คนที่มาไม่ใช่หนึ่ง แต่เป็สอง
หญิงสาวอยู่ในชุดสีแดง ใบหน้าดุจตุ๊กตา น่ารักจิ้มลิ้มทว่าสัดส่วนกลับอวบอิ่ม ให้ความรู้สึกแปลกใหม่มีเอกลักษณ์ ส่วนบุรุษข้างกายนางสวมชุดไหมสีครามขอบด้ายทอง ชุดอาภรณ์ขับเน้นร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลาเกินสามัญ แต่กระนั้นที่สะดุดตาคนที่สุดยังเป็ั์ตาสีเทาเงินคู่นั้น ประกายเย็นเยียบไหววูบทำให้คนยำเกรง ไม่กล้าเข้าใกล้
ร่างหญิงสาวแทบจะแนบจมไปในตัวบุรุษอีกมือหนึ่งของบุรุษโอบเอวหญิงสาวไว้ ทั้งสองคนดูแล้วสนิทชิดเชื้อยิ่ง
ฉากภาพนี้นำพามาซึ่งแววตาริษยาของหญิงสาวทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์
ทว่าความสนใจของกู้สุ่ยเย่ว์กลับหยุดอยู่ที่นัยน์ตาสีเทาเงินคู่นั้น คนผู้นี้แปลกหน้า แต่นัยน์ตาสีเทาเงินคู่นั้นกลับคุ้นตายิ่ง บุรุษสวมหน้ากากผู้นั้นอีกทั้ง เห็นได้ชัดว่าบุรุษผู้นี้ก็คืออวิ๋นอ๋องกงซุนอี้!
บุรุษสวมหน้ากากที่ชอบโผล่มาช่วยนางมากมายหลายครั้งดุจภูตผีทั้งยังเอ่ยวาจาระคายหูผู้นั้นคือกงซุนอี้!
นางพบศัตรูคู่แค้นนานแล้วทว่าศัตรูคู่แค้นคนนี้กลับช่วยนางมากมายหลายครั้งกู้สุ่ยเย่ว์ใช้เวลาพักหนึ่งกว่าจะย่อยความจริงเื่นี้ได้
สายตากงซุนอี้วาดผ่านใบหน้ากู้สุ่ยเย่ว์ไปเหมือนเห็นคนแปลกหน้าก็ไม่ปาน ไม่ได้หยุดชะงักเลยสักนิด
กงซุนอี้โอบหญิงสาวเดินมาตรงหน้าพระชายาผู้เฒ่า “เสด็จแม่”
พระชายาผู้เฒ่าพยักหน้า
กงซุนอี้นั่งลงบนที่นั่งหลักอีกที่ส่วนสตรีนางนั้นนั่งลงบนตักกงซุนอี้ตรงๆ แววตาชดช้อยจับจ้องกู้สุ่ยเย่ว์
“หม่อมฉันยินดียิ่งที่สุขภาพท่านอ๋องฟื้นคืนแล้ว”อวี้ฉือซิ่วที่ถูกกักบริเวณเดินออกมาถวายบังคมอวิ๋นอ๋องที่อยู่ด้านหน้าอย่างชดช้อย เอ่ยขึ้น
อวี้ฉือซิ่วถวายบังคมเสร็จ สายตากวาดมองกู้สุ่ยเย่ว์แววตาฉายแววเหยียดหยัน ท่านอ๋องที่บอกว่าป่วยไม่ร่วมห้องกับพระชายาใหม่ พริบตาเดียวกลับโอบอนุรักอีกคนมา ป่วยเป็นแค่ข้ออ้าง ความจริงแล้วอวิ๋นอ๋องไม่ได้ชอบพระชายาคนใหม่ นี่ถือเป็นการตีแสกหน้ากู้สุ่ยเย่ว์ตรงๆแต่กระนั้นนางกลับไม่เห็นสีหน้าแววตาเสียใจจากใบหน้ากู้สุ่ยเย่ว์เลยสักนิด
กู้สุ่ยเย่ว์หาที่นั่งนั่งลงตามองจมูก จมูกชี้ใจ ทำราวกับเป็ผู้ดูชม นิ่งเฉยไม่ขยับ
ทว่าหน้าพระชายาผู้เฒ่ากลับคงไว้ไม่อยู่แล้ว เมื่อครู่นางยังปลอบกู้สุ่ยเย่ว์อยู่เลยว่าเพราะท่านอ๋องไม่สบายถึงไม่ได้ร่วมหอกับกู้สุ่ยเย่ว์การมาถึงของลูกชายถือเป็การหักหน้านาง
ไม่เอ่ยยังพอทำเนาทว่าพออวี้ฉือซิ่วเอ่ยถึง หน้าพระชายาผู้เฒ่าพลันรู้สึกแสบร้อนนักสายตาที่นางมองไปทางอวี้ฉือซิ่วพลันเย็นเยียบลงทันใด
สาวใช้ข้างกายดึงแขนเสื้อนาง อวี้ฉือซิ่วถึงสัมผัสได้ถึงแววตาไม่พอใจของพระชายาผู้เฒ่านางรีบหดตัวกลับไป แต่กระนั้นทั้งหมดล้วนสายไปแล้ว“อวี้ฉือซิ่ว เ้าล้วนถูกกักบริเวณแล้วไม่ควรอยู่ที่นี่แล้ว” พระชายาผู้เฒ่าเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ข้าผู้เฒ่าล้าแล้วไปพักผ่อนก่อนแล้ว” พูดจบก็ให้มามาชราประคองไปที่ห้องนอน
พระชายาผู้เฒ่าจากไปแล้วในห้องเหลือแต่ท่านอ๋องและสวนบุปผาหลังบ้านเขา
เดิมทีการที่สตรีกลุ่มหนึ่งอยู่ด้วยกันก็ไม่มีทางมีเื่ดีอะไรได้โดยเฉพาะตอนที่พวกนางมีบุรุษคนเดียวกันเหมือนสุนัขกลุ่มหนึ่งกำลังรุมล้อมกระดูกชิ้นหนึ่งจะต้องแก่งแย่งกันจนเืตกยางออก
ที่โชคร้ายคือกู้สุ่ยเย่ว์ก็เป็หนึ่งในกลุ่มสุนัขเหล่านี้
กู้สุ่ยเย่ว์เงยหน้าขึ้น มองอวิ๋นอ๋องผู้สูงศักดิ์ส่วนสตรีที่อยู่ข้างกายเขาคงเป็ชายารองอาสื่อน่าเหยียน อาสื่อน่าเหยียนเหมือนชาวจงหยวนยิ่ง เกิดมาหน้าตาจิ้มลิ้มแต่องคาพยพทั้งห้าไม่ได้โอนอ่อนเหมือนชาวจงหยวนให้ความรู้สึกขึงขังดุดันกว่าหลายส่วนมีเอกลักษณ์เฉพาะของชาวต่างเผ่าอยู่ส่วนหนึ่ง
อาสื่อน่าเหยียนมุดออกจากอกอวิ๋นอ๋อง เดินตรงมาตรงหน้ากู้สุ่ยเย่ว์กู้สุ่ยเย่ว์เป็พระชายาเอก อาสื่อน่าเหยียนเป็ชายารองกู้สุ่ยเย่ว์เป็ภรรยา นางเป็อนุ ตามลำดับศักดิ์ อาสื่อน่าเหยียนต้องถวายบังคมนางเคารพนาง แต่กระนั้นอาสื่อน่าเหยียนกลับไม่มีท่าทางเคารพนอบน้อมเลยสักนิดแต่กลับเชยคางนางขึ้นตรงๆ จ้องั์ตานาง “เ้าคือกู้สุ่ยเย่ว์รึ”
ในห้องพลันเงียบสงัด
คนที่กล้าท้าทายอวดดีเช่นนี้คงมีแต่อาสื่อน่าเหยียนแล้ว
อวิ๋นอ๋องผู้สูงศักดิ์ไม่ได้มีท่าทีโกรธเกรี้ยวแม้เพียงนิด สีหน้าเอ็นดู คล้ายปล่อยปละไม่สนใจการกระทำของอาสื่อน่าเหยียนมีเพียงกู้สุ่ยเย่ว์ที่มองความสนุกเริงร่าในสายตาเขาออก
ดูชมละครรึ
หึ!
กู้สุ่ยเย่ว์ยื่นมือออกไป ปัดมือที่เชยคางนางออก มองอาสื่อน่าเหยียน “ใช่แล้วอย่างไร”สีหน้าอาสื่อน่าเหยียนฉายแววประหลาดใจ “หืมใบหน้านี้ช่างมีเอกลักษณ์โดดเด่นนัก เหตุใดท่านอ๋องถึงไม่ชอบกัน”
กู้สุ่ยเย่ว์พลันขยับเข้าใกล้ กลีบปากแดงขยับใช้เสียงที่ได้ยินแค่อาสื่อน่าเหยียนเอ่ยขึ้น“บางทีอาจเพราะฝีมือบนเตียงไม่ดีเท่าเ้า”
ดวงตาอาสื่อน่าเหยียนเบิกกว้างอยู่ชั่วขณะหลังจากนั้นก็ถลึงตาใส่กู้สุ่ยเย่ว์แรงๆ
อาสื่อน่าเหยียนมองอวิ๋นอ๋องั์ตางามไร้เดียงสาและนึกสงสัย “นายท่าน เหตุใดท่านไม่ชอบพี่หญิงเล่า”
กงซุนอี้ลูบไล้นิ้วมือตน ั์ตาเย็นะเืจ้องกู้สุ่ยเย่ว์พักหนึ่งเอ่ยเข้าคู่กับอาสื่อน่าเหยียน “นางมีตรงไหนคู่ควรให้ข้าชอบกัน งดงามไม่สู้ชิวหลันสง่าไม่สู้ซีอวี้ น่ารักไม่เท่าเหยียนเอ๋อร์...” พร้อมกันนั้นเขายังมองหน้าอกกู้สุ่ยเย่ว์เป็นัยๆ
กู้สุ่ยเย่ว์ที่วางตัวเคร่งขรึมมาโดยตลอดหลุดมาดอดมองหน้าอกตนเองสายตาหนึ่งไม่ได้
เจ้าของร่างเดิมได้รับสารอาหารไม่เพียงพอมานาน ดังนั้นร่างกายจึงผอมบาง เรื่องหน้าอก...กู้สุ่ยเย่ว์มองหน้าอกอาสื่อน่าเหยียนสายตาหนึ่งรู้สึกยอมแพ้ทันใด อวิ๋นอ๋องดูแคลนไม่ไว้หน้าพระชายาคนใหม่ของตนต่อหน้าเหล่าอนุคำรบหนึ่ง การกระทำนี้ของอวิ๋นอ๋องเห็นชัดว่าไม่เหลือทางรอดใดๆในจวนอ๋องให้กู้สุ่ยเย่ว์เลยสักนิดั์ตาอาสื่อน่าเหยียนกลิ้งกลอกรู้สึกเหมือนคาดคะเนตำแหน่งกู้สุ่ยเย่ว์ในใจอวิ๋นอ๋องได้แล้ว
ไม่ได้สติไม่ดีแล้วอย่างไร ปากคอเราะรายแล้วอย่างไรอยู่ในจวนอ๋อง อวิ๋นอ๋องถือเป็ฟ้า หากอวิ๋นอ๋องไม่โปรดปราน ไม่ว่าอะไรก็ไม่ใช่
นางเดินไปตรงหน้ากู้สุ่ยเย่ว์อีกครั้ง โน้มกายลงั์ตาคู่สบสายตากับกู้สุ่ยเย่ว์ ในแววตาทอประกายไม่ยินยอมออกมา “พี่หญิงเ้าได้ยินวาจาท่านอ๋องแล้วหรือไม่”
อาสื่อน่าเหยียนเอ่ยจบ มือพลันยื่นไปทางกู้สุ่ยเย่ว์นางเป็นสตรีชาวทูเจวี๋ย ชาวทูเจวี๋ยสู้เก่ง สตรีก็ไม่แตกต่างดังนั้นวิชาต่อสู้ของสตรีจึงดีมาก ชั่วขณะนั้นนางออกมือเร็วยิ่งจู่โจมไปที่หน้าอกกู้สุ่ยเย่ว์ กู้สุ่ยเย่ว์ป้องปัดตามสัญชาตญาณ ทว่าชั่วขณะนั้นอาสื่อน่าเหยียนกลับล้มลงกับพื้นอย่างจังใบหน้านวลขาวกลายเป็นซีดเผือดทันใด นัยน์ตากลมโตทอประกายวาวเรื่อเพราะความเจ็บ “พี่หญิง วาจาที่ท่านอ๋องพูดบางทีอาจทำให้พี่หญิงไม่พอใจ แต่ความชอบของท่านอ๋องไม่เกี่ยวอันใดกับข้าเหตุใดพี่หญิงต้องระบายอารมณ์ใส่ตัวข้าด้วย” อาสื่อน่าเหยียนขบเม้มริมฝีปากเอ่ยดูแล้วน่าสงสารนักกู้สุ่ยเย่ว์อดรู้สึกชื่นชมความสามารถขององค์หญิงอาสื่อน่านางนี้ไม่ได้
องค์หญิงท่านนี้ลองเชิงทีละขั้น ค่อยๆ ต้อนคนคาดคะเนตำแหน่งนางในใจอวิ๋นอ๋องก่อนหลังััได้ว่าอวิ๋นอ๋องไม่ให้ความสำคัญนางแล้วก็คิดปองร้ายนางอย่างอุกอาจการกระทำเมื่อครู่ของอาสื่อน่าเหยียนเป็แค่การข่มหลอกที่้าคือให้กู้สุ่ยเย่ว์ลงมือมีแค่กู้สุ่ยเย่ว์ที่รู้ว่าเมื่อครู่ตนทำเพียงป้องกัน ไม่ได้โจมตียิ่งไม่มีทางผลักอาสื่อน่าเหยียนล้มลงกับพื้นได้
ทว่าไม่มีผู้ใดสนใจรายละเอียดในนี้ที่ทุกคนเห็นล้วนแต่เป็กู้สุ่ยเย่ว์บันดาลโทสะผลักอาสื่อน่าเหยียนล้มลงกับพื้น
พระชายาเอกที่ไม่ได้รับการโปรดปรานเผชิญหน้ากับพระชายารองผู้ได้รับความโปรดปรานคนจำนวนมากพากันตื่นเต้นขึ้นมา อยากเห็นการแสดงท่าทีของอวิ๋นอ๋อง
“นายท่าน ขาข้าหักแล้ว นายท่านต้องคืนความเป็ธรรมให้ข้า”อาสื่อน่าเหยียนมองกงซุนอี้สายตาหนึ่ง ความรวดร้าวออดอ้อนในแววตาวูบไหวดูน่าสงสารยิ่ง ทว่าก็ดูน่าเอ็นดูหาใดเปรียบเช่นกัน
กงซุนอี้ลุกจากเก้าอี้ เดินมาตรงหน้าอาสื่อน่าเหยียนคิดจะประคองนางขึ้น ทว่านางกลับตัวติดแน่นอยู่บนพื้น เห็นชัดว่าไม่ยินยอมใบหน้าหล่อเหลาของกงซุนอี้ฉายแววจนปัญญา“เหยียนเอ๋อร์้าเช่นไรเล่า”เขามองออกอยู่แล้วว่าชายารองเขาเสแสร้ง ไม่ได้ขาหักจริงๆ
“เหยียนเอ๋อร์ได้รับความไม่เป็ธรรมนายท่านต้องคืนความเป็ธรรมให้เหยียนเอ๋อร์ ไม่เช่นนั้นให้เหยียนเอ๋อร์เจ็บจนตายดีกว่า”
“คืนความเป็ธรรมเช่นไรรึ”
“ไม่สู้ให้พี่หญิงลิ้มลองรสชาติของการขาหักดูบ้าง” ดวงตาอาสื่อน่าเหยียนกลิ้งกลอก เอ่ยขึ้นกงซุนอี้ไม่ลังเล เอ่ยกับอากาศธาตุ “เย่อิง”
ชั่วขณะนั้น คนในชุดดำปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุ
“หักขานาง” กงซุนอี้ชี้กู้สุ่ยเย่ว์พร้อมกับเอ่ยขึ้น
ใบหน้าอาสื่อน่าเหยียนทอแววได้ใจเล็กๆกงซุนอี้เกาจมูกจิ้มลิ้มนางอย่างเอ็นดู
กู้สุ่ยเย่ว์ “...”ชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้คิดจะเคี่ยวกรำนางแล้วยังพลอดรักราวกับอยู่กันแค่สองคนอีกหากนางไม่โต้แย้งอยู่เช่นนี้ ไม่เพียงต้องถูกหักขาเลิกพูดถึงการกุมอำนาจเรือนหลังได้เลย แม้แต่ที่ให้ยืนหยัดคงไม่เหลือ
ในชั่วขณะที่เย่อิงเข้าใกล้ กู้สุ่ยเย่ว์กันแขนเขาไว้เอ่ยกับอวิ๋นอ๋อง “ท่านอ๋องให้ข้าตรวจดูบาดแผลของพระชายาอาสื่อน่าก่อนได้หรือไม่ หากนางแค่กระดูกปริแตก แต่ข้าต้องถูกหักขา เช่นนี้แล้วจะเรียกว่ายุติธรรมได้หรือ”เย่อิงมองอวิ๋นอ๋องอย่างลังเลเมื่อเข้าใจความ้าของเ้านาย เขาก็ถอยฉากหลบไป
กู้สุ่ยเย่ว์เดินมาตรงหน้าอาสื่อน่าเหยียนยื่นมือวางลงบนขาอาสื่อน่าเหยียน
ความเจ็บชาถี่ๆ แพร่พระจายจากข้อเท้าอาสื่อน่าเหยียนไปทั่วร่างตอนที่นางทนไม่ไหวคิดร้องออกมากลับได้ยินกู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยขึ้นเสียก่อน“เ้ากุมตรงนี้อยู่ตลอด หมายความว่าตรงนี้หักแล้วรึข้าจี้จุดชีพจรตรงนี้ให้เ้าแล้ว หากว่าหักจริง เ้าไม่มีทางรู้สึกเจ็บอันใดได้หากว่าไม่หัก เช่นนั้นถึงจะเจ็บ”
ใบหน้าเรียวของอาสื่อน่าเหยียนเจ็บจนบิดเบี้ยวได้ยินวาจานี้ กลืนเสียงกรีดร้องกลับลงไป
เด็กสาวคนนี้ทนเก่งจริงๆ
กู้สุ่ยเย่ว์เปลี่ยนไปอีกด้าน กดลงไป
ความเจ็บเช่นนี้ยากจะเอ่ยบรรยายหน้าอาสื่อน่าเหยียนบิดเบี้ยวแล้ว เอ่ยเสียงแหลม “พี่หญิง ไม่ต้องกดแล้วดูท่าขาข้าจะไม่ได้หัก เมื่อครู่ข้าคงเข้าใจผิดไปเอง”
กู้สุ่ยเย่ว์ถึงค่อยคลายมือออก นางมองกงซุนอี้ ในแววตาฉายแววท้าทายอย่างเห็นได้ชัด “ท่านอ๋อง ขาพระชายารองไม่ได้หักเช่นนั้นคงไม่ต้องลงโทษหักขาหม่อมฉันแล้วกระมัง”
กงซุนอี้พยักหน้า
อาสื่อน่าเหยียนแค้นจนอยากชกกำปั้นลงพื้นให้เป็รูหากรู้ว่ากู้สุ่ยเย่ว์เขี้ยวลากดินเช่นนี้ นางก็ควรหักขาตนเองจริงๆ
ยังมีอีกจุดหนึ่งที่นางคิดไม่ออกหากท่านอ๋องไม่สนใจกู้สุ่ยเย่ว์จริงๆเช่นนั้นก็ควรเล่นละครต่อไปกับนาง ไม่ให้กู้สุ่ยเย่ว์พลิกกลับสถานการณ์ได้ถึงจะถูก