บทนำ ปฐมบท
เสียงกระแสความคิดไหลรินดั่งธารน้ำ
รัชศกอู่กวานถงที่สามสิบแปด วันที่ท้องฟ้าเปิดกว้างย่ำเข้าสู่วสันต์ฤดู เริ่มต้นยามใบไม้ผลิอย่างมีชีวิตชีวา สรรพสัตว์ออกหากิน พืชพรรณแตกกิ่งก้านสาขาเขียวขจีเป็พงไพร ท่ามกลางน่านฟ้าที่มีอินทรีย์สยายปีกกู่ร้องอย่างบ้าคลั่ง ‘จือหยวนเป่า’ รัวฝ่าเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างกระตือรือร้น ทั้งที่ฝ่ามือยังกอบกุมหน้าอกเอาไว้แน่น หัวใจของหญิงสาวพองโตและเต้นโครมครามไม่เป็จังหวะ
นางมีสีหน้าแตกตื่นและประหวั่นพรั่นพรึงเจือปน คล้ายกำลังหลบหนีอะไรบางอย่าง ไม่นานนักริมฝีปากสีอ่อนก็เริ่มซีดเซียวราวเผือกต้ม ใบหน้าที่ชุ่มฝาดเืจืดเจื่อนผิดปกติ ลมหายใจที่มั่นคงเริ่มหอบเหนื่อย ไม่นานนักอาการปวดเสียดกลางทรวงอกแทรกเข้ามาฉับพลัน ร่างอันบอบบางล้มลงกับพื้นจนไม่สามารถประคองลมหายใจเอาไว้ได้อีกแล้ว…
เฮือก!!
หญิงสาวอายุราวยี่สิบปีสะดุ้งตัวตื่นจากห้วงฝัน นางรีบปาดหลังมือขึ้นมาเช็ดเหงื่อเย็นที่เกาะพราวบริเวณไรผม ยามนี้สาวน้อยกำลังนอนตัวแข็งบนเตียงและสะท้อนใจว่า แม่นางในฝันผู้นั้นช่างน่าสงสารยิ่งนัก ในใจอีกส่วนหนึ่งก็เกิดความสงสัยใคร่รู้ว่า นางกำลังหนีอะไรอยู่ เหตุใดถึงมีใบหน้าหวาดผวาเจือปนความหวัง ประหนึ่งคนกำลังหนีตายเอาดาบหน้า แต่ช่างเถอะ! มันก็แค่ฝันร้ายตื่นหนึ่งเท่านั้น
บัดนี้นางเอาแต่นอนแข็งเป็หินอยู่บนเตียงหลังเก่า เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดพยายามยกขาทั้งสองข้างลงจากเตียงแต่ไม่ได้ผล ระหว่างที่นอนสังเวชสังขารของตนเองอยู่ในขณะนี้ แววตาที่เศร้าหม่นเริ่มมีหยาดน้ำตาเอ่อซึมขึ้นมาอีกครั้ง นางเอาแต่จ้องไปที่พู่หยกสีครามที่ถือติดมือไว้ตลอด พลางใคร่ครวญถึงคนรักเก่าว่า
“เหตุใดท่านถึงตัดสัมพันธ์ข้า…ข้าไม่คู่ควรอย่างนั้นหรือ?”
หวนนึกไปถึงต้นตอของความเสียใจด้วยประการทั้งปวง
ราวเดือนก่อน ‘ลู่อิงเยว่’ คุณหนูสามแห่งตระกูลราชทูต เดินทางไปต่างเมืองพร้อมบิดา เพราะได้รับจดหมายลับ แจ้งว่า ‘เจียมิ่งหยาง’ หรือท่านแม่ทัพที่เป็ชายคนรักของนาง พำนักอยู่ที่เมืองจ้ายเหอเจ็ดวันแล้ว เดิมทีนางคร้านจะออกเรือน มีนิสัยเก็บตัวและรักสันโดษ หากมิได้เดินทางก็มักจะอยู่อย่างรู้ความไม่ก่อเื่ เย็บปักถักร้อย เรียนรู้วิธีชงชา คัดตำราอย่างว่าง่าย แม้ไม่ได้เป็สตรีที่งามเลิศในใต้หล้า แต่นิสัยอ่อนโยนและแสนดีของนางกลับขโมยหัวใจของแม่ทัพหนุ่มั้แ่แรกเห็น
ย้อนไปยังพิธีสวมกวานขององค์ชายรองแห่งราชวงศ์อู่ปีนั้น ทั้งคู่ก็ต้องตากันและแอบนัดพบ เพื่อมอบของแทนใจให้แก่กันอยู่เสมอ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เบ่งบานราวดอกท้อบนแดน์ ทั้งราบรื่นและเปรมปรีดิ์ไม่นานนักเจียมิ่งหยาง ก็มาเยี่ยมเยือนผู้าุโลู่ถึงจวน สู่ขอลู่อิงเยว่ผู้เป็บุตรสาวพร้อมลงนามในสัญญาหมั้นหมายอย่างเต็มใจ
บัดนี้ทั้งคู่มีพันธะผูกเกี่ยว ดังนั้นก็คงไม่แปลกที่อิงเยว่จะถวิลหา ถึงขั้นยอมติดตามบิดาเพื่อเดินทางไกล แต่ใครจะไปคาดคิดว่า การเดินทางไกลหนนี้คือหลุมพรางของฏชั่ว รถม้าจวนลู่ถูกคุ้มกันจากองครักษ์จนสุดความสามารถ ท้ายที่สุดก็ไม่มีผู้ใดเหลือรอดชีวิต บิดาของนางมีสภาพกึ่งเป็กึ่งตายไม่ยอมฟื้น ส่วนอิงเยว่นั้นแม้ยังเหลือลมหายใจ แต่เสมือนตายทั้งเป็ นั่นก็เพราะขาทั้งสองข้างของนางถูกคมไม้แทงจนทะลุ ในขณะที่กลิ้งตัวลงจากเนินสูง
ครั้งนั้นผู้คนต่างลือว่าสกุลลู่ถึงคราวสิ้นแล้ว แม้แต่ตัวอิงเยว่เองก็คิดว่าตัวเองคงไม่รอดแน่ หลังจากนอนหมดอาลัยตายอยากในโพรงหญ้าหนึ่งคืนเต็ม ทว่าระหว่างที่แข็งใจรอคอยความช่วยเหลือ นางเจียนจะทนไม่ไหวและสลบไปนั้น สิ่งหนึ่งที่นางไม่ได้ล่วงรู้เลยแม้แต่น้อย คือมิ่งหยางเร่งควบอาชาไม่ได้หลับไม่ได้นอน จากเมืองจ้ายเหอมุ่งมายังจุดเกิดเหตุเพื่อตามหาหญิงคนรักด้วยตัวเอง
หลังจากที่พาร่างอันบอบช้ำของนาง กลับคืนสู่จวนลู่ให้อยู่ภายในความดูแลของท่านหมอ เขาอยู่รอเพียงให้แน่ใจว่านางพ้นวิกฤต แต่มิ่งหยางกลับไม่อยู่รอให้นางฟื้น ชายหนุ่มทิ้งไว้เพียงจดหมายหนึ่งฉบับ ที่ใจความด้านในลงรายนามว่า ‘ถอนหมั้น’ วินาทีที่ได้อ่านใจความ หัวใจของหญิงสาวพลันหักโครม ราวถูกหุบเขาทั้งลูกหล่นทับ
ลู่อิงเยว่เอาแต่น้อยเนื้อต่ำใจว่าตนเองนั้นขาพิการ ไร้คุณสมบัติของการเป็ฮูหยินจวนแม่ทัพใช่หรือไม่ ชายหนุ่มที่เคยสัญญาว่ามีรักมั่น ถึงได้ห่างเหินและตัดสัมพันธ์อย่างง่ายดาย
แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ยังคงดื้อดึงไม่ยอมรับ อิงเยว่วานให้สาวใช้คนสนิท ไปเชื้อเชิญท่านแม่ทัพมาพบหน้ากันสักคราเพื่อถามไถ่จริงเท็จ แต่ก็ได้รับการปฏิเสธอยู่ร่ำไป มันยิ่งตอกย้ำความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเ่าั้ของนางให้ถลำลึกลงไปอีก ว่าแม้แต่จะเห็นหน้านาง ท่านแม่ทัพก็ไม่ยอมพบแล้ว
ั้แ่วันนั้นจวบจนวันนี้ลู่อิงเยว่นางเฝ้าแต่ถามตัวเองทุกวัน ว่านางผิดที่ใด! ชายที่รักถึงได้ถอนหมั้นและเหินห่าง แม้แต่คำอธิบายก็ไม่เหลือไว้ให้ ราตรีมืดสนิทล่วงเลยแรมเดือนแล้ว สาวน้อยผู้อ่อนต่อโลกตรอมใจลงทุกวัน นางเจ็บเจียนคลั่ง ร้องขอความตายจากทวยเทพตราบทุก่ลมหายใจ วันใดหนอที่พรข้อนี้จะเป็จริง นางขอมากไปหรือ?
ราวสามวันถัดมา คืนเดือนหกจันทราหลบหมอก เสียงพูดอันแหบพร่าเว้าวอนเป็ครั้งสุดท้าย ฉไหนโชคชะตาถึงได้กลั่นแกล้งคนนัก อิงเยว่อยากจะถามเหล่าเทพทั้งหลายว่า นางปฏิบัติตัวดีเสมอมา เหตุจึงลงทัณฑ์ผู้บริสุทธิ์ได้เืเย็นนัก ทั้งให้ประสบคราวเคราะห์ ทั้งให้ถูกถอนหมั้น ไม่คิดจะให้นางพบเจอสิ่งดี ๆ บ้างเลยหรือ!
….ท่ามกลางเสียงร้องไห้ระงมของญาติสนิทและบ่าวไพร่ น้ำเสียงที่เว้าวอนค่อย ๆ เจือจางลง ไม่นานนักลู่อิงเยว่คนงามก็สิ้นใจตาย จากไปอย่างสงบ…
