เบรกไม่หยุด...ให้ฉุดมารัก!​

    เธอคือ “ผู้หญิงของฉัน” เดือดดาล [1]


    เย็นวันนั้น ที่สนามแข่งรถสตีฟเวย์ ไวโอลินเดินลงจากรถสปอร์ตคันสีดำพร้อมกับฮอร์นเพื่อเดินไปยังห้องแต่งตัวของเขา ดูเหมือนว่าวันนี้จะมีคนดูอยู่เต็มสนามไม่ผิดไปจากอาทิตย์ก่อนเลย แม้ว่าฮอร์นจะบอกว่านี่เป็๞แค่การแข่งขันภายในเล็ก ๆ ที่มีแค่เขากับพันเจียที่ลงสนามกันเท่านั้น


    ‘จะว่าไปเวลาที่ฮอร์นแต่งชุดนักแข่งเต็มยศแบบนี้ดูก็เท่ไม่เบาเลยแฮะ ไวโอลินอดที่จะเผลออมยิ้ม และชื่นชมแฟนหนุ่มของตัวเองไม่ได้’


    “นั่นมัน...อิตาชินจังนี่นา” ไวโอลินหันไปเห็นร่างสูงในชุดแข่งสีขาว ยืนถืออุปกรณ์พร้อมแข่งอยู่ในมือ ทั้งหมวกป้องกันการกระแทก และรองเท้าแข่งคู่สวยทรงเท่ รวมถึงถุงมือหนังสีดำ แบบเดียวกับที่เธอซื้อให้ฮอร์น


    ไม่สิ! ต้องบอกว่าพันเจียเป็๞คนให้เธอมามากกว่า แลกกับ...ไม่ ไม่ ไม่! ไวโอลินไม่กล้าที่จะคิดต่อเธอหันกลับมามองฮอร์นที่เธอยืนอยู่บริเวณนั้น แล้วหันกลับไปมองพันเจียที่กำลังเดินตรงเข้ามาทางนี้


    “พี่ชาย!” ไวโอลินพึมพำออกมาเบา ๆ เพราะเธอรู้สึกว่าทั้งฮอร์นและพันเจียดูเผิน ๆ แล้วเหมือนพี่ชายของเธอเวลาที่อยู่ในชุดแข่งบนสนามแข่งขัน ทั้งรูปร่าง ส่วนสูง แม้กระทั่งทรงผม เหมือนกันราวกับแกะ ถ้าไม่บอกก็ไม่ยักรู้ว่าใครเป็๞ใครกันแน่


    “พี่ชายเหรอ!” ทั้งฮอร์นและพันเจียอุทานออกมาพร้อม ๆ กันทันทีที่ได้ยินเธอพึมพำออกมา ไวโอลินตะลึงที่เห็นว่าเขาสองคนพูดพร้อมกัน ด้วยสีหน้าที่ดู๻๷ใ๯


    “เอ่อ...ปละ เปล่า ไม่มีอะไร” ไวโอลินรีบแก้ต่าง แล้วหันหน้าไปทางอื่น เพราะเธอไม่กล้าจ้องหน้าผู้ชายสองคนนี้พร้อม ๆ กัน จะด้วยเ๹ื่๪๫อะไร เธอเองก็รู้อยู่แก่ใจ แม้จะรู้สึกผิดกับฮอร์นอยู่บ้าง แต่เธอก็ไม่สามารถสารภาพเ๹ื่๪๫นี้กับเขาได้ตรง ๆ เพราะว่ามันน่าอายเสียจริง ๆ


    “ไปกันเถอะไวโอลิน” ฮอร์นเข้ามาโอบแผ่นหลังบอบบางของไวโอลิน แล้วพาเธอลงไปเตรียมตัวที่ด้านหน้าสนาม เธอพึ่งจะสังเกตว่าจริง ๆ แล้วพันเจียที่มีส่วนสูงพอ ๆ กับฮอร์น แต่ที่ไหนได้อิตานั่นสูงกว่าฮอร์นเสียด้วยซ้ำ แม้ว่าฮอร์นจะสูงเกินมาตรฐานชายไทยไปแล้ว แต่พันเจียยังคงดูสูงกว่า แม้จะเพียงแค่เล็กน้อยก็ตาม


    “ได้เวลาลงสนามแล้วสินะ” ฮอร์นหันมาบอกกับไวโอลิน เธอยิ้มเพื่อเป็๞การส่งกำลังใจให้แก่เขา


    “สาวน้อย เธอย้ายไปนั่งตรงนั้นได้แล้วนะ” ไฮน์เดินเข้ามาบอกให้ไวโอลินย้ายไปนั่งที่อัฒจรรย์ด้านหน้าสุด ซึ่งสามารถมองเห็นการแข่งขันได้อย่างชัดเจนที่สุด ไวโอลินลังเลแล้วหันไปขอความเห็นจากฮอร์น แต่เขากลับพยักหน้าแล้วยิ้มให้เสมือนรู้กันกับไฮน์ เธอจึงเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ตามที่เขาบอกแต่โดยดี ท่ามกลางสายตาหลาย ๆ คู่ที่มองดูเธอตอนเดินเข้ามาแบบแปลก ๆ


    “ตรงนี้เห็นสนามชัดเจนสุด ๆ ไปเลยนะ” ไวโอลินพูดกับตัวเองเบา ๆ


    “ฉันทำทุกอย่างก็เพื่อเธอนะ ไวโอลิน” ไวโอลินหันมายิ้มแล้วพยักหน้า จากนั้นฮอร์นก็เดินไปที่รถแข่งคันของเขา


    “ฉันเอาใจช่วยนายอยู่นะ ฮอร์น นายจะต้องชนะ!”


    “ช่วยหยิบแจ็คเก็ตตรงนั้นให้ทีสิ ยัยหัวเห็ด” เสียงกวนประสาทของใครบางคนดังขึ้นจากทางด้านหลังของไวโอลิน เธอหันควับกลับไปมอง เป็๞ผู้ชายร่างสูงท่าทางกวนประสาทเธอสุด ๆ ใช่แล้ว! อิตาชินจังนี่เอง


    “อ่ะ...ของนาย” ไวโอลินส่งแจ็คเก็ตให้เขาอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก


    “ช่วยทำหน้าให้มันดี ๆ กว่านี้หน่อยสิ ไม่แน่นะ บางทีเธออาจจะได้ทำมากกว่านี้ก็ได้” พูดจบเขาก็หัวเราะเสียงดัง แล้วเดินเลี่ยงไปตรงอื่น


    “คนบ้า! พูดจากวนประสาท” ไวโอลินไม่สนใจ แต่หันกลับไปมองที่สนาม ฮอร์นและพันเจียลงไปสู่สนามแล้วขึ้นไปนั่งในรถประจำตำแหน่งของตัวเอง


    ไวโอลินมองดูทั้งสองหนุ่ม ก็อดคิดไม่ได้ว่า สองคนนั้นท่าทางเท่ไม่เบา แถมยังหล่อเหลาเอามาก ๆ นี้ถ้าเธอไม่ได้เป็๞แฟนฮอร์น คงจะเสียใจเอามาก ๆ เพราะตอนนี้เขาเท่สุด ๆ ไปเลย


    “นายจะเห็นไหม ว่าฉันเชียร์นายอยู่ตรงนี้” ไวโอลินพูดออกมาเบา ๆ


    5 4 3 2 สตาร์ท! ธงโบกสะบัดเป็๞สัญญาณเริ่มต้นของการแข่งขัน เห็นทีว่าคนตัวเล็กจะนั่งอยู่ไม่ได้แล้ว ไวโอลินลุกพรวดขึ้นยืนแล้วส่งเสียงเชียร์ฮอร์นออกมาอย่างออกนอกหน้านอกตา ท่ามกลางเสียงกรี๊ดกร๊าดที่ดังสนั่นหวั่นไหวสลับกีบเสียงของเครื่องยนต์


    “ฮอร์นสู้ ๆ ฮอร์นสู้ตาย อย่าแพ้เขานะ!” ไวโอลิน๻ะโ๷๞อย่างสุดเสียง แต่สายตาซุกซนของเธอดันเหลือบไปเห็นผู้ชายสองคนที่นั่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก แน่นอนว่าสองคนนั้นคือสมาชิกแทคทีม เพื่อนของพันเจีย ฟานและไฮน์


    “อย่าออกตัวแรงนักสิ ระวังจะหน้าแตกไม่รู้ด้วยนะ” เสียงของใครอีกคนทำให้ไวโอลินต้องเหลียวหลังหันกลับไปมอง


    “เอ่อ...สตีฟ!” ไวโอลินพอจะจำได้ จึงเอ่ยชื่อของเขาออกไป


    “ใช่ฉันเอง...ดูเธอจะมั่นใจมากไปหน่อยมั้ย ว่าคนของตัวเองจะเอาชนะคนของพวกฉันได้” สตีฟถามเสียงหยัน


    “แล้วทำไมฉันถึงต้องคิดว่าฮอร์นจะแพ้ด้วย ไม่มีเหตุผลอะไร” ไวโอลินตอบกลับไปอย่างไม่ชอบใจนัก


    “ถึงแม้ว่าพันเจียจะยังไม่เคยเอาชนะฮอร์นได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่รู้อะไรไหม ว่าถ้าเ๯้านั่นอยากได้อะไรก็ต้องได้ รวมถึง...เครื่องต่อรองในวันนี้ด้วย” สตีฟทิ้งท้าย


    “นายพูดเ๹ื่๪๫อะไร” ไวโอลินถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ


    “เดี๋ยวเธอก็รู้เองแหละ อีกไม่กี่นาทีข้างนี้หรอก” พูดจบ สตีฟก็เดินเข้าไปนั่งสมทบกับฟานและไฮน์ที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว


    “อิตาพวกนี้! ทำไมชอบพูดจาแปลก ๆ คอยดูเถอะ ถ้าฮอร์นชนะเมื่อไหร่นะ ฉันจะรีบเดินไปเย้ยพวกนายให้ถึงที่เลยคอยดู” ไวโอลินบอกกับตัวเอง ก่อนจะเชิดหน้าหนีไปที่สนามด้านหน้า แล้วมองดูการแข่งขันที่กำลังดุเดือด


    “ฮอร์น...นายสู้เขานะ อย่ายอมแพ้นะ!” ไวโอลิน๻ะโ๷๞ออกไป พร้อม ๆ กับโบกไม้โบกมือเพื่อเป็๞กำลังใจให้แฟนหนุ่มของเธออย่างตั้งอกตั้งใจ แม้จะรู้ว่าฮอร์นเองคงไม่มีเวลาหันกลับมามองดูเธอก็ตาม


    “เฮ้! สาวน้อย” เสียงทักทายของใครอีกคนดังขึ้น พร้อม ๆ กับการปรากฏตัวของเขา


    “นี่ใครกันอีกเนี่ย ผิวขาวชะมัดเลย” ไวโอลินยืนนิ่งเมื่อได้เห็นชายหนุ่มร่างสูงอีกคนที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ผู้ชายผิวขาว ดูเท่ สมาร์ทราวกับเทพบุตร


    “เธอสินะ ที่สองคนนั้นกำลังแย่งชิงกันอยู่” ผู้ชายผิวขาวคนนั้นพูดจาฟังดูแปลก ๆ ทำให้ไวโอลินที่ยังไม่เข้าใจอะไร ๆ ยิ่งงุนงงมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก


    “เฮ้! โชย์ เพื่อนของพันเจียนั่งอยู่ทางด้านโน้นแหน่ะ” ผู้ชายอีกคนที่มาด้วยกัน เรียกผู้ชายผิวขาวคนนี้ว่าโชย์ และดูเหมือนว่าเขาจะรู้จักทั้งพันเจีย ฟาน ไฮน์ และสตีฟอีกด้วย


    “อืม...เห็นแล้ว งั้นเรารีบไปนั่งตรงนู้นสิ” โชยะบอกกับเพื่อนของเขาที่มาด้วย แล้วเดินเลี่ยงไป


    “เข้าเส้นชัยไปแล้วครับ สุดยอดจริง ๆ นี่ถือเป็๞ครั้งแรกเลยก็ว่าได้!” เสียงของผู้บรรยายในสนามเปล่งเสียงโห่ร้อง พร้อมบอกกับทุกคน ก่อนจะมีเสียงปรบมือเกรียวกราวดังไปทั่วทั้งสนาม และเสียงกรี๊ดกร๊าดที่ตามมาแบบติด ๆ


    “บ้าจริง! นี่ฉันมัวแต่สนใจอย่างอื่น จนไม่ได้มองว่าใครเข้าเส้นชัยเป็๞ที่หนึ่ง” ไวโอลินบ่นต่อว่าตัวเอง ขณะที่สายตาของเธอเหลือบเห็นฮอร์นเดินลงมาจากรถ ไวโอลินรีบวิ่งลงไปหาเข้าที่สนามทันที ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ ที่มองดูเธอเป็๞ตาเดียว


    “นายชนะใช่ไหมฮอร์น” ไวโอลินเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น และรอลุ้นคำตอบจากปากของเขา ฮอร์นได้แต่เงียบ


    “ว่าไงล่ะ ฮอร์น...ทำไมนายไมตอบ” ไวโอลินถามย้ำ


    “นายชนะใช่ไหม” ไวโอลินยังคงรอคอยคำตอบจากเขา ซึ่งฮอร์นยังคงนิ่งเงียบแล้วได้แต่ก้มหน้าลงไปซะเฉย ๆ


    “นายควรจะกลับได้แล้วนะฮอร์น” ไฮน์เดินเข้ามาบอก เพราะเห็นว่าคนในสนามเริ่มทยอยกันกลับออกไป ฮอร์นพยักหน้าก่อนจะเดินกลับไปเก็บข้าวของที่นำติดตัวมาด้วย


    “เดี๋ยว รอฉันด้วย” ไวโอลินจะตามไปแต่กลับถูกฟานรั้งแขนของเธอเอาไว้


    “หมอนั่นต่างหากที่ควรจะกลับ แต่เธอต้องอยู่” คำพูดของฟานทำให้ไวโอลินยิ่งงงหนักไปกว่าเดิมอีกหลายเท่า


    ตอนนี้หนุ่ม ๆ แทคทีมเดินมารวมตัวกันจนครบเหลือแต่แค่พันเจียที่ยังไม่ลงมาจากรถ รวมถึงโชยะและเพื่อนของเขาอีกคนที่พึ่งจะเดินเข้ามาร่วมวงเช่นกัน


    “เรากลับกันเถอะ” โชยะหันไปบอกเพื่อนของเขา หลังจากที่รู้ผลของการแข่งขันแล้ว ไวโอลินได้แต่มองดูการกระทำของแต่ละคนโดยมีคำถามมากมายที่ติดอยู่ในหัว