พอฉินลู่จัดการกับจางปินและหวังส่วงจนกระเด็นไปนอนอยู่กับพื้นแล้ว เขาก็ไม่คิดจะปล่อยพวกมันไปอีก ฉินลู่เดินเข้าไปหาพวกมันอย่างว่องไวใช้สองมือจับที่บ่าทั้งสองข้างของจางปิน พอเขย่าเบาๆ ก็มีเสียงกระดูกดัง“กร๊อกแกร๊ก” ขึ้นมา เวลานี้ ไหล่ทั้งสองข้างของจางปินก็หลุดไปเรียบร้อยแล้ว
“โอ๊ย!”
ฉินลู่ไม่ได้ยั้งมือเลย พอจัดการเสร็จ ก็ไปจับบ่าของหวังส่วงต่อเขย่าเบาๆ และเสียง “กร๊อกแกร๊ก” ก็ดังขึ้นมาอีกครั้งหวังส่วงก็ไหล่หลุดไปอีกคนแล้ว
พนักงานหนุ่มคนสุดท้ายที่ยังไม่ถูกจัดการเห็นว่าฉินลู่หันหลังให้กับตัวเองอยู่พลันคว้าเก้าอี้ตัวเล็กขึ้นมา กะว่าจะเข้าไปทุบที่หัวฉินลู่!
“นี่! ระวัง!” ลูกค้าสาวคนสวยะโออกมา พร้อมกับเอามือปิดปากเพราะใ
แต่ฉินลู่หรือจะยอมให้เขาแอบโจมตีตัวเองได้ง่ายๆ
ราวกับว่าฉินลู่มีตาหลังอย่างนั้นแหละ เขาก้มหัวลง ทำให้พนักงานหนุ่มพลาดการโจมตีที่หัวฉินลู่จากนั้นฉินลู่ก็กำหมัดขวา ออกแรงจากหัวไหล่ แล้วต่อยพนักงานหนุ่มคนนั้นจนกระเด็นไปชนเข้ากับชั้นวางเครื่องหยก และตามมาด้วยเสียงดังโครมคราม
เถ้าแก่หวังที่เป็เ้าของร้านขายของโบราณยืนตะลึงอยู่ที่มุมร้านนึกไม่ถึงเลยว่า “ลูกน้อง” ทั้งสามคนของตัวเองจะถูกจัดการได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วขนาดนี้…
เถ้าแก่หวังเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา ร่างของเขาชิดอยู่กับผนังและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อดี
ฉินลู่หันกลับมา เขาเดินตรงเข้าไปหาเถ้าแก่หวังโดยไม่สนใจเสียงร้องโอดโอยของสามคนที่นอนเจ็บอยู่ที่พื้นเลยแม้แต่น้อย
“แก…ฉัน…อย่าเข้ามานะ…” เถ้าแก่หวังคว้าไม้อันหนึ่งขึ้นมากอดไว้ที่อกเพราะในตอนนี้ เขาไม่มีความกล้ามากพอที่จะสู้กลับเลยด้วยซ้ำ เขาพยายามยิ้มอย่างฝืนๆออกมา พูดอย่างอึกอักว่า “น้อง…น้องชาย เราลองใจเย็นกันก่อนดีไหม…”
“คุณบอกเองว่าตัวคุณเปิดร้านและขายของที่ถนนเส้นนี้มานับสิบปีพูดคำไหนคำนั้นมาตลอดไม่ใช่เหรอ คนเราต้องรักษาคำพูดสิ ไม่อย่างนั้นก็จะต้องรับบทลงโทษที่สาสมอยู่แล้ว ผมพูดถูกไหม”ฉินลู่พูดกับเถ้าแก่หวังด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ถูก…ถูก…ฉันจะไม่…จะไม่…”
“จะไม่กับผีล่ะสิ!”
ฉินลู่ยื่นมือออกมาแล้วยัดภาพที่ขยำจนเป็ก้อนที่อยู่ในมือใส่ปากเถ้าแก่หวัง
“ฮือๆๆ…”
เถ้าแก่หวังอยากคายสิ่งที่อยู่ในปากออกมา แต่ฉินลู่จ้องเขาตาเขม็งทำให้เถ้าแก่หวังไม่กล้าคาย
“สร้างบุญกุศลบ้างเถอะ” ฉินลู่ทิ้งไว้เพียงคำพูดเดียว แล้วเดินจากไป
ลูกค้าสาวคนสวยที่อยู่ในเหตุการณ์ตลอดยังคงตะลึงอยู่และในมือก็มีโทรศัพท์ที่กำลังจะกดโทรแจ้งตำรวจด้วย แต่พอเห็นว่าฉินลู่เดินออกไปเธอจึงรีบวิ่งตามออกมา
เหลือเพียงเถ้าแก่หวังที่กำลังมองดูสภาพของร้านตัวเองพร้อมกับเคี้ยวกระดาษที่อยู่ในปากไปด้วย ในใจรู้สึกสับสนวุ่นวาย
สิ่งที่เกิดขึ้นในร้านเมื่อกี้ ทำให้มีคนมามุงดูเป็จำนวนมาก
ตอนที่ลูกค้าสาวคนสวยวิ่งออกมา ก็เห็นเพียงผู้คนจำนวนมากที่ออกันอยู่ แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของฉินลู่เลย
“พี่ชาย เห็นชายหนุ่มที่เพิ่งเดินออกมาจากในร้านไหม”ลูกค้าสาวคนสวยกระชากชายวัยกลางคนคนหนึ่งมาถาม
“คนที่ตีกับพวกนั้นใช่ไหม”
“ใช่ๆๆ ! เขานั่นแหละเห็นหรือเปล่าว่าเขาเดินไปทางไหน” ลูกค้าสาวคนสวยถามขึ้นมาอย่างดีใจ
“เห็นๆ ” ชายวัยกลางคนยกมือขึ้นมาแล้วชี้ไปทางทิศตะวันตกก่อนพูดว่า“เขาเดินไปทางนั้นน่ะ น่าจะยังไปได้ไม่ไกลมากนะ”
“ขอบคุณค่ะๆ ” ลูกค้าสาวคนสวยพูดขอบคุณ แล้ววิ่งตามฉินลู่ไป
“ไม่เป็ไร”
ไม่นานลูกค้าสาวคนสวยที่วิ่งมาอย่างเหนื่อยหอบตามทางที่ชายวัยกลางคนบอกมาเมื่อกี้ก็ได้เจอกับฉินลู่แล้ว
“รอเดี๋ยว! รอฉันก่อน!”
ฉินลู่หยุดเดินแล้วหันกลับไปมองลูกค้าสาวคนสวยที่กำลังวิ่งเข้ามาหาตัวเอง “มีเื่อะไรเหรอ”
“แฮ่กๆ…”
ลูกค้าสาวคนสวยหายใจหอบ แล้วพูดอย่างยิ้มๆ ว่า “เมื่อกี้ขอบคุณนะถ้าไม่ใช่เพราะนายช่วยบอกว่าอักษรภาพของอาจารย์เฉินจงสือเป็ภาพปลอมแล้วล่ะก็ฉันคงเชื่อที่เขาหลอกและคงควักเงินซื้อไปแล้ว ต้องขอบคุณนายจริงๆ นะ”
ฉินลู่หัวเราะเบาๆ “ไม่เป็ไรหรอกฉันแค่ไม่ชอบที่เขาหลอกขายของปลอมให้คนอื่นน่ะ”
“อันที่จริง ฉันไม่ค่อยรู้เื่อักษรภาพโบราณอะไรพวกนี้หรอกไม่รู้เลยสักนิด แต่วันเกิดของคุณย่าของฉันใกล้เข้ามาทุกทีคุณย่าชื่นชอบของพวกนี้มาก ฉันก็เลยตั้งใจอยากจะซื้อให้ท่านเพื่อที่จะได้ซื้อของแท้ฉันยังเลือกเข้าไปดูที่ร้านขายของโบราณที่ตกแต่งไว้อย่างดีที่สุดในตลาดนี้อีกด้วยแต่คิดไม่ถึงเลยว่า สุดท้ายมันก็ยังไม่ใช่ของแท้อยู่ดี ถ้าไม่ใช่เพราะนายฉันก็คงได้กลายเป็ตัวตลกของตระกูลไปแล้ว ขอบคุณนายมากเลยนะ”
ฉินลู่ส่ายหัวไปมา แล้วพูดว่า “ฉันบอกแล้วไงว่าฉันแค่ไม่ชอบที่เขาหลอกขายของปลอมให้คนอื่น เธอไม่ต้องซาบซึ้งอะไรมากมายเลยเพราะฉันก็ไม่ได้ลำบากอะไร”
“ไม่ลำบากอะไรกัน” ลูกค้าสาวคนสวยพูดอย่างไม่เห็นด้วย“นายช่วยให้ฉันไม่ต้องโดนหลอก และที่สำคัญนายก็ช่วยให้ฉันไม่ต้องกลายเป็ตัวตลกของตระกูลอีกด้วย จะไม่ให้ฉันซาบซึ้งได้ยังไง”
ฉินลู่ทำอะไรไม่ได้ จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “แบบนั้นก็ได้ฉันจะรับคำขอบคุณของเธอไว้แล้วกัน”
“ดีเลย!”ลูกค้าสาวคนสวยพยักหน้า แล้วพูดว่า “นายกำลังหาหินหยกอยู่ใช่ไหม ฉันเห็นนายเดินดูหินหยกที่ร้านนั้นอยู่ตั้งนานสองนาน”
“ใช่แล้ว ฉันกำลังหาหินหยกอยู่”
“หาไม่ได้เลยเหรอ”
“ก็ไม่ได้เลยน่ะสิ” ฉินลู่ยักไหล่เบาๆ“ของทั้งหมดในร้านนั้นเป็ของปลอมหมดเลย”
“ปลอมหมดเลยเหรอ” ลูกค้าสาวคนสวยทำตาโตแล้วพูดติดๆ ขัดๆ ว่า“แบบนี้มันกะ…เกินไปหน่อยไหม”
“ก็ใช่น่ะสิ ไม่มีของแท้แม้แต่ชิ้นเดียวร้านนั้นตั้งใจหลอกให้คนมาซื้อของปลอมแท้ๆ เลย”
ลูกค้าสาวคนสวยเงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นก็หยิบเอาแหวนหยกจากกระเป๋าสะพายออกมาวงหนึ่ง แล้วส่งให้ฉินลู่ ก่อนพูดว่า“เพื่อเป็การขอบคุณที่นายช่วยไว้เมื่อกี้ แหวนหยกวงนี้ยกให้นายแล้วกันฉันรับรองได้ว่า แหวนวงนี้เป็ของแท้แน่นอน ไม่ใช่ของปลอม”
ฉินลู่เป็ใครกันแน่นอนว่าเขาต้องมองออกอยู่แล้วว่าแหวนหยกวงนี้เป็ของแท้หรือเปล่าแถมยังดูออกอีกด้วย ว่าแหวนหยกวงนี้ทำจากหยกชั้นดี แต่ว่าฉินลู่รับไว้ไม่ได้หรอกเขายื่นมือไปห้ามไว้แล้วพูดว่า “แหวนหยกวงนี้ของเธอเป็ของแท้ฉันดูแล้วน่าจะราคาสูงพอตัว ฉันรับมันไว้ไม่ได้หรอก เธอเก็บกลับไปเถอะ”
“ทำไมจะรับไว้ไม่ได้ล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะนายพรุ่งนี้ฉันคงต้องสูญเสียมากกว่านี้อีก!”ลูกค้าสาวคนสวยยัดแหวนหยกในมือตัวเองใส่ในมือของฉินลู่จากนั้นก็ถอยหลังกลับไปเล็กน้อย และพูดว่า “แหวนหยกวงนี้ให้นายแล้ว ไม่จำเป็ต้องคืนของที่ฉันให้ไปแล้ว จะไม่มีวันรับคืนเด็ดขาด นายเก็บเอาไว้เถอะถ้าคิดว่ามันไม่ได้มีค่าอะไร ก็ทิ้งไปซะ”
ฉินลู่มองดูแหวนหยกในมือ แล้วโยนเข้าไปในกระเป๋า ก่อนพูดว่า“งั้นก็ทิ้งในกระเป๋าของฉันแล้วกัน”
“ฮิๆๆ” ลูกค้าสาวคนสวยหัวเราะ แล้วพูดอย่างพอใจว่า “แบบนี้สิถึงจะถูกนายเก็บเอาไว้เถอะ”
ฉินลู่เชื่อมาตลอดว่า จะรับของจากคนอื่นฟรีๆ ไม่ได้ในเมื่อเขารับแหวนหยกจากหญิงสาวสวยคนนี้แล้ว อย่างไรก็ต้องตอบแทนเธอหน่อยเขาจึงเงยหน้าขึ้นแล้วถามว่า “เมื่อกี้เธอบอกว่าอยากหาซื้ออักษรภาพไปให้คุณย่าในวันเกิดใช่หรือเปล่า”
“ใช่แล้วล่ะ” ลูกค้าสาวคนสวยพยักหน้า แล้วพูดอย่างทอดถอนใจว่า“คุณย่าของฉันเสียใจกับการจากไปของคุณปู่ ทำให้คุณย่าเริ่มชอบของโบราณพวกนี้ที่ฉันพอจะรู้ก็คือ คุณย่าชื่นชอบงานเขียนของอาจารย์เฉินจงสือมากประจวบเหมาะกับที่ในร้านเมื่อกี้ก็มีอักษรภาพพู่กันพอดี แต่ไม่นึกเลยว่ามันจะเป็ของปลอม”
“อย่างนี้นี่เอง” ฉินลู่พยักหน้าเล็กน้อย แล้วพูดยิ้มๆ ว่า“เธอให้แหวนหยกกับฉัน ฉันก็ต้องตอบแทนเธอบ้าง เอาแบบนี้แล้วกันเื่ของขวัญที่จะมอบให้คุณย่าของเธอ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”