บรรยากาศภายในห้องโถงรับรองหลักของสำนักเจิ้นเหว่ยยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งคุณธรรมจอมปลอมที่ถูกปั้นแต่งขึ้นอย่างแเี ไป๋หย่งเจิ้งนั่งกำกล่องไม้จันทน์หอมที่บรรจุ 'จี้หยก' ชิ้นที่สองเอาไว้แน่น ดวงตาของัหนุ่มสาดประกายแห่งความมุ่งมั่นและซาบซึ้งใจอย่างถึงที่สุด โดยหารู้ไม่ว่าทุกถ้อยคำและทุกการกระทำที่ดูเมตตาอารีของกัวฉงเฟิงและกัวเทียนอวี้ ล้วนเป็หมากกระดานเืที่ถูกวางดักไว้เพื่อหลอกใช้เขาทั้งสิ้น
กัวฉงเฟิงจิบชาหลงจิ่งอุ่นๆ ก่อนจะวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้เตี้ยอย่างแช่มช้อย ั์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของเ้าสำนักวัยกลางคนทอดมองเด็กหนุ่มเบื้องหน้า พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกที่แฝงไปด้วยความห่วงใย
"หย่งเจิ้ง... บัดนี้เ้าก็ได้รับชิ้นส่วนของจี้หยกไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปของเ้าคือการออกท่องยุทธภพที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยภยันตราย เพื่อเสาะหาชิ้นส่วนที่เหลือและไขความลับสู่สุดยอดวิชา" กัวฉงเฟิงเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองไป๋หย่งชิงที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลังลูกชาย "แต่หนทางข้างหน้านั้นยาวไกลและเต็มไปด้วยขวากหนาม ข้าจึงอยากถามความสมัครใจของเ้า... เ้าจะจัดการเื่มารดาของเ้าอย่างไร?"
คำถามนั้นทำให้ไป๋หย่งเจิ้งชะงักไปเล็กน้อย เขากำลังจะอ้าปากตอบ แต่กัวฉงเฟิงก็ยกมือขึ้นปรามและเอ่ยต่อด้วยเหตุผลที่รัดกุมจนไร้ช่องโหว่
"ข้าทราบดีว่ามารดาของเ้าหาใช่สตรีอ่อนแอที่ต้องคอยหลบอยู่หลังบุรุษ ชื่อเสียงของ 'บุปผากระบี่พิสุทธิ์' ในอดีตนั้น ข้าและคนทั่วยุทธภพล้วนประจักษ์ดี ทว่าในยามนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว ศัตรูที่ซ่อนอยู่ในเงามืดอย่างพวกมารหน้ากากขาวนั้นมีจำนวนมากและลงมืออย่างโเี้อำมหิต พวกมันจ้องจะถอนรากถอนโคนตระกูลไป๋ หากเ้าพามารดาเดินทางไปด้วย การเคลื่อนไหวของพวกเ้าก็จะตกเป็เป้าสายตาได้ง่าย"
กัวฉงเฟิงลุกขึ้นยืน เอามือไพล่หลังเดินเข้าไปหาเด็กหนุ่ม "หากเ้าเดินทางเพียงลำพัง ย่อมเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ดุดัน และไร้ร่องรอยดุจเงา ส่วนฮูหยินไป๋... ข้าขอเสนอให้นางพำนักอยู่ที่สำนักเจิ้นเหว่ยแห่งนี้ต่อไปเถิด สำนักของข้ามีค่ายกลป้องกันที่แ่า มียอดฝีมือนับร้อยคอยคุ้มกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วยาม ไม่มีสถานที่ใดในกวางโจวที่จะปลอดภัยสำหรับมารดาของเ้ามากไปกว่าที่นี่อีกแล้ว เ้าจะได้ออกเดินทางไขปริศนาได้อย่างไร้กังวล"
ทันทีที่ได้ยินประโยคที่ว่า 'ไม่มีสถานที่ใดปลอดภัยมากไปกว่าที่นี่อีกแล้ว' ถ้อยคำเตือนของชายชราเฝ้าหอตำราก็สว่างวาบขึ้นมาในหัวของไป๋หย่งเจิ้งราวกับฟ้าแลบ
'รีบพามารดาของท่านออกจากสำนักเจิ้นเหว่ยไปเสีย... สถานที่แห่งนี้หาใช่วิมานอย่างที่ท่านคิด แต่มันคือถ้ำเสือรังั'
คิ้วเข้มของเด็กหนุ่มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ความสับสนก่อตัวขึ้นในใจ ชายชราผู้นั้นดูเป็คนดีและมีเมตตาต่อเขามาก เหตุใดจึงเตือนเขาเช่นนั้น? แต่เมื่อเขาตวัดสายตาขึ้นมองดูสภาพแวดล้อมรอบตัว มองดูความโอ่อ่าของสำนักเจิ้นเหว่ย มองดูกัวฉงเฟิงที่เพิ่งจะมอบจี้หยกอันล้ำค่าให้เขาสดๆ ร้อนๆ และที่สำคัญที่สุด... เมื่อเขามองดูใบหน้าของมารดาบังเกิดเกล้าที่ดูสดใส เปล่งปลั่ง และดูมีน้ำมีนวลราวกับดอกไม้ที่ได้รับการรดน้ำอย่างดี
หย่งเจิ้งก็ตัดสินใจปัดคำเตือนของชายชราทิ้งไปในทันที
'ผู้าุโคงจะอยู่ที่หอตำรานานเกินไปจนหวาดระแวงโลกภายนอก' หย่งเจิ้งคิดหาเหตุผลมาสนับสนุนความเชื่อของตนเอง 'ท่านลุงกัวดีต่อพวกเราถึงเพียงนี้ ท่านแม่เองก็ดูมีความสุขและได้รับการปรนนิบัติอย่างดีเยี่ยม หากพามาดราออกเดินทางไปตกระกำลำบาก หรือไปหลบซ่อนตามป่าเขา นั่นต่างหากที่จะเป็การอกตัญญูและทำให้นางต้องเสี่ยงภัย'
ทว่าในความเป็จริง หากเขามีพลังหยั่งรู้ หรือเพียงแค่ก้มลงมองทะลุเนื้อผ้าดิบสีขาวของมารดา เขาคงได้เห็นความจริงที่แสนโสมมว่า 'ความเปล่งปลั่ง' ของนางนั้น แท้จริงแล้วถูกหล่อเลี้ยงด้วยน้ำ ควย ของบุรุษมากหน้าหลายตา และในวินาทีนี้ ภายใน รูหี ที่บวมเป่งของมารดาผู้สูงศักดิ์ ก็กำลังอัดแน่นไปด้วยน้ำกามของกัวเทียนอวี้ที่ขังอยู่จนปริ่มปากถ้ำ มันแฉะเยิ้มและส่งกลิ่นคาวโลกีย์จางๆ ออกมา ทว่าถูกกลบด้วยกลิ่นเครื่องหอมของห้องโถงจนมิดชิด
"ความหวังดีของท่านลุงกัว หลานซาบซึ้งใจยิ่งนัก..." ไป๋หย่งเจิ้งลุกขึ้นยืนและประสานมือตอบอย่างนอบน้อม "ทว่าพวกเราสองแม่ลูกได้มารบกวนพึ่งใบบุญของท่านลุงนานหลายเดือนแล้ว ข้าผู้เป็ลูกชายย่อมไม่อาจทนเห็นมารดาต้องเป็ภาระของผู้อื่นต่อไปได้ อีกทั้งเื่นี้เป็ความแค้นส่วนตัวของตระกูลไป๋ ข้าเกรงว่าจะนำเภทภัยมาสู่สำนักเจิ้นเหว่ยของท่านลุงขอรับ"
กัวฉงเฟิงแสร้งทำสีหน้าขึงขัง ดุดันราวกับผู้ใหญ่ที่กำลังตำหนิเด็กน้อย "หย่งเจิ้ง! เ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร! เ้าเห็นข้าเป็คนนอกงั้นหรือ? ข้ากับบิดาของเ้า ไป๋เจิ้งฉี พวกเราร่วมสาบานเป็พี่น้องกัน ดื่มสุราสาบานใต้แสงจันทร์ด้วยกันมาั้แ่สมัยหนุ่มๆ ความแค้นของตระกูลไป๋ ก็เหมือนความแค้นของข้า! ฮูหยินไป๋ก็เปรียบเสมือนน้องสาวแท้ๆ ของข้า! หากข้าทอดทิ้งพวกเ้าในยามลำบาก ข้ากัวฉงเฟิงจะยังมีหน้าไปพบพี่น้องในยุทธภพได้อย่างไร!"
ถ้อยคำที่ถูกร้อยเรียงอย่างทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมจอมปลอมนั้น กระแทกใจของเด็กหนุ่มผู้ยึดมั่นในความกตัญญูอย่างจัง ไป๋หย่งเจิ้งรู้สึกละอายใจที่ตนเองคิดเล็กคิดน้อย เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งทันที
"หลานผิดไปแล้ว! หลานมิกล้าล่วงเกินท่านลุงกัว! เช่นนั้น... ข้าจะขอฝากฝังท่านแม่ไว้ภายใต้ร่มใบบุญของท่านลุงต่อไปจนกว่าข้าจะสะสางความแค้นสำเร็จขอรับ!"
"ฮ่าๆๆ ดีมาก! ลุกขึ้นเถิดหลานรัก!" กัวฉงเฟิงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี พลางก้าวเข้าไปพยุงหย่งเจิ้งให้ลุกขึ้น "แล้วเ้าวางแผนจะออกเดินทางเมื่อใดเล่า? หากต้องเตรียมเสบียงและม้าฝีเท้าดี ข้าจะให้คนจัดการให้พร้อมสรรพ"
ไป๋หย่งเจิ้งหันไปมองหน้ามารดาที่ยืนส่งยิ้มอ่อนโยน (ทว่าวิปริต) มาให้ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรักและความโหยหา "ใจจริงของหลานปรารถนาที่จะออกไปสับร่างพวกมารหน้ากากขาวให้แหลกเป็ชิ้นๆ เสียเดี๋ยวนี้เลยขอรับ... ทว่าข้าถูกขังอยู่ในห้องศิลาเพื่อฝึกวิชามานานหลายเดือน ไม่ได้พบหน้า ไม่ได้ดูแลท่านแม่เลย ข้าจึงอยากจะขอเวลาอยู่ที่นี่ต่ออีกสักสองสามวัน เพื่อใช้เวลาปรนนิบัติและอยู่เป็เพื่อนท่านแม่ให้คลายความคิดถึง ก่อนที่จะออกเดินทางไกลขอรับ"
"เป็เื่สมควรยิ่งนัก ความกตัญญูเป็เครื่องหมายของคนดี เ้าใช้เวลาอยู่กับมารดาของเ้าให้เต็มที่เถิด ที่สำนักเจิ้นเหว่ยแห่งนี้ เ้าจงทำตัวตามสบายเสมือนเป็บ้านของเ้าเอง" กัวฉงเฟิงพยักหน้าอนุญาตด้วยรอยยิ้มกว้าง
"ขอบพระคุณท่านลุงกัวขอรับ!"
เมื่อการสนทนาอันเป็ทางการจบลง ไป๋หย่งชิงที่ยืนเงียบมาตลอดก็ขยับตัวก้าวขึ้นมาด้านหน้า นางยกมือขึ้นลูบแก้มที่สากไปด้วยไรหนวดที่เพิ่งถูกโกนของลูกชายเบาๆ ัันั้นแฝงไปด้วยความรักจอมปลอมที่ถูกเคลือบไว้ด้วยตัณหาราคะ
"หย่งเจิ้งลูกแม่... เ้าเพิ่งออกจากหอตำรามาเหนื่อยๆ กลับไปพักผ่อนที่เรือนบุปผาโปรยก่อนเถิดลูก แม่สั่งให้สาวใช้เตรียมอาหารบำรุงกำลังที่เ้าชอบไว้รอแล้ว" นางเอ่ยเสียงหวาน ทว่าสายตากลับเหลือบมองกัวเทียนอวี้ที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ด้านหลัง
"แล้วท่านแม่เล่าขอรับ? ท่านไม่กลับไปพร้อมข้าหรือ?" หย่งเจิ้งถามด้วยความแปลกใจ
ไป๋หย่งชิงแย้มยิ้มบางๆ "แม่ยังมี 'ธุระของผู้ใหญ่' ที่ต้องหารือกับท่านเ้าสำนักและนายน้อยกัวอีกเล็กน้อย เกี่ยวกับการจัดการเื่ที่พักและเสบียงเดินทางของเ้า เ้าล่วงหน้าไปก่อนเถิด ประเดี๋ยวแม่จัดการธุระเสร็จแล้วจะรีบตามไป"
ด้วยความที่เป็เด็กหนุ่มที่ถูกปลูกฝังมาให้อยู่ในกรอบประเพณี ไป๋หย่งเจิ้งไม่ได้มีความสงสัยระแวงในมารดาของตนเองแม้แต่น้อย เขาคิดเพียงว่าเป็เื่ของผู้หลักผู้ใหญ่ที่้าหารือกันตามมารยาท เขาจึงพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย
"เช่นนั้นข้าจะไปรอท่านแม่ที่เรือนบุปผาโปรยนะขอรับ... ข้าน้อยขอตัวลาท่านลุงกัวและพี่เทียนอวี้ก่อน"
หย่งเจิ้งประสานมือโค้งคำนับให้ชายทั้งสองและมารดาของตนอย่างงดงาม ก่อนจะหันหลังเดินก้าวฉับๆ ออกจากห้องโถงใหญ่ไป ท่ามกลางลมหนาวและเกล็ดหิมะที่โปรยปราย แผ่นหลังของัหนุ่มที่เพิ่งผงาดขึ้นจากถ้ำนั้น ดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ทว่าช่างน่าสมเพชยิ่งนักที่เขาไม่อาจรับรู้ได้เลยว่า... ทันทีที่แผ่นหลังของเขาพ้นบานประตูห้องโถงไป รอยยิ้มอันอ่อนโยนของมารดาที่เขารักและเทิดทูนเหนือสิ่งอื่นใด ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็ความร่านสวาทที่มืดดำและโสโครกที่สุด!
ทันทีที่แผ่นหลังของเขาพ้นบานประตูห้องโถงไป รอยยิ้มอันอ่อนโยนของมารดาที่เขารักและเทิดทูนเหนือสิ่งอื่นใด ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็ความร่านสวาทที่มืดดำและโสโครกที่สุด!
บานประตูไม้ทึบสลักลวดลายมงคลถูกบ่าวรับใช้ปิดลงเสียงดัง ‘ปัง!’ ปิดกั้นภาพของัหนุ่มผู้ใสซื่อออกไปจากสายตา ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศภายในห้องโถงกว้างที่แปรเปลี่ยนจากความอบอุ่นเปี่ยมคุณธรรม กลายเป็ความมืดมิดและโสมมในพริบตาเดียว
"ฮ่าๆๆๆ! ช่างเป็ไอ้เด็กหน้าโง่ที่น่าสมเพชเสียนี่กระไร!"
กัวฉงเฟิงะเิเสียงหัวเราะก้องกังวานดั่งพญามารที่เพิ่งตะปบเหยื่อได้สำเร็จ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไท่ซือตัวใหญ่ แววตาที่เคยฉายแววเมตตาอารีบัดนี้เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพชเวทนาอย่างปิดไม่มิด มือหนายกจอกชาขึ้นจิบด้วยความสำราญใจ ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบมองไปยังร่างของอดีตฮูหยินเอกตระกูลไป๋ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
"ดูท่าทางที่มันซาบซึ้งใจสิ! มันกราบไหว้ข้าประดุจเทพยดาผู้มีพระคุณ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าข้านี่แหละคือคนที่สั่งฆ่าพ่อของมัน และมันก็กำลังจะถูกข้าส่งไปตายแทนเพื่อรวบรวมจี้หยกมาประเคนให้ข้าถึงที่!" กัวฉงเฟิงแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนจะชี้นิ้วมาที่ใบหน้าของไป๋หย่งชิง "และที่น่าสมเพชที่สุด ก็คือมันไม่รู้เลยว่ามารดาผู้สูงส่งที่มันกอดด้วยความรักเมื่อครู่นี้ แท้จริงแล้วคือ 'หญิงโสโครก' ที่เพิ่งจะถูกลูกชายข้า เย็ด จนน้ำ ควย ทะลักเต็ม รูหี ก่อนจะมาพบหน้ามันเสียด้วยซ้ำ!"
"ฮ่าๆๆ ท่านพ่อกล่าวได้ถูกต้องที่สุดขอรับ!" กัวเทียนอวี้ที่ยืนอยู่ด้านข้างผสมโรงหัวเราะร่วน เขาก้าวเดินเข้าไปหาไป๋หย่งชิงอย่างคุกคาม ฝ่ามือหนาฟาดลงบนบั้นท้ายกลมกลึงที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดผ้าดิบสีขาวของนางเสียงดัง 'เพี๊ยะ!' อย่างไม่ปรานีปราศรัย
"ทว่าเื่นี้พวกเราก็ต้องขอบคุณ 'ความร่าน' ของนางหญิงแพศยาผู้นี้ด้วยนะขอรับ หากนางไม่ตัณหากลับและเสพติดรสกามจนโงหัวไม่ขึ้น แผนการหลอกใช้ไอ้เด็กหน้าโง่นั่นก็คงไม่ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและแเีถึงเพียงนี้" กัวเทียนอวี้เชยคางนางขึ้นมา บีบปลายคางแน่นจนแก้มตอบ "ใช่ไหมเล่า... ฮูหยินไป๋ผู้แสนดี?"
คำด่าทอที่รุนแรง เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของสตรีผู้หนึ่งจนจมมิดธรณี ไม่ได้ทำให้ไป๋หย่งชิงรู้สึกโกรธเคือง อับอาย หรือมีน้ำตาแห่งความอดสูหลั่งไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว ในทางกลับกัน ถ้อยคำสกปรกเ่าั้กลับเปรียบเสมือนแส้ที่เฆี่ยนตีลงบนจิติญญาอันวิปริตของนาง กระตุ้นไฟราคะในกายให้ลุกโชนจนผิวหน้าแดงซ่าน
นางทิ้งตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมตรงหน้าสองพ่อลูกตระกูลกัว ชุดไว้ทุกข์ผ้าดิบสีขาวเสียดสีกับผิวกายที่ไร้อาภรณ์ชั้นใน สร้างความเสียวซ่านจนนางต้องขมิบ กลีบหี ที่บวมเป่งของตนเองเบาๆ น้ำกามของกัวเทียนอวี้ที่ขังอยู่ภายในไหลหยดลงมาตามง่ามขาด้านในจนชุ่มแฉะ
"ข้าขอแสดงความยินดีด้วยจากใจจริงเ้าค่ะ... ที่แผนการอันชาญฉลาดของท่านประมุขและนายน้อยดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบ" นางแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความเทิดทูนบูชาในอำนาจและความชั่วร้ายของบุรุษตรงหน้า "ข้าขออวยพรล่วงหน้า... ขอให้ยอดวิชาในตำนานตกมาอยู่ในมือของสำนักเจิ้นเหว่ยโดยเร็วที่สุดนะเ้าคะ"
กัวฉงเฟิงมองภาพอดีตฮูหยินผู้หยิ่งยโสที่บัดนี้คลานเข่าประจบสอพลอราวกับสุนัขตัวเมียด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่งยวด เขาวางจอกชาลงแล้วโน้มตัวมาข้างหน้า
"ดีมาก นังตัวดี... ในเมื่อเ้ารู้หน้าที่ของตนเองแล้ว ก็จงทำหน้าที่ 'สายลับ' ของเ้าให้ดีที่สุด" เสียงของเขาดุดันและเฉียบขาด "ลูกชายของเ้ารักและเทิดทูนเ้าเหนือสิ่งอื่นใด มันเชื่อใจเ้าทุกคำพูด จงใช้ความรักอันโง่งมของมันให้เป็ประโยชน์ ล้วงความลับทุกอย่างมาให้ข้า และเมื่อถึงเวลาที่ข้า้าจี้หยกในมือมัน... เ้าจะต้องเป็คนลงมือ!"
ไป๋หย่งชิงพยักหน้ารับคำสั่งอย่างไม่อิดออด นางหมอบกราบลงแทบเท้าของกัวฉงเฟิง สูดดมกลิ่นรองเท้าหนังของเขาอย่างหลงใหล
"ข้าขอสาบานด้วยชีวิตและร่างกายที่เน่าเฟะของข้าเ้าค่ะ..." เสียงของนางสั่นพร่าไปด้วยตัณหา "ข้าจะทำทุกวิถีทาง จะใช้ทุกเล่ห์เหลี่ยมมารยา เพื่อให้มั่นใจว่าพวกท่านสองพ่อลูกจะได้ยอดวิชานั้นไป... ส่วนไอ้เด็กนั่น มันจะเป็หรือจะตาย จะถูกสับเป็หมื่นชิ้นหรือถูกโยนให้สุนัขกิน ข้าก็หาได้ใส่ใจไม่! ในหัวของข้าตอนนี้ มีเพียงความ้าที่จะปรนนิบัติและเป็นางบำเรอรองรับน้ำกามของพวกท่านตลอดไปเท่านั้นเ้าค่ะ!"
คำสาบานที่ทรยศต่อสายเือย่างเืเย็นที่สุดหลุดออกมาจากปากของคนเป็แม่ สองพ่อลูกตระกูลกัวมองหน้ากันแล้วแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ แผนการชั่วร้ายของพวกเขาสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ หมากบนกระดานถูกควบคุมไว้ในกำมืออย่างเบ็ดเสร็จ
"ประเสริฐ... ประเสริฐมาก!" กัวฉงเฟิงพยักหน้า "ในเมื่อเข้าใจแล้ว ก็ไสหัวออกไปได้แล้ว กลับไปเล่นละครฉากมารดาผู้แสนดีให้ลูกชายของเ้าดูเสีย ไป๋หย่งเจิ้งคงกำลังรอเ้าอยู่ที่เรือนบุปผาโปรย"
ทว่า... ไป๋หย่งชิงกลับไม่ได้ลุกขึ้นและเดินจากไปตามคำสั่ง นางยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิม สองมือเรียวงามค่อยๆ เอื้อมไปจับที่ชายกระโปรงชุดไว้ทุกข์ของตนเอง แล้วเลิกมันขึ้นมาจนถึงต้นขา เผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องและร่องรอยคราบน้ำรักสีขาวขุ่นที่เลอะเทอะอยู่ตามง่ามขา นางช้อนสายตาที่หยาดเยิ้มไปด้วยความเงี่ยนง่านขึ้นมองบุรุษทั้งสอง ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอออกเล็กน้อย ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
กัวเทียนอวี้เห็นท่าทางเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะพรืดออกมาเสียงดัง
"ฮ่าๆๆ! ท่านพ่อดูสิขอรับ! สมกับเป็นางแพศยาแห่งยุคจริงๆ! ปากก็บอกว่าจะไปหาลูกชาย แต่ หี ของนางกลับยังอ้ากว้างเรียกร้องหา ควย ของพวกเราอยู่เลย! ดูเหมือนว่าน้ำเชื้อของข้าที่ปล่อยเข้าไปเมื่อครู่จะยังไม่ทำให้ความร่านของนางลดลงเลยแม้แต่น้อย นางคงอยากจะถูกพวกเรารุม เย็ด อีกสักรอบก่อนกลับเป็แน่!"
กัวฉงเฟิงมองภาพความวิปริตเบื้องหน้าด้วยสายตารังเกียจระคนขบขัน เขาส่ายหน้าช้าๆ "ข้าช่างโชคดีจริงๆ ที่ไม่ได้สตรีที่โสโครกและร่านสวาทอย่างเ้ามาเป็ภรรยา... ผู้ใดที่ได้เ้าไปเป็เมียหรือเป็แม่ นับว่าบรรพชนของมันคงทำกรรมหนักไว้ถึงแปดชาติ!"
เขายื่นเท้าออกไปเขี่ยที่ปลายคางของหย่งชิงอย่างดูแคลน "เก็บความร่านของเ้าเอาไว้ก่อนเถอะ นังตัวดี วันนี้ข้าไม่มีอารมณ์จะลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับรูสกปรกของเ้า... เ้าจงรีบกลับไปหาลูกชายหน้าโง่ของเ้าเสียก่อนที่มันจะสงสัย"
ไป๋หย่งชิงทำหน้าเสียดายอย่างเห็นได้ชัด ทว่าคำพูดประโยคถัดมาของเ้าสำนักกัวกลับทำให้นางใจเต้นระส่ำด้วยความตื่นเต้น
"อดทนรอไปก่อน... เมื่อใดที่ลูกชายของเ้าออกเดินทางพ้นจากประตูเมืองกวางโจวไป เมื่อนั้น... ข้าจะเรียกตัวเ้ามาเล่นสนุกจนกว่าเ้าจะร้องขอชีวิต!" กัวฉงเฟิงแสยะยิ้มอำมหิต "ข้าจะชดเชยเื่ที่เ้าต้องสูญเสียลูกชายไป ด้วยการ เย็ด เ้าทุกวี่ทุกวัน... ขย่มกระแทก ควย เข้าไปในมดลูกของเ้าจนกว่าเ้าจะตั้งท้องลูกที่ไม่มีพ่อ! ให้เ้าได้กลายเป็แม่พันธุ์อุ้มท้องลูกของศัตรูเป็การตอบแทนความซื่อสัตย์ของเ้า... ดีหรือไม่!?"
จินตนาการถึงการถูกศัตรูที่ฆ่าผัวย่ำยีจนตั้งครรภ์ลูกชู้ ทำให้ร่างกายของไป๋หย่งชิงกระตุกวาบ ความเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กายจนนางแทบจะเสร็จสมอารมณ์หมายเพียงแค่ได้ยินคำขู่ น้ำหล่อลื่นทะลักออกมาจากร่องสวาทจนหยดแหมะลงบนพื้นพรม
"ขอบพระคุณ... ขอบพระคุณท่านประมุขที่เมตตาสัตว์เลี้ยงตัวนี้เ้าค่ะ!" นางโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรงด้วยความปีติยินดีอย่างสุดซึ้ง "ข้าจะตั้งตารอ... รอวันที่ท่านจะประทานน้ำเชื้อให้ข้าตั้งท้องลูกของท่านนะเ้าคะ... ข้าจะรีบไปทำหน้าที่ของข้าเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ!"
ไป๋หย่งชิงยันกายลุกขึ้นด้วยขาสั่นระริก นางก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มวิปริตที่บิดเบี้ยวบนใบหน้า จัดแจงเสื้อผ้าชุดไว้ทุกข์สีขาวให้เข้าที่เข้าทางเพื่อบดบังความคาวโลกีย์เบื้องล่าง ก่อนจะหมุนตัวเดินก้าวฉับๆ ออกจากห้องโถงใหญ่ไป
ท่ามกลางลมหนาวที่พัดโหมกระหน่ำอยู่ภายนอก อดีตฮูหยินตระกูลไป๋เดินฝ่าหิมะกลับไปยังเรือนบุปผาโปรยด้วยหัวใจที่ลิงโลด นางไม่ได้คิดถึงความปลอดภัยของลูกชาย หรือความแค้นของสามีที่ตายไปอีกแล้ว... ในสมองของนางมีเพียงภาพนิมิตอันลามกจกเปรตของการถูกจับถ่างขาและถูกกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงจนตั้งครรภ์ นางแทบจะอดใจรอให้ลูกชายของนางไสหัวออกจากสำนักนี้ไปไม่ไหว เพื่อที่นางจะได้ตักตวงความอัปยศเ่าั้มาปรนเปรอจิตใจที่แตกสลายของตนเองเสียที!