“รีเซ่..”
“เออ พูดมาไม่ต้องอ้ำอึ้งลำคาน” สาวเ้าตัดบทจนพูดเป็เพื่อนต้องเอ่ยปาก
“ฉันอยากสมัครเข้ากองบัญชาการ..”
รีเซ่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เพราะมีหลายครั้งที่มีคนทางหน่วยกองบัญชาการเชิญพวกเธอเข้าไปเป็สมาชิกจะหน่วยไหนก็ได้ เรียกว่าเชิญเป็กรณีพิเศษเลยก็ว่าได้ เพราะหากไม่นับไอนิสัยชวนปวดหัวของพวกเธอแล้วฝีไม้ฝีมือก็เรียกได้ว่าเก่งจนหาตัวจับได้ยากอยู่แล้ว แต่ติดอยู่ที่พวกเธอไม่ค่อยชอบอยู่ใต้บัญชาการของใครเท่าไหร่นักเรียกว่ารักอิสระกันซะมากกว่า
“แล้วแกจะหาสมาชิกที่ไหน”
“ก็มีฉัน...กับพวกแก..” เ้าตัวว่าพร้อมกางสำเนาใบสมัครที่ถูกปั้มตราประทับไว้เรียบร้อยให้เธอดู คราวนี้และคนตัวเล็กกว่าถึงกับตาโต
ไม่ถามสุขภาพกันซะคำ!!
มัดมือชก
ไอ้เพื่อนเวร!!!
รีเซ่ขยี้หัวตัวเองอย่างบ้าคลั่งเพื่อพยามสงบสติตัวเอง เพราะไอ้เพื่อนตัวดีมันดันทำอะไรไม่ถาม อยากไปไม่พอมันลากพวกเธอไปด้วย..อยากจะกัดลิ้นตายมันเสียตอนนี้
“เออ!เอาก็เอา!!”
เ้าหล่อนตอบด้วยสีหน้ามุ่ยๆ แต่นั้นทำให้เร็งกะยิ้มรับ เพราะรีเซ่ยังไงก็คือรีเซ่ ั้แ่รู้จักกันมาตอนสมัยเข้าเรียนที่นี้ ไม่ว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้นหล่อนก็ไม่เคยทิ้งเพื่อน..ไม่สิถึงอยากทิ้งก็คงทิ้งไม่ลงมากกว่า
“แล้วคนอื่นแกจะทำไง”
“ยูซีทกับเดเรสมันรู้แล้วเหลือก็แต่ไอ้เลโอ..”
สายตาของเพื่อนหนุ่มดูวิงวอน จนในที่สุดรีเซ่ก็ต้องตอบตกลง
“ไอ้เลโอเดี๋ยวฉันคุยเอง”
“ขอบใจ” เร็งกะคลียิ้มอย่างผ่อนคลายเพราะคนที่คุยกับเลโอได้ง่ายที่สุดแน่นอนว่าต้องเป็รีเซ่เพราะเธอกับเลโอเป็เครือญาติกัน
“เเล้ววันแข่งขันละ”
“วันนี้หวะ..เที่ยงนี้ลานประลองกลางแจ้ง”
คำตอบที่ทำเอาสาวเ้าอยากตาย เเต่ก็คงไม่มีเวลาจะมานั่งด่าอะไรมัน ตอนนี้มีเเค่ต้องไปบอกเลโอผู้ซึ่งยังไม่รู้ชะตากรรมก็เท่านั้น
เสียงเครื่องดนตรีบรรเลงขึ้นพร้อมกับธงสีทองโบกสะบัดพัดไปตามสายลมอ่อนราวกับรับรู้ถึงเวลาเปิดพิธีและเมื่อเสียงเบาลง บุรุษร่างสูงวัยกลางคนเดินผ่านขึ้นมาบนเวทีการย่างกายนั้นแฝงความทรงอำนาจ เ้าของร่างสูงมีใบหน้าที่เรียกได้ว่าดูเข้มขลังรับกับสีผิวน้ำตาลไหม้นั้นได้เป็อย่างดี ั์ตาสีดำสนิทมองมาทางอัฒจรรย์ครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ที่บัดนี้เต็มไปด้วยเหล่านักเรียนมากมากนี้นั่งเรียงรายกันเเน่นขนัด
“สวัสดี ฉันคือ ผบ.โคตาวารุ โคงะ ผู้บัญชาการสูงสุดของกองบัญชาการบิชาม่อนและเป็ผู้อำนวยการของสถาบันบิชาม่อน วันนี้เราจะไม่มีการเรียนการสอนใดๆ ขอให้เหล่านักศึกษาและผู้เข้าแข่งขันสนุกกับการประลองเพื่อคัดสรรเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งในกองบัญชาการฯ การแข่งขันในปีนี้คือการทดสอบความสามารถทางการต่อสู้และชิงไหวพริบ กฏและกติกามีเพียงอย่างเดียวคือ..อย่างตาย”
เสียงอื้อหื้ออื้ออึงเกิดขึ้นไปทั่วลานอัฒจรรย์
“การประลองที่จะเกิดขึ้นนั้น ต้องให้ผู้สมัครเข้าต่อสู้ตัวต่อตัวกับกลุ่มยอดฝีมือที่ถูกเลือกมา หากชนะ3ใน5ถือว่าผ่านการคัดเลือกและเข้าไปประลองในด่านที่สองได้ทันที โดยด่านที่สองนั้นเป็ด่านชิงไหวพริบและการทำงานเป็ทีมโดยการล้มหุ่นยนต์รบชนิดพิเศษให้ได้ในเวลาที่กำหนด ถ้าหากทำเวลาได้ทันหรือจบก่อนเวลาที่กำหนดถือว่าผ่าน แต่ขอเตือนไว้อย่างก็คือหุ่นยนต์รบพิเศษรุ่นนี้สามารถตอบโต้เเละเครื่องไหวได้ดีพอกับคนเพราะฉะนั้นหากไม่ระวังพวกคุณจะเจ็บตัว หากไม่สามารถล้มหุ่นยนต์รบได้ในเวลาที่กำหนดก็ถือว่าไม่ผ่านเช่นกัน แต่..ถ้าในกรณีที่ในรอบแรกพวกคุณสามารถเอาชนะมาได้ทั้งห้าคนการแข่งขันถือว่าจบลงทันทีโดยไม่จำเป็ต้องมาการแข่งขันต่อ เว้นเสียแต่ว่าในตำแหน่งทีมสมัครนั้นมีทีมผู้สมัครที่ผ่านเข้ามากเกิดกำหนด เราจะจับให้แต่ละทีมมาแข่งกันเองเพื่อทีมผู้ชนะหรือจนกว่าจะได้ทีมผู้ชนะตามจำนวนที่รับสมัคร ในกรณีมีการาเ็ล้มตายทางกองบัญชาการฯไม่ขอมีส่วนรับผิดชอบใดๆเพราะนั้นถือว่าเป็ความสมัครใจของพวกคุณ ขอให้พวกคุณแสดงพลังและทำให้สุดความสามารถ อย่าได้ลังเลใจเป็อันขาด เพราะความหวั่นไหว ความลังเลจะพาไปสู่ความตาย และหาพวกเธอยังคงมีความลังเลคำว่า “เมสซิอาห์” ก็ไม่เหมาะสมกับพวกเธอ...เวลาที่รอคอยมาถึงแล้ว ฉันขอเปิดการประลองเพื่อคัดสรรเข้ากองบัญชาการฯ ณ. บัดนี้!!”
เฮ้!!
เสียงผู้ชมบนอัฒจรรย์โห่ร้องกึกก้องดังดั่งถูกปลุกด้วยพลังใจ แต่ก็ต้องเงียบลงเมื่อได้ยินเสียงพิธีกรสาว
“เอาละคะเราจะเรียกตัวแทนในแต่ละทีมมาจับฉลากเลือกลำดับการแข่งขันนะคะ เริ่มจากตำแหน่งหน่วยต่อต้านคะ” พิธีกรสาวร่างอรชรผู้กลางลานประลองผายมือเรียกตัวแทนในแต่ละทีมที่สมัครในตำแหน่งนั้นๆขึ้นมาบนเวที ชายหญิงจำนวนสิบคนย่างกายขึ้นมา้าซึ่งนั้นทำเอารีเซ่คิดหนัก
หน่วยต่อต้านรับแค่3หน่วย แต่มาเป็สิบ
โหดหิน
รีเซ่มองแต่ละทีมแต่ละหน่วยที่ค่อยๆถูกเรียกไปจับลำดับการแข่งขันที่ละหน่วยๆ จนในที่สุดก็มาถึงหน่วยสุดท้าย..หน่วยปฏิบัติการพิเศษ
“หน่อวยปฏิบัติการพิเศษขอตัวแทนขึ้นมาจับฉลากลำดับการแข่งขั้นด้วยคะ”
รีเซ่ทีบเร็งกะเบาๆให้ออกไป ก็แน่ละ ก็มันเป็คนหาเื่ก็ต้องเป็คนไปจับ
1...2..3...4...5...6...7
รับสองทีม มาเจ็ดทีม!!
บ้าที่สุด!!!
รีเซ่นับคนที่ขึ้นไปบนเวทีอย่างหัวเสีย เพราะมันเยอะเกินกว่าที่เธอคิดไว้มาก
“เยอะชิบหาย” เสียงหวานสบถ
“เออสิ งานนี้ไม่หมูอย่างที่คิดแล้ว” เดเรสว่าตาม
เลโอมองอย่างคาดคะเนสถานการณ์ เขาจะทำยังไงให้เื่ไม่ลุกลามดี..ถ้ารีเซ่มันะเิอารมณ์..มันจะได้ไม่คุ้มเสีย..
แค่คิดก็หนักใจแล้ว หนุ่มผู้ซึ่งพูดน้อยที่สุดในกลุ่มถึงกับถอนหายใจ
เร็งกะมองกล่องสีดำที่อยู่ในมือพิธีกรสาวอย่างชั่งใจ เขาเป็คนที่จับฉลากในกล่องนั้นเป็คนที่สี่ก่อนที่กล่องนั้นจะถูกส่งต่อไปยังตัวแทนทีมผู้เเข่งคนที่เหลือ เร็งกะมองแต่ละทีมอย่างชั่งใจเพราะตัวแทนของแต่ละทีมก็ดูไม่เบากันเลยทีเดียว เรียกว่าตัวจี๊ดในแต่ละชั้นปีก็ว่าได้
หรือเขาจะคิดผิดกันที่เลือกลงแข่งขัน
หนุ่มเ้าปัญหาถึงกับถอดใจเเต่เมื่อหันไปมองเพื่อนที่ส่งสายตาเขียวปั้ดมาหาเขาก็ถึงกับเสียวสันหลังวาบ
หวังว่าคงไม่ใช่ใช่ทีมแรกหรอกนะ
“เปิดคะ”
พิธีกรสาวเอ่ย ทีมตัวแทนทุกคนคลี่กระดาษในมือออกทันทีเผยให้เห็นเลขลำดับการแข่งขัน
แต่เลขบนมือของเขานั้นทำเอาถึงกับหน้าซีด
ลำดับที่1!!!
“ทีมที่1 เร็งกะ เอนเซล
ที่มที่2 เซรอส เอลดิเร็คโต้
ทีมที่3 เรเนสเม่ เเพทเทินสัน
ทีมที่4 ลูน่า เกรฟ
ทีมที่5 ปาสคาล อีเมอร์สัน
ทีมที่6 ออสติน วอร์กเกอร
ทีมที่7 เฟลิชิต้า กาเบรียลล่า”
"ไอ้เพื่อนเวร!!!! "
เสียงกรนด่าดังลั่นตามหลังจนเ้าตัวสะดุ้ง เมื่อหันมาก็เจอกับหน้าบูดบึ้งของบรรดาเพื่อนอีก4พระหน่อที่หักนิ้วมือดังกรอบแกรบเหมือนพร้อมจะฟาดปากใครสักคน
จะใครละ เขานี้แหละที่จะโดน จับอะไรไม่จับดันจับได้เลข1
โดยเฉพาะเเม่ตัวดีสาวน้อยคนเดียวกลุ่มดูเหมือนจะหัวเสียระดับสุด เพราะเ้าหล่อนมองเขาด้วยสายตาที่นิ่งเป็พิเศษ
เวลาที่มันนิ่งเนี้ยละที่น่ากลัว
พายุอารมณ์จะต้องพัดลงที่เขาแน่ๆ
“ขอให้แต่ละทีมกลับไปสแตนบายยังที่ของตนนะคะ เราจะจัดการแข่งขันตามลำดับหน่วยต่างๆตามใบบอกคะ”
เร็งกะเดินกลับเข้ามาอย่างหวาดๆ และเป็ไปตามคาด เมื่อเเม่ตัวดีกำลังจะเงื้อหมัดต่อยเขา
“เก็บแรงไปอาละวาดบนเวทีโน่น” มือหนาของเลโอ ล็อคมือเล็กของแม่ตัวดีไว้ได้ทันก่อนที่จะมาถึงหน้าเขา
“เห๊อะ!” คนตัวเล็กสะบัดมือออกอย่างอารมณ์เสียก่อนไปนั่งรอที่โซนของผู้แข่งขัน ยูซีทกับเดเรสรีบเดินตามไปเพราะเผื่อว่าเเม่ตัวดีจะไปอาละวาดใส่ใครจะได้ห้ามได้ทัน
“ส่วนแก..หลังการประลองจบค่อยมาเครียร์กัน”
คำว่า ‘เคลียร์’ ทำเอาขนฟังขนพองสยองเกล้า ได้เเต่ยิ้มแห้งๆให้เพื่อนก่อนที่จะเดินตามหลังไป
การประลองดำเนินต่อไปเรื่อยๆที่ละหน่วย พวกเร็งกะนั่งมองสถานการณ์อย่างพิจารณา แต่ละหน่วยจำนวนทีมเข้าแข่งขันมีไม่เท่ากัน เยอะบ้างน้อยบ้าง แต่ก็ไม่ได้มากจนทำให้การประลองจะลากยาวไปยันดึกดื่น เพราะตอนนี้การประลองทีมสุดท้ายของหน่วยเสบียงสิ้นสุดลงแล้ว แล้วหน่วยต่อไปก็คือหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่เขาสมัคร
“ทีมที่สมัครหน่วยปฏิบัติการพิเศษเตรียมตัวได้เลยคะอีก3นาทีเราจะเริ่มเรียกทีมแรกนะคะ”
เสียงพิธีกรสาวดังขึ้นพร้อมดีดนิ้วดังเปาะ ลานประลองที่พังยับมาทั้งวันก็เริ่มกลับมาอยู่ในสภาพที่เรียกว่าแทบจะสมบูรณ์ให้เกือบทั้งหมด แสงสปอร์ตไลฟ์สว่างขึ้นเพิ่มแสงสว่างให้แก่ลานประลองและผู้ชม
“ทีมแรก ทีมของ เร็งกะ เอนเซน เชิญคะ”
เสียงประกาศก้องดังขึ้นพร้อมกับการก้าวขึ้นเวทีของหนุ่มสาวทั้งห้าคน เมื่อขึ้นไปก็พบกับเหล่าคนปริศนาทั้ง5ที่ยืนรออยุ่บนเวลา หนุ่มสาวตรงหน้ารีเซ่นั้นต่างอยู่ในชุดเข้ารูปและมีผ้าโผกหน้าปกปิดหน้าตาราวกับไม่อยากให้รู้ว่าเป็ใคร
“ตายแล้ว!! ตายแล้วคะท่านผุ้ชม!! การประลองครั้งนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอนคะ ผู้สมัครหน่วยปฏิบัติการพิเศษทีมนี้บอกเลยคะว่าไม่ธรรมดา รีเซ่ เดอลากูร์ ประธานชมรมศิลปะการต่อสู้,เลโอ อัลคารัวร์ ประธานชมรมศิลปะ,เดเรส ซินทราเนีย ประธานชมรมกรมข่าวบิชาม่อน,ยูซีท ซินทราเนีย ประธานชมรมปรัชญาและประวัติศาสตร์,เร็งกะ เอนเซล ประธานชมรมพฤกษาเวทย์ บอกเลยคะใครพลาดรอบนี้รับลองว่าต้องเสียดาย เอาละคะไม่รอช้า เราเริ่มกันดีกว่า..ถ้าพร้อมแล้ว..3...2...1...เริ่ม!!”
สิ้นเสียงพิธีกรทุกอย่างก็เงียบสงัด เร็งกะจัดกระบวนทัพโดยให้รีเซ่เป็ผู้เปิดเกมส์เดเรสและยูซีทคนที่สองและสามส่วนเขากับเลโอปิดท้าย แน่นอนว่าที่เลือกรีเซ่ก่อนเพราะเขาเชื่อว่ายังไงเธอก็ชนะง่ายๆแน่ๆ และที่สำคัญเพื่อลดภาวะความเครียดของเ้าหล่อนให้ไวขึ้น จบไวพักไวสบายสมอง สบายอารมณ์ หากการประลองตึงมือรับรองกับขนมกินได้เลยว่าถ้าให้รีเซ่ไปอยู่คนสุดท้ายมีหวังเละ ไม่ใช่มันจะเละเเต่คนที่ประลองกับมันที่จะเละ
การประลองเริ่มต้นขึ้นมานานเเต่กลับไม่มีผู้ใดเคลื่อนไหวเหมือนต่างคนต่างดูเชิงของกันและกัน จนในที่สุดฝ่ายที่ทนแรงกดดันไม่ไหวก็เป็คนพุ่งเข้ามาก่อน ชายร่างสูงฝั่งคนโผกหน้าพุ่งทะยานเข้ามาด้านหน้าของรีเซ่อย่างรวดเร็วหวังจะรีบปิดบัญชี แต่นั้นมันเข้าทางเธอ!!
ร่างบางตวัดมือวูบเดียวก็เกิดสายลมวูบใหญ่พุ่งปะทะร่างสูงให้กระเด็นวูบไปจุดเดิมที่เคยอยู่อย่างง่ายดาย สายลมที่โหมนั้นทำเอาฝั่งตรงข้ามที่เหลือถึงกับเอามือขึ้นป้องและยึนยึดพื้นให้มั่นเพราะไม่เช่นนั้นคงปลิวกระเด็นออกจากเวทีได้ง่ายๆ
แค่สบัดมือเท่านั้น!?
“ไอ้รีเซ่เบามือนะเดี๋ยวพวกนั้นตาย” เดเรสแหย่
“นี่ก็เบาแล้ว” เสียงหวานสวนตอบก่อนจะเรียกดาบคู่กายขึ้นมือ
“มุรามาสะ”
มือบางตวาดมือออกพลันปรากฏดาบเรียวสีขาวขึ้นในมือบาง ดาบยาวเรียวประมาณ70เิเ เเต่ที่พิเศษคือทั้งด้ามดาบโกร่งดาบล้วนเป็สีขาวนวลทั้งสิ้น
ขาวราวหิมะ
รีเซ่ตวัดดาบส่งกระเเสพลังเข้าใส่ผู้เคราะห์ร้ายอย่างตั้งใจแต่รอบนี้คนที่เป็รองกว่ากลับตั้งรับได้เป็อย่างดี ซึ่งนั้นทำเอาเหล่าเพื่อนๆของเธอผิวปากเเซวไม่น้อย
“น่าสนุกหวะ ปกติไม่ค่อยมีใครต้านพลังผีบ้าของมันได้”
ยูซีทเอ่ยแซวซึ่งแฝดของเขาเองก็คงจะเห็นด้วยไม่น้อย เพราะสายตาของเดเรสดูแพรวพราวสนใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า
“นี้หรอประธานชมรมศิลปะการต่อสู้ ดูไม่เท่าไหร่เลยนี้ พวกนี้เหลือก็คงจะไม่ต้องพูดถึงสินะ” สายตาเหยียดส่งมาจากชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามซึ่งเเน่นอนมันเรียกอารมณ์ให้เกิดการบันดาลโทสะได้ไม่น้อย เ้าหล่อนพุ่งใส่อย่างไม่รีรอไม่สนแม้นแต่คำร้องเตือนของเพื่อนดูอยู่ด้านหลัง
“รีเซ่ อย่าพึ่งเข้าไป!”
เสียงเดเรสดังไล่ตามหลังเเต่ไม่ทันเเล้ว เ้าหล่อนกำลังหัวเสียอย่างหนัก ร่างบางตวัดดาบคู่กายก่อเป็สายลมสีขาวขุ่นลักษณะเคียวรูปจันทร์เสี้ยวพุ่งเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามทันที แต่ในวินาทีดับจิต ก่อนที่สลายพลังอันมหาศาลนั้นจะถึงตัวร่างสูงนั้น ก็มีมีดสามเล่มพุ่งเข้ามาปักที่ท้องเธอทันที
ฉึก
ร่างบางทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป ก่อนที่จะดึงมีดทั้งสามออกจากท้องเเล้วปาทิ้งลงพื้นอย่างไม่สบอารมณ์ มือบางใช้มืออีกข้างกุมท้องเพื่อกดแผล แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้เืเธอไหลน้อยลงเลย