(3)
เป็แค่ตัวแทน
ออกไปจากบ้านั้แ่วันนั้นธงรบยังไม่กลับมาค้างที่บ้านอีกเลย แม้ว่ามารดาจะโทรไปต่อว่าหลายครั้งแต่เ้าตัวยังคงดื้อดึงนั่นทำให้มีผลต่อความรู้สึกของเขียนฟ้า เขานอนร้องไห้แทบทุกคืน รู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนไร้ค่าเป็ที่น่ารังเกียจของสามี แต่ก็ไม่เคยรู้สึกโกรธหรือเกลียด เพราะหากเป็เขาก็คงทำอย่างนี้เช่นกัน
เขียนฟ้ายังคงทำหน้าที่ภรรยาได้เป็อย่างดีเข้าครัวทำอาหารด้วยตนเอง แม้ว่าสามีจะไม่กลับเข้าบ้าน แต่เขาก็เตรียมชุดทำงานเอาไว้ในตู้อย่างเป็ระเบียบหากรู้สึกท้อก็นึกถึงหน้าบิดามารดา และคำสั่งสอนของท่านให้ขึ้นใจว่าจะต้องเป็สะใภ้และภรรยาที่ดี
กำลังจะเดินเข้าครัวแต่ก็ได้ยินเสียงคุณนายกิ่งดาวทักเสียก่อน
“หนูฟ้า”
“ครับคุณแม่”
“กำลังจะไปไหนเหรอจ๊ะ”
“ผมกำลังจะเข้าไปในครัวครับ”
“ไม่ต้องทำเองหมดทุกอย่างก็ได้ ปล่อยให้เด็กมันทำบ้าง”
“ก็ช่วย ๆ กันครับคุณแม่”
“แล้วอยู่แต่ในบ้านอย่างนี้รู้สึกเบื่อบ้างไหม”
“ไม่เลยครับ ทำงานบ้านสนุกดี ผมชอบครับ”คนพูดยิ้ม
“แม่คิดไม่ผิดเลยจริง ๆ ที่เลือกหนูมาเป็สะใภ้ไอ้ลูกชายตัวดีของแม่มันโง่ ที่มองไม่เห็นเพชรเม็ดงามเม็ดนี้”เอ่ยถึงลูกชายแล้วก็รู้สึกโมโห อยากเอาไม้เรียวฟาดก้นซะให้หลาบจำ
“ไม่เป็ไรครับคุณแม่ ผมเข้าใจดี คุณรบยังคงไม่ชินกับชีวิตคู่”
“ถ้ามันไม่ยอมกลับบ้าน วันนี้หนูฟ้าก็ไปหามันที่บริษัทเลยละกันมันรู้จักแม่น้อยไป”
“จะดีเหรอครับคุณแม่ ผมกลัวว่าคุณรบจะไม่พอใจเอา”
“ดีสิจ๊ะ นี่ก็ใกล้เที่ยงพอดีเลย หนูฟ้าก็ทำข้าวเที่ยงไปส่งมันก็ได้เดี๋ยวแม่จะให้คนขับรถไปส่ง หนูไปคนเดียวได้ใช่ไหม พอดีแม่ต้องไปต่างจังหวัดกับพ่อน่ะอีกสองวันโน่นถึงจะกลับ”
“ไปได้ครับ” แม้จะลำบากใจแต่เขาก็ตอบตกลงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ถ้างั้นหนูเข้าครัวเถอะจ้ะแม่เองก็จะขึ้นไปแต่งตัวเหมือนกัน”
“ครับคุณแม่ เดินทางปลอดภัยนะครับ”
“ขอบใจจ้ะ” กิ่งดาวยิ้มให้ลูกสะใภ้แล้วเดินขึ้นบันไดส่วนเขียนฟ้าก็รีบเดินเข้าครัว เพราะกลัวว่าจะไม่ทันเวลา
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ณ บริษัทโชติไพศาล
รถเบนซ์หรูขับมาจอดเทียบที่หน้าบริษัทก่อนที่ประตูรถจะถูกเปิดด้วยมือของยามหน้าตึก เขียนฟ้าก้าวเท้าลงจากรถด้วยความรู้สึกกล้าๆ กลัว ๆ ยืนถือกล่องอาหารมองไปที่ประตูทางเข้าบริษัท
“สวัสดีค่ะคุณเขียนฟ้า”
“สวัสดีครับ” เขียนฟ้ารับไหว้อย่างงง ๆ เพราะไม่รู้ว่าเธอคือประชาสัมพันธ์สาวสวยที่ได้รับคำสั่งจากกิ่งดาวให้มาดูแลนั่นเอง
“คุณกิ่งดาวให้ฉันมาคอยดูแลคุณเขียนฟ้าค่ะเชิญทางนี้เลยค่ะ”
“อ๋อ ขอบคุณครับ” ได้ยินอย่างนั้นเ้าตัวก็รู้สึกโล่งใจที่อย่างน้อยก็มีคนคอยนำทางให้
ทุกย่างก้าวที่เดินเข้ามาในออฟฟิศ เขียนฟ้าต้องตกเป็เป้าสายตาของพนักงานเกือบทุกคนซึ่งต่างก็ซุบซิบนินทากันถึงเื่ที่เขาแต่งงานเพื่อชดใช้หนี้ มองเขาในแง่ลบกันเสียเป็ส่วนใหญ่
“นี่คือห้องทำงานของคุณธงรบค่ะ”
“ขอบคุณนะครับที่มาส่งคุณกลับไปทำงานต่อเถอะครับ”
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะถ้ามีอะไรเรียกใช้ได้ตลอดเวลาค่ะ”
“ครับ”
กำลังจะเอื้อมมือไปเคาะประตูทว่าดาววดีรีบเดินเข้ามาขวางไว้เสียก่อน แสดงสีหน้าไม่เป็มิตร มองผู้มาใหม่ั้แ่หัวจรดเท้าอย่างดูิ่ดูแคลนยิ้มมุมปากอย่างน่าหมั่นไส้
“มีธุระอะไรกับบอสมิทราบ”
“ผมจะเอาอาหารเที่ยงมาให้คุณรบครับ”
“วันนี้บอสจะออกไปทานข้าวข้างนอกคุณเอากลับไปซะเถอะ”
“แต่ถึงยังไงผมก็ต้องเอาเข้าไปให้คุณรบอยู่ดีหลีกทางด้วยครับ” เขียนฟ้าไม่เข้าใจว่าทำไมเธอผู้นี้ถึงได้เสียมารยาทนักทั้งที่เป็เพียงพนักงานคนหนึ่งเท่านั้นเอง เ้าตัวพยายามเดินเลี่ยงไปทว่าดาววดีกลับไม่ยอม
“ก็บอกว่าไม่ให้เข้ายังไงล่ะ” ดาววดีพยายามห้ามแต่เขียนฟ้าไม่ยอมจึงเกิดการฉุดกระชากลากดึง ทำให้กล่องข้าวที่อยู่ในมือเขียนฟ้าหล่นลงพื้น จนอาหารที่อยู่ในนั้นหล่นกระจุยกระจาย
“เกิดอะไรขึ้น!” ธงรบเดินออกมาจากห้องพอดี เมื่อเห็นหน้าภรรยาก็ใเล็กน้อยไม่คิดว่าร่างเล็กจะตามมาถึงที่นี่ มองลงไปที่พื้นก็พบกับเศษอาหารเกลื่อนอยู่
“เอ่อ...เมียบอสน่ะสิคะเดินเข้ามาต่อว่าดาวซะยกใหญ่ แค่ดาวบอกว่าตอนนี้บอสกำลังยุ่งอยู่เข้าไปไม่ได้ถึงขนาดกับโยนกล่องข้าวลงบนพื้นอย่างนี้” ดาววดีตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ แถมยังควงแขนธงรบเย้ยอีกต่างหาก
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ คือผมทำอาหารเที่ยงมาให้คุณแต่เธอไม่ยอมให้เข้าไป”
“แล้วก็ทำลายข้าวของอย่างนี้น่ะเหรอ กลับไปซะแล้วก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาที่นี่อีก”ธงรบเอ่ยอย่างใส่อารมณ์ แววตาคมที่มองมานั้นไม่มีความรู้สึกเห็นใจเลยสักนิด
ดาววดีได้ยินอย่างนั้นก็เบะปากมองอย่างสะใจนี่น่ะเหรอภรรยาของผู้ชายที่เธอรัก หน้าตาดีซะเปล่าแต่งี่เง่าเต่าตุ่นเป็ไหน ๆใครจะอยากได้เป็เมียถ้าไม่เสนอตัวมาให้ เ้าหล่อนคิดในใจ
“คุณไม่มีเหตุผลเอาซะเลย” ความเสียใจทำให้ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยน้ำตายืนมองคนทั้งคู่ด้วยความรู้สึกสมเพช ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินออกไปจากตรงนั้น
ธงรบมองตามหลังไปจนพ้นระยะสายตา ก่อนจะดึงตัวดาววดีเข้าไปในห้อง
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“ก็ตามที่ดาวบอกบอสนั่นละค่ะ” ดาววดีทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“พูดความจริงมาฉันรู้ว่าเธอต้องเป็ฝ่ายเริ่มก่อน” เขารู้นิสัยของดาววดีดียิ่งกว่าภรรยาตนเองเสียอีก
“นี่บอสว่าดาวเหรอคะ”
“ใช่! ผู้หญิงกี่คนแล้วที่เธอทำอย่างนี้ ทำไมฉันจะไม่รู้”
ในเมื่อโกหกไม่ได้ดาววดีก็ต้องยอมรับความจริง“ก็ดาวหึงบอสนี่คะ” เธอเข้ามาออดอ้อนชายหนุ่มด้วยการซบแก้มที่ต้นแขนแน่น
“จะเป็ใครก็ได้ยกเว้นผู้ชายคนนี้ถึงยังไงเขาก็เป็เมียแต่งของฉัน ถ้าไม่ให้เกียรติก็เท่ากับว่าไม่ให้เกียรติฉันด้วยอีกอย่างคนจะได้ไม่มองเธอในแง่ลบด้วยยังไงล่ะอย่าทำอย่างนี้อีกถ้าคิดจะเป็ผู้หญิงของฉัน” ธงรบคิดว่ามันน่าจะเป็ทางออกที่ดีที่สุดแล้วคนที่จะทำอะไรผู้ชายคนนั้นได้มีแต่เขาคนเดียวเท่านั้น
“ก็ได้ค่ะ ดาวจะเชื่อบอสแต่บอสห้ามรักเขามากกว่าดาวนะคะ”
“โอเค ฉันไม่มีทางรักผู้ชายคนนั้นหรอก”
“ดาวรักบอสที่สุดเลยค่ะ”ได้ยินอย่างนั้นดาววดีก็โผเข้ากอดเ้านายหนุ่มรูปหล่อ แสยะยิ้มอย่างพอใจ แม้ว่าเขียนฟ้าจะเป็เมียแต่งแต่ถึงอย่างไรเธอก็เป็ที่หนึ่งอยู่ดี
เขียนฟ้าเดินร้องไห้ลงมาจากตึกด้วยความเร่งรีบทำให้เขาไม่ได้มองทางให้ดี จึงชนกับแผงอกของใครบางคนเข้าอย่างจัง
“ขอโทษครับ”
“ไม่เป็ไรครับ ว่าแต่คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”ศิวะพยุงร่างบอบบางเอาไว้ จ้องมองที่ใบหน้าก็พบกับคราบน้ำตา
“มะ...ไม่เป็ไรครับ”
“คุณร้องไห้มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอครับ ดูจากการแต่งตัวแล้วคุณไม่ใช่พนักงานหรือเป็ลูกค้าของเราครับ มีพนักงานทำอะไรให้คุณไม่พอใจหรือเปล่า”
“ไม่มีครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”ว่าแล้วเขียนฟ้าก็รีบวิ่งจากไป
ศิวะมองตามหลังด้วยความเป็ห่วง ผู้ชายคนนี้ดูอ่อนแอน่าทะนุถนอม เห็นแค่ครั้งแรกก็รู้สึกถูกชะตาเสียแล้ว เขาได้แต่คิดว่าหากมีบุญวาสนาต่อกันก็ขอให้ได้เจอกันอีกครั้ง
่เย็นของวันนั้น...
หลังจากโดนทำร้ายจิตใจมาเมื่อ่เที่ยงเขียนฟ้าก็กลับมานอนร้องไห้อยู่เกือบชั่วโมง หลังจากนั้นก็ตั้งสติอีกครั้ง พยายามลืมเื่พวกนั้นออกไปจากสมองแล้วทำหน้าที่ภรรยาที่ดีต่อไปให้ถึงที่สุด เพื่อความสุขของคนที่รักและเป็ห่วงเขา
เ้าตัวไม่รู้ว่าวันนี้ธงรบจะกลับมาที่บ้านไหมแต่ก็ได้เตรียมอาหารเย็นไว้รอ ตอนนี้ทั้งบ้านเหลือแค่เขากับคนรับใช้ส่วนพ่อกับแม่สามีเดินทางไปต่างจังหวัด จึงทำให้บรรยากาศเงียบเหงากว่าปกติ
“คุณฟ้าทานก่อนก็ได้นะคะ วันนี้คุณรบคงไม่มาแล้วละค่ะ”แม่บ้านที่ชื่อสมัยกล่าว เมื่อเห็นเ้านายนั่งรออยู่เกือบชั่วโมงแล้ว
“ไม่เป็ไรครับพี่สมัย ผมจะรออีกสักพัก”
“ถ้างั้นสมัยขอตัวเข้าครัวก่อนนะคะ”
“ตามสบายเลยครับ”
เขายิ้มให้คนรับใช้ก่อนจะหันมามองเมนูอาหารตรงหน้าที่อุตส่าห์ทำด้วยตัวเอง มองอยู่อย่างนั้นสักพักน้ำตาก็ไหลลงมานี่หรือชีวิตแต่งงานของเขา มันช่างน่าสมเพชเสียจริง หากเลือกได้อยากจะอยู่ช่วยงานพ่อกับแม่ที่รีสอร์ตคงจะมีความสุขมากกว่านี้
ขณะกำลังอยู่ในห้วงแห่งความคิดก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายมาจากนอกบ้าน เ้าตัวรีบปาดน้ำตาแล้วลุกขึ้นเดินออกไปดูทันที
“ฉ้านเดินหวาย ม่ายต้องมาช่วย” เป็ธงรบนั่นเองที่ส่งเสียงโวยวายเดินมาแทบจะไม่เป็เส้นตรง แต่ยังอวดเก่งผลักคนขับรถให้ออกห่าง
“รีบพาเข้าบ้านก่อนเถอะครับ”
“ครับคุณฟ้า”
“ไม่ต้องมายืนสั่งคนโน้นคนนี้ นายมันก็แค่ผู้อาศัยไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น” ธงรบชี้หน้าอย่างเอาเื่ ทั้งที่พูดแทบจะไม่เป็ภาษา
“มานี่ผมช่วยอีกแรง” เขาเดินเข้าไปใกล้พยายามช่วยพยุงที่แขน แต่ธงรบกลับสลัดทิ้ง จนเขียนฟ้าเกือบจะเสียหลักล้ม
“ไม่ต้องมาจับตัวฉัน ไปไกล ๆ เลย”
“ผมไหวครับคุณฟ้าขึ้นไปเปิดประตูห้องรอดีกว่า” คนขับรถเสนอแนะ
เขายิ้มแม้จะรู้สึกอายที่โดนสามีกระทำอย่างนั้นต่อหน้าคนอื่นไม่ว่าอีกฝ่ายจะเมาหรือไม่ แต่ก็ไม่เคยรักษาน้ำใจกันเลยสักครั้ง
ตอนนี้คนเมานอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงแล้วเขียนฟ้ามองดูอย่างเหนื่อยใจ แต่ก็ยอมขึ้นไปปลดกระดุมเสื้อให้เขา แม้ว่าอีกฝ่ายจะปัดมือออกอยู่หลายครั้งแต่เ้าตัวก็ไม่ละความพยายาม ปลดมันออกได้จนสำเร็จ จะเหลือก็เพียงกางเกงเท่านั้นที่ทำให้ต้องหยุดคิดเล็กน้อย
“หรือว่าจะปล่อยให้นอนทั้งอย่างนี้คนนิสัยเสียชอบว่าให้คนอื่นอยู่เรื่อย” ใจจริงอยากจะตบหน้าให้สักฉาดเพื่อระบายความโกรธเมื่อ่เที่ยง
“ดาวมาให้ฉันกอดหน่อยสิ”
หมับ!
ธงรบดึงร่างเล็กเข้ามากอดทั้งที่ยังอยู่ในอาการเมามายใบหน้าอยู่ใกล้กันจนเขียนฟ้าได้กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อน ๆ พยายามจะลุกขึ้นแต่วงแขนของธงรบช่างเหนียวแน่นเหลือเกิน
“ปล่อยนะครับคุณรบ ผมไม่ใช่ดาวของคุณ”
“ใช่สิ เธอจะปฏิเสธทำไมล่ะดาวขอตัวกลับบ้านทิ้งฉันไว้คนเดียว แต่ที่ไหนได้มารอฉันที่ห้องนี่เอง”
“ปล่อยเถอะนะครับ ผมไม่ใช่ดาวจริง ๆอุ๊บ!” พูดจบประโยคธงรบก็ประกบจูบทันทีพลิกตัวให้ลงไปนอนข้างล่าง ตรึงข้อมือไว้เหนือศีรษะ อาการเมามายทำให้เขาเห็นเขียนฟ้าเป็ดาววดีบดจูบอย่างดูดดื่มและเร่าร้อน ยิ่งขัดขืนเขายิ่งมีอารมณ์ละมือข้างหนึ่งลงมาปลดเปลื้องอาภรณ์ออกอย่างรวดเร็ว
“อื้อ...อ่อย”
เขียนฟ้าพยายามขัดขืนทุกวิถีทางแต่คนเมากลับเพิ่มพละกำลังมากขึ้น ไม่ยอมให้เป็อิสระได้เลย ซุกไซ้ซอกคออย่างหื่นกระหายจนอีกฝ่ายเริ่มอ่อนกำลังลง ยอมให้ริมฝีปากของธงรบทำงานได้อย่างอิสระ
“อ๊ะ...อื้อ”
“เธอสวยเหลือเกินดาว สวยไปทุกสัดส่วนเลยจริงๆ แต่วันนี้หน้าอกเธอแบนไปนะ”
เสียงนั่นทำให้น้ำใส ๆ ไหลลงจากหางตา หากธงรบไม่คิดว่าเขาเป็คนอื่นคงไม่มีทางแตะเนื้อต้องตัวเลยสินะ คิดแล้วก็รู้สึกน้อยใจ
กำลังอยู่ในห้วงแห่งความคิด จู่ ๆ เขียนฟ้าก็ทำหน้าเหยเกเมื่อยอดอกถูกลิ้นละเลงเลียอย่างบ้าคลั่ง จนต้องแอ่นอกรับความเสียวซ่าน
“อื้อ คะ...คุณรบ อ๊า”
ความสุขสมที่ไม่เคยได้พบเจอมาก่อนทำให้ร่างบอบบางอ่อนระทวย ไร้ซึ่งแรงขัดขืน ยอมจำนนต่อความ้าที่ซ่อนอยู่ภายในมือที่วางนิ่งอยู่บนเตียงค่อย ๆ ยกขึ้นมาวางบนท้ายทอยเขา ลูบไล้เบา ๆ
“เป็ของฉันนะดาว วันนี้เธอใช้น้ำหอมกลิ่นใหม่ใช่ไหมถึงได้หอมอย่างนี้” เขาเอ่ยทั้งที่ยังคลอเคลียที่ยอดอกสีชมพูระเรื่อ เมื่อไม่ได้รับคำตอบธงรบก็เลื่อนใบหน้าลงมาพรมจูบที่หน้าท้องแบนราบค่อย ๆ ปลดเปลื้องกางเกงชั้นในสีขาวสะอาด ดึงมันออกไปจากปลายเท้าจนสำเร็จ
“ไม่นะ...อื้อ...ยะ...อย่าทำเลยนะครับฮึก” เมื่อกำลังจะถูกรุกล้ำของสงวนเขียนฟ้าก็เริ่มมีสติ พยายามผลักตัวเขาออกแต่นั่นยิ่งทำให้ธงรบรู้สึกโมโห เลื้อยตัวขึ้นไปตรึงแขนทั้งสองข้างไว้
“ทำอย่างกับไม่เคยอย่างนั้นล่ะอ้าขาให้ฉันมาตั้งกี่ครั้งแล้ว” เขาพูดเสียงดุ ได้ยินอย่างนั้นน้ำตาก็ไหลพรากสามีพูดถึงเื่บนเตียงกับคนอื่น แม้ว่าจะไม่ได้รัก แต่เขาก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็เมียแต่งแล้วจะไม่ให้รู้สึกอะไรเลยก็ทำไม่ได้
“ผมไม่ใช่ตัวแทนของใคร คุณเมาหรือแกล้งเมากันแน่ผมเขียนฟ้าไม่ใช่ดาว ผมเป็ผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิงถ้าคุณอยากนักก็เรียกเธอมาหาถึงที่บ้านก็ได้ อย่ามาทำอย่างนี้กับผม” เขียนฟ้ากล่าวทั้งน้ำตาทว่าธงรบไม่ยอมรับฟัง และคิดว่ายังคงเป็ดาววดีอยู่เช่นเดิม
“พูดอะไรน่าเบื่อชะมัดมาสนุกกันดีกว่า...” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม ก่อนจะละมือข้างหนึ่งลงไปจับที่แก่นกายอันแข็งขันจ่อไว้ที่ปากทางเข้าอันคับแคบ จับปลายหัวเห็ดถูไถ แม้จะต่อต้านเขาทว่าเขียนฟ้ากลับไม่สามารถต้านทานความเสียวซ่านได้เลยรู้สึกเกลียดตัวเองที่ห้ามความ้าตัวเองไม่ได้
“อ๊ะ...อื้อ เจ็บเอามันออกไปเดี๋ยวนี้ ฮึก”
“อ่าห์ ตอดดีเหลือเกินแถมยังฟิตอีกต่างหาก”
“คุณรบ พอได้แล้ว ฮือ...”
ร่างเล็กแทบแตกเป็เสี่ยง ๆ เมื่อถูกเขาทำลายด้วยท่อนเนื้อใหญ่ไม่ยอมปล่อยให้ได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย เมื่อมันเข้าไปแล้วธงรบก็เร่งจังหวะอย่างเร่าร้อนถาโถมไฟแห่งความเสน่หาเข้ามาอย่างหนักหน่วง จนเขียนฟ้าต้องกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น ขบริมฝีปากบางน้ำตาไหลพราก ปล่อยให้อีกฝ่ายกระทำย่ำยีต่อไปอย่างไร้ทางสู้