เมื่อถึงห้องพิเศษของเหลาอาหารชื่อดังของเมืองหลวงหยางซิ่วอิงมอง ‘นายน้อย’ ของขบวนรถม้าหรูตาปริบๆ
‘เหตุใดใบหน้านี้ถึงดูคุ้นเคยนัก?ราวกับเพิ่งพบเห็นเมื่อไม่กี่วันก่อนมานี้เอง?’
ทางฟาก‘นายน้อย’ ซึ่งเป็บุรุษผู้มีรูปโฉมงดงามประหนึ่งอิสตรีแต่รูปร่างสูงโปร่ง เครื่องแต่งกายหรูหราประณีตั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าบ่งบอกว่าฐานะของเขาหากไม่สูงส่งก็ต้องร่ำรวยอย่างมากนั้นก็ยกยิ้มมุมปากด้วยจริตที่บอกได้ยากว่าเป็ของบุรุษหรือสตรี
“‘หม่าซิ่นหง’ ขอใช้สุราจอกนี้เพื่อขอบคุณแม่นางอย่างเป็ทางการอีกครั้ง” บุรุษหน้าหวานยกจอกสุราขึ้นคารวะ ก่อนยกมันขึ้นจรดริมฝีปากแล้วจิบอย่างช้าๆ
หยางซิ่วอิงมองท่าทางนั้นใบหน้านั้น รวมกับแซ่ของเขาแล้ว ก็ปรากฏภาพของสตรีนางหนึ่งที่นางเพิ่งจะมีเื่ด้วยก่อนหน้านี้และสตรีผู้นั้นก็ถูกผู้ใหญ่ในตระกูลขับออกไปจากเมืองหลวงแล้ว ซึ่งจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากหม่าซินอี๋ สหายของฉู่ฮุ่ยหรูนั่นเอง
“ท่านเป็อะไรกับหม่าซินอี๋หรือ”นางถามออกไปอย่างไม่อ้อมค้อม จะได้รู้ว่าต้องจัดการ เอ๊ย... รับมือกับคนตรงหน้าอย่างไรต่อไป
หม่าซิ่นหงยกยิ้มน้อยๆส่งผลให้ใบหน้าหวานล้ำงดงามนั้นดูน่ามองยิ่งขึ้น ก่อนจะตอบว่า
“หากจะกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางสายเืนางมีศักดิ์เป็ญาติผู้น้องของข้าจากตระกูลสายหลัก แต่หากจะกล่าวถึงความสัมพันธ์ด้านอื่นตระกูลหม่าสายหลักและสายรองมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันแต่ประการใด”
แน่นอนว่าหยางซิ่วอิงไม่อาจไว้วางใจในคำพูดของคนแปลกหน้าได้นางจึงเอี้ยวคอไปมองโม่ฟางที่ยืนอยู่ด้านข้างเยื้องไปทางด้านหลังเล็กน้อยเมื่อเห็นสาวใช้รุ่นน้าพยักหน้ารับทีหนึ่ง นางจึงหันกลับมาส่งยิ้มให้คู่สนทนา
“อ้อ...เป็เช่นนี้เอง ข้าหยางซิ่วอิง ยินดีที่ได้รู้จักสหายใหม่ในวันนี้ มาๆ หมดจอก”นางกระดกจอกสุราขึ้นดื่มง่ายๆ ด้วยท่าทางราวชาวยุทธ์ผู้หนึ่ง
ส่วนคู่สนทนาเมื่อได้ยินนามของนางก็มีสีหน้าแปลกใจ
“ที่แท้เป็ชินหวางเฟยผู้โด่งดังกระหม่อมมีตาหามีแววไม่ ขอประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
หยางซิ่วอิงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่ต้องมีพิธีรีตองอันใดมากมายอยู่กันแค่นี้สนทนากันตามปกติเถิด”
เมื่อหม่าซิ่นหงได้ยินดังนั้นเขาก็ไม่คิดจะปฏิเสธ
“ซิ่นหง...ได้ยินเื่ราวของเกาะหลงอวี้มามากทั้งยังเคยคิดทำการค้ากับเกาะหลงอวี้มาเป็เวลานานแล้วเพียงแต่การเดินทางไปที่นั่นค่อนข้างจะ...ยากลำบากอยู่สักหน่อย” ท่าทางทดท้อใจของบุรุษหน้าหวานทำให้บุตรสาวเ้าของเกาะยิ้มรับ
“จริงอย่างที่ท่านว่าแถวนั้นออกจะเดินทางลำบากอยู่บ้าง หากไม่ชำนาญจริงๆ ก็อาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันได้”อย่างเช่น ถูกเหล่าทหารไน่เอ๋อร์ที่ลาดตระเวนอยู่ในน้ำลากลงไปนอนที่ก้นทะเลจนใครต่อใครมักลือกันว่ามีสัตว์ประหลาดคอยล่มเรืออยู่ร่ำไป... นั่นคือสิ่งที่นางตอบอยู่ในใจ
“ไม่คิดว่าวันนี้จะมีโอกาสพบกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือโดยตรงเช่นนี้นับว่าเป็วาสนาของซิ่นหงยิ่งนัก หากซิ่นหงมีโอกาสจะได้ทำการค้ากับเกาะหลงอวี้โดยได้รับการสนับสนุนจากชินหวางเฟยก็คงเป็วาสนาอันยิ่งใหญ่หาใดเปรียบของตระกูลหม่าสายรองแล้ว” ท่าทางยกย่องชื่นชมผสมผสานกับการออดอ้อนอย่างอ่อนหวานนั้นทำให้หยางซิ่วอิงรู้สึกมึนงงอยู่บ้าง ถูกยกยอปอปั้นเสียขนาดนี้ จะไม่ให้นางรับไว้ได้อย่างไร
“ท่านเลือกถูกคนแล้วข้านี่แหละ เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือไปยังเกาะหลงอวี้มากที่สุด!”
“เช่นนั้นซิ่นหงขอคารวะชินหวางเฟยอีกจอกหนึ่งเพื่อฉลองการร่วมมือทำการค้าในครั้งนี้ของพวกเรา”ฝ่ายนั้นยกจอกสุราขึ้นมาพร้อมกับสีหน้าคาดหวังเต็มเปี่ยม ให้ความรู้สึกคล้ายกำลังเห็นลูกสุนัขตัวเล็กๆแล้วชินหวางเฟยผู้สูงส่งและเชี่ยวชาญด้านการเดินเรืออย่างยิ่งจะปฏิเสธลงได้อย่างไร
“โอ้...ยินดี!ยินดีมาก! หมดจอกเลย!”
ด้วยประการฉะนี้ชินหวางเฟยจึงตกลงทำการค้ากับนายน้อยตระกูลหม่าสายรอง เพราะได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเขาจากการถูกลอบสังหาร?และการกระดกสุราไม่ถึงสามจอกเท่านั้น
สำหรับหยางซิ่วอิงแล้วการทำการค้าเป็เื่แปลกใหม่น่าสนใจและแก้เบื่อได้ในระหว่างนี้
สำหรับคนจากเกาะหลงอวี้การอำนวยความสะดวกเื่การเดินเรือ และการส่งสินค้าบางอย่างออกไปขายก็ไม่ใช่เื่หนักหนาอันใด เื่เงินทองมิใช่ปัญหาของพวกเขาั้แ่แรกหากจะได้เพิ่มมาอีกเล็กน้อยเพื่อให้คุณหนูรองมีความสุข พวกเขาก็ยินดีที่จะทำ
แต่ผู้ที่มีความสุขที่สุดเห็นจะเป็บิดาของนางบนเกาะหลงอวี้ที่ได้รับจดหมายรายงานจากโม่ฟาง ซึ่งมักเขียนส่งมาตามคำสั่งของหลูเฟินเสมอ
“โอ้...บุตรสาวของพวกเรา... เติบโตจนไม่ได้ทำเพียงแค่ผลาญสมบัติไปวันๆ อีกต่อไปแล้ว …แม้ว่าข้าจะร่ำรวยจนสามารถให้นางผลาญสมบัติไปได้อีกหมื่นปีก็เถิด… แต่เวลานี้นางรู้จักคิดทำการค้ากับเขาด้วย!” หยางเยี่ยนซับน้ำตาแห่งความปลื้มปีติที่ไม่มีอยู่จริงนั้นออกช่างเป็ภาพที่ขัดแย้งกับหนวดเคราอันรกครึ้มของเขายิ่งนัก
ส่วนมารดาของหญิงสาวอย่างหลูเฟินไม่ได้มีความคิดเห็นอันใดมากนัก ก็อย่างที่น้องสาวของนางเคยกล่าวไว้ อยากจะทำอะไรก็ทำไปเถิดเดี๋ยวมนุษย์พวกนั้นก็แก่ตายกันไปหมดแล้ว
★★★★★
ฝากนิยายเื่ก่อนๆ ของไรท์ด้วยนะคะ
