[GrimHunt] สมรภูมินักล่า

    บทที่ 1 ตอนที่ 17

    [ประกาศ : คุณได้รับคะแนนนักล่า 60 แต้มจากภารกิจ และ คะแนนนักล่า 42 แต้มจากการสังหาร][ประกาศ : คุณได้รับคะแนนทั้งหมด 102 แต้ม][ประกาศ : คุณได้รับโบนัสแต้มค่าสถานะ 4 หน่วย]    [ทรัพย์นารักษ์ ราม] ความแข็งแรง : 20 หน่วย ความคล่องตัว : 15 หน่วย สัญชาตญาณ : 17 หน่วย สติปัญญา : 20 หน่วย วิญญาณ : 1[6] หน่วย [แต้มที่ยังไม่ได้เพิ่ม 4 หน่วย] คะแนนนักล่า : 283 แต้ม พรสวรรค์ : [จักรพรรดิวิหคนภาแรก] ข้อมูลในพีเอสการ์ดนั้นช่างน่าตื่นตะลึง รามคิดไว้ว่าคะแนนนักล่า 300 แต้มเพื่อเปิด [ระบบระดับ] นั้นเป็นจำนวนมากมายมหาศาลมาก แต่ในตอนนี้เหมือนเขานั้นจะคิดผิด เพราะคะแนนนักล่าช่างหามาได้ง่ายดายยิ่ง เขาสามารถได้รับมันมาจากการสังหารสิ่งมีชีวิตต่างๆในปริมาณที่เล็กน้อย เมื่อนับรวมกันแล้วก็เป็นคะแนนที่มากใช้ได้รามมองดูพีเอสการ์ดก็เพื่อสงบอารมณ์ของเขาเอาไว้ ท่ามกลางซากศพของพวกโนมรามได้เดินตรงออกมา ท่าทางของเขาที่พึ่งผ่านการต่อสู้มาช่างน่าเกรงขามเมื่อได้เดินตรงมาถึง รามก็จ้องมองไปยังผู้นำมาเรื่องยุ่งยากทั้ง 3 คนด้วยแววตาน่าเกรงขาม เขากวาดสายตาไปมองผู้คนโดยรอบก็เห็นว่าทุกคนนั้นเหนื่อยอ่อนกันมากแล้ว ''กลับไปพักกันก่อนดีกว่า พวกนายทุกคนเหนื่อยมากแล้ว'' ทุกคนเหมือนจะพลังวิญญาณหมดลง รามแม้จะดื่มยาเพิ่มพลังวิญญาณไป 1 ขวดพลังวิญญาณของเขาก็ยังเหลือ 1 หน่วยเท่านั้นเขาเดินตรงไปหาน้ำสายตากวาดมองดูก็เห็นว่าเธอไม่ได้รับอาการบาดเจ็บอะไร จากนั้นแล้วรามจึงได้ย่อตัวลงเพื่อจะพูดอะไรกับหญิงสาวที่ถูกน้ำขู่เอาไว้ ''ฉันไม่ได้เป็นคนใจดี แต่การที่พวกเธอเอาปัญหามาให้ฉันและไม่คิดจะเข้าช่วย มันทำให้ฉันหงุดหงิดจริงๆ'' น้ำเสียงอันเย็นชาเปรียบเสมือนใบมีด มือของเขาซึ่งชุ่มไปด้วยเลือดของพวกโนมนักรบพุ่งจับไปที่ลำคอเล็กๆ ของหญิงสาวผู้นั้นเขาไม่สนใจว่าเธอจะเป็นเพศแม่ของเขาหรืออะไร แต่การที่พวกเธอเอาความซวยมาหาก็ทำให้รามรู้สึกอคติมามากแล้ว ทั้งพวกมันทั้ง 3 คนยังมองดูน้ำถูกลูกบอลเพลิงเข้ามาใส่ร่างโดยไม่คิดช่วยเหลือ เขาเชื่อว่าอารินนั้นเป็นคนที่มีเหตุผลเพียงพอ จากตอนแรกที่เขาเห็นคือพวกมันนั่งถอนหายใจกันอย่างโล่งอก แต่เมื่อเขาสู้กับพวกโนมนักรบกลับมาพวกมันถูกทำให้ยอมจำนน คงหมายถึงพวกมันได้ลงมือทำในสิ่งที่ไม่สมควรลงไปแล้ว ดังนั้นรามจึงไม่จำเป็นที่จะต้องให้เกียรติใครอีกน้ำดูจะไม่ปฏิเสธการกระทำนั้นของราม เพราะเธอเห็นตั้งแต่แรกว่าพวกมันทำอะไรลงไปบ้าง การทำให้คนคนหนึ่งตายไปเพียงเพื่อถ่วงเวลาให้พวกมันวิ่งหนี เป็นการกระทำที่ยากจะให้อภัยได้ ทั้งยังมีเรื่องที่พวกมันคิดจะทำร้ายอารินอีก พวกมันสมควรที่จะโดนแล้วหญิงสาวถูกรามใช่มือเพียงข้างเดียวบีบคอยกกลับมายังจุดที่พัก ส่วนผู้ชายอีกสองคนก็ถูกลากกลับมาในสภาพที่น่าเวทนากว่ามาก พวกมันถูกนำมาวางเอาไว้กลางวง สายตาของพวกมันดูเป็นกังวลมาก พวกมันไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับใคร เพราะกลัวว่ามันจะเผลอไปสบตากับรามเข้า''พวกมันทำอะไรพวกเธอ?'' รามหันไปพูดถามกับอาริน เพราะเขานั้นต้องการจะรู้ว่าทำไมพวกเธอจึงเปลี่ยนสถานภาพของพวกมันจากคนที่ต้องการจะช่วยเหลือเป็นเชลยศึกแบบนี้อารินก็แค่นเสียงผ่านลำคอออกมาเบาๆ เธอได้เล่าเรื่องตั้งแต่ได้เจอพวกมันวิ่งหนีโนมนักรบมากัน 4 คนแต่ชายคนหนึ่งก็กลับเลือกจะฟันดาบใส่ขาของคนในกลุ่ม เพื่อถ่วงเวลาของพวกโนมนักรบเล็กน้อย เพียงแค่ได้ฟังเรื่องนี้รามก็แสดงท่าทีโมโหอย่างเห็นได้ชัด เขาอาศัยอยู่ในโลกใต้ดินใครที่คิดจะทำร้ายสหายเป็นโทษสูงสุด ยิ่งหากรู้ว่ามีการบังคับเสียสละคนอื่นเพื่อให้ตัวเองรอด นอกจากมันจะตายแล้วครอบครัวพวกมันจะถูกตามล่า เพราะครอบครัวของรามไม่ต้องการให้เชื้อพวกสถุนแบบนี้หลงเหลืออยู่ยิ่งเมื่อบอกว่าพวกมันเป็นคนขี้ขลาดไม่คิดช่วยเหลือ ทั้งยังเกือบจะลงมือทำร้ายอาริน มันก็ทำให้รามหัวเราะออกมาได้''ฮ่าฮ่าฮ่า น่าสนุก... น่าสนุกดี พวกแกคิดที่จะทำร้ายคนของฉันสินะ คงคิดเอาไว้แล้วใช่หรือเปล่าว่าตัวเองจะถูกทำร้ายกลับบ้าง คนที่คิดจะต่อยคือคนที่เตรียมใจจะถูกต่อยเอาไว้แล้ว พวกแกรู้ใช่ไหม?'' รามย่อตัวลงไป กระชากผมของชายคนหนึ่งเพื่อให้มันฟังเขาได้ชัดแต่รามก็ยังไม่ได้ลงมือทำอะไร ''เธอคิดจะจัดการพวกมันยังไง? ตอนนี้เหมือนฉันแจกคะแนนนักล่าให้พวกมันไปแล้วคนละ 60 แต้ม มันรู้สึกไม่ดีจริงๆนะเนี้ย''''ฉันไม่รู้ ฉันคิดจะถามนายต่างหากว่าต้องการจะจัดการกับพวกมันยังไงดี'' อารินไม่ออกความเห็น ในสถานการณ์นี้ดูเหมือนรามจะเป็นคนที่ตัดสินใจได้ดีที่สุด แต่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง ขณะที่ตัวของรามกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เสี่ยวฉางก็ได้พูดออกความเห็นที่เข้าหูรามขึ้น''ตระกูลทรัพย์นารักษ์ไม่ใช่ว่าเชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้หรือไง? ถ้านายคิดไม่ออกให้ฉันออกความเห็นแทนหรือเปล่า ว่านายควรจะใช้วิธีเดียวกับการลงโทษระดับ 4'' เสี่ยงฉางราวกับจะรู้เรื่องของรามดีไม่ใช่น้อย แม้แต่ตัวของรามเองยังมองดูเสี่ยวฉางด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด เขาจำไม่ได้ว่าเคยเห็นรามอยู่ในครอบครัวของเขาด้วย แม้แต่กลุ่มสาขาเล็กๆ เขาก็มั่นใจว่าไม่มีคนที่หน้าตาเหมือนเสี่ยวฉางอยู่ถึงยังไงก็ตาม สิ่งที่เสี่ยงฉางออกความเห็นมามันก็น่าสนุกดี''การลงโทษระดับที่ 4... มันคืออะไร?'' มาคัสหันไปถามกับเสี่ยวฉาง เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่ดูจะไม่รู้เรื่องเลย''เรื่องของโลกใต้ดิน พวกนายจะไม่รู้จักก็ไม่น่าแปลกอะไร ตอนแรกฉันก็ไม่มั่นใจแค่คิดว่าเป็นคนหน้าเหมือน แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเขาเป็นคนระดับสูงของโลกใต้ดินเสียด้วย จะบอกให้ได้ง่ายๆ การลงโทษของพวกตระกูลทรัพย์นารักษ์มี 6 ระดับ ในระดับที่ 4 เหมือนจะมอบความเมตตาให้เล็กน้อยแต่จริงๆก็ไม่ใช่เลย เพราะคนที่ถูกลงโทษระดับ 4 จะต้องต่อสู้ด้วยมือเปล่ากับ 'ผู้ลงทัณฑ์' ซึ่งจะมีด้วยกัน 6 คน ซึ่งผู้ลงทัณฑ์แต่ละคนก็มีความสามารถมากพอจะจัดการคนหลายสิบที่ถืออาวุธครบมือได้เลยทีเดียว ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครชนะเหล่าผู้ลงทัณฑ์ได้'' เสี่ยวฉางพูดอธิบายขึ้นมาราวกับรู้เรื่องพวกนี้ดี''นายจะหมายความว่า... รามเป็นหนึ่งในผู้ลงทัณฑ์งั้นหรอ?'' น้ำเองไม่อยากจะเชื่อว่ารามเป็นคนของโลกใต้ดิน ที่เธอเข้าใจคือรามนั้นสมควรเป็นคนที่โฉดชั่วอย่างถึงที่สุด ซึ่งมันขัดกับภาพที่เห็นไม่น้อยแต่คำตอบกลับทำให้ทุกคนประหลาดใจ เพราะเสี่ยวฉางค่อยๆส่ายหน้าของตัวเองเบาๆ ''เหมือนพวกนายกำลังดูถูกเขาอยู่เลย แค่พวกระดับผู้ลงทัณฑ์ยังไม่สามารถที่จะสู้กับเขาได้เลย เพราะรามคือว่าที่รองประธานของ ซี-กรุ๊ป ซึ่งเขาเป็นทายาทของผู้เป็นประธานคนปัจจุบัน หน้าที่ของเขาในอนาคตที่ฉันได้ฟังมา คือการเป็นบอดี้การ์ดให้กับประธาน ซี-กรุ๊ป คนต่อไปซึ่งก็คือพี่น้องของเขานั้นเอง แต่ก็ยังมีอีกหน้าที่หนึ่ง คือการปกครองครอบครัวทรัพย์นารักษ์ของเขาในโลกใต้ดิน ซึ่งมีขนาดใหญ่มากกว่าหมื่นคน''''ดูนายจะรู้เรื่องนี้ดีจังนะ'' รามหัวเราะออกมาเบาๆ เขาแปลกใจที่เสี่ยงฉางรู้แม้แต่เรื่องที่เขาเป็นว่าที่รองประธานของ ซี-กรุ๊ป และต้องทำหน้าที่ปกครองโลกใต้ดิน ปล่อยให้เหล่าพี่น้องของเขาดูแลกิจการเบื้องบน''เหอะ! ไม่คิดว่าแกจะโง่ขนาดที่จำหน้าที่ที่พ่อแกสั่งไม่ได้'' เสี่ยวฉางแค่นเสียงออกมาเบาๆ''หืม? หมายความว่ายังไง''''พ่อแกต้องการสานสัมพันธ์กับครอบครัว... ไม่สิ ควรจะพูดว่าพ่อแกต้องการกลืนกิจการของครอบครัวเสี่ยวของพวกฉัน ดังนั้นพ่อแกเลยได้มายื่นข้อเสนอว่าจะมอบหุ้น 5% ของ ซี-กรุ๊ป ให้แต่พ่อของแกก็ต้องการลูกสาวของครอบครัวเสี่ยวเพื่อให้แต่งงานกับลูกชายของเขา''เมื่อเสี่ยวฉางพูดมาถึงเรื่องนี้ รามก็เหมือนที่จะจดจำอะไรขึ้นมาได้เล็กน้อย แต่หากลองคิดดูดีๆแล้ว มันก็ทำให้รามถึงกับเลิกคิ้วขึ้นสูง...''เสี่ยวชุ่ยฮวน... น้องสาวของฉันเอง ถ้าหากพิธีแต่งงานเริ่มขึ้น ดูเหมือนแกจะต้องเรียกฉันว่าพี่เขยแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า'' เสี่ยวฉางหัวเราะออกมาราวกับผู้มีชัย ซึ่งรามก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เขาเคยเดินทางไปที่ครอบครัวเสี่ยวที่อยู่ในประเทศจีนหลายครั้ง แต่จำไม่ได้ว่าเคยเห็นเสี่ยวฉางอยู่ด้วย คงไม่แปลกใจที่เขาจะไม่รู้ว่าเสี่ยวฉางคือหนึ่งในครอบครัวเสี่ยวที่เขาจะต้องแต่งงานด้วยในอนาคตอันใกล้นี้''น่าตกใจดี... แต่นายควรจะดีใจที่ชุ่ยฮวนไม่ได้แต่งงานกับฉันนะ เพราะไม่อย่างนั้นฉันอาจจะทำร้ายจิตใจน้องสาวแกมากจนเธอคิดสั้นเลยก็ได้ การแต่งงานทางธุรกิจแบบนี้มันไม่เคยมีเรื่องดีอยู่แล้ว''''นั้นมันเรื่องของโลกเก่า แกไม่ต้องไปใส่ใจอะไรมาก ยังไงฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับครอบครัวแย่ๆที่เอาฉันไปปล่อยทิ้งไว้อยู่แล้ว'' เสี่ยวฉางดูจะไม่เป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้นัก ''แกจัดการกับพวกมันไปเถอะ เดี๋ยวฉันกับคนอื่นๆจะไปเดินเล่นแถวนี้สักพักหนึ่ง มันคงจะไม่ดีถ้าให้พวกเขาต้องเห็นภาพที่น่าสยดสยอง'' จากนั้นเสี่ยวฉางก็ได้พาทุกคนออกไปเดินเล่นอยู่รอบๆ ปล่อยให้รามได้อยู่กับพวกคนทั้ง 3 ที่กำลังจะถูกการลงโทษจากเขา''เรื่องของโลกเก่างั้นหรอ... น่าสนุกดี ถ้างั้นหมายความว่าในโลกนี้...'' จู่ๆ น้ำเสียงของรามก็เยือกเย็นน่าหวาดผวาขึ้นทั้งสามด้วยความกดดันสุดแสนจึงได้พยายามเงยหน้าขึ้นมอง แต่พวกมันนั้นคิดผิด เพราะเมื่อมองขึ้นไปพวกมันก็ได้พบกับปีศาจตนนั้นที่กำลังแสยะยิ้มมาให้กับพวกมันอยู่''ฉันจะฆ่าพวกแกก็ไม่ผิดอะไร...''''ใช่ไหม?''