“ท่านพี่ อย่ามองข้านานเช่นนั้นเจ้าค่ะ ข้าอาย” กระถดช่วงล่างเข้าหากายแกร่งบุรุษ “หากท่านพี่ต้องการข้ายามนี้ แม้จะยังเจ็บช่องทาง แต่ข้าก็จะทนเจ้าค่ะ มาเถิดอย่าชักช้าเลย”
เสิ่นซัวหยางก้มต่ำลงไปซุกไซร้ซอกคอขาว แม้ยังมีกลิ่นหอมของน้ำปรุงในถังที่ผสมเอาไว้ แต่เพียงสักพักเขาก็หยุดทุกการกระทำนั้นแล้วเงยหน้าขึ้นกล่าว “ฮูหยินรักคงจะเหนื่อยมาก เช่นนั้นคืนนี้พี่จะปล่อยให้เจ้าได้นอนพักสบายๆ ไปก่อน” พรึ่บ!! ร่างแกร่งไร้อารมณ์กำหนัดลุกออกจากเตียงไปด้วยความสับสน เขาคว้าเสื้อผ้าของตนมาสวมใส่แล้วก้าวขาออกจากห้องนอนไปทันทีโดยไม่สนใจสตรีเปลือยผู้นั้นอีก “อาไฉ่ ไปจวนหลังใหม่”
“ขอรับ”
คล้อยหลังเสิ่นซัวหยางเดินลับไป ซือหลิวเยี่ยนนอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงพร้อมกับกำหมัดแน่น ‘พี่ซัวหยางสัมผัสนาง แต่ไม่ล่วงเกิน’ “หรือว่าพี่ซัวหยางจะรู้ เป็นไปไม่ได้แน่” ฟุ่บ!! ร่างบางลุกขึ้นพร้อมกับมองไปทั่วห้องเดิมของสามีที่ตอนนี้กลายเป็นห้องนอนของทั้งสองคนไปแล้วอย่างขัดใจ ในหัวสมองเฝ้าแต่คิดถึงการกระทำของสามี ซึ่งเป็นไปได้หรือไม่ว่าผู้ชายเมื่อมีอารมณ์กำหนัดจะสามารถหยุดยั้งอารมณ์ตนเองได้ในเสี้ยวจิบชา “อาลี่”
สาวใช้เจ้าของนามที่มองตามหลังคุณชายเสิ่นซัวหยางไป รีบเปิดประตู “เจ้าค่ะ” แอ๊ด!! ปึ่ง!! อาลี่ สาวใช้ผู้ภักดีเดินเข้าไปเพียงครู่ก็พบกับคุณหนูของนางนั่งเปลือยเปล่าอยู่บนเตียง “เกิดสิ่งใดขึ้นรึเจ้าคะฮูหยิน”
“พี่ซัวหยางกลัวข้าเหนื่อยจึงไม่ยอมร่วมรักกับข้า น่าเจ็บใจนัก” ยกมือทุบๆ ไปบนเตียง ก่อนจะถามสาวใช้อีกครั้ง “เจ้าแน่ใจใช่หรือไม่ว่ามิมีผู้ใดรู้เห็นเรื่องเมื่อคืน”
“บ่าวห้าคนของเราเฝ้าโดยรอบเอาไว้แล้วนะเจ้าคะ เฝ้าจนกระทั่งคุณหนูเย่วซินออกจากจวนไปด้วยซ้ำ” ในคำตอบนั้นมีความจริงมากกว่าแปดส่วน อีกสองส่วนคือนางเห็นบ่าวของนายท่านเสิ่นซัวหยางยืนมองมาจากที่ไกลๆ แล้วเดินจากไปคล้ายมันมิใช่เรื่องสำคัญและนางมั่นใจว่าบ่าวของนายท่านเสิ่นผู้นั้นมิได้รอดูจวบจนคุณหนูเย่วซินลอบเข้าไปในห้องหอแน่ๆ
“แล้วตอนนี้มีบ่าวของข้ายังอยู่ด้านนอกหรือไม่”
“มีเจ้าค่ะ แต่ไม่ได้นะเจ้าคะ ที่นี่คือจวนสกุลเสิ่น” อาลี่เข้าใจความหมายของฮูหยินดีว่าประสงค์สิ่งใด หากมิใช่เรื่องดีงามที่อีกฝ่ายชมชอบก็คงไม่ถามเช่นนี้ แต่หลังจากได้สมรสพระราชทานแล้ว การกระทำเรื่องดีงามกับบุรุษอื่นที่มิใช่สามีย่อมไม่เหมาะและสาวใช้เช่นนางย่อมต้องเตือนเอาไว้ ‘เรื่องพรหมจรรย์รอดมาได้ แต่เรื่องนี้อย่าให้ได้ลอดไปถึงหูผู้ใดโดยเด็ดขาด’ มิเช่นนั้นแล้วแม้แต่เลขาซือผู้เป็นบิดาก็คงมิอาจช่วยได้
ซือหลิวเยี่ยนถอนหายใจยาว “เช่นนั้นพรุ่งนี้ยาม (09.00) ข้าจะกลับจวนของข้า” ร่างบางล้มตัวลงนอนพร้อมกับหยิบผ้าห่มมาคลุมร่างเปลือย กายสาวสั่นระริกคล้ายกระหายอยากต้องการสิ่งเติมเต็ม ภาพร่างแกร่งของเสิ่นซัวหยางผู้เป็นสามีช่างน่าลิ้มลองไปให้ถึงจุดสูงสุด ‘เอาเถิด อย่างไรเสียตัวนางก็แต่งเข้าแล้ว ยังไงเสิ่นซัวหยางก็ต้องร่วมรักกับนางไม่วันใดก็วันหนึ่ง’ “เจ้าออกไปได้อาลี่ ดับไฟด้วยเล่า”
“เจ้าค่ะ”
นอกจวนสกุลเสิ่น
เสิ่นซัวหยางและอาไฉ่ควบม้าไปถึงจวนหลังใหม่ที่มีบ่าวชายเฝ้าอยู่นับยี่สิบคน ก่อนจะเดินเข้าไปสั่งการว่า “วันพรุ่งนี้มิต้องเฝ้าจวน แต่จงออกไปตามหาคุณหนูเย่วซินให้พบก่อนที่ข้าจะเดินทางไปประจำการในหมู่บ้านตั้วฉ่าง ข้าจะพาเย่วซินไปด้วย” ในท้ายที่สุดแม้แต่ยามอยู่กับฮูหยินของตนเขายังเฝ้าสงสัยและคิดถึงเย่วซินไม่ว่างเว้น เช่นนั้นนับจากนี้ต่อไป จนกว่าเขาจะหานางเจอ เขาจะไม่ขอนอนร่วมห้องกับซือหลิวเยี่ยนอีก และไม่ว่าเย่วซินจะมีฐานะใดหรือเป็นบุตรสาวของผู้ใด ตัวเขาก็จะพานางมาอยู่ข้างกายให้ได้
“ขอรับ!!” บ่าวทุกคนตอบรับแข็งขัน
เสิ่นซัวหยางเดินเข้าไปในตัวเรือนเล็กที่สร้างจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเขาได้เตรียมเรือนเล็กนี้ไว้ให้เย่วซิน โดยเขาจะใช้ห้องของนางเป็นห้องนอน ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างล้วนมีพร้อมหมดแล้ว ไม่ต่างกับสภาพของจวนหลังใหม่ที่งดงามรอให้เขาเข้ามาอยู่ จะขาดความพร้อมก็เพียงแค่ฮูหยินที่ตอนนี้มีแต่ความน่าสงสัยอยู่เต็มไปหมด ‘หรือในคืนวสันต์ของเขาจะมีการสลับตัวเจ้าสาว!!’ “อาไฉ่”
“ขอรับ”
“อย่าลืมหาบุรุษฝีมือดีเฝ้าติดตามซือหลิวเยี่ยนด้วย”
“ได้ขอรับ”
“ข้าคิดว่านางมิใช่สตรีที่เข้าหอกับข้า ต้องหาสาเหตุที่แท้จริงมาให้ได้ ในระหว่างนี้ข้าจะไม่เข้าหอกับนางให้เกิดปัญหาอีกและจนกว่าจะถึงวันนั้นข้าต้องได้พบเย่วซิน” ไม่ว่านางจะเป็นท่านหญิงและเขาเป็นเพียงบุรุษธรรมดาที่ไม่คู่ควรก็ตาม หากความจริงในเรื่องสตรีที่เขาสงสัยได้แก้ไขจนกระจ่างแล้วเป็นนางที่เขารักในค่ำคืนที่ผ่านมา เขาจะพานางมาเป็นฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวของเขาให้ได้ แต่หากสตรีในคืนนั้นเป็นซือหลิวเยี่ยนจริง เขาก็แค่จำใจยอมรับมัน ‘แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ตอนที่เขากำลังสงสัยอย่างหนัก’ “ข้าไม่น่าดื่มสุราจนเมามายขนาดนั้นเลยจริงๆ” ร่างแกร่งเดินเข้าไปห้องพร้อมกับสั่งอาไฉ่ว่าห้ามเปิดประตูจวนรับใครเข้ามาอีกเด็ดขาด ซึ่งในคืนนั้นก็เป็นอีกหนึ่งคืนที่เสิ่นซัวหยางเอาแต่นอนสูดดมผ้าเช็ดหน้ากระต่ายหมายจันทร์ผืนนั้นจนหลับไป
วังหลวง ณ.ตำหนักตงเทียน
“ข้าจะส่งต้าสี่เซียนกลับไปยังแคว้นเดิมของนางเมื่อเข่อซิงกลับมา ส่งองครักษ์เงาขั้นหนึ่งไปคุ้มกันนางอีกสองร้อยคน ส่งไปติดตามเย่วซินของข้าอีกสองร้อยคน” ชินอ๋องหลงจางเหว่ยเคาะนิ้วลงบนโต๊ะดัง ปึ่กๆๆ