ฉู่ฮุ่ยหรูที่ถูกฟาดจนกลิ้งหลุนๆและหมดสติไปมาฟื้นขึ้นหลังจากนั้นในค่อนวันถัดมา
เื่ที่เกิดขึ้นไม่มีใครกล้าแพร่งพรายออกไปด้วยเหตุผลหลายประการหนึ่งคือชินอ๋องได้ประกาศจุดยืนชัดเจนแล้วว่าเขาเข้าข้างพระชายาเอกของตนเอง และฉู่ฮุ่ยหรูก็เป็ฝ่ายเริ่มก่อนถึงสองครั้งสองคราสองคือเหล่าเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงที่ใกล้ชิดกับฮ่องเต้ ได้รับรู้เงื่อนไขเื่การซื้อแร่ต้วนเสินเพิ่มเติมโดยเฉพาะเื่ที่หยางซิ่วอิงมีสถานะไม่ตางจากทูตคนหนึ่งไม่มีผู้มีอำนาจในแคว้นเจี้ยนคนใดมีสิทธิ์ใช้อำนาจและอิทธิพลรังแกนาง จนเป็เหตุให้สัญญาซื้อขายแร่ต้วนเสินถูกยกเลิกได้
เพราะเหตุนี้ฉู่ฮุ่ยหรูที่ฟื้นขึ้นมาโดยที่ใบหน้าซีกหนึ่งบวมฉึ่งราวหัวหมู ปากเจ่อเหมือนกินพริกมาทั้งหม้อตาข้างซ้ายก็ปิดจนลืมไม่ขึ้น จึงทำได้แต่กวาดเอาข้าวของเครื่องใช้ในเรือนลงพื้นด้วยแรงแค้นเท่านั้นเพราะหากกรีดร้องคร่ำครวญออกมา ก็จะกระทบกระเทือนกับอาการฟกช้ำบนใบหน้าให้ได้รับความเ็ปขึ้นอีกนางจึงทำได้เพียงประกาศก้องอยู่ในใจ
‘นางแพศยาชั้นต่ำ! มันกล้าทำกับข้าถึงเพียงนี้ ทำให้ข้าอับอายต่อหน้าเหล่าเชื้อพระวงศ์ในพระราชวังหากข้าไม่สับมันเป็หมื่นๆ ชิ้น ก็อย่าเรียกข้าว่าฉู่ฮุ่ยหรูเลย!”
“อี่อ๋องอู่อี้ไอ”(หลี่อ๋องอยู่ที่ใด) เสียงอู้อี้ที่ออกมาจากปากบวมๆ นั้น ทำให้นางกำนัลข้างกายของนางมีสีหน้างุนงง
“อ่อมอั๋นไอ้เอ้าไอเอ๊ย!หม่อมฉันไม่เข้าใจ หวางเฟยรับสั่งว่ากระไรนะเพคะ”
คำตอบที่นางกำนัลผู้นั้นได้รับคือแจกันทองเหลืองที่ขว้างใส่ด้วยความเกรี้ยวกราดของเ้าของเรือนแต่ก็นับว่ายังโชคดีที่นางหลบหลีกได้ทัน
ส่วนคนที่ฉู่ฮุ่ยหรูถามหาก็มาเสนอหน้าอยู่ที่ตำหนักชินอ๋องแล้ว
เ้าของตำหนักมองผู้มีศักดิ์เป็หลานชายแต่อายุห่างกันไม่มากนักด้วยสายตาเ็า
“หลี่อ๋องมาที่นี่มีธุระอันใด”
“กระหม่อมอยากจะมาขออภัยเสด็จอาและชินหวางเฟยอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ”
“นางเป็อาสะใภ้ของเ้าเรียกนางว่าอาสะใภ้เถิด”
หลี่อ๋องชะงักไปพลางกำมือที่อยู่ใต้แขนเสื้อแน่น นางเป็อนุภรรยาของเขามาก่อน จะให้เขาเรียกอนุภรรยาว่าอาสะใภ้ได้อย่างไรแต่จะขัดก็มิได้ เพราะเวลานี้ฐานะของนางคือพระชายาเอกของชินอ๋องจริงๆ
แม้เขาจะไม่รู้ว่าเื่ราวกลายเป็เช่นนี้ได้อย่างไรเหตุใดนางถึงไม่ยอมบอกว่าตนเองเป็บุตรสาวของเ้าเกาะหลงอวี้ หากนางยอมเอ่ยออกมาั้แ่คราวแรกฐานะของนางก็สามารถเป็ถึงชายาเอกของเขาได้เลยทีเดียว คงมิต้องมาแต่งเป็ชินหวางเฟยเช่นนี้หรอก
“เื่นั้นจบไปแล้วก็ให้ถือว่าจบไปข้าหวังเพียงว่าชายาของเ้าจะไม่มาหาเื่อาสะใภ้เช่นนี้อีก เ้าก็รู้ว่าแคว้นเจี้ยนมีเงื่อนไขอะไรกับเกาะหลงอวี้หากนางทำให้แคว้นเจี้ยนถูกยกเลิกสัญญา คงไม่ต้องให้ข้าบอกกระมังว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป”
“พ่ะย่ะค่ะ”นั่นเป็สิ่งเดียวที่เขาสามารถเอ่ยออกมาได้ แต่ในใจเขากลับนึกไปถึงบุตรสาวเสนาบดีฉู่ที่มีนิสัยเอาแต่ใจและเคยชินกับการใช้อำนาจกดข่มเจินเจินมาั้แ่วันที่นางได้แต่งเข้ามาเป็ชายาเอกของเขาแล้ว
ตัวเขาจะแตกหักกับนางก็ไม่ได้เพราะยัง้าการสนับสนุนจากบิดาของนางอยู่จึงทำได้เพียงให้เจินเจินยอมโอนอ่อนผ่อนตามและอดทนต่อการถูกข่มเหงไปเท่านั้น แต่บัดนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วฉู่ฮุ่ยหรูจะไม่สามารถข่มเหงเจินเจินได้ตามอำเภอใจอีก
นี่คือเหตุผลที่ทำให้นางกลับมาแต่งกับเสด็จอาเช่นนั้นหรือ?เพื่อให้มีอำนาจเหนือฉู่ฮุ่ยหรู?เพื่อเอาคืนเื่ที่นางถูกฉู่ฮุ่ยหรูจับใส่กรงถ่วงน้ำ? นางคงโกรธเขามากเช่นกันใช่หรือไม่ที่ไม่ยอมช่วยนางในวันนั้น?
ความคิดของหลี่อ๋องสับสนวุ่นวายยิ่งขึ้นดูเหมือนทุกอย่างจะผิดที่ผิดทางไปหมด แม้จะยินดีที่ได้พบนางอีกครั้ง แต่ก็ไม่พอใจเช่นกันที่นางกลับมาอยู่ในสถานะอาสะใภ้
“หากไม่มีเื่อื่นแล้วก็กลับไปเถิดชายาของเ้ายังไม่หายดีมิใช่หรือ” เจี้ยนฮั่นเทียนเอ่ยขัดจังหวะเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพยายามชะเง้อคอมองหาใครสักคน ซึ่งใครสักคนที่ว่านั้นคงไม่พ้นเป็หยางซิ่วอิงดูเหมือนจะไม่ได้มีเพียงฉู่ฮุ่ยหรูเท่านั้นที่มีความหลังกับนาง แต่ยังมี ‘เจี้ยนเชาเหอ’ ผู้นี้อีกด้วย
“พ่ะย่ะค่ะเสด็จอากระหม่อมทูลลา”
ค่ำคืนนั้นเล่อฉีกลับมารายงานเื่ที่ได้รับมอบหมายให้ไปสืบมา เื่ที่น่าจะเข้าเค้ามากที่สุดเห็นจะเป็เื่อนุภรรยาที่หลี่อ๋องเคยรับมาจากเมืองหลิ่งหนาน เมื่อครั้งที่เขาไปปฏิบัติภารกิจที่นั่นราวปีเศษที่ผ่านมา
ได้ข่าวว่านางช่วยชีวิตหลี่อ๋องเอาไว้ตอนที่พายุสาดซัดเรือจนเขาพลัดตกน้ำไปหลี่อ๋องต้องตาต้องใจนางจึงพากลับมาที่เมืองหลวงในฐานะอนุภรรยา หลังจากนั้นนางก็ไม่ได้ออกนอกตำหนักหลี่อ๋องอีกจึงไม่มีผู้ใดเคยพบหน้า ยกเว้นคนที่อยู่ในเหตุการณ์หลี่อ๋องตกน้ำในครั้งนั้น และคนที่อยู่ในตำหนักหลี่อ๋องกับฉู่ฮุ่ยหรูที่ได้ตบแต่งเป็พระชายาเอกไม่นานหลังจากเหตุการณ์นั้น
แต่แล้วเมื่อไม่นานมานี้มีข่าวลือว่าอนุภรรยาผู้นั้นคบชู้สู่ชาย จึงถูกลงโทษขับไล่ออกไป แต่บางส่วนก็ลือกันว่านางถูกจับใส่กรงถ่วงแม่น้ำหลิวหลี่เพราะค่ำคืนนั้น มีขบวนรถม้าหลายคันแล่นออกจากตำหนักและมีคนเห็นว่ามันจอดอยู่ไม่ไกลจากริมแม่น้ำหลิวหลี่นัก
คำรายงานของเล่อฉีทำให้เจี้ยนฮั่นเทียนเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ
“สิ่งที่เ้าพยายามจะบอกข้าคือหยางซิ่วอิงอาจจะเป็อนุภรรยาของเจี้ยนเชาเหอเช่นนั้นหรือ”
เล่อฉีเองก็กระอักกระอ่วนใจเช่นกันเมื่อนึกว่าชินหวางเฟยเคยเป็อนุภรรยาของหลี่อ๋องมาก่อน หากเป็เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะรับได้หรือไม่
“แต่ประวัติของหยางซิ่วอิงพวกเราก็สืบมาก่อนแล้วมิใช่หรือ”
“ประวัติและตัวตนของนางไม่ผิดแน่แต่มีข่าวว่านางออกไปท่องเที่ยวทั่วหล้ากับน้องสาวของหยางฮูหยินถึงสองปี่เวลาที่นางไม่ได้อยู่ที่เกาะหลงอวี้ ก็เป็่เวลาที่ใกล้เคียงกับ่ที่หลี่อ๋องรับอนุภรรยาอยู่นะพ่ะย่ะค่ะ”
เจี้ยนฮั่นเทียนนึกภาพหวางเฟยของเขากับสตรีที่ยอมเป็อนุภรรยา ยอมให้ชายาเอกโขกสับรังแกและยอมให้คนจับใส่กรงถ่วงน้ำแล้ว ก็มีคำหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว นั่นก็คือ ‘เป็ไปไม่ได้’
นางมีอำนาจต่อรองมากมายถึงขั้นที่ฮ่องเต้แคว้นเจี้ยนยังต้องยอมทำตามเงื่อนไขมีผู้ติดตามที่มีวรยุทธ์สูงส่ง ตัวนางเองก็น่าจะมีวรยุทธ์ไม่ด้อยเช่นเดียวกัน เห็นได้จากการสะบัดแขนเพียงครั้งหนึ่งก็สามารถทำให้ฉู่ฮุ่ยหรูหลับข้ามวันได้แล้ว ยิ่งท่าทางแข็งกร้าวพร้อมพุ่งเข้าปะทะอะไรก็ตามที่ขวางหน้าเช่นนั้นอีกก็มีเพียงคำว่า ‘เป็ไปไม่ได้’ ผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กระนั้น...ท่าทางของฉู่ฮุ่ยหรูและเจี้ยนเชาเหอยามที่ได้เห็นนางเป็ครั้งแรกในห้องทรงอักษรของฮ่องเต้ก็เข้ากับเื่ที่เล่อฉีรายงานพอดิบพอดีเช่นกัน
หลังจากใคร่ครวญไปมาอีกครู่หนึ่งเจี้ยนฮั่นเทียนก็ถามมือขวาของเขาว่า
“จากประวัติที่สืบมานางมีพี่สาวหรือน้องสาวอยู่หรือไม่”
คำถามนั้นทำให้เล่อฉีเบิกตากว้าง‘นั่นสินะ!’ พวกเขามัวแต่สนใจเื่ของนางไม่ได้ใส่ใจเื่ญาติพี่น้องคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเลย ไม่แน่ว่า...
“กระหม่อมจะไปสืบมาเพิ่มเติมเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”
หยางซิ่วอิงที่วันนี้ได้ตบคนไปทีหนึ่งแล้วก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา ท่าทางเสแสร้งแกล้งทำเป็ข้อเท้าเคล็ดนั้น นางโยนทิ้งไปั้แ่ขึ้นไปนั่งบนรถม้าแล้วส่วนชินอ๋องอะไรนั่น ต่อให้เขารู้แล้วอย่างไร? เขาจะทำอะไรนางได้? มีแต่จะต้องช่วยปกปิดความผิดให้เท่านั้นแหละ
“หึหึหึฮ่าๆ ๆ ๆ”
เสียงหัวเราะของนางดังลอดออกมาถึงด้านนอกตรงบริเวณที่โม่ฟางยืนเฝ้าอยู่ กระทั่งถานอู่ที่อยู่ห่างออกไปก็ยังได้ยินทำให้พวกเขานึกถึงเสียงหัวเราะของท่านเ้าเกาะที่ฟังดูแล้วไม่ต่างจากตัวร้ายในงิ้วที่เคยดูขึ้นมาคุณหนูรองช่างรู้จักเรียนรู้จากบิดาในเื่ดีๆ ทั้งนั้น
โม่ฟางค้อมศีรษะให้เจี้ยนฮั่นเทียนที่เดินมาถึงพอดีจึงได้แต่ทอดถอนใจ
‘พระสวามีของท่านคงรู้หมดแล้วว่าท่านเป็ตัวร้าย!’
“มีเื่น่ายินดีอะไรหรือ”
เสียงที่ดังขึ้นตรงประตูทำให้หยางซิ่วอิงที่นั่งสางผมอยู่หน้าคันฉ่องทำเพียงรับรู้ว่าเพื่อนร่วมห้องกลับเข้ามาแล้ว
“น่าจะเป็เื่ที่พระสวามีไม่ทอดทิ้งให้หม่อมฉันต้องนอนเฝ้าเรือนหอตามลำพังั้แ่คืนแต่งงานจนมาถึงคืนนี้กระมังเพคะ” นางหันกลับไปมองเจี้ยนฮั่นเทียนพร้อมแย้มรอยยิ้มหวาน
รอยยิ้มราวกับนางเสือที่พร้อมจะใช้กรงเล็บตะปบเหยื่อทุกเมื่อนั้นทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าการตัดสินใจกลับเข้ามานอนที่เรือนนี้ั้แ่เมื่อคืน ...ตามคำเตือนของเล่อฉี...เป็การตัดสินใจที่ถูกต้อง
เมื่อรู้สึกตัวว่าตนเองกำลังมีความคิดคล้ายว่าจะเกรง...ใจ...สตรีตรงหน้าอย่างหาสาเหตุไม่ได้ก็ทำให้เขาเกิดความประหลาดใจขึ้นมา
เื่ที่ว่าผู้มีอำนาจในแคว้นเจี้ยนไม่อาจทำให้นางขุ่นข้องหมองใจได้นั้นก็เื่หนึ่งแต่การที่เขาคล้อยตามนางอย่างง่ายดายโดยไม่รู้สึกต่อต้านหรือกำลังฝืนทำนี่... นับว่าเป็เื่ที่น่าสนใจไม่น้อย
“วันนี้เ้าออกแรงเล่นงานคนทั้งยังต้องแสดงงิ้วอีกหลายฉาก คงเหนื่อยแย่แล้ว พักผ่อนเถิด”
หยางซิ่วอิงเลิกคิ้วมองพระสวามีที่เดินหายเข้าไปหลังฉากกั้นตาปริบๆ
คนผู้นี้รู้แล้วก็ไม่รู้จักเก็บเงียบเอาไว้เปิดโปงนางหน้าตาเฉยเช่นนี้ก็ได้หรือ จิ๊ๆ ๆ ๆ
เอาเถิดอย่างน้อยก็ไม่มีใครได้ยินนอกจากนางนี่นะ
★★★★★
ฝากนิยายเื่ก่อนๆ ของไรท์ด้วยนะคะ
