ไป๋ชิงหลบเลี่ยงออกจากศูนย์วิจัยอาวุธชีวภาพอย่างรีบร้อน แต่ในความรู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอยตามมา อยู่ดีๆ มีเงาดำมืดะโออกมาขวางทางเดินของไป๋ชิง
“พวกแกเป็ใคร ้าอะไร"
ไป๋ชิงถามออกไป แต่ไม่ทันที่จะพูดจบประโยคก็โดนคนชุดดำะโเข้ามากระชากกระเป๋าโน๊ตบุ๊คในมือจนหลบแทบไม่ทัน
พอเห็นดังนั้นไป๋ชิงะโหลบและขว้างะเิควันออกไปเพื่อหลบหนีและรีบพุ่งทะยานไปทางหน้าต่างที่ใกล้ที่สุด และะโจากตึก 30 ชั้น พร้อมถอดเสื้อกราวน์สีขาวและกระตุกสายร่มชูชีพเล็กที่ด้านหลัง
ลอยไปไม่ไกลก็มีห่าะุยิงมานับไม่ถ้วนโดนขาซ้ายและอกขวาอย่างจัง ยังไม่นับที่ถากๆ อีกหลายจุด ไป๋ชิงกัดฟันจนลงสู่พื้นอย่างปลอดภัยและลอบหลบไปในความมืดขึ้นรถแท็กซี่มาสู่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์แห่งหนึ่งที่ห่างไกลผู้คน จนเมื่อเจอเพื่อนที่รอคอยอยู่ไป๋ชิงก็ยิ้มมุมปากก่อนจะสลบไป
หลังจากสลบไป 7 วัน 7 คืน
ไป๋ชิงฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาลของประเทศตัวเองโดยสังเกตจากตัวหนังสือที่ข้างเตียง หลังจากไปสืบข่าวอาวุธชีวภาพในต่างแดนจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดกลับมา ร่างกายาแล้วนเจ็บจนแทบขาดใจแค่นอนเฉยๆ ยังทรมาน สักพักมีเ้าหน้าที่เดินมาพร้อมเอกสารยื่นให้ไป๋ชิงอ่านนั่นคือใบหยุดพักงานชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนดเนื่องจากอาการาเ็แต่ยังได้เงินเดือนปกติเพียงแต่งดรับงานใดๆ และพักผ่อนอย่างเดียวหลังจากไม่เคยหยุดพักเลยมาตลอดั้แ่ทำงานมา
1 ปีผ่านไป
อาการาเ็ล้วนดีขึ้นทุกอย่างยกเว้นขาซ้ายที่โดนยิงเส้นประสาทขาดแม้จะทำกายภาพบำบัดแล้วแต่ก็เดินเหินไม่ได้อย่างใจและขาซ้ายยังไม่ค่อยมีแรงบางครั้งต้องใช้ไม้ค้ำยันเมื่อเดินเยอะๆ เพื่อประคองร่างกายจนเมื่อออกมาพักฟื้นที่บ้านสักพักก็มีเอกสารทางทหารส่งมาแจ้งว่าไป๋ชิงถูกปลดประจำการ ในใจไป๋ชิงนั้นวูบโหวงแปลกๆ เพราะทั้งชีวิตั้แ่สูญเสียพ่อแม่ไปในวัย 20 ต้นๆ ก็มีแต่งานที่ทำในอดีตเท่านั้นเป็สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่จะทำอย่างไรได้เมื่อให้ปลดประจำการพร้อมเงินำาญตลอดชีพก็ถือซะว่าพักผ่อนไวขึ้นหน่อยละกันในวัย 30 ปลายๆ แบบนี้