เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 101 ปกป้องพวกพ้อง

            ผู้สูงอายุหลายคนเลี้ยงหลานแค่ให้โต ไม่ได้อบรมสั่งสอน เพราะอย่างไรก็ยังมีความห่างเหินอยู่บ้าง

            แต่ปู่หวังกับย่าหวังกลับไม่เป็นเช่นนั้น

            ฉินหยวนเฟิงเป็นเด็กกำพร้าแม่ ส่วนพ่อแท้ๆ ก็มีเหมือนคนอื่นคนไกล หากพวกเขาทั้งสองเพียงแค่เลี้ยงดู แต่ไม่อบรมสั่งสอนก็เท่ากับทำร้ายเด็กคนนี้

            สองตายายตกลงกันไว้นานแล้วว่า ในเรื่องการสอนฉินหยวนเฟิง ตาหวังจะเป็นฝ่ายดุ ส่วนยายหวังจะเป็นฝ่ายปลอบ

            ทุกครั้งที่ฉินหยวนเฟิงทำผิด ตาหวังจะเป็นคนตำหนิและลงโทษ ส่วนยายหวังจะคอยปลอบโยนอยู่ข้างๆ ครั้งนี้ก็เช่นกัน

            เพราะฉินหยวนเฟิงไปมีเรื่องชกต่อยข้างนอก ตาหวังจึงลงโทษให้เขาไปสำนึกผิดในห้อง และอดข้าวเย็น

            ฉินหยวนเฟิงไม่แก้ตัวอะไร แล้วไปสำนึกผิดแต่โดยดี

            แต่เรื่องยังไม่จบ ขณะที่ฉินหยวนเฟิงเข้าไปสำนึกผิด แม่หวงเทาก็บุกมาหาเรื่องถึงบ้าน

            แน่นอนว่าหวงเทาก็มาด้วย

            “ผู้ใหญ่ดูแลลูกหลานกันยังไง ดูสิ ฉินหยวนเฟิงตีลูกฉันจนมีสภาพแบบนี้? ถ้าหน้าเสียโฉมขึ้นมา โตไปจะหาเมียได้ยังไง?” แม่หวงเทาเสียงดังมาก จงใจตะโกนสุดเสียง จึงได้ยินเสียงโกรธเกรี้ยวของเธอมาแต่ไกล

            สองตายายเห็นหวงเทาหน้าตาบวมปูดเหมือนหัวหมู ก็ขมวดคิ้วพร้อมกัน

            “แม่หวงเทา เรื่องนี้เป็นความผิดของหยวนเฟิงบ้านเราเอง งั้นเดี๋ยวฉันจะพาเด็กไปตรวจดูที่อนามัยเอง” ยายหวังพูดด้วยสีหน้าละอายใจ

            แม่หวงเทาพูดเสียงเย็นชา “พวกฉันไปอนามัยมาแล้ว ในเมื่อรู้ว่าผิดก็ชดใช้ค่ารักษา ค่าทำขวัญมาซะ จะให้ลูกฉันโดนตีฟรีๆ ได้ยังไง หน้าตาแบบนี้ พรุ่งนี้จะไปโรงเรียนได้ยังไง”

            พอแม่หวงเทาเรียกเงิน ยายหวังก็รีบพูด “ได้สิ หยวนเฟิงตีลูกเธอ ก็ต้องชดใช้ ตาเฒ่า รีบไปเอาเงินห้าหยวนมาให้แม่หวงเทาเร็ว”

            อีกฝ่ายพอได้ยินว่าแค่ห้าหยวนก็โกรธจนตัวสั่น “ห้าหยวน? คิดว่าให้ขอทานรึไง”

            “อะไรกัน ห้าหยวนยังน้อยไปอีกเหรอ? จะรีดไถก็หัดดูสถานการณ์บ้าง” ทันใดนั้นเสียงของภรรยาหวังอ้ายกั๋วก็ดังมาจากข้างนอก

            เสียงดังขนาดนี้ บ้านก็อยู่ไม่ไกลกัน มีหรือภรรยาหวังอ้ายกั๋วจะไม่ได้ยิน

            เธอฟังอยู่ครู่หนึ่งก็รู้เรื่องที่ฉินหยวนเฟิงไปตีคนอื่น พ่อแม่เขาเลยมาหาเรื่องถึงบ้าน

            อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ใครๆ ก็รู้จักกัน ภรรยาหวังอ้ายกั๋วรู้ดีว่าแม่หวงเทาไม่ใช่คนธรรมดา ส่วนสองตายายก็ซื่อและใจดี ถ้าเธอไม่ออกหน้า มีหวังโดนรีดไถแน่ๆ ดูสิ ให้ห้าหยวนยังว่าน้อย นี่มันขูดรีดกันชัดๆ!

            แม้ภรรยาหวังอ้ายกั๋วจะเกลียดฉินหยวนเฟิง อยากไล่เขาไปให้พ้นๆ แต่ในฐานะลูกสะใภ้ เธอก็ต้องช่วยพ่อแม่สามี

            แม่หวงเทาได้ยินเสียงก็รู้ว่ามาไม้ไหน แต่เธอก็ไม่กลัว “ฉินหยวนเฟิงตีลูกฉันขนาดนี้ ห้าหยวนจะให้จบเรื่องเหรอ นึกว่าเราเป็นขอทานหรือไง?”

            ภรรยาหวังอ้ายกั๋วเท้าสะเอวเดินเข้ามาในลาน สายตาคมกริบกวาดมองหน้าหวงเทาแวบหนึ่ง ในใจคิดว่าไอ้เด็กเวรฉินหยวนเฟิงนี่มือหนักจริงๆ

            “แผลแค่นี้ ไปอนามัยไม่ถึงหยวนหรอก พ่อแม่สามีฉันให้ห้าหยวนก็ดีถมไปแล้ว ยังจะเอาอะไรอีก จะเอาห้าหยวนแล้วจบ หรือจะไปให้ผู้ใหญ่บ้านตัดสิน ถ้าผู้ใหญ่บ้านว่าไง เราก็จ่ายเท่านั้น ว่าไงล่ะ?” ภรรยาหวังอ้ายกั๋วพูดอย่างฉะฉาน คราวนี้แม่หวงเทาเริ่มลังเล รีดไถสองตายายน่ะง่าย แต่ถ้าคนนี้จะเอาเรื่องถึงผู้ใหญ่บ้าน เธอก็ไม่กล้าจริงๆ

            แม่หวงเทารับเงินห้าหยวนมาอย่างไม่เต็มใจ แล้วจูงลูกชายเดินจากไปอย่างฉุนเฉียว ก่อนไปยังไม่วายขู่ “คอยดูนะ ถ้าหน้าลูกฉันเป็นแผลเป็น หาเมียไม่ได้ ฉันไม่ปล่อยไว้แน่!”

            เมื่อครู่ร่วมมือกันต่อต้านคนนอก พอคนนอกไป เธอก็เริ่มหาเรื่องคนใน “พ่อคะ แม่คะ เห็นไหมว่าฉินหยวนเฟิงเป็นตัวปัญหา ครั้งที่แล้วตีจางเจี้ยน นั่นยังพอว่า เพราะยังไงจางเจี้ยนก็ขโมยเงินก่อน แล้วครั้งนี้ล่ะ? ตีหวงเทาทำไม? ถ้าสอนไม่ได้ ก็ส่งกลับไปให้พ่อเขาสอนสิ ยังไงซะฉินไห่เฉวียนก็ไม่มีทางไล่ลูกตัวเองไปนอนข้างถนนหรอก”

            “สะใภ้ใหญ่ เด็กทำผิดบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เดี๋ยวเราสอนดีๆ ก็พอแล้ว อย่าพูดเรื่องส่งหยวนเฟิงกลับไปอีกนะ” ยายหวังพูดอย่างไม่พอใจ

            ไม่ว่าฉินหยวนเฟิงจะสร้างปัญหาแค่ไหน สองตายายก็ไม่เคยคิดส่งเขากลับไปหาฉินไห่เฉวียนเลย

            เมื่อก่อนฉินไห่เฉวียนทำกับแม่ลูกคู่นั้นไว้ยังไง ต่อให้ตายไป สองตายายก็ไม่มีวันลืม

            ภรรยาหวังอ้ายกั๋วเห็นว่าพอพูดเรื่องส่งฉินหยวนเฟิงกลับทีไร ก็เหมือนไปเหยียบหางสองตายายทุกที จึงยิ่งโมโห “เด็กคนนี้ก่อเรื่องไม่เว้นวัน ไม่ส่งกลับแล้วจะทำยังไง? พวกท่านเองก็อายุเท่าไหร่แล้ว จะดูแลไหวเหรอ?”

            ตาหวังเอามือไพล่หลัง เดินเข้าห้องโถงพลางพูดเสียงเย็น “ไม่ต้องห่วงหรอก เธอกับลูกชายใหญ่ดูแลเถียนเถียนกับไฉไฉให้ดีก็พอ”

            ภรรยาหวังอ้ายกั๋วมีหรือจะยอมง่ายๆ เธอตรงไปที่ห้องฉินหยวนเฟิง ชี้หน้าเขาแล้วตวาด “ฉินหยวนเฟิง มาอยู่บ้านนี้     กินของเราใช้ของเรา ช่วยทำตัวดีๆ หน่อยไม่ได้หรือไง? วันนี้ตีคนนั้น พรุ่งนี้ตีคนนี้ จะเอายังไง? ถ้ายังดื้ออีก ฉันกับลุงใหญ่จะส่งแกกลับไปให้พ่อแกสอนเอง”

            เมื่อเจอคำด่าไม่ไว้หน้า แม้ในใจฉินหยวนเฟิงจะไม่พอใจ อยากจะบีบคอให้ตายคามือ แต่เขาก็นิ่งเฉย ราวกับไม่ได้ยิน

            ยิ่งเขาเงียบ ภรรยาหวังอ้ายกั๋วก็ยิ่งด่าแรงขึ้น

            “สะใภ้ใหญ่ จะจบไหม? เทียบกับปัญหาที่ไฉไฉก่อ หยวนเฟิงเรียบร้อยกว่าเยอะ ไปดูลูกตัวเองก่อนเถอะ” นิสัยปกป้องพวกพ้องของยายหวังกำเริบ จนไม่สนใจอะไรแล้ว

            ภรรยาหวังอ้ายกั๋วเห็นแม่สามีปกป้องขนาดนี้ก็ยิ่งโมโห “ย่าใครเป็นแบบนี้บ้าง? หลานแท้ๆ ไม่รัก แต่ไปช่วยบ้านตระกูลฉินเลี้ยงลูก เหนื่อยเปล่า อย่าลืมสิว่าเด็กนี่นามสกุลฉิน เป็นคนบ้านฉิน เลี้ยงไปก็เหมือนเลี้ยงลูกอกตัญญู”

            “สะใภ้ใหญ่ ชักจะเกินไปแล้วนะ อย่างน้อยก็เป็นผู้ใหญ่” คำพูดเมื่อครู่มันฟังไม่เข้าหูจริงๆ ตาหวังจึงทนไม่ไหว ปกติเขาจะไม่ค่อยยุ่งกับลูกสะใภ้ แม้บางครั้งจะทำตัวเกินไปบ้าง

            แต่ถ้าพ่อสามีเอ่ยปากแล้ว แสดงว่าทนไม่ไหวจริงๆ

            “พ่อคะ หนูเป็นห่วงนะคะ หนูว่าให้หยวนเฟิงกลับไปอยู่กับพ่อเขาดีกว่า พ่ออายุขนาดนี้แล้วต้องมาเหนื่อยใจ หนูเป็นห่วงนะคะ” ภรรยาหวังอ้ายกั๋วเปลี่ยนเป็นไม้อ่อน

            แต่สองตายายไม่หลงกลแม้แต่น้อย

            ภรรยาหวังอ้ายกั๋วไม่คิดจะจบง่ายๆ เป้าหมายคือไล่ฉินหยวนเฟิงออกไป แต่สองตายายก็ไม่ยอม

            หลังออกจากบ้านสองตายาย เธอก็ไม่ได้กลับบ้าน แต่ไปหาที่โทรศัพท์

            หมู่บ้านต้าเหอมีบ้านที่มีโทรศัพท์อยู่ไม่กี่หลัง     

            ภรรยาหวังอ้ายกั๋วไปบ้านหลังหนึ่ง แล้วโทรหาฉินไห่เฉวียน พ่อของฉินหยวนเฟิง

            คนรับคือเฉินหลิง ภรรยาคนปัจจุบันของฉินไห่เฉวียน

            พอได้ยินว่าจากบ้านหวัง เฉินหลิงก็รีบเรียกสามีมารับสาย

            พอฉินไห่เฉวียนรับสาย ภรรยาหวังอ้ายกั๋วก็ด่ากราดทันที “ฉินไห่เฉวียน รีบมารับลูกชายแกกลับไปเลยนะ ไอ้เด็กนี่ก่อเรื่องไม่เว้นวัน ไม่ถูกเรียกไปโรงเรียนก็ถูกคนมาหาเรื่องถึงบ้าน ตากับยายมันอายุเท่าไหร่แล้วต้องมาเหนื่อยใจเพราะมันแท้ๆ แกให้แค่ค่าเทอมกับค่ากินแล้วก็ไม่สนใจเลย สบายไปแล้วนะ ถ้ายังมีจิตสำนึก รีบมารับลูกกลับไปสอนเอง อย่ามาสร้างความเดือดร้อนให้พ่อแม่สามีฉันอีก”

            เธอพูดเร็วและเกรี้ยวกราด ไม่ต้องพูดถึงอารมณ์ของฉินไห่เฉวียนที่ปลายสายเลย

            ......

            ทิงเสวี่ยกับหวงเถาก็มีเรื่องกัน บนหน้าก็มีรอย หลินกั๋วผิงกลับมาเห็นรอยฝ่ามือบนหน้าลูกสาวก็รีบถาม “ไปทำอะไรมา? ใครรังแกลูก?”

            อย่าว่าแต่รอยฝ่ามือเลย แค่ผมร่วงเส้นเดียวหลินกั๋วผิงก็ใจจะขาดแล้ว

            ทิงเสวี่ยเล่าเรื่องที่ตีกับหวงเถา และฉินหยวนเฟิงตีหวงเทาให้พ่อฟัง “ถ้าไม่ใช่เพราะหวงเทาปากไม่ดี ฉินหยวนเฟิงก็ไม่ตีเขาหรอกค่ะ พอตีกัน หวงเถาก็เข้าไปช่วย หนูกลัวฉินหยวนเฟิงเสียเปรียบ เลยไปตีกับหวงเถา พ่อคะ หนูว่าแม่หวงเถาไม่ปล่อยฉินหยวนเฟิงไว้แน่ ต้องไปอาละวาดที่บ้านเขาแน่ๆ ครั้งนี้เป็นเพราะหนู เขาถึงได้มีเรื่องกัน”

            พอรู้เรื่อง สีหน้าหลินกั๋วผิงก็ไม่ดีนัก “ไอ้เด็กหวงเทานี่ตัวนิดเดียว ไม่คิดว่าในหัวจะมีแต่เรื่องเหลวไหล”

            ทิงเสวี่ยแค่นเสียง “นั่นสิคะ ถ้าเอาสมองไปใช้กับเรื่องเรียน จะได้ที่โหล่ตลอดได้ยังไง”

            หลินกั๋วผิง “แต่หยวนเฟิงก็ใจร้อนไป ถ้าเขาไม่ตีเรา เราก็อย่าไปตีเขาก่อน ถ้าเราลงมือก่อน จากถูกก็จะกลายเป็นผิดนะ”

            ทิงเสวี่ยพยักหน้า

            วันรุ่งขึ้น หวงเทาไม่มาโรงเรียน หวงเถาผู้เป็นพี่สาวก็มาลาป่วยแทนเขากับครูหวัง

            บนหน้าหวงเถาก็มีรอย แต่ไม่มากนัก เช่นเดียวกับหน้าทิงเสวี่ย

            ตอนพักกลางวัน ทิงเสวี่ยเจอฉินหยวนเฟิงที่สนามเด็กเล่น

            เธอเพิ่งรู้ว่าเมื่อวาน แม่หวงเทาไปอาละวาดที่บ้านเขาจริงๆ

            “ฉินหยวนเฟิง ขอโทษนะ ถ้านายไม่ช่วยออกหน้าให้ฉัน ก็คงไม่มีเรื่อง” ทิงเสวี่ยขอโทษอย่างจริงใจ แต่แรกหวงเทาก็มุ่งเป้ามาที่เธอคนเดียว

            ฉินหยวนเฟิงพูดเรียบๆ “ไม่ต้องขอโทษหรอก คนอย่างหวงเทาสมควรโดนแล้ว”

            ทิงเสวี่ย “…”

            พอถึงมื้อกลางวัน ฉินหยวนเฟิงก็กลับบ้านกินข้าวเหมือนเคย พอถึงหน้าโรงเรียน เขาก็เจอคนที่ไม่ควรเจอที่สุด นั่นคือฉินไห่เฉวียน พ่อแท้ๆ ของเขา

            ทุกเทอมฉินไห่เฉวียนจะจ่ายค่าเทอมและค่ากินให้บ้านหวังตรงเวลา แต่ไม่ค่อยมาเยี่ยมลูก แน่นอนว่าฉินหยวนเฟิงไปอำเภอก็ไม่เคยกลับบ้านเช่นกัน

            พ่อลูกคู่นี้จะบอกว่าเหมือนคนแปลกหน้าก็ไม่ผิดนัก

            “หยวนเฟิง เลิกเรียนแล้วเหรอ” ฉินไห่เฉวียนเห็นว่าลูกชายเหมือนจะมองไม่เห็นตน ก็ต้องลดทิฐิเข้าไปทัก แต่ท่าทีของฉินหยวนเฟิงก็ยังเย็นชาเหมือนเดิม

            เห็นลูกมีท่าทีเย็นชา ฉินไห่เฉวียนก็จนปัญญาเพราะให้ความรักลูกคนนี้น้อย คาดหวังน้อย พอโดนทำเย็นชาใส่ก็เลยไม่เสียใจ

            “หยวนเฟิง พ่อมาครั้งนี้จะมารับลูกกลับไปนะ เมื่อกี้คุยกับโรงเรียนแล้ว บ่ายนี้จะทำเรื่องย้ายให้” ฉินไห่เฉวียนเดินตามพลางบอกจุดประสงค์

            เดินไปได้สองสามก้าว ฉินหยวนเฟิงก็หันกลับมาพูดเสียงเย็นชา “ผมไม่กลับ ผมไม่ย้าย”

            ฉินไห่เฉวียน “เรื่องนี้ลูกตัดสินใจเองไม่ได้ เดี๋ยวพ่อจะไปคุยกับตากับยาย พวกท่านน่ะแก่แล้ว ดูแลลูกไม่ไหว อีกอย่างที่อำเภอสภาพแวดล้อมการเรียนดีกว่าเยอะ”

            ฉินไห่เฉวียนตามฉินหยวนเฟิงกลับไปบ้านหวัง

            เมื่อวานหลังโดนภรรยาหวังอ้ายกั๋วต่อว่าทางโทรศัพท์ เขาก็คิดทั้งคืนว่าควรจะรับลูกชายคนโตมาอยู่ด้วย

            ลูกคนโตเรียนเก่ง อนาคตเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ได้แน่ ส่วนคนเล็กเรียนแย่ ถ้าคนโตมาอยู่ด้วย พี่น้องจะได้ช่วยกัน

            แม้เฉินหลิงจะไม่เต็มใจนัก แต่เมื่อสามีตัดสินใจแล้ว เธอก็พูดอะไรไม่ได้

            สองตายายเห็นฉินไห่เฉวียนมา ก็ยังคงมีท่าทีเย็นชาเหมือนเดิม

            “คุณตา คุณยาย เรียกเขามารับผมเหรอครับ?” วินาทีนั้นในใจฉินหยวนเฟิงสับสนไปหมด เขากลัวจริงๆ ว่าตากับยายจะไม่ต้องการเขาแล้ว เขายอมลำบากอยู่ที่นี่ เรียนในที่ด้อยกว่า ดีกว่ากลับไปอยู่กับพ่อ

            ในดวงตาของฉินหยวนเฟิงมีน้ำตาคลอเล็กน้อย ใสราวไข่มุกที่พร้อมจะร่วงหล่น

            สองตายายงงงัน “หยวนเฟิง ตากับยายจะไล่หลานได้ยังไง เราสาบานไว้หน้าหลุมศพแม่หลานแล้วว่าจะเลี้ยงหลานจนโต”

            จากนั้นยายหวังก็หันไปถามฉินไห่เฉวียน “นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ พูดมาให้ชัดๆ ซิ”

            ฉินไห่เฉวียนจึงเล่าเรื่องที่ภรรยาหวังอ้ายกั๋วโทรไปหาเมื่อวานให้ฟัง

            เรื่องในอดีตตนเป็นฝ่ายผิด ฉินไห่เฉวียนจึงไม่กล้าเชิดหน้าใส่สองตายาย

            พอรู้ว่าเป็นฝีมือภรรยาหวังอ้ายกั๋ว สองตายายก็เข้าใจ

            ตาหวังสูบบุหรี่ยี่ห้อต้าเฉียนเหมินที่ฉินไห่เฉวียนยื่นให้ แล้วเอ่ยเสียงเนิบนาบ “หยวนเฟิงน่ะ พวกเราจะเลี้ยงต่อไป ตราบใดที่เขาไม่เต็มใจกลับไปอยู่กับแก เราก็จะเลี้ยง ถึงแกจะไม่ให้เงิน เราก็เลี้ยงได้”


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199