ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 50 นี่เราจะฉลองปีใหม่กันเหรอ?

            ตอนที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวจูงมือเฉินเฉินออกมาจากบ้านตระกูลหวังยังไม่เย็นมากเกินไป

            เธอจึงแวะซื้อข้าวสาร อาหารแห้งเครื่องปรุงรส รวมถึงขนมและของกินเล่นเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มด้วย

            เฉินเฉินสะพายกระเป๋าเป้ที่ใส่ของใช้ส่วนตัวและเสื้อผ้าของเขาเอาไว้

            ตอนที่เดินผ่านร้านค้าร้านหนึ่งเฉินเฉินยืนกรานที่จะเข้าไปข้างในให้ได้ โดยไม่ยอมให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวตามเข้าไปด้วย

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวหัวเราะเบาๆเธอยืนรออยู่หน้าประตูสักพัก ในที่สุดเจ้าหนูน้อยก็ออกมาพร้อมกับกอดถุงใบใหญ่เอาไว้ราวกับเป็นของล้ำค่า

            ในถุงนั้นมีทั้งขนมและของเล่นเป็นของขวัญที่เขาเตรียมไว้ให้ฉินไห่หยางและฉินไห่เยว่

            พอไปถึงที่จอดรถม้าต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นหวังเต๋อจู้ยืนอยู่คนเดียว

            "คุณบอกว่ามีคนอื่นอีกไม่ใช่เหรอคะ?"ต่งเสี่ยวเสี่ยวถามอย่างงุนงง ก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วถอนหายใจ"พี่หวังคะ อย่างนี้ฉันก็เกรงใจแย่เลยสิ!"

            "จะเกรงใจอะไรกันเธอรักษาโรคให้ฉันจนหาย ฉันรอเธออีกหน่อยมันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่!"

            "แต่คนของฉันน่ะรอไม่ได้ฉันเลยให้ลุงหลี่พากลับไปก่อนแล้ว ส่วนฉันก็มารอเธออยู่ตรงนี้"

            หวังเต๋อจู้รีบอธิบายตอนที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวยกของขึ้นรถ เขาเหลือบไปเห็นเฉินเฉินที่เดินตามหลังมาพอดี

            "เด็กคนนี้...?" หวังเต๋อจู้ถามด้วยความสงสัย ต่งเสี่ยวเสี่ยวตอบแบบส่งๆ ไปว่า"เป็นลูกของเพื่อนค่ะ สุขภาพไม่ค่อยดีก็เลยมาพักที่บ้านฉันสักพัก จะได้ช่วยดูแล" 

            "เด็กในเมืองพอมาอยู่บ้านเราก็จะติดดินมากขึ้นได้ออกกำลังกายบ้าง ร่างกายก็จะไม่ผอมแห้งแรงน้อยแบบนี้"

            หวังเต๋อจู้พยักหน้าพวกเขาช่วยกันขนของขึ้นรถม้า และออกจากตัวเมืองจนขับไปถึงตรงทางแยกที่จะเข้าสู่หมู่บ้าน

            ก็มีรถยนต์คันหนึ่งจอดรออยู่

            คนจากบ้านหวังหมิงหยางลงมาจากรถพอเฉินเฉินเห็นก็ตกใจ "ปู่หลิวปู่จะมารับผมกลับไปเหรอครับ?"

            ปู่หลิวคือคนของบ้านเขาทำงานอยู่ที่บ้านมาหลายปีแล้ว 

            หลิวเจิ้นหัวเราะเบาๆ"ถ้าคุณท่านกับคุณนายรู้ว่าหลานชายตัวเองคิดแบบนี้สงสัยคงจะเป็นลมไปแล้วมั้งครับ?"

            ยังไม่ทันจะได้ไปอยู่บ้านต่งเสี่ยวเสี่ยวเลยเขาก็ไม่อยากกลับบ้านเสียแล้ว

            เฉินเฉินเงียบไป

            "คุณหลิวคะ คุณมาทำอะไรที่นี่เหรอคะ?"ต่งเสี่ยวเสี่ยวลงจากรถม้า

            หลิวเจิ้นโบกมือให้คนขับรถช่วยกันขนของจากท้ายรถ

            "โธ่" ต่งเสี่ยวเสี่ยวรีบเข้าไปห้ามขมวดคิ้วอย่างจริงจัง "ฉันบอกไปแล้วนี่คะว่านอกจากค่าดูแลที่พวกเขาให้มาแล้ว ไม่ต้องให้อะไรอีก"

            แล้วนี่ขนอะไรมาเยอะแยะขนาดนี้?

            หลิวเจิ้นหัวเราะเสียงดัง"นี่คุณนายท่านซื้อให้คุณชายน้อยครับท่านกับคุณท่านออกเดินทางเข้าเมืองไปแล้ว ผมก็เลยไม่รู้จะทำยังไง"

            พูดจบเขาก็รีบขนของทุกอย่างขึ้นรถม้าแล้วขับรถออกไป

            เหมือนกลัวว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวจะเอาของไปคืนอย่างนั้นแหละ

            พอเห็นของที่กองพะเนินอยู่บนรถม้าหวังเต๋อจู้ก็กระตุกยิ้ม "น้องสาวถ้าฉันไม่รู้ว่ามาก่อนว่าเธอมีฝีมือทางการแพทย์ฉันคงคิดว่าเธอไปปล้นธนาคารมาแล้วมั้งเนี่ย"

            ของพวกนี้มันเท่ากับจำนวนที่คนในหมู่บ้านเขาซื้อใช้กันทั้งเดือนเลยนะ

            แถมของแต่ละอย่างก็คุณภาพดีเป็นของที่วางอยู่ในตู้โชว์สวยๆ

            ราคาสูงลิ่วพวกเขาไปซื้อของแต่ละครั้งไม่กล้าแม้แต่จะชายมองด้วยซ้ำ

            "น้าต่งครับ รับไว้เถอะนะครับ"เฉินเฉินจับมือเธอไว้ ทำท่าทางเหมือนลูกหมาน้อยที่น่าสงสารเขากลัวว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวจะไม่รับของ และยังจะส่งเขากลับบ้านอีก

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลั้นขำเธอมองรถที่ขับออกไปแล้ว ก็ตัดสินใจได้

            ของน่ะเธอจะรับเอาไว้แต่เธอจะไม่ลืมตอบแทนน้ำใจในภายหลังอย่างแน่นอน

            ระหว่างทางกลับบ้านทั้งสามคนพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

            ร่างกายของเฉินเฉินอ่อนแอระหว่างทางเขาจึงผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของต่งเสี่ยวเสี่ยว

            เมื่อเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มมืดแล้วหวังเต๋อจู้เกาหัวอย่างเขินๆ "น้องสาวฉันขอรบกวนอะไรหน่อยได้ไหม?"

            เขาอยากจะพูดมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่กล้า 

            หืม

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวหันกลับมามองด้วยความสงสัยหวังเต๋อจู้ขับรถม้าไปข้างหน้า เขาก้มหน้าต่ำ มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวรอบตัวดูเหมือนจะไม่ได้ยินที่เธอพูดเลย

            เมื่อลมพัดผ่านไปแล้วอีกไม่นานก็จะถึงหมู่บ้านแล้ว

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวหันกลับมามองเขาด้วยความสงสัยอีกครั้ง

            เห็นว่าเขาไม่ยอมพูดสักทีต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เริ่มเดา "หรือว่าพี่จะให้ฉันไปรักษาใครถ้าเป็นเรื่องนั้น บอกมาได้เลยค่ะ การรักษาคนป่วยเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้วเป็นสิ่งที่ฉันควรทำ"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวถามไปอีกไม่กี่คำหวังเต๋อจู้พยักหน้าเบาๆ

            "คนในหมู่บ้านแนะนำผู้หญิงคนหนึ่งให้ฉัน"หวังเต๋อจู้เกาหัวอย่างเขินอาย "แม่ของเธอป่วยมาสักพักหนึ่งแล้วเข้าโรงพยาบาลไปสองรอบก็ยังไม่หาย"

            "ฉันอยากจะขอให้เธอช่วยไปดูอาการให้หน่อย"ถ้าเขาสามารถรักษาแม่ของเธอให้หายได้บางทีเธออาจจะมองเขาในแง่ดีขึ้น

            เขาอยากจะมีใครสักคนอยู่เป็นเพื่อน

            "ได้สิคะ!" พอได้ยิน ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้ไม่พอใจสักนิด

            ตรงกันข้าม เธอกลับหัวเราะออกมาอย่างดีใจ"มีอะไรก็พูดมาตรงๆ ได้เลย ทำไมต้องอ้อมค้อมด้วยคะ นี่เป็นเรื่องดีออก"

            หวังเต๋อจู้เกาหัวด้วยความเขินอายอีกครั้ง

            พอตกลงกันได้แล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวจะไปหมู่บ้านซิ่งฮวาที่อยู่ข้างๆ ในวันมะรืนแต่เช้า

            ท้องฟ้ามืดสนิท

            ในที่สุดก็มาถึงหมู่บ้านรถม้าวิ่งผ่านไปตามทาง ได้ยินแต่เสียงจิ้งหรีดร้องระงมแทบจะไม่มีคนอยู่ในหมู่บ้านเลย

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รู้สึกสบายใจขึ้นอย่างนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาเห็นของบนรถม้าแล้วเอาไปพูดต่อให้เสียหาย

            ส่วนเฉินเฉินพรุ่งนี้ก็ต้องเปลี่ยนชุดธรรมดาๆ ต้องปกปิดฐานะของเขาสักหน่อย

            แต่ตรงหัวมุมที่พวกเขาผ่านมามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องข้าวของบนรถม้าอย่างไม่ละสายตา

            พอเห็นสัญลักษณ์บนกล่องสองสามกล่องดวงตาของคนคนนั้นก็เป็นประกายขึ้นมา "นี่มันของดีนี่นาบ้านนั้นมีเงินซื้อของดีๆ แบบนี้ได้แล้วเหรอ?"

            พูดจบเขาก็ตบมือด้วยความดีใจจนรถม้าขับผ่านไป เขาถึงแอบกลับบ้านเงียบๆ

            เขาเทเหล้าใส่ชามใบเล็กจากนั้นก็คั่วถั่วลิสงสองสามเม็ด

            ซดเหล้าคำโตตามด้วยถั่วลิสง อย่างสบายอารมณ์

            ในเมื่อเขาเจอของดีๆ พวกนั้นแล้วมันก็ต้องเป็นของเขา

            ยังไงซะตอนนี้เงินซื้อเหล้าก็ใกล้จะหมดแล้วขายของพวกนั้นก็คงพอเอาไปซื้อเหล้ากินได้!

            ที่บ้านก็มีแต่คนพิการคนหนึ่งเขาไม่กลัวอะไรทั้งนั้น

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังไม่รู้ตัวเลยว่าพวกเขากลายเป็นเป้าหมายไปแล้ว

            รถยังไม่ทันถึงหน้าประตู เธอก็เห็นร่างเล็กๆสองร่างยืนรออยู่หน้าประตู

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวปลุกเฉินเฉินที่กำลังหลับอยู่ในอ้อมกอดของเธอ

            พอรถม้ามาถึงหน้าประตูเด็กทั้งสองคนก็วิ่งเข้ามา แต่พวกเขายังไม่เห็นเฉินเฉิน เห็นแต่ของเต็มรถม้า

            "แม่เสี่ยวเสี่ยว" ฉินไห่เยว่วิ่งเข้ามาจับมือเธอข้างหนึ่ง "บ้านเราจะฉลองปีใหม่กันเหรอคะทำไมแม่ซื้อของมาเยอะแยะขนาดนี้?" 

            "นึกว่าจะไม่กลับมาซะแล้ว"ฉินไห่หยางเตะก้อนหินที่อยู่ตรงหน้าสีหน้าของเขาดูกระวนกระวายกว่าคนอื่นๆ

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวหัวเราะเธอดึงเฉินเฉินที่อยู่ในอ้อมกอดขึ้นมา

            ทันทีที่สองเด็กเห็นเฉินเฉินความรู้สึกไม่ดีบางอย่างแล่นเข้ามาในหัวเหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจแบบไม่ให้ตั้งตัว

            นี่มันเรื่องอะไรกัน?

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570