สวินทำหน้าที่ติดเตากาน้ำชาแล้วหยิบเอากล่องใส่ชาชั้นดีออกมาจากใต้ลิ้นชัก “ข้าได้ใบชาใหม่จากพ่อค้าแคว้นจินพอดี ได้ยินว่านี่เป็ชาที่ปลูกบนยอดเขาหลงเฟยซานเสียด้วย พวกท่านลองชิมดู”
จีหลุนยกชาร้อนขึ้นจิบ “เื่ที่ข้าให้น้องสาวแจ้งพวกท่าน ได้ความว่าอย่างไรบ้าง?”
“มีคนจากห้าเผ่ามาอยู่อาศัยในเมืองหลวงหลายกลุ่มด้วยกัน มีทั้งพวกที่มาทำมาหากินจริงๆ และก็มีทั้งพวกที่เข้ามาเพื่อทำเื่ที่ท่านสงสัย”
“ตอนนี้คนกลุ่มที่สามก็คือคนที่ติดตามกัวเอินถงเข้ามา”
“คนพวกนั้น ท่านให้จิ่งอี้ไปตามสืบดูแล้วมิใช่หรือ?” ไป๋สวินยิ้มน้อย “ข้าลองติดตามไปก็เจอทั้งจิ่งอี้และองครักษ์เงา หลบแทบไม่ทัน”
จีหลุนบอกกับสองพี่น้องสกุลไป๋ว่าเขาอยากรู้เื่ราวเบื้องลึกในดินแดนเซี่ยงซาวานเพราะสืบจากเมืองฉู่จิ้งแล้วไม่ได้คำตอบมากกว่าที่รู้อยู่
“ท่านชาย บอกตามตรง ข้าว่าคนสองพวกนี้ไม่ค่อยรู้ลึกสักเท่าใด ได้ยินมาว่าในเรือนท่านผู้นำห้าเผ่าเข้มงวดยิ่งนัก ไม่เคยรับคนหน้าใหม่เข้าไปดูแลรับใช้ เห็นทีคงรู้เท่าที่ท่านหญิงจีเล็กบอกกับท่านนั่นล่ะขอรับ”
แม่ทัพหนุ่มถอนหายใจยาว “เพราะการหาข่าวพวกเขายากเยี่ยงนี้ แคว้นิจึงไม่สามารถมีชัยเหนือห้าเผ่าได้ และต่อให้ข้าชนะศึกในสมรภูมิทะเลทรายแต่ก็ไม่อาจจะหาทางเข้าเซี่ยงซาวานได้พบ”
ไป๋ซิงซวี่พยักหน้า “ข้าเคยได้ยินว่าแผ่นดินรูปพระจันทร์เสี้ยวแห่งนั้น ซ่อนอยู่ท่ามกลางเนินทรายนับพัน ที่นั่นคล้ายกับค่ายกลขนาดใหญ่ที่มีเพียงชนเผ่าทั้งห้าที่จะหาทางเข้าได้พบ ข้าเคยถามพวกเขาถึงวิธีการเข้าไปที่นั่น พวกเขาบอกว่าใช้การดูเนินทรายและดวงดาวซึ่งต้องใช้วิธีการเรียนหลายปี”
“มิน่าเล่า ขนาดคนในเองกว่าเดินทางเข้าออกได้ก็ยากปานนั้น คนนอกอย่างพวกเราคงลำบากยิ่ง ไม่ต้องพูดถึงการคิดจะยกทัพเข้าไปในเซี่ยงซาวานเลย” ลี่เทียนเป่าเอ่ยขึ้น
จีหลุนจึงสำทับต่อ “ในยามที่พวกเขายกทัพออกจากเซี่ยงซาวาน มักจะปรากฏตัวพร้อมกับฝุ่นทรายขนาดใหญ่ ไม่รู้ว่าออกมาจากที่ใด? พอฝุ่นทรายหายไปก็เห็นคนหลายหมื่นปรากฏตัวขึ้น”
“ท่านชายจี ข้าสองพี่น้องค้นพบตำราเล่มหนึ่ง หากเล่าให้ท่านฟัง บางทีท่านอาจจะไม่เชื่อ จึงนำมาให้ท่านลองอ่านดู” ไป๋สวินหันไปหยิบห่อผ้าด้านหลังออกมาเปิดให้กับจีหลุนได้ดู
“ตำราโบราณ เกี่ยวกับสิ่งใดหรือ?”
“ในนี้กล่าวถึงแผ่นดินเซี่ยงซาวานอยู่ตอนหนึ่ง เล่าเื่การใช้เนินทรายเพื่อลวงตา เป็กลศึกสำคัญที่ทำให้พวกเขารักษาแผ่นดินเซี่ยงซาวานได้นับพันปี ท่านลองอ่านดูเองเถิด”
“กลศึกเนินทราย ข้าเคยได้ยินท่านอาจารย์เอ่ยถึงเหมือนกัน แต่ตอนนั้นยังเยาว์จึงมิได้สนใจ” ลี่เทียนเป่ารีบขยับเข้าไปใกล้จีหลุนที่กำลังกางตำรา
*****************

