เย็นวันนั้น ที่สนามแข่งรถสตีฟเวย์ ไวโอลินเดินลงจากรถสปอร์ตคันสีดำพร้อมกับฮอร์นเพื่อเดินไปยังห้องแต่งตัวของเขา ดูเหมือนว่าวันนี้จะมีคนดูอยู่เต็มสนามไม่ผิดไปจากอาทิตย์ก่อนเลย แม้ว่าฮอร์นจะบอกว่านี่เป็แค่การแข่งขันภายในเล็ก ๆ ที่มีแค่เขากับพันเจียที่ลงสนามกันเท่านั้น
‘จะว่าไปเวลาที่ฮอร์นแต่งชุดนักแข่งเต็มยศแบบนี้ดูก็เท่ไม่เบาเลยแฮะ ไวโอลินอดที่จะเผลออมยิ้ม และชื่นชมแฟนหนุ่มของตัวเองไม่ได้’
“นั่นมัน...อิตาชินจังนี่นา” ไวโอลินหันไปเห็นร่างสูงในชุดแข่งสีขาว ยืนถืออุปกรณ์พร้อมแข่งอยู่ในมือ ทั้งหมวกป้องกันการกระแทก และรองเท้าแข่งคู่สวยทรงเท่ รวมถึงถุงมือหนังสีดำ แบบเดียวกับที่เธอซื้อให้ฮอร์น
ไม่สิ! ต้องบอกว่าพันเจียเป็คนให้เธอมามากกว่า แลกกับ...ไม่ ไม่ ไม่! ไวโอลินไม่กล้าที่จะคิดต่อเธอหันกลับมามองฮอร์นที่เธอยืนอยู่บริเวณนั้น แล้วหันกลับไปมองพันเจียที่กำลังเดินตรงเข้ามาทางนี้
“พี่ชาย!” ไวโอลินพึมพำออกมาเบา ๆ เพราะเธอรู้สึกว่าทั้งฮอร์นและพันเจียดูเผิน ๆ แล้วเหมือนพี่ชายของเธอเวลาที่อยู่ในชุดแข่งบนสนามแข่งขัน ทั้งรูปร่าง ส่วนสูง แม้กระทั่งทรงผม เหมือนกันราวกับแกะ ถ้าไม่บอกก็ไม่ยักรู้ว่าใครเป็ใครกันแน่
“พี่ชายเหรอ!” ทั้งฮอร์นและพันเจียอุทานออกมาพร้อม ๆ กันทันทีที่ได้ยินเธอพึมพำออกมา ไวโอลินตะลึงที่เห็นว่าเขาสองคนพูดพร้อมกัน ด้วยสีหน้าที่ดูใ
“เอ่อ...ปละ เปล่า ไม่มีอะไร” ไวโอลินรีบแก้ต่าง แล้วหันหน้าไปทางอื่น เพราะเธอไม่กล้าจ้องหน้าผู้ชายสองคนนี้พร้อม ๆ กัน จะด้วยเื่อะไร เธอเองก็รู้อยู่แก่ใจ แม้จะรู้สึกผิดกับฮอร์นอยู่บ้าง แต่เธอก็ไม่สามารถสารภาพเื่นี้กับเขาได้ตรง ๆ เพราะว่ามันน่าอายเสียจริง ๆ
“ไปกันเถอะไวโอลิน” ฮอร์นเข้ามาโอบแผ่นหลังบอบบางของไวโอลิน แล้วพาเธอลงไปเตรียมตัวที่ด้านหน้าสนาม เธอพึ่งจะสังเกตว่าจริง ๆ แล้วพันเจียที่มีส่วนสูงพอ ๆ กับฮอร์น แต่ที่ไหนได้อิตานั่นสูงกว่าฮอร์นเสียด้วยซ้ำ แม้ว่าฮอร์นจะสูงเกินมาตรฐานชายไทยไปแล้ว แต่พันเจียยังคงดูสูงกว่า แม้จะเพียงแค่เล็กน้อยก็ตาม
“ได้เวลาลงสนามแล้วสินะ” ฮอร์นหันมาบอกกับไวโอลิน เธอยิ้มเพื่อเป็การส่งกำลังใจให้แก่เขา
“สาวน้อย เธอย้ายไปนั่งตรงนั้นได้แล้วนะ” ไฮน์เดินเข้ามาบอกให้ไวโอลินย้ายไปนั่งที่อัฒจรรย์ด้านหน้าสุด ซึ่งสามารถมองเห็นการแข่งขันได้อย่างชัดเจนที่สุด ไวโอลินลังเลแล้วหันไปขอความเห็นจากฮอร์น แต่เขากลับพยักหน้าแล้วยิ้มให้เสมือนรู้กันกับไฮน์ เธอจึงเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ตามที่เขาบอกแต่โดยดี ท่ามกลางสายตาหลาย ๆ คู่ที่มองดูเธอตอนเดินเข้ามาแบบแปลก ๆ
“ตรงนี้เห็นสนามชัดเจนสุด ๆ ไปเลยนะ” ไวโอลินพูดกับตัวเองเบา ๆ
“ฉันทำทุกอย่างก็เพื่อเธอนะ ไวโอลิน” ไวโอลินหันมายิ้มแล้วพยักหน้า จากนั้นฮอร์นก็เดินไปที่รถแข่งคันของเขา
“ฉันเอาใจช่วยนายอยู่นะ ฮอร์น นายจะต้องชนะ!”
“ช่วยหยิบแจ็คเก็ตตรงนั้นให้ทีสิ ยัยหัวเห็ด” เสียงกวนประสาทของใครบางคนดังขึ้นจากทางด้านหลังของไวโอลิน เธอหันควับกลับไปมอง เป็ผู้ชายร่างสูงท่าทางกวนประสาทเธอสุด ๆ ใช่แล้ว! อิตาชินจังนี่เอง
“อ่ะ...ของนาย” ไวโอลินส่งแจ็คเก็ตให้เขาอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก
“ช่วยทำหน้าให้มันดี ๆ กว่านี้หน่อยสิ ไม่แน่นะ บางทีเธออาจจะได้ทำมากกว่านี้ก็ได้” พูดจบเขาก็หัวเราะเสียงดัง แล้วเดินเลี่ยงไปตรงอื่น
“คนบ้า! พูดจากวนประสาท” ไวโอลินไม่สนใจ แต่หันกลับไปมองที่สนาม ฮอร์นและพันเจียลงไปสู่สนามแล้วขึ้นไปนั่งในรถประจำตำแหน่งของตัวเอง
ไวโอลินมองดูทั้งสองหนุ่ม ก็อดคิดไม่ได้ว่า สองคนนั้นท่าทางเท่ไม่เบา แถมยังหล่อเหลาเอามาก ๆ นี้ถ้าเธอไม่ได้เป็แฟนฮอร์น คงจะเสียใจเอามาก ๆ เพราะตอนนี้เขาเท่สุด ๆ ไปเลย
“นายจะเห็นไหม ว่าฉันเชียร์นายอยู่ตรงนี้” ไวโอลินพูดออกมาเบา ๆ
5 4 3 2 สตาร์ท! ธงโบกสะบัดเป็สัญญาณเริ่มต้นของการแข่งขัน เห็นทีว่าคนตัวเล็กจะนั่งอยู่ไม่ได้แล้ว ไวโอลินลุกพรวดขึ้นยืนแล้วส่งเสียงเชียร์ฮอร์นออกมาอย่างออกนอกหน้านอกตา ท่ามกลางเสียงกรี๊ดกร๊าดที่ดังสนั่นหวั่นไหวสลับกีบเสียงของเครื่องยนต์
“ฮอร์นสู้ ๆ ฮอร์นสู้ตาย อย่าแพ้เขานะ!” ไวโอลินะโอย่างสุดเสียง แต่สายตาซุกซนของเธอดันเหลือบไปเห็นผู้ชายสองคนที่นั่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก แน่นอนว่าสองคนนั้นคือสมาชิกแทคทีม เพื่อนของพันเจีย ฟานและไฮน์
“อย่าออกตัวแรงนักสิ ระวังจะหน้าแตกไม่รู้ด้วยนะ” เสียงของใครอีกคนทำให้ไวโอลินต้องเหลียวหลังหันกลับไปมอง
“เอ่อ...สตีฟ!” ไวโอลินพอจะจำได้ จึงเอ่ยชื่อของเขาออกไป
“ใช่ฉันเอง...ดูเธอจะมั่นใจมากไปหน่อยมั้ย ว่าคนของตัวเองจะเอาชนะคนของพวกฉันได้” สตีฟถามเสียงหยัน
“แล้วทำไมฉันถึงต้องคิดว่าฮอร์นจะแพ้ด้วย ไม่มีเหตุผลอะไร” ไวโอลินตอบกลับไปอย่างไม่ชอบใจนัก
“ถึงแม้ว่าพันเจียจะยังไม่เคยเอาชนะฮอร์นได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่รู้อะไรไหม ว่าถ้าเ้านั่นอยากได้อะไรก็ต้องได้ รวมถึง...เครื่องต่อรองในวันนี้ด้วย” สตีฟทิ้งท้าย
“นายพูดเื่อะไร” ไวโอลินถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ
“เดี๋ยวเธอก็รู้เองแหละ อีกไม่กี่นาทีข้างนี้หรอก” พูดจบ สตีฟก็เดินเข้าไปนั่งสมทบกับฟานและไฮน์ที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว
“อิตาพวกนี้! ทำไมชอบพูดจาแปลก ๆ คอยดูเถอะ ถ้าฮอร์นชนะเมื่อไหร่นะ ฉันจะรีบเดินไปเย้ยพวกนายให้ถึงที่เลยคอยดู” ไวโอลินบอกกับตัวเอง ก่อนจะเชิดหน้าหนีไปที่สนามด้านหน้า แล้วมองดูการแข่งขันที่กำลังดุเดือด
“ฮอร์น...นายสู้เขานะ อย่ายอมแพ้นะ!” ไวโอลินะโออกไป พร้อม ๆ กับโบกไม้โบกมือเพื่อเป็กำลังใจให้แฟนหนุ่มของเธออย่างตั้งอกตั้งใจ แม้จะรู้ว่าฮอร์นเองคงไม่มีเวลาหันกลับมามองดูเธอก็ตาม
“เฮ้! สาวน้อย” เสียงทักทายของใครอีกคนดังขึ้น พร้อม ๆ กับการปรากฏตัวของเขา
“นี่ใครกันอีกเนี่ย ผิวขาวชะมัดเลย” ไวโอลินยืนนิ่งเมื่อได้เห็นชายหนุ่มร่างสูงอีกคนที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ผู้ชายผิวขาว ดูเท่ สมาร์ทราวกับเทพบุตร
“เธอสินะ ที่สองคนนั้นกำลังแย่งชิงกันอยู่” ผู้ชายผิวขาวคนนั้นพูดจาฟังดูแปลก ๆ ทำให้ไวโอลินที่ยังไม่เข้าใจอะไร ๆ ยิ่งงุนงงมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก
“เฮ้! โชย์ เพื่อนของพันเจียนั่งอยู่ทางด้านโน้นแหน่ะ” ผู้ชายอีกคนที่มาด้วยกัน เรียกผู้ชายผิวขาวคนนี้ว่าโชย์ และดูเหมือนว่าเขาจะรู้จักทั้งพันเจีย ฟาน ไฮน์ และสตีฟอีกด้วย
“อืม...เห็นแล้ว งั้นเรารีบไปนั่งตรงนู้นสิ” โชยะบอกกับเพื่อนของเขาที่มาด้วย แล้วเดินเลี่ยงไป
“เข้าเส้นชัยไปแล้วครับ สุดยอดจริง ๆ นี่ถือเป็ครั้งแรกเลยก็ว่าได้!” เสียงของผู้บรรยายในสนามเปล่งเสียงโห่ร้อง พร้อมบอกกับทุกคน ก่อนจะมีเสียงปรบมือเกรียวกราวดังไปทั่วทั้งสนาม และเสียงกรี๊ดกร๊าดที่ตามมาแบบติด ๆ
“บ้าจริง! นี่ฉันมัวแต่สนใจอย่างอื่น จนไม่ได้มองว่าใครเข้าเส้นชัยเป็ที่หนึ่ง” ไวโอลินบ่นต่อว่าตัวเอง ขณะที่สายตาของเธอเหลือบเห็นฮอร์นเดินลงมาจากรถ ไวโอลินรีบวิ่งลงไปหาเข้าที่สนามทันที ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ ที่มองดูเธอเป็ตาเดียว
“นายชนะใช่ไหมฮอร์น” ไวโอลินเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น และรอลุ้นคำตอบจากปากของเขา ฮอร์นได้แต่เงียบ
“ว่าไงล่ะ ฮอร์น...ทำไมนายไมตอบ” ไวโอลินถามย้ำ
“นายชนะใช่ไหม” ไวโอลินยังคงรอคอยคำตอบจากเขา ซึ่งฮอร์นยังคงนิ่งเงียบแล้วได้แต่ก้มหน้าลงไปซะเฉย ๆ
“นายควรจะกลับได้แล้วนะฮอร์น” ไฮน์เดินเข้ามาบอก เพราะเห็นว่าคนในสนามเริ่มทยอยกันกลับออกไป ฮอร์นพยักหน้าก่อนจะเดินกลับไปเก็บข้าวของที่นำติดตัวมาด้วย
“เดี๋ยว รอฉันด้วย” ไวโอลินจะตามไปแต่กลับถูกฟานรั้งแขนของเธอเอาไว้
“หมอนั่นต่างหากที่ควรจะกลับ แต่เธอต้องอยู่” คำพูดของฟานทำให้ไวโอลินยิ่งงงหนักไปกว่าเดิมอีกหลายเท่า
ตอนนี้หนุ่ม ๆ แทคทีมเดินมารวมตัวกันจนครบเหลือแต่แค่พันเจียที่ยังไม่ลงมาจากรถ รวมถึงโชยะและเพื่อนของเขาอีกคนที่พึ่งจะเดินเข้ามาร่วมวงเช่นกัน
“เรากลับกันเถอะ” โชยะหันไปบอกเพื่อนของเขา หลังจากที่รู้ผลของการแข่งขันแล้ว ไวโอลินได้แต่มองดูการกระทำของแต่ละคนโดยมีคำถามมากมายที่ติดอยู่ในหัว