วันนี้จ้าวหันกับซุนอวิ๋นปัวคว้าโอกาสในการจับสาวงามที่พวกเขาเฝ้ามองมาหลายวันนี้ได้ง่ายๆแต่ตอนที่กำลังจะลงมือกินคิดไม่ถึงว่าจะมีเด็กหนุ่มไม่รู้จักตายคนหนึ่งเข้ามาก่อกวน
“จะต้องจัดการเขาให้ได้!” จ้าวหันเลียคมมีดแล้วนึกถึงทรวงอกอวบอิ่มขาวเนียนของหญิงสาวคนนั้น ่ล่างก็พลันคึกคักขึ้นมาเขาส่งสายตาให้ซุนอวิ๋นปัว ทั้งสองคนเริ่มหยั่งเชิงโดยการวิ่งไปทางเด็กหนุ่มสองสามก้าวแต่คาดว่าไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะหันหลังวิ่งหนีไปสองคนนี้เลยเกิดความคิดที่จะฆ่าคนขึ้นมาทันทีจึงวิ่งตามเด็กหนุ่มคนนั้นไปอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวเด็กหนุ่มคนนั้นดันหยุดกะทันหัน ปากก็พึมพำคำพูดบางอย่างออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำ
เมื่อเหยื่อตรงหน้าหยุดวิ่งกะทันหันก็ทำให้คนร้ายที่ตามมาทางด้านหลังเกิดความลังเลไม่มั่นใจขึ้นมาและหยุดวิ่งตามไปด้วย ด้านหนึ่งก็ตั้งสมาธิฟังว่าเด็กคนนั้นกำลังพูดอะไรอีกด้านหนึ่งก็เข้าไปใกล้เขาช้าๆ ด้วยความระแวดระวัง
“ดวงิญญาผู้วายชนม์จงฟังคำสั่งของข้า ร่างกายที่เน่าเปื่อย รอคอยการสั่งการจากข้า สิ่งมีชีวิตทั้งมวลจงสาดเืเนื้อลงบนผืนแผ่นดิน ถวายดวงจิตให้กับเทพแห่งความตายและสยบให้ข้าผู้เป็นาย! ...”เสียงของถังชวนดังก้องตรอกมืดที่แคบและลึกแห่งนี้
แม้ว่าเสียงของเขาฟังดูแล้วจะยังมีความเยาว์วัยของหนุ่มสาวแต่น้ำเสียงกลับลุ่มลึกยิ่งกว่าผู้ชราที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก คำพูดแปลกๆที่ไม่สอดคล้องกันอย่างยิ่งดังขึ้นในความเงียบท่ามกลางความมืดมิดทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงหัวใจอย่างน่าประหลาด
ถังชวนที่หันหลังให้กับทั้งสองคนนั้นไร้การป้องกันและมีช่องโหว่เต็มไปหมด แต่จ้าวหันและซุนอวิ๋นปัวกลับมองหน้ากันไปมาโดยที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้รู้สึกขนลุกขึ้นในใจ
จ้าวหันถูกเสียงของถังชวนกระตุ้นให้ทั่วร่างหนาวจนขนลุกเขาสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายดุร้ายแผ่ออกมาจากร่างกาย “เวรเอ๊ยเล่นปาหี่หลอกพวกกูหรอ กูจะแทงมึง!” เขาก้าวตรงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว วางฝ่ามือไว้บนบ่าของถังชวนแล้วะโเสียงดังว่า “เฮ้ย!”เป้าหมายคือ้าดึงดูดความสนใจของฝ่ายตรงข้ามให้หันหน้ามามองเขา
คนส่วนใหญ่ที่ออกมามั่วสุมกันล้วนรู้ลูกไม้ตื้นๆเช่นนี้ เมื่อตบบ่าของฝ่ายตรงข้าม ก็อาศัยโอกาสที่ฝ่ายตรงข้ามหันหน้ามายกมือขึ้นแสดงว่าเป็พวกเดียวกันแต่จ้าวหันกลับคิดจะอาศัยเสี้ยววินาทีที่ถังชวนหันกลับมาแทงคอหอยเขาในวงการนี้เรียกกันว่า หลั่งเืยามแหงนหน้า
แต่เมื่อจ้าวหันที่เต็มไปด้วยจิตสังหารกำมีดแหลมในมือแน่นจ้องมองศีรษะของเด็กหนุ่มหันมาช้าๆเขากลับเห็นดวงหน้าคู่หนึ่งที่ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ควรมี ในดวงตาไม่มีตาดำมีเพียงแค่สีขาวซีด ไม่คล้ายกับั์ตาโสมมของดวงิญญาคนตายแต่กลับเหมือนการจ้องมองจากปีศาจที่ดุร้ายยิ่งกว่า
ในคืนมืดมิดเมื่อเด็กหนุ่มซึ่งถูกไล่ตามมาครู่หนึ่งเผยให้เห็นดวงตาสีขาวคู่หนึ่งขณะที่หันกลับมา
จ้าวหันกรีดร้องใขนทั่วร่างตั้งชัน “แก แกเป็ตัวอะไร!!” เขามือเท้าเย็นเฉียบมองไปยังใบหน้าเ็าของเด็กหนุ่มที่แย้มรอยยิ้มบางๆด้วยสายตาหวาดกลัวเหมือนกับมองศพร่างหนึ่งที่กำลังมองมาทางเขาเช่นกัน
“ไม่ต้องกลัวยกมือขึ้นมาแทงมันซะ มันกำลังเล่นปาหี่หลอกลวงเราอยู่!” จ้าวหันให้กำลังใจตัวเองในใจแต่เมื่อเขามองดวงตาขาวโพลนคู่นั้น เข่าก็พลันอ่อนยวบและคิดหาหนทางหลบหนีไปอย่างอดไม่ได้
ซุนอวิ๋นปัวที่อยู่ด้านหลังจ้าวหันไม่เห็นดวงตาน่ากลัวคู่นั้นของถังชวนแต่กลับเห็นจ้าวหันคล้ายกับถูกฝ่ายตรงข้ามทำให้ใจนช็อกไป เขาแอบหัวเราะในใจ “ปกติรู้จักแต่แสร้งทำเป็เก่งต่อหน้าเพื่อนฝูงตอนนี้ทำไมถึงไม่อวดเก่งเหมือนก่อนหน้านี้แล้วล่ะ ดูฉันแล้วกัน!” เขาหัวเราะเสียงเย็น ก้าวไปข้างหน้ายืดตัวแทงกริชเข้าที่หน้าอกของถังชวนอย่างรวดเร็ว
ถังชวนปรายตามองเห็นกริชแทงตรงมาจึงยื่นมือออกไปหยุดเสียงฉึกดังขึ้น กริชแทงฝ่ามือเขาเป็รู ใบหน้าดุร้ายของซุนอวิ๋นปัวโผล่เข้ามาตรงหน้าถังชวนทันที
แม้ว่าฝ่ามือจะถูกแทงแต่ถังชวนกลับไม่รู้สึกถึงความเ็ปเขายื่นมืออีกข้างออกไปลูบหน้าผากซุนอวิ๋นปัวราวกับลูบของเล่นที่ชื่นชอบชิ้นหนึ่งมุมปากเขาอมยิ้มเย็น และค่อยๆ พึมพำว่า “ไม่ต้องกลัว ไม่เจ็บเลยสักนิดเดียวไม่ต้องกลัวๆ ...”
ซุนอวิ๋นปัวเงยหน้าขึ้นเห็นั์ตาขาวซีดคู่หนึ่งจ้องมองมาที่เขาการเคลื่อนไหวกับคำพูดของฝ่ายตรงข้ามที่แปลกประหลาดถึงเพียงนั้นทำให้ความหนาวะเืผุดขึ้นในใจ ร่างกายชาวาบ จึงด่ากราดว่า “เวรเอ๊ย จะหลอกใครกัน!” เขาออกแรงกระตุกมือคิดจะดึงกริชออกมาจากฝ่ามือถังชวน แต่กลับถูกนิ้วทั้งห้าของถังชวนกำมือเขาแน่นราวกับรากไม้มือเย็นเยียบข้างนั้นคล้ายกับวาดสัญลักษณ์อะไรเบาๆ บนหน้าผากเขา
ซุนอวิ๋นปัวรู้สึกเพียงแค่ว่านิ้วมือเย็นเฉียบนั้นราวกับอสรพิษตัวหนึ่งทำให้เขาขนลุกไปทั้งตัว เขาทั้งร้อนใจทั้งหวาดกลัวด้านหนึ่งก็ออกแรงดึงมือที่ถูกถังชวนจับเอาไว้ ด้านหนึ่งก็หันไปพูดกับจ้าวหันว่า“มองอะไรของแก ยังไม่รีบมาช่วยอีก”
เขาไม่หันไปก็ดีพอหันไปกลับใจนเกือบจะเป็ลมไป แล้วส่งเสียงร้องอันน่าสังเวชใจออกมา!
จ้าวหันในตอนนี้ยืนตัวแข็งอยู่ที่เดิมมองเขาด้วยร่างที่สั่นระริกกล้ามเนื้อทุกส่วนบนใบหน้าคล้ายกับของเหลวที่เคลื่อนไหวขึ้นลงเผยให้เห็นสีแดงฉานชวนผวา แก้มของเขายังมีเนื้อหนังบางส่วนหลุดลอกมาห้อยอยู่ที่คางจะหลุดแหล่มิหลุดแหล่ เผยให้เห็นสีแดงเืขัดตาของกล้ามเนื้อและสีขาวของเหงือกกับฟัน
แต่จ้าวหันกลับไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงบนร่างกายตัวเองเขาเพียงแค่กลัวจนฟันกระทบกันดังกึกๆขณะจ้องมองมือซุนอวิ๋นปัวที่ถูกถังชวนจับเอาไว้ข้างนั้นด้วยตัวสั่นเทิ้มเป้ากางเกงนั้นเปียกชุ่มไปด้วยปัสสาวะที่ราดออกมา
มือของถังชวนเหมือนกรดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงมือของซุนอวิ๋นปัวค่อยๆ ถูกกัดกร่อนจนกลายเป็สีขี้เถ้าิัแห้งแตกราวกิ่งไม้แห้ง และค่อยๆ ร่วงหล่นเหมือนกับขี้เลื่อยส่วนหลอดเืภายในแขนเขาก็คล้ายกับแห้งเหือดไปแล้ว กระทั่งเนื้อก็เป็สีขาวอมเทาถึงกับสามารถมองเห็นหนอนแต่ละตัวที่ออกแรงชอนไชไปในเส้นเืได้รางๆ หนอนเ่าั้คืบคลานเข้าไปในร่างกายเขาตามหลอดเืของซุนอวิ๋นปัว
ไม่มีใครรู้ว่าพวกมันโผล่ออกมาจากที่ไหนกันแน่เหมือนกับโผล่มากลางอากาศ แต่ก็เหมือนกับคืบคลานออกมาจากมือของถังชวน จำนวนของพวกมันมากขึ้นเรื่อยๆส่วนพวกที่หล่นลงไปบนพื้นก็ถึงกับมีเสียงซู่ซ่าราวกับสายฝน
จ้าวหันกับซุนอวิ๋นปัวคนร้ายสองคนที่เมื่อครู่ยังมีท่าทางดุร้ายน่ากลัวในตอนนี้กลับใจนเกือบิญญาหลุดออกจากร่าง จ้าวหันก้มหน้า ตัวสั่นเทา แต่พอมองหนอนที่คืบคลานเข้ามาช้าๆภายใต้แสงจันทร์เย็นเยียบที่ส่องสว่าง เขาก็คำรามเสียงดังจนแทบจะขาดใจแล้วหันหลังวิ่งหนีไป!ซุนอวิ๋นปัวเห็นจ้าวหันทิ้งเขาได้ลงคอ ตัวเองก็หันหน้ากลับไปโดยไม่รู้ตัวแต่กลับเห็นเด็กหนุ่มตรงหน้ายิ้มกว้างให้เขาอยู่ ท่าทางน่าสะพรึงกลัวมีได้มากเท่าใดก็น่าสะพรึงกลัวมากเท่านั้น!
ไม่รู้ว่าไปเอาพละกำลังมาจากไหนเขากระชากแขนอย่างแรง ในที่สุดก็ดึงแขนตัวเองออกมาจากมือถังชวนได้สำเร็จ
เขาร้องโหยหวนโวยวายแล้ววิ่งโซเซกลับไป
เขาไม่ทันสังเกตเลยว่ามือของเขายังคงอยู่ในมือถังชวน...
เมื่อไม่มีเพื่อนอีกสองคนของตัวเองช่วยจับแขนขาผู้หญิงคนนี้เอาไว้ฟางฉีจึงมีเื่ยุ่งยากมากขึ้น ขาสองข้างของเขาแยกขาของเธอออกมือข้างหนึ่งก็จับมือทั้งคู่ของเธอเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ออกแรงถอดกางเกงของเธอ
หญิงสาวดิ้นรนต่อสู้อยู่นานจึงเหนื่อยจนหมดแรงไปนานแล้วเธอเบิกตากลมโตสีนิลคู่นั้นมองตรอกลึกที่มืดสนิทคล้ายกับเฝ้ารอว่าจะมีวีรบุรุษคนหนึ่งที่เหนือศีรษะมีแสงจันทร์ศักดิ์สิทธิ์เท้าเหยียบกลีบดอกไม้หลากสีสันช่วยเธอออกไปจากฝันร้ายนี้
แต่หลังจากเด็กหนุ่มที่มาปรากฏตัวขึ้นอย่างบังเอิญหายลับไปในความมืดก็ไม่เห็นเขากลับมาอีกหญิงสาวดิ้นรนต่อสู้อีกครู่หนึ่ง และสิ้นหวังในที่สุด...
ฟางฉีเห็นว่าในที่สุดหญิงสาวคนนี้ก็ไม่ดิ้นรนขัดขืนอีกจึงรู้สึกดีใจมาก ขณะที่เตรียมจะฝืนส่งน้องชายเข้าไปในจุดซ่อนเร้น ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนอันน่าเวทนาดังขึ้นท่ามกลางค่ำคืนที่เงียบสงัดเสียงนั้นฟังแล้วคุ้นหูมาก
เป็เสียงของเพื่อนเขา!
เสียงฝีเท้าที่ฟังดูตื่นตระหนกดังลอยมาจากทางด้านหลังเขาอย่างรวดเร็ว
“เกิดเื่อะไรขึ้น”ฟางฉีทั้งใทั้งโมโห พลางหันกลับไปอย่างโกรธเกรี้ยว “ทำบ้าอะไรกันแค่เด็กคนเดียว พวกนายสองคนก็ยัง...”