เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 37 การโจมตีอันแข็งแกร่ง

          แม้ว่าก่อนหน้านี้เมิ่งฝานจะได้รับเหรียญจากการประมูลมานับหมื่นเหรียญทองคำแต่นอกเหนือจากการใช้มันเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับซื้อวัตถุดิบสร้างโลหิตแตกแขนงแล้วนั้นก็ยังเก็บบางส่วนไว้ให้แก่ซินหลันด้วย

          ฉะนั้นแล้วยามนี้เขาจึงมีเหรียญทองคำติดตัวอยู่ราวห้าถึงหกพันเหรียญทองคำเท่านั้นและราคาที่ข่าเหลยเอ่ยขึ้นมานี้ก็คล้ายว่าจะเป็นเพียงราคาขั้นต่ำเท่านั้น

          เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักของเมิ่งฝานข่าเหลยจึงหัวเราะแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเบา “เจ้าหนู ต่อให้มันมีอยู่จริงทางหอมหาสมบัติของข้าก็ยังต้องใช้เวลาในการรวบรวมเช่นกันเอาแบบนี้ก็แล้วกัน ข้าให้เวลาเจ้าสามวันในการไปหาเหรียญทองคำ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”

          สามวัน...

          เมิ่งฝานทำได้เพียงพยักหน้ารับอย่างจนปัญญาเท่านั้นเขารู้ดีว่านี่คือความช่วยเหลือที่ข่าเหลยมอบให้ตนเองเพราะโดยปกติแล้วจะต้องจ่ายเงินมัดจำไปก่อนครึ่งหนึ่งของราคาเต็ม

          ในเวลาต่อมาดวงตาของข่าเหลยพลันเปล่งประกายขึ้นก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัยและสนอกสนใจ“เจ้าหนูอาจารย์ของเจ้าว่าอย่างไรบ้าง อยากจะพบข้าหรือไม่?”

          ลำพังเพียงเมิ่งฝานผู้เดียวไม่ได้ทำให้ข่าเหลยสนใจอยู่แล้วสิ่งที่ทำให้ปรมาจารย์จิตศัสตราผู้นี้สนใจอย่างแท้จริงก็คงจะหนีไม่พ้นอาจารย์ผู้ลึกลับจนเกินคาดเดาที่อยู่เบื้องหลังของเมิ่งฝานท่านนั้น

          ให้ตายเถอะผนึกนั้นมันสามารถสื่อสารกับท่านได้เสียที่ใดเล่า!

          เมิ่งฝานพึมพำอยู่ในใจ ได้แต่ประสานมือเคารพแล้วเอ่ยว่า“ขออภัยด้วยขอรับท่านข่าเหลยต้าซือแต่อาจารย์ของข้ากำลังเก็บตัวบำเพ็ญตนจึงไม่มีเวลาหากท่านอาจารย์ข้ามีเวลาเมื่อใดข้าจะบอกเขาให้อย่างแน่นอนขอรับ!”

          เมื่อได้ยินดังนั้นใบหน้าของข่าเหลยก็มีความผิดหวังปรากฏขึ้นมาเล็กน้อยเขาจึงเพียงพยักหน้ารับเท่านั้นแต่ก็เห็นได้ว่าข่าเหลยหาได้ละความสนใจจากศิลาสลักลายไม่

          เมื่อเห็นสีหน้าของข่าเหลยเมิ่งฝานพลันคิดสิ่งใดขึ้นได้บางอย่างโลหิตแตกแขนง! หากเขานำวิธีการสร้างโลหิตแตกแขนงเปิดเผยออกมาจะสามารถขายได้มูลค่าสูงเพียงใดกัน?

          ทว่าหลังจากนั้นเพียงชั่วครู่เมิ่งฝานก็ล้มเลิกความคิดนี้ไปเพราะถึงอย่างไรแล้วทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับลูกปัดสีดำก็เป็นสิ่งที่ลึกลับอย่างยิ่งเพียงศิลาสลักลายในครั้งก่อนก็สร้างความฮือฮาทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยเกิดความสนใจแล้วฉะนั้นไม่รู้เรื่องของโลหิตแตกแขนงจะเป็นการดีที่สุด

          หลังจากที่สนทนากันครู่หนึ่งเมิ่งฝานก็บอกลาข่าเหลยแล้วออกจากหอมหาสมบัติ

          เจ้าของใบหน้าอันเคร่งขรึมก้าวลงมาจากชั้นที่สองของหอมหาสมบัติเหลือเวลาอีกเพียงสามวันเท่านั้น เขาจะไปหาเหรียญทองคำนับหมื่นนั้นมาจากที่ใด?

          ทว่าขณะที่กำลังครุ่นคิดเขาก็เห็นว่ามีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยกำลังรวมตัวกันอยู่ที่ชั้นหนึ่งของหอมหาสมบัติผู้คนมากมายนับพันจ้องมองไปยังกลุ่มคนทั้งหลายพร้อมเสียงซุบซิบดังขึ้นไม่ขาดหู

          ซินเอ๋อร์!

          เพียงชั่วพริบตารูม่านตาของเมิ่งฝานก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็วเขามองเห็นสตรีที่สวมชุดสีชมพูมีเส้นผมยาวลงไปจนถึงสะโพกผายนั้นก่อนผู้ใด สตรีผู้เป็นเจ้าของรูปร่างอรชรและท่าทีอ่อนโยนนั้นก็คือกู่ซินเอ๋อร์นั่นเอง

          ผู้ที่ยืนอยู่ด้านหลังของกู่ซินเอ๋อร์คือเหล่าผู้เยาว์หนุ่มสาวของหมู่บ้านอูเจิ้นทั้งหมดและแน่นอนว่ารวมถึงกู่ฉิงที่มีนิสัยอารมณ์ร้อนด้วยเช่นกัน

          เขาคิดไม่ถึงเลยว่าทุกคนจะมารวมตัวกันอยู่ที่นี่เมิ่งฝานเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นในหัวใจก่อนจะแทรกตัวเข้าไปอยู่ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้นอย่างเงียบงัน

          ท่ามกลางกลุ่มคนมากมายนั้นมีกลุ่มผู้เยาว์อีกกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ตรงข้ามกับกู่ซินเอ๋อร์ในจำนวนนั้นมีซวินจางที่บ่งบอกว่าเป็นหนึ่งในตระกูลของผู้มีอิทธิพลติดอยู่บนหน้าอกตระกูลตงฟางและตระกูลซีเหมิน!

          เมื่อผู้แข็งแกร่งของทั้งสองทิศเผชิญหน้ากันจึงทำให้บรรยากาศเกิดความตึงเครียดขึ้นมายามนี้แม้ว่ากู่ฉิงที่ยืนอยู่ข้างกายของกู่ซินเอ๋อร์จะยังคงมีใบหน้าหยิ่งทะนงทว่าที่มุมปากของนางกลับมีเลือดไหลออกมาบ่งบอกว่านางได้รับบาดเจ็บไม่น้อย

          คนของตระกูลซีเหมินที่ยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้นเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มว่า“หึหึข้าสงสัยว่าพวกเจ้าขโมยของของข้าไปฉะนั้นแล้วเจ้าจะต้องให้แม่นางผู้นั้นอยู่กับข้า แล้วข้าจะยอมให้พวกเจ้าออกไป!”

          แม้ว่าสีหน้าจะมิได้แสดงอารมณ์ใดๆทว่าน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยความหยิ่งผยอง คนผู้นั้นก็คือซีเหมินหานนั่นเอง! เมื่อผู้คนโดยรอบได้ยินเช่นนั้นต่างพากันขมวดคิ้วด้วยเข้าใจความหมายโดยนัยของซีเหมินหานดี

          แต่พวกเขาต่างรู้ดีว่าตนเองไม่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ของบรรดาผู้บำเพ็ญตนอายุน้อยทั้งห้าหมู่บ้านได้ฉะนั้นแล้วทั้งหมดจึงทำได้เพียงมองอยู่ห่างๆ เท่านั้น

          กู่ฉิงกัดฟันแน่น กระตุกยิ้มแล้วตวาดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น“เหลวไหลซีเหมินหาน เจ้าคิดว่าจะอาศัยกำลังคนที่มากกว่ามารังแกฝ่ายที่มีกำลังคนน้อยกว่าได้หรืออย่างไร? เจ้าอีกคนตงฟางเฉิน เจ้าเองก็หาใช่คนดีแต่อย่างใด เจ้าทั้งสองรุมทำร้ายข้าผู้เดียวเช่นนี้จะเรียกว่าเก่งกาจได้อย่างไรแน่จริงก็มาสู้กับข้าตัวต่อตัว!”

          เมื่อได้ยินดังนั้นตงฟางเฉินที่ยืนอยู่ข้างกายของซีเหมินหานก็กระตุกยิ้มแล้วยักไหล่เอ่ยขึ้นอย่างไม่สนใจสิ่งใด “กู่ฉิง เจ้าเองก็รู้ว่าข้านั้นอยู่ในขั้นฝึกกายาระดับเก้าเช่นเดียวกับเจ้าการที่เจ้าคิดจะต่อกรกับข้าก็หาใช่เรื่องง่ายดายไม่อีกอย่างคือถึงอย่างไรตระกูลตงฟางของข้าก็มีงานสมรสกับตระกูลซีเหมินถือเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้วฉะนั้นจะลงมือต่อกรกับเจ้าด้วยกันก็หาใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด!”

          หึ!

          กู่ฉิงกระตุกยิ้มอย่างเยือกเย็น แต่นางก็รู้ดีว่าตงฟางเฉินที่อยู่ในระดับเก้าเช่นเดียวกับตนเองเป็นผู้ที่ยากต่อการรับมือต่อให้นางร่วมมือกับผู้อื่นก็ยังยากจะบอกว่าผู้ใดแพ้หรือชนะ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการที่มีคนของตระกูลซีเหมินและตระกูลตงฟางยืนอยู่ข้างหลังอีกฝ่าย ทั้งยังจ้องมองมาอย่างในเวลานี้

          “ขออภัยด้วยขอรับพี่กู่ฉิง เป็นเพราะพวกข้าไร้ความสามารถเอง!”

          เหลยหู่ที่ยืนอยู่ด้านหลังของกู่ฉิงจำต้องเอ่ยออกไปอย่างไม่อยากยอมจำนนเท่าใดนักบนใบหน้ามีจุดที่บวมแดงและมีรอยฟกช้ำบ่งบอกว่าเมื่อครู่นั้นพวกเขาตกเป็นรอง บรรดาผู้เยาว์หนุ่มสาวของหมู่บ้านอูเจิ้นผู้อื่นก็มีบาดแผลอยู่บนตัวไม่มากก็น้อยและแน่นอนว่ารวมถึงหลี่ว์เล่อด้วย

          เมื่อได้ยินในสิ่งที่เหลยหู่เอ่ยขึ้น บรรดาผู้เยาว์หนุ่มสาวของหมู่บ้านอูเจิ้นต่างก็ก้มหน้าลงไปอย่างเงียบงัน

          การเดินทางมายังเมืองเหยียนเฉิงของพวกเขาในครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการกระทำใดก็ล้วนแต่แสดงออกถึงอูเจิ้นทั้งสิ้นนึกไม่ถึงว่าการประลองยังไม่เริ่มต้นก็ได้รับบาดเจ็บกันถึงเพียงนี้แล้ว การที่ต้องปล่อยให้อีกฝ่ายหยามเกียรติของกู่ซินเอ๋อร์โดยตนเองไม่อาจทำสิ่งใดได้ทำให้ผู้ที่เป็นถึงผู้บำเพ็ญตนอย่างพวกเขารู้สึกหดหู่ใจ

          กู่ฉิงกัดฟันแน่นก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น“หมู่บ้านอูเจิ้นของพวกเราจะต้องไม่แพ้หรือต่อให้แพ้ก็ต้องเป็นการพ่ายแพ้เพราะการประลอง หาใช่การยอมศิโรราบไม่!”

          เสียงดังก้องไปทั่วบริเวณแต่แล้วในชั่วพริบตาต่อมาซีเหมินหานก็กระตุกยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นเสียงดัง “ถือว่าพูดได้ดี ข้าชอบแต่ถึงอย่างไรวันนี้ก็คงจะต้องมาดูกันว่าสองพี่น้องผู้งดงามปานบุปผาอย่างพวกเจ้าจะเก่งกาจสักเพียงใดฮ่าฮ่า อีกประเดี๋ยวก็คงจะมีเรื่องสนุกให้เล่นกันแล้ว ซีเหมินจ้าน ซีเหมินเลี่ยพวกเจ้าทั้งสองลุยเข้าไป!”

          ในฐานะที่เป็นบุตรคนโตของตระกูลซีเหมินทำให้ซีเหมินหานมีสิทธิ์ในการออกคำสั่งครู่หนึ่งหนุ่มน้อยทั้งสองก็ออกมาจากกลุ่มคนแล้วมุ่งตรงไปหากู่ฉิงในทันใดพวกเขาทั้งสองอยู่ในขั้นฝึกกายาระดับเจ็ด เมื่อลงมือจึงมีพลังอันร้ายกาจปรากฏขึ้นมา

           “ข้าจัดการเองท่านพี่ ท่านไปจัดการกับตงฟางเฉิน!”

          กู่ซินเอ๋อร์ที่อยู่ข้างกายเอ่ยออกไป นางกัดเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะก้าวเดินออกมาเพราะหากให้คนของตระกูลซีเหมินผลัดเปลี่ยนกันมาต่อกรกับกู่ฉิงละก็สุดท้ายแล้วกู่ฉิงก็จะไม่มีเรี่ยวแรงในการต่อกรกับตงฟางเฉิน

          เจ้าของร่างบางก้าวเดินออกไปหนึ่งก้าวทว่าในขณะที่นางกำลังจะลงมือพลันมีเงาร่างของคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นที่ข้างกาย

          ชั่วพริบตาต่อจากนั้นเจ้าของเงาร่างสีดำก็ขยับพร้อมทั้งปล่อยพลังภายในออกไปเบื้องหน้าซึ่งนั่นก็ทำให้คนของตระกูลซีเหมินทั้งสองรับแรงปะทะเข้าอย่างจังก่อนจะกระเด็นถอยออกไปหลายก้าวหนึ่งในนั้นถึงกับล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปบนพื้น

          “ใครกัน!”

          ในชั่วพริบตาสีหน้าของผู้คนทั้งหลายพลันเปลี่ยนไปจากนั้นจึงมองไปยังใจกลางของสถานที่แห่งนั้น

          นัยน์ตาที่เปล่งประกายดั่งดวงจันทรามองไปยังซีเหมินหานทว่ายามนี้ดวงตาของเมิ่งฝานกลับมีความเยือกเย็นปรากฏขึ้นมาคล้ายดั่งตอนที่มองเห็นวานรอัคคีบนเขาเยียนหลางก็ไม่ปาน

           “เจ้าเป็นใคร!”

          ซีเหมินหานรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจเพราะผู้ที่สามารถจัดการกับเด็กหนุ่มในขั้นฝึกกายาระดับเจ็ดทั้งสองคนได้ในชั่วพริบตาเช่นนี้จะต้องมีพลังที่ไม่ธรรมดาเป็นแน่

          “พี่เมิ่งฝาน!”

          ชั่วพริบตาผู้คนที่อยู่ด้านหลังกู่ซินเอ๋อร์ต่างก็มองเห็นเมิ่งฝานทั้งสิ้นต่อมาจึงเอ่ยด้วยความตกตะลึง

          “เมิ่งฝาน!”

          “เขานั่นเอง!”

          พลันเจ้าของร่างอรชรงดงามอย่างกู่ซินเอ๋อร์ก็ก้าวออกไปข้างหน้าพร้อมทั้งกอดแขนของเมิ่งฝานเอาไว้ก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์ทว่ากลับน่าทะนุถนอมนิ่ว จากนั้นจึงเอ่ยว่า “พี่เมิ่งฝาน เหตุใดท่านเพิ่งจะมาเอายามนี้เล่า!”

          เมิ่งฝานหัวเราะเสียงเบาก่อนจะลูบลงไปบนเส้นผมงามของกู่ซินเอ๋อร์นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความอบอุ่นก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “เพราะข้าต้องบำเพ็ญตนอย่างไรเล่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกัน?”

          เมื่อผู้คนโดยรอบมองเห็นท่าทีสนิทสนมของเมิ่งฝานพลันเบิกตากว้างพวกเขานึกไม่ถึงว่าสตรีอย่างกู่ซินเอ๋อร์จะสนิทชิดเชื้อกับเมิ่งฝานถึงเพียงนี้เพียงครู่เดียวบรรดาผู้ที่หลงใหลในตัวของกู่ซินเอ๋อร์ถึงกับรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาเล็กน้อย

          กู่ซินเอ๋อร์มุ่ยปากก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีคล้ายกำลังน้อยใจ“พวกเราเพิ่งจะมาถึงเมืองเหยียนเฉิงข้าจึงบอกท่านพี่กู่ฉิงว่าอยากมาเดินเล่นที่นี่ แต่กลับมาพบกับคนเหล่านี้จากนั้นซีเหมินหานผู้นั้นก็กล่าวหาข้าว่านำของของเขาไปต้องการให้ข้ากลับบ้านไปพร้อมกับเขา แต่ท่านพี่ข้าไม่ยอมจึงเกิดเรื่องกันขึ้นมาแล้วพวกเรา...ก็เสียเปรียบเล็กน้อย!”

          เดิมกู่ซินเอ๋อร์ก็เป็นสตรีที่อ่อนโยนอยู่แล้วยิ่งนางแสดงกิริยาเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้เมิ่งฝานรู้สึกเห็นใจและสงสาร เขาพยักหน้ารับแล้วหันไปเอ่ยกับอีกฝ่ายเสียงเรียบ“ใช่อย่างที่นางพูดหรือไม่ผู้ใดเป็นคนพูด?”

          แม้เสียงที่เขาพูดจะราบเรียบ แต่กลับเยือกเย็นจากความรู้สึกที่เดือดดาลเมื่อเขาพูดจบก็ทำให้บรรยากาศที่แห่งนี้ตกอยู่ในความชะงักงันและเงียบลงไปถนัดตา

          ยิ่งไม่แสดงอาการว่ามีโทสะก็ยิ่งบ่งบอกว่าเดือดดาลอย่างที่สุด! การที่เมิ่งฝานสามารถจัดการกับเด็กหนุ่มขั้นฝึกกายาทั้งสองได้ในชั่วพริบตา การปรากฏตัวของเขาจึงนำมาซึ่งความกดดันแก่ผู้คนทั้งหลาย

          “เมิ่งฝานเจ้าไม่ต้องมายุ่งเรื่องของข้า!”

          กู่ฉิงที่อยู่ด้านข้างกัดฟันบอกไปอย่างเยือกเย็นเมื่อได้ยินดังนั้นเมิ่งฝานก็ส่ายหน้าแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้กู่ฉิงแทบต้องกัดฟันจนแตกหัก“หากเจ้าบอกให้ผู้อื่นถอดเสื้อผ้าอยู่ตรงนี้ข้าก็คงจะไม่สนใจเพราะมันสมควรแล้ว! แต่ยามนี้มันเกี่ยวกับซินเอ๋อร์ฉะนั้นแล้วข้าจะไม่นิ่งดูดายเป็นอันขาด!”

          กู่ซินเอ๋อร์ได้ยินแล้วหัวเราะออกมาเสียงเบานางกลอกตาขาวใส่เมิ่งฝานเล็กน้อยเพราะเมื่อใดที่ผู้เป็นพี่สาวของตนเองกับเมิ่งฝานพบหน้ากันอย่างน้อยก็จำต้องต่อปากต่อคำกันทุกครั้งไป

          ชั่วพริบตาต่อมาเมื่อหนุ่มน้อยแห่งตระกูลตงฟางผู้หนึ่งเห็นว่าเมิ่งฝานไม่ได้มีความกลัวแต่อย่างใดจึงตวาดออกมาเสียงต่ำแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน“ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะออกหน้าแทน...ก็จงคุกเข่าลงไปเสีย!”

          ระหว่างที่เอ่ยวาจาเจ้าของเสียงนั้นก็พุ่งตัวออกไปคล้ายดั่งเสือดาวซึ่งร่างกายนี้ราวกับบุรษที่โตเต็มวัยแล้วก็ไม่ปาน ความเร็วที่ค่อนข้างสูงนั้นบ่งบอกว่าอีกฝ่ายอยู่ในขั้นฝึกกายาระดับแปดแล้ว

          “หมัดทะลวงศิลา!”

          วิชายุทธ์แห่งพลังปราณระดับกลาง!

          สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปในทันใดเพราะหมัดของหนุ่มน้อยแห่งตระกูลตงฟางนั้นมีกำลังภายในอยู่ไม่น้อย หากมันพุ่งเข้าใส่เป้าหมายต่อให้เป็นก้อนหินก็ยังต้องแตกสลายยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงร่างกายของมนุษย์

          ผู้คนที่สีหน้าเปลี่ยนไปมองไปยังหมัดของหนุ่มน้อยแห่งตระกูลตงฟางสลับกับสีหน้าของเมิ่งฝานด้วยความตกใจพวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าคนของตระกูลตงฟางจะลงมืออย่างร้ายกาจเช่นนี้ ทว่ายามนี้เมิ่งฝานกลับกระตุกยิ้มอย่างเย้ยหยัน

          มันมีความเร็วที่มากพอทว่าในเรื่องขององศาการจู่โจมกลับไม่ดีพอ...คิดจะฉวยโอกาสสินะ!!

          การต่อกรกับวานรอัคคีนานเกือบสองเดือนทำให้ทักษะและกลยุทธ์ในการต่อสู้ของเมิ่งฝานพัฒนาขึ้นอย่างมากชั่วพริบตาต่อมาเขาจึงใช้ท่าร่างนางแอ่นไร้เงาในการเคลื่อนไหวร่างกาย

          เมิ่งฝานฝึกฝนท่าร่างนี้มานับพันครั้งเมื่อเขาแสดงพลังของมันออกมาจุดเดิมที่เคยยืนอยู่จึงหลงเหลือเพียงสายลมชั่วพริบตาต่อมาร่างกายที่แท้จริงของเมิ่งฝานก็ปรากฏขึ้นข้างกายของหนุ่มน้อยแห่งตระกูลตงฟาง

          หมัดอันทรงพลังเคลื่อนตัวผ่านปลายจมูกของเมิ่งฝานไป ทำให้เห็นว่าแม้มันจะอันตรายเพียงใดแต่เมิ่งฝานก็ยังสามารถเบนตัวหลบการจู่โจมของหนุ่มน้อยแห่งตระกูลตงฟางได้อย่างรวดเร็วปานสายฟ้า!

          เป็นไปได้อย่างไรกัน!

          เมิ่งฝานหาได้สนใจความตกตะลึงของหนุ่มน้อยแห่งตระกูลตงฟางไม่พริบตาต่อมาเขาก็กระโดดขึ้นในอากาศแล้วเตะลงไปยังหน้าท้องของหนุ่มน้อยแห่งตระกูลตงฟาง

          กระแสลมส่งเสียง กำลังภายในทะลวงอากาศ เวลาต่อมาร่างกายที่โค้งงอก็ลอยกระเด็นออกไปราวกับหินที่ถูกโยน

          ในขณะเดียวกันเสียงของเมิ่งฝานก็ก้องกังวานไปทั่วทั้งบริเวณ“บังอาจรังแกน้องสาวข้าเจ้าคิดว่าตนเองเป็นผู้ใดกัน ไสหัวไป!”

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262