ตอนที่ 1 ปัญหาชีวิต
เหมันต์(พี่เหม) เ้าของสวนองุ่นที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงราย เขาเป็ลูกคนเล็กมีพี่ชายหนึ่งคนชื่อพีรเดช(พี่พี) พี่ชายของเขาได้แต่งงานมีครอบครัวไปแล้วส่วนเขาในวัยสามสิบแปดปียังคงโสดสนิท ความรักครั้งล่าสุดที่ไม่สมหวังทำให้เขาไม่อยากเปิดใจให้ผู้หญิงคนไหนอีกเลย
กระต่าย(ต่าย) เ้าของร้านจัดดอกไม้ในตัวจังหวัดเชียงใหม่ เธอไม่มีโอกาสได้ร่ำเรียนหนังสือเหมือนเด็กทั่วไปเธอจึงเลือกเรียนวิชาเฉพาะด้านแทน หวังเอาความรู้ที่ได้มาไว้ทำมาหากินเลี้ยงตัวเอง เธอเริ่มจัดดอกไม้จากร้านเล็กๆ ั้แ่อายุสิบแปดปัจจุบันเธอมีอายุยี่สิบห้าปีเต็ม ร้านของเธอขยายใหญ่กว่าจากแต่ก่อนนี้มาก เธอมีรายได้เลี้ยงตัวเองมาจากงานจัดดอกไม้แต่ชีวิตของเธอกลับไม่ได้สวยงามเหมือนดอกไม้ในร้านที่เธอจัด
พ่อกับแม่ของเธอแยกทางกันพ่อมีภรรยาใหม่ั้แ่เธอยังเด็ก ไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดู ส่วนแม่ก็มีสามีใหม่แถมแม่ยังชอบมาขอเงินเธอเพื่อเอาไปบำรุงสามีใหม่อยู่บ่อยๆ ส่วนพ่อเลี้ยงทุกครั้งที่แม่ของเธอเผลอ ผู้ชายคนปัจจุบันก็มักจะชอบมาแอบลวนลามเธอเป็ประจำนี่จึงเป็เหตุผลที่เธอต้องขอแยกออกมาอยู่ส่วนตัวร้านดอกไม้จึงเป็ทั้งบ้านและที่ทำงานของเธอ
“กริ๊ง!...”เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นทำให้เ้าของร้านรู้ได้ทันทีว่ามีคนเปิดประตูเข้ามาในร้าน
“เชิญค่ะ”เสียงหวานหูเอ่ยต้อนรับคิดว่าเป็ลูกค้าแต่ทว่าคนที่เดินเข้ามากลับไม่ใช่ลูกค้าอย่างที่เธอคิด
“กูเอง”เสียงที่ได้ยินกี่ครั้งก็รู้สึกรังเกียจทุกครั้ง คนที่เดินเข้ามาคือสามีแม่พ่อเลี้ยงของเธอนั่นเอง
“มาทำไม”เธอหันไปมองคนที่เดินเข้ามาใหม่ทันใดนั้นสีหน้ายินดีเมื่อสักครู่ก็เปลี่ยนเป็บึ้งตึงทันทีเธอไม่ต้อนรับผู้ชายคนนี้ทุกกรณี
“แม่มึงให้กูมายืมเงิน”
“ไม่มี ถึงมีก็ไม่ให้”คนที่เธอไม่อยากให้ก็คือคนที่มายืมต่างหาก
“อีลูกอกตัญญู!”
“เป็ผัวแต่ชอบทำตัวเป็ปลิง!”ด่ามาด่ากลับ! ถึงแม้ว่าผู้ชายตรงหน้าจะมีอายุมากกว่าเธอหลายปีก็ตาม
“อีนี่! ปากดีนัก กูอายุเท่าไหร่แล้วมึงอายุเท่าไหร่”
"นิสัยสันดานเสียแบบนี้ต่อให้อายุเป็ร้อยหนูก็ไม่เคารพหรอก ออกจากร้านไปเดี๋ยวนี้เลยนะ"
"เอาเงินมาก่อนแล้วกูจะไป"
“เป็ผัวก็ควรทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวหาเงินเลี้ยงดูเมีย แต่นี่นอกจากจะไม่หาเงินแล้วยังทำตัวเป็ปลิงดูดเือีกต่างหาก”
".........." เมื่อเธอไม่ยอมให้แต่โดยดีผู้ชายที่เป็สามีของแม่ จึงค่อยๆก้าวเท้าเดินเข้ามาหาสีหน้าของเขาดูจริงจังน่ากลัว กระต่ายจึงแสร้งทำเป็ใจดีสู้เสือแต่ใจในของเธอรู้สึกกลัวทุกครั้งที่เห็นหน้าผู้ชายคนนี้
“อย่าเข้ามานะ!”ด้านหน้าร้านเป็กระจกใส แน่นอนว่าคนด้านนอกคงเห็นเธอได้ไม่ยากก่อนหน้านี้เธอได้บอกเพื่อนบ้านข้างเคียงไว้แล้วว่าถ้าผู้ชายคนนี้มาให้มองดูเธอด้วย เพราะนั่นหมายความว่าเธออาจจะมีอันตราย
“กูขอยืมสองหมื่น”ครั้งนี้ขอเยอะกว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมา...จะเอาไปทำอะไร?
"ขอยืม!ที่ยืมไปใช้คืนก่อนมั้ย ไม่อายบ้างหรือไง มาขอเงินเด็กใช้"
"ครั้งนี้กูกับแม่ของมึงมีความจำเป็ต้องใช้เงินจริงๆ"
“อย่าเอาแม่มาอ้าง”ถ้าไม่เดือดร้อนจริงๆ แม่ไม่มาขอหรอก แต่ทุกครั้งที่แม่มาขอต่อครั้งก็แค่หลักพันเท่านั้น
“แม่มึงรู้ จะให้หรือไม่ให้”
“ไม่ให้!”เธอรู้สึกเหม็นขี้หน้าผัวแม่คนนี้มาก หลังจากที่พ่อกับแม่แยกทางกันแม่ของเธอก็มีผัวใหม่มาตลอด ที่ผ่านๆมามีดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่คนนี้เลวสุดแต่แม่ของเธอกลับอยู่กับคนนี้ได้นานที่สุดเช่นกันและแล้วฝ่ามือหยาบกร้านก็คว้าจับมาที่ข้อมือของเธอทันที
“ปล่อยนะ ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”เธอรีบร้องให้คนช่วยพร้อมกับสะบัดข้อมืออย่างแรงเพื่อให้หลุดออกจากการจับกุมของผู้ชายสารเลวตรงหน้า
“กริ๊ง!...ไอ้แสนมึงเป็แค่พ่อเลี้ยง ปล่อยไอ้ต่ายเดี๋ยวนี้เลยนะถ้าไม่อย่างนั้นกูจะแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้”และแล้วลุงมิ่งร้านขายไวน์ข้างเคียงก็เปิดประตูเข้ามาช่วย
"อย่ามายุ่ง!"
"ลุง...ช่วยหนูด้วยะโดังๆเลย"
"อีต่ายหุบปาก!ถ้าไม่อยากโดนตบ"
"จะตบก็ตบเลยกูอยากเอามึงเข้าคุกตั้งนานแล้ว"
"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!ไอ้แสนมันกำลังทำร้ายไอ้ต่าย" เสียงลุงมิ่งร้องให้คนช่วยและแล้วเพื่อนบ้านร้านข้างเคียงก็ทยอยพากันเดินเข้ามามองเห็นได้ชัดจากด้านในเพราะหน้าร้านเป็กระจกใส
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง”ทันใดนั้นคนขี้ขลาดอย่างไอ้แสนก็ยอมปล่อยมือแล้วรีบเดินออกจากร้านไปด้วยความรวดเร็ว
“ขอบคุณมากนะจ๊ะลุง”
"เป็ยังไงบ้างไอ้แสนมันทำร้ายอะไรมึงมั้ย"
"ไม่จ้าขอบคุณทุกคนมากที่มาช่วย" เมื่อเห็นว่ากระต่ายไม่ได้มีอันตรายอะไรพ่อค้าแม่ค้าร้านข้างเคียงจึงพากันเดินกลับออกไป เหลือแค่ลุงมิ่ง
“คนแบบนี้เมื่อไหร่มันจะตายๆไปสักที”
“นั่นสิจ๊ะ สงสารก็แต่แม่ ไม่รู้เวรกรรมอะไรถึงได้มาเจอคนแบบนี้”ในขณะที่แสนเดินออกจากร้านไปแล้ว เก้าก็เดินเข้ามาในร้าน
นพเก้าหรือเก้า เป็เพื่อนกับกระต่ายั้แ่สมัยเรียนที่บ้านมีโรงหมักไวน์ที่ทำจากผลไม้ตามฤดูกาลที่หาได้สำหรับมาตรฐานคุณภาพไวน์ตรงตามที่มาตรฐานสมาคมไวน์ไทยกำหนดทุกอย่างส่วนหน้าร้านขายปลีกและขายส่ง มีพ่อของเขาคอยดูแลช่วยตรงส่วนนี้ให้
“พ่อ ไอ้ต่ายน้าแสนมาอีกแล้วเหรอเห็นหลังไวๆ”
“อือ...”
“วันนี้ไอ้หน้าตัวเมียนั่นมันมาพูดอะไรอีก”
“ขอเงินสองหมื่น”
“เงินไม่ใช่น้อย มันจะเอาไปทำอะไร”
“นั่นสิหนูก็ไม่รู้เหมือนกันปกติที่เคยมาขอก็พันสองพัน วันนี้มาแปลกจะเอาตั้งสองหมื่นเื่อะไรหนูจะให้”
“แล้วแม่เอ็งรู้เื่นี้มั้ย”
“น้าแสนบอกว่าแม่รู้แต่หนูไม่เชื่อมันหรอก”
“อือ...ตอแหลจนเคยตัวไม่รู้อะไรจริง อะไรไม่จริง”
“นั่นสิ แล้วน้าแสนทำอะไรเอ็งหรือเปล่าไอ้ต่าย”
“ยังไม่ทันได้ทำอะไรพอดีลุงมิ่งเข้ามาช่วยก่อน ขอบคุณลุงมากนะจ๊ะ”
“กลางวันแสกๆมันยังกล้ามืดค่ำยังไงก็ปิดร้านให้ดี กลางคืนมีคนเรียกก็อย่าออกมา”
“จ้าลุง หนูรู้”
“อือ งั้นลุงกลับร้านก่อนนะลูกค้ามา” ลุงมิ่งเดินกลับออกไป
“นี่...ไม่เป็อะไรแน่นะ”นพเก้าถามเพื่อนด้วยความเป็ห่วง
“อือ...ไม่เป็ไร”
“ตกลงจะไปด้วยกันมั้ย”นพเก้านัดกับเพื่อนๆผู้ชายด้วยกันเอาไว้สองสามคนว่าจะพากันขึ้นดอยสักอาทิตย์ไปแจกขนมเด็กๆบนดอย ช่วยทาสีและซ่อมแซมโรงเรียนให้กับเด็กๆซึ่งเขามักจะทำแบบนี้ทุกปี ปีละหนึ่งครั้ง ป่านนี้เด็กๆคงรอแล้วแต่ทุกปีที่ผ่านมาเขาไปแค่แจกขนมกับอุปกรณ์การเรียนเท่านั้นเสร็จแล้วก็กลับแต่ปีนี้อยากไปช่วยซ่อมแซมโรงเรียน จึงตั้งใจไปหลายวันหน่อยอากาศบนดอยตอนนี้เย็นสบายจึงอยากพากระต่ายไปด้วย
“ไปกันเถอะ ไม่อยากปิดร้านนานเดี๋ยวฝากเงินไปซื้อขนมแจกเด็กๆด้วย”
“ให้เท่าไหร่”
“สองพันพอเปล่า”
“ขี้งก”
“ตามกำลังศรัทธาโว้ย”
“อยากให้อะไรเด็กๆจะไปซื้อเองหรือจะให้กูไปซื้อให้”
“มึงไปซื้อเถอะวันนี้มีออร์เดอร์จัดดอกไม้งานศพสามงาน พรุ่งนี้รับงานแต่งไว้หนึ่งงานไหนจะจัดเป็ช่อให้ลูกค้าที่ผ่านไปผ่านมาอีก ไม่ว่างเลยว่ะ”พูดให้เพื่อนฟังพร้อมกับเดินไปหยิบเงินจำนวนสองพันส่งให้เพื่อนไปร่วมทำบุญกับเด็กๆด้วย
“อ่ะ ฝากด้วยนะเผื่อเกิดชาติหน้ากูจะได้มีครอบครัวดีๆกับเขาบ้าง”
“เลือกเกิดไม่ได้ทำไมไม่เลือกสร้างเอาใหม่ล่ะ” นพเก้าหมายถึงครอบครัวอบอุ่นในแบบที่เธอ้าโดยมีเขาเป็ส่วนหนึ่งในนั้น
“ไปได้แล้ว...จะไปพรุ่งนี้แล้วไม่ใช่เหรอเดี๋ยวซื้อของไม่ทันนะ”
“เออ...่ที่กูไม่อยู่มึงก็ดูแลตัวเองด้วยล่ะ”
“รู้แล้วน่า ไปได้แล้ว”