[ระบบทำการอัพเดทเสร็จสมบูรณ์แล้ว การเชื่อมโยงความทรงจำเสร็จสิ้น]
เสียงระบบปลุกตุลย์ให้ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ พร้อมกับความทรงจำของเ้าตัวน้อยเ้าของร่าง ครอบครัวนี้มีกัน 7 คน พ่อ-หยางเฉิง 32 ปี แม่-เย่หลิน 30 ปี ลูกชายคนโต-หยางลู่คง 13 ปี ลูกสาวฝาแฝด-หยางลู่เหลียน,หยางลู่เอิน 12 ปี ลูกชายคนที่สี่-หยางลู่เสียน 11 ขวบ และเ้าตัวน้อยเ้าของร่าง-หยางลู่เหวิน 9 ขวบ
อาศัยกันอยู่ในหมู่บ้านหนานซาน ที่มีอาณาเขตติดกับูเาหนานซาน ด้านหลังโอบล้อมด้วยเทือกเขาดึกดำบรรพ์ มีแม่น้ำไหลผ่าน และห่างจากทะเลประมาณ 40 ลี้ ลักษณะภูมิประเทศคล้ายกันกับบ้านเกิดของตุลย์เลยทีเดียว
ในความทรงจำของเด็กน้อยหยางลู่เหวิน บ้านหลังนี้มีขนาดใหญ่เป็อันดับต้นๆ ของหมู่บ้าน เพราะพ่อของเขา หยางเฉิง เป็พรานที่เก่งกาจ หาเงินเข้าบ้านได้มากที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมด แต่ด้วยย่าจากไปั้แ่พ่ออายุ 8 ขวบ
ปู่เลยหาภรรยาใหม่หวังช่วยดูแลลูกตอนที่ตนเองออกไปทำนา จนมาแต่งงานใหม่กับหลี่ฟาง แม่ม้ายลูกติดหมู่บ้านถัดไป จากนั้นก็มีลูกชายและลูกสาวอีก 3 คน หลังจากนั้นหยางกังพ่อของเขาก็จากไปเพราะอาการป่วย
หยางเฉิงจึงต้องรับภาระมากที่สุด ทำงานทุกอย่างที่นางหลี่สั่งโดยไม่บ่น หาเงินได้เท่าไหร่ก็เอาเข้ากองกลางจนหมด เพราะยึดถือความกตัญญูเป็หลัก แม้จะรู้สึกว่าโดนเอาเปรียบ หรือลำเอียง ก็ไม่เคยปริปากบ่น เพราะน้องชายยังต้องเรียนหนังสือ น้องสาวต้องออกเรือน หยางเฉิงจึงตั้งใจทำงานหาเงินเพื่อจุนเจือครอบครัว พอแต่งงานมีลูกภรรยาและลูกๆ ก็โดนใช้งานตลอด พอถึงเวลากินข้าวก็จะหาเื่ดุด่า และสั่งลดอาหารของครอบครัวเขา พอเขาเอ่ยปากแม่เลี้ยงก็จะดุด่าหาว่าเขาหลงภรรยาจนไม่เห็นหัวพ่อแม่ ไหนจะการที่นางหลี่และครอบครัวของพี่ชายคนโต และคนรอง กลั่นแกล้ง เอารัดเอาเปรียบ ไม่แยแสต่ออาการป่วยของลูกชายเขา สิ่งที่พวกเขาสนใจคือเงินและแรงงานจากครอบครัวหยางเฉิงเท่านั้น
หลายปีมานี้หยางเฉิงเอาใจออกห่างจากบ้านใหญ่ไปแล้ว เขาเคยขอแยกบ้านหลายครั้ง แต่ทุกครั้งนางหลี่จะร้องไห้โวยวาย และแสร้งเป็ลมล้มพับไป
ตุลย์ทบทวนความทรงจำพลางขมวดคิ้ว พ่อโดนความกตัญญูกดหัวไว้ แม่ก็ยึดหลักสามเชื่อฟังสี่จรรยาเคารพเชื่อฟังครอบครัวสามี พยายามช่วยแบ่งเบาทุกอย่างที่ทำได้ ขอแค่ให้ลูกๆ ของนางได้กินข้าวสักครึ่งท้องก็ยังดี เพราะที่บ้านมีหลายปากท้อง ตุลย์คิดว่าต้องหาทางแยกบ้านให้ได้ เพราะพ่อไม่มีปัญหาเื่นี้ แต่คงหาทางก่อนเพราะตนเองตอนนี้แค่ 9 ขวบ ทำอะไรได้ไม่ถนัด คงต้องดูสถานการณ์ไปก่อน
“อัพเดทใหม่แล้ว มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง” ตุลย์เอ่ยถามหยิน
[ระบบจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเพื่อให้เข้ากับโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็การสนทนา ผลิตภัณฑ์ หรือบรรจุภัณฑ์ และเปลี่ยนแปลงช่องเก็บของเป็ห้องขนาด 3*3 เมตร อีกทั้งระบบได้ตรวจพบทองคำแท่งในช่องเก็บของ ระบบจึงทำการเปลี่ยนเป็เหรียญทองให้อัตโนมัติ และท่านยังได้รับของขวัญชดเชยอีก 3 ชิ้น ขอรับ]
เมื่อสิ้นเสียงระบบ ตุลย์ก็เข้าสู่ห้างสรรพสินค้า หน้าจอโฮโลแกรมปรากฏขึ้นมา ที่มุมบนขวาของจอเหรียญทองมีจำนวน 15,100 เหรียญทอง มันมากขึ้นจนน่าใ
[นายท่านกรุณาตั้งชื่อให้ข้าด้วยขอรับ] เสียงเล็กๆ ดังขึ้น
ตุลย์ฟังระบบพลางขบคิด
“อา ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เข้ากับโลกนี้แล้วสินะ เ้ามาพร้อมกับรอยหยินหยางบนฝ่ามือของข้า ตัวข้าแซ่หยาง ต่อไปเ้าก็คือหยินเถอะ”
[ขอบคุณขอรับ ท่าน้าเปิดกล่องของขวัญเลยหรือไม่]
“อืม เปิดเลย”
สิ้นเสียงของลู่เหวิน ก็ปรากฎแสงขึ้นที่หีบ และมีข้อความ
•ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับยาเม็ดบำรุงร่างกาย 1 เม็ด วารีรักษา 10 หยด เหรียญทอง 3,000 เหรียญ•
ลู่เหวินลองเปิดช่องเก็บของก็พบกับห้องขนาดเล็กที่มีของวางบนชั้นวางอย่างเป็ระเบียบ เหลือบมองไปเห็นเครื่องดื่มที่นำมาด้วยก็เศร้าใจ เ้าเปี๊ยกนี่ไม่กี่ขวบเอง กว่าจะได้กิน เฮ้อ..
[ระบบแนะนำให้ท่านทานยาบำรุงร่างกาย เพราะร่างกายนี้มีสภาพอ่อนแอ จากการขาดสารอาหาร และอาการป่วยเรื้อรังมาั้แ่แรกเกิดแล้วขอรับ]
ลู่เหวินเอาเม็ดยาออกมาแล้วกินเข้าไปโดยไม่ลังเล จากนั้นทั้งตัวก็เกิดอาการร้อนรุ่ม เจ็บลึกลงไปในกระดูก เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว สักพักก็รู้สึกอยากอาเจียน ลู่เหวินจึงรีบออกมาที่หลังห้องดินของตน อาเจียนเอาก้อนเืสีดำ และส่งกลิ่นเหม็นออกมา หลังจากอาเจียนไปสามครั้ง อาการทุกอย่างก็หายไป ลู่เหวินรู้สึกสดชื่นขึ้น จึงเอาดินข้างๆ ขึ้นมากลบรอยเืไว้ กันใครมาเห็นแล้วจะแตกตื่นว่ากองเืมาจากไหน
จากนั้นเดินไปตักน้ำล้างหน้า แล้วเดินสำรวจรอบๆ บ้าน บ้านหลังนี้มีลักษณะเป็บ้านเก่ามีการต่อเติมห้องด้านข้างเพิ่มมา ในบ้านหลักมีห้องนอน 4 ห้อง ห้องครัว 1 ห้อง และห้องเก็บของ 1 ห้อง ส่วนที่ต่อเติมเป็ห้องของครอบครัวลู่เหวิน เดินไปสักพักลู่เหวินก็กลับเข้าห้องเพราะไม่อยากเจอกับพวกบ้านใหญ่จอมเอาเปรียบนั่น เมื่อกำลังจะผลักประตูเข้าไป ก็มีคนเปิดประตูออกมาก่อน
“เ้าตัวเล็กไปไหนมา พี่ใหญ่กลับมาไม่เห็นเ้าบนที่นอนใแทบแย่ “เหวินลู่คงดุน้องชายตัวน้อยด้วยความเป็ห่วง
“นอนมาหลายวันข้ารู้สึกอึดอัดน่ะพี่ใหญ่ เลยออกมายืดเส้นยืดสายเสียหน่อยขอรับ”
หยางลู่คงพาน้องชายเข้าห้องแล้วปิดประตู “แล้วนี่เมื่อเช้ากินข้าวกินยาที่พี่รองยกมาหรือยัง”
“กินแล้วขอรับ”
“วันนี้พี่ใหญ่เจอไข่ไก่ป่าตอนไปเก็บฟืน เลยย่างแล้วรีบเอามาให้เ้า รีบกินซะ เดี๋ยวพวกบ้านใหญ่มาเห็นอดกินนะ”
หยางลู่เหวินมองเด็กชายที่อายุ 13 ปีคนนี้ หากเป็ยุคที่จากมา เด็กวัยนี้คงนั่งเล่นเกมหรือออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แล้ว แต่เด็กคนนี้รู้ความมาก เขาช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านทุกอย่าง
ความจนเป็แรงผลักดันให้เด็กๆ โตไวสินะ
“ขอบคุณขอรับ แบ่งกันกินนะพี่ใหญ่ เหวินเออร์ท้องเล็ก กินคนเดียวไม่หมดหรอก”
หยางลู่เหวินหยิบไข่ที่พี่ชายนั่งปอกให้มากิน แล้วหยิบป้อนพี่ชาย หยางลู่คงก็กินโดยดีเพราะเ้าตัวเล็กนี้หากให้กินคนเดียวคงดื้อดึงไม่ยอมกินง่ายๆ อ้างนู่นนี่เพื่อให้ทุกคนได้กินด้วยกัน
“พอแล้ว เ้ารีบกินเถอะ พี่ใหญ่กินข้าวแล้ว พี่ใหญ่ต้องรีบออกไปตักน้ำ เ้าอย่าซนนะ ถ้าหายป่วยดีแล้ว พี่จะพาเ้าไปบนูเา”
ลู่คงรอให้น้องชายกินเสร็จก็ยกคานหาบน้ำออกไป หลังจากหยางลู่คงออกไปแล้ว ก็มีเสียงดังมาจากบ้านใหญ่
“ไม่ได้ข้าไม่ให้ มีใครคนไหนเขาได้กินข้าวเที่ยงกันบ้าง เ้าตัวเล็กนั่นก็ป่วยแบบนี้มาตลอด ไม่ต้องให้อาหารมันวันละ 3 มื้อไปตลอดหรือไง”
ลู่เหวินคร้านจะสนใจ แต่ได้ยินเสียงที่คุ้นหูตอบไปว่า
“ท่านแม่เ้าคะ เหวินเออร์ป่วยหนักเพิ่งจะฟื้น หมอกู่บอกว่า่นี้ให้เพิ่มอาหารอีกมื้อเพื่อกินยาเ้าค่ะ ข้าขอต้มข้าวให้ลูกหน่อยนะเ้าคะ”
เย่หลินตอบกลับแม่เฒ่าด้วยเสียงสั่นเครือ
“นอกจากกินกับนอนป่วยแล้วทำอะไรได้บ้าง หมดเงินเท่าไหร่แล้ว ขนาดปู่มันที่ป่วยตายไป ยังไม่เสียค่าหมอมากเท่าเ้าตัวไร้ประโยชน์นี่เลย”
หลี่ฟางพูดจบก็เดินกลับเข้าห้องไป
ลู่เหวินรีบเข้ามาจับมือเย่หลินที่นั่งคุกเข่าอยู่ “ลุกขึ้นเถิดท่านแม่ ไม่ต้องเอาข้าวให้ข้าหรอกขอรับ ไปเถอะ”
“ไม่ๆ เ้าต้องกินยา ไปรอแม่ในห้องนะ เดี๋ยวแม่จะไปขออาหารที่ท่านย่ามาทำข้าวต้มให้เ้า”
ลู่เหวินเลยกระซิบที่ข้างหูของนาง “พี่ใหญ่แอบเอาไข่ไก่ป่ามาให้ข้ากินแล้วขอรับ”
นางเย่ได้ยินดังนั้นก็สีหน้าดีขึ้น “งั้นเ้าไปพักผ่อนเถอะ แม่ทำความสะอาดเสร็จแล้วจะต้มยาให้เ้า”
ลู่เหวินกลับเข้าห้อง “เสี่ยวหยิน เหรียญทองในระบบสามารถแลกเปลี่ยนเป็เงินของยุคนี้ได้ไหม”
[ไม่ได้ขอรับ เหรียญทองมีไว้สำหรับการเพิ่มระดับ และแลกเปลี่ยนสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าเท่านั้น]
“งั้นคงต้องเอาของที่เตรียมมา แบ่งขายไปบ้างคงจะพอเป็เงินเก็บหากมีโอกาสแยกบ้าน”
[ระบบขอแจ้งให้ทราบว่าระดับห้างสรรพสินค้าของท่านในตอนนี้ สามารถนำของที่นำติดตัวมาออกจากช่องเก็บของได้วันละ 1 จิน แต่หากเป็ของยุคนี้ที่ท่านเก็บเข้าไป จะเอาออกมาเท่าไหร่ก็ได้ขอรับ หาก้านำออกมาได้มากกว่านี้กรุณาอัพเกรดระดับขอรับ]
“อืม..งั้นอัพเกรดระบบเลยเสี่ยวหยิน” จากนั้นก็ปรากฏหน้าจอขึ้นตรงหน้าของลู่เหวิน
•ยืนยันการอัพเกรด ระบบห้างสรรพสินค้าเป็ระดับสอง ค่าใช้จ่ายเหรียญทอง 1000 เหรียญ•
“ตกลง”
[อัพเกรดเสร็จสิ้น ระบบห้างสรรพสินค้าเพิ่มเป็ระดับสอง ท่านสามารถนำของออกจากห้องเก็บของ ได้ 2 จินและเปิดใช้งานคำสั่ง “ค้นหา”]
“เสี่ยวหยิน เหรียญทองที่มีสามารถอัพเกรดได้ถึงระดับไหน”
[เรียนนายท่าน ระดับสองคือขีดจำกัดของท่านตอนนี้ขอรับ เงื่อนไขในการอัพเกรดครั้งต่อไป คือเหรียญทอง 5000 เหรียญ และต้องขายสินค้าให้แก่ระบบ 1000 เหรียญ ขอรับ]
“เห้อ เื่เยอะสุดๆ เลยเ้าระบบนี่ ข้าขายอะไรได้บ้าง”
[พืช สัตว์ สมุนไพร แร่ต่างๆ หรืออะไรก็ตามที่ท่านค้นพบและระบบประเมินว่าสามารถรับซื้อได้ขอรับ]
“แล้วเ้าสามารถค้นหาอะไรได้บ้าง”
[ข้าสามารถค้นหาทุกอย่างที่สามารถแลกเปลี่ยนกับระบบในระยะ 50 จั้ง และขอแจ้งว่าข้าจะทำการค้นหาเมื่อได้รับคำสั่งเท่านั้น เว้นแต่นายท่านจะตกอยู่ในอันตรายจึงจะได้รับอนุญาตให้แจ้งเตือนฉุกเฉินขอรับ]
หลังจากคุยกับหยินเสร็จ นางเย่ก็เข้ามาเช็ดตัวให้ลู่เหวิน พอเช็ดตัวเสร็จพี่สาวฝาแฝดก็วิ่งมาแจ้งข่าวด้วยความยินดี
“ท่านพ่อกลับมาแล้ว ท่านแม่..ท่านพ่อกลับมาแล้วเ้าค่ะ”
ลู่เหวินตื่นเต้นมาก หากท่านแม่หน้าเหมือนแม่ของเขาในภพที่แล้ว แล้วท่านพ่อจะเหมือนไหมนะ ชายร่างผอมสูงเดินผ่านประตูเข้ามา เมื่อลู่เหวินเห็นหน้าก็ร้องไห้ออกมา เหมือนมากๆ ขนาดไฝที่หางคิ้วยังมีเหมือนกัน หยางเฉิงเห็นลูกชายร้องไห้ก็รีบเข้าไปกอด
“เหวินเออร์ เป็อย่างไรบ้างลูก เ้าดูดีขึ้นขึ้นมากเลย ไม่ต้องร้องไห้แล้ว พ่อกลับมาแล้ว”
“ข้าคิดถึงท่านพ่อมากๆ เลยขอรับ”
ลู่เหวินพูดพร้อมกระชับอ้อมกอด เขาโชคดีจริงๆ ที่ได้มาที่นี่ มาเจอพ่อกับแม่อีกครั้ง
“พ่อก็คิดถึงและเป็ห่วงเ้ามากๆ ลุกขึ้นเถอะ เดี๋ยวพ่อจะพาเ้าไปบ้านหมอกู่”