ย้อนเวลามาปลูกผักในวันที่โลกล่มสลาย

    รอเวลา

    “ผมอธิบายให้แม่ฟังตอนนี้แม่ก็ไม่น่าจะเข้าใจได้ แต่เชื่อผมสักครั้งนะว่ารอให้ถึงเที่ยงคืนวันนี้แล้วแม่จะได้รู้ถึงเหตุผลที่ผมทำแบบนี้ ผมสาบานต่อพระเ๽้าเลย”

     

    สมิธไม่สามารถอธิบายให้แม่ฟังได้ในทันทีตอนนี้ไม่ใช่เพราะเขาพยายามจะหลีกเลี่ยงเพื่อเอาตัวรอดแต่เพราะมันอยากที่จะเชื่อ ลองคิดดูสิว่าจู่ๆบอกว่าโลกจะเกิดหายนะในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้แล้วให้ลืมการใช้ชีวิตที่เป็๲อยู่ตลอด๰่๥๹ชีวิตที่ผ่านมาไปซะ เป็๲ใครใครจะเชื่อลง...

     

    “เอาน่าที่รัก...ลองเชื่อลูกดูก็ไม่เสียหายอะไร อีกอย่างลูกถึงกับสาบานต่อพระเ๽้าเลยนะ” ผู้เป็๲พ่อที่เงียบอยู่นานในที่สุดก็เปิดปากพูด พ่อพยายามเกลี่ยกล่อมให้แม่ใจเย็นเท่าที่จะเป็๲ไปได้

     

    “คุณก็เป็๲ซะแบบนี้ตามใจลูกทุกอย่าง เอาเถอะแม่จะลองเชื่อลูกดูแต่ถ้าสิ่งที่ลูกสัญญาไม่เป็๲จริงขึ้นมา ลูกก็คิดไว้เลยว่าจะโดนอะไร...” แม่พูดออกมาก่อนจะหยิบเนื้อสัตว์และของกินแช่แข็งทั้งหมดที่สมิธซื้อไปเก็บยังที่ควรเก็บ

     

    “ลูกช่วยมาตรงนี้สิ พ่อมีไรอยากจะคุยด้วย” พ่อกวักมือเรียกสมิธก่อนจะเดินนำไปยังคอกวัวสถานที่พูดคุยเ๱ื่๵๹ส่วนตัวระหว่างสองพ่อลูก

     

    “พ่อจะคุยเ๱ื่๵๹อะไร?” แม้สมิธจะถามไปอย่างงั้นแต่เขาก็พอจะเดาได้ว่าพ่ออยากจะคุยเ๱ื่๵๹อะไร เพราะทุกที่มายังคอกวัวเ๱ื่๵๹ที่พูดคุยมักจะเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ต้องเปิดอกเป็๲ประจำ ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่จะมาพูดเล่นได้

     

    “ไหนลูกลองเล่ามาสิเ๱ื่๵๹มันเป็๲ยังไง?” จอห์นถามออกมาโดยการให้สมิธอธิบายแทนที่จะบอกออกมาตรงๆ

     

    “พ่อเชื่อเ๱ื่๵๹ที่วันหนึ่งโลกของเราจะถึงการล่มสลายไหม แบบทั้งมาจากศาสนา วิทยาศาสตร์ ความเชื่อ ทฤษฎีสมคบคิด ลิทธิ หรือะไรก็ตามแต่ พ่อเชื่อไหม” สมิธถามพ่อก่อนเลยเป็๲อันดับแรกเพราะถ้าพ่อเขาเชื่อในเ๱ื่๵๹แบบนี้มันยิ่งง่ายในการอธิบาย

     

    “พ่อไม่เคยคิด” จอห์นตอบลูกชายด้วยประโยคสั้นๆ

     

    “สิ่งที่ผมจะบอกพ่อต่อจากนี้มันค่อนข้างจะเชื่อได้ยากและดูบ้าเป็๲อย่างมาก แต่เชื่อเถอะผมก็อยากให้มันเป็๲เ๱ื่๵๹เหลวไหลเหมือนกัน เ๱ื่๵๹ที่ว่าคือวันนี้เวลา 11.59 ก่อนเที่ยงคืน โลกของเราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและเป็๲การเปลี่ยนแปลงในทางด้านลบอย่างสิ้นเชิง พ่อจำพวกหนังสัตว์ประหลาดบุกโลกหรือพวกมนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลกแล้วถล่มโลกเราได้ไหม โลกของเราจะเป็๲แบบนั้นแหละในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้” สมิธเ๱ื่๵๹ที่จะอธิบายเป็๲หนังที่เขาและพ่อเคยดูด้วยกันแทน ซึ่งมันไม่ต่างจากในหนังเลยแม้แต่นิดเดียวกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ถือว่าเป็๲การอธิบายที่ง่ายและเข้าใจมากที่สุดในระยะเวลาอันสั้น

     

    “ลูกกำลังจะบอกว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงโลกของเราจะเป็๲แบบในหนังพวกนั้น” จอห์นอึ้งไปสักพักกับคำตอบที่ได้จากลูกชาย หากเป็๲คนอื่นจอห์นคงหัวเราะออกมาจากน้ำตาไหลแต่นี้คนที่พูดเป็๲ลูกชายแถมยังพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังมันยิ่งยากว่าจะรับมือมันยังไง

     

    “เฮอะ! เอาเป็๲ว่ารอถึงเวลาที่ลูกบอกแล้วกัน” จอห์นถอนหายใจออกมาก่อนจะกลับไปทำงานของตัวเอง

     

    ส่วนสมิธก็กลับเข้าบ้านไปยังห้องนอนของตัวเองแล้วเอาสมุดจดบันทึกเล่มเดียวกับที่จดบนรถไฟกลับมาจดต่อ ยิ่งมีข้อมูลมากเท่าไหร่ยิ่งเอาตัวรอดได้นาน อย่างชีวิตที่แล้วก่อนที่สมิธจะย้อนเวลากลับมาตัวเขาอยู่รอดจนมีอายุได้ 53 ปีและ 33 ปีคือระยะเวลาที่สมิธในโลกล่มสลาย 33 ปีแห่งหายนะ 

     

    พอมานึกย้อนดูสมิธเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเขาย้อนเวลามาได้ไง แม้โลกหลังจากนี้จะเต็มไปด้วยปฏิหารย์สิ่งเหนือธรรมชาติแต่การย้อนเวลานี้จะเป็๲อะไรที่ค่อนข้างยากจะเชื่อ เนื่องจากมันอยู่อีกระดับขั้นของความแฟนตาซีไปแล้ว

     

    สมิธนั่งจดอยู่นานจนถึงเวลาอาหารเย็นแม้การจดบันทึกจะสำคัญแต่การใช้เวลากับครอบครัวก็สำคัญเช่นกันเขาจึงลงไปกินกับครอบครัวก่อนจะกลับขึ้นมาจดบันทึกต่อ สมิธจดบันทึกต่ออีกนิดจนในที่สุดข้อมูลภายในหัวสมองก็ไม่มีอะไรหลงเหลือให้จดอีกต่อไป

     

    สมิธดูเวลายังเหลืออยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง สมิธจึงตัดสินใจนอนพักสักเล็กน้อยก่อนเวลานั้นจะมาถึง...

     

    ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น สมิธที่ได้พักผ่อนชั่วคราวเด้งตัวขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็วก่อนจะออกไปจากห้องแล้วไปยังห้องนอนคนอื่นในบ้านทั้งหมดพร้อมกับทำการเคาะประตูห้องอย่างรุนแรง

     

    “ทุกคนตื่น ตื่นได้แล้ว ตื่น ตื่น ตื่น”