พูดตามตรง แม้เซวียเฟยเฉินจะเป็หนึ่งในสุนัขเลียของนางเอกในนิยายต้นฉบับ แต่เขาก็มีหน้าตาที่หล่อเหลาไม่เบา
คำพูดของศิษย์พี่ใหญ่อาจจะดูลำเอียงไปบ้าง แต่เซิ่งซีเห็นด้วยอย่างยิ่ง "ถ้าอย่างนั้น ก็ต้องทำให้ทุกคนได้เห็นโฉมหน้าอันอัปลักษณ์ของเขาสิเ้าคะ"
ยวนเซี่ยนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนอารมณ์จะดีขึ้นมาในทันที
ในฐานะผู้าุโของสำนัก ผู้าุโกุยยังพอรักษาหน้าตาไว้บ้าง เขาไม่ได้ไปไล่ปล้นศิษย์ธรรมดาเหมือนพวกเซิ่งซี แต่เขากลับไปดักปล้นขบวนขนส่งทรัพยากรของสำนักลั่วเฟิงมาได้ถึงสองครั้ง ซึ่งช่วยทำให้คลังสมบัติของสำนักเวิ่นซินเพิ่มพูนขึ้นอย่างมาก
หลังจากการกระทำเ่าั้ สำนักลั่วเฟิงก็ตกอยู่ในสภาวะตื่นตระหนก ตอนนี้ผู้ที่มีระดับพลังต่ำกว่าขั้นิญญาต้นกำเนิดไม่กล้าก้าวออกจากสำนักสุ่มสี่สุ่มห้า แม้จะจำเป็ต้องออกไป ศิษย์เ่าั้ก็จะเปลี่ยนไปสวมชุดธรรมดาแทน เพราะกลัวจะถูกหมายหัว
ของถูกปล้นยังพอหาทางทดแทนได้ แต่หน้าตาถ้าเสียไปแล้ว มันเก็บคืนมาไม่ได้จริง ๆ
แม้แต่เทียบเชิญฉบับสุดท้ายที่จะส่งให้สำนักเวิ่นซิน สำนักลั่วเฟิงยังถึงกับต้องให้ผู้าุโขั้นิญญาต้นกำเนิดเป็คนมาส่งด้วยตัวเอง
ผู้าุโขั้นิญญาต้นกำเนิดแข็งแกร่งมาก นกกระเรียนเซียนจึงไม่กล้าเข้าไปสอดแนมใกล้ ๆ ทำให้ผู้าุโท่านนี้ของสำนักลั่วเฟิงรอดพ้นจากหายนะมาได้
ผู้าุโกุยกำลังสนทนาตามมารยาทกับเขาในโถงหลัก ส่วนเซิ่งซีก็ได้แต่นั่งอยู่บนหลังนกกระเรียนเซียน บินวนเวียนอยู่หน้าโถงหลักด้วยความเสียดายอย่างสุดซึ้ง
ผู้ฝึกตนขั้นิญญาต้นกำเนิดเชียวนะ ลองคิดดูสิว่าบนตัวเขาจะมีของมีค่าเยอะขนาดไหน ทำไมถึงปล่อยปลาตัวใหญ่ขนาดนี้หลุดมือไปได้นะ?
เซียวหลีลั่วบินตามขึ้นมา นั่งอยู่บนหลังนกกระเรียนอีกตัวหนึ่ง แล้วถอนหายใจยาวเหยียดไปพร้อมกับนาง
รอจนกระทั่งผู้าุโกุยสนทนาเสร็จและเดินออกมาส่งแขกหน้าโถงหลัก เขาก็เห็นลูกศิษย์ทั้งสองคนบินวนอยู่เหนือหัว และมองลงมาที่เขาด้วยสายตาตัดพ้ออย่างรุนแรง
จงชิงฮวาที่มาจากสำนักลั่วเฟิงพอจะรู้เื่ราวของสำนักเวิ่นซินอยู่บ้าง เมื่อเห็นเซิ่งซี เขาก็มองด้วยความสนใจ "สหายกุย แม่นางผู้นี้คือศิษย์ใหม่ที่สำนักเวิ่นซินเพิ่งรับเข้ามาในปีนี้หรือ?"
"ใช่แล้ว" ผู้าุโกุยรับคำ ก่อนจะเงยหน้าะโบอกทั้งสองคนบนฟ้า "ลงมาทักทายผู้าุโจงสิ"
นกกระเรียนพาคนทั้งสองร่อนลงมา ศิษย์พี่ศิษย์น้องทำความเคารพจงชิงฮวา จงชิงฮวาพิจารณาเซิ่งซีแล้วเอ่ยว่า "พลังิญญาปนเปกัน ดูเหมือนจะเป็รากิญญาผสมสินะ? สหายกุย ในบรรดาศิษย์สายตรงของเจ็ดสำนักใหญ่ จะมีรากิญญาผสมได้อย่างไร?"
ในโลกผู้ฝึกตนต่างยกย่องรากิญญาเดี่ยว อย่างเซิ่งหรูเยว่ที่เป็รากิญญาธาตุไม้ระดับเลิศ เพราะยิ่งมีรากิญญามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งหมายถึงพร์ที่ต่ำลงเท่านั้น
ร่างกายของเซิ่งซีมีรากิญญาครบทั้งห้าธาตุ เพราะความเร็วในการบำเพ็ญเพียรที่ช้ามาก รากิญญาห้าธาตุจึงถูกผู้คนมากมายเรียกว่า 'รากิญญาขยะ' หากไม่ใช่เพราะบรรพบุรุษตระกูลเซิ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับสำนักลั่วเฟิง เ้าของร่างเดิมคงเป็ได้เพียงศิษย์สายนอก ไม่ใช่ศิษย์สายใน
สำนักเวิ่นซินมีเกณฑ์รับศิษย์ที่สูงมากและไม่ได้รับคนมาหลายปีแล้ว จงชิงฮวามาครั้งนี้ก็เพื่อสืบข่าวด้วยส่วนหนึ่ง แต่เมื่อเห็นว่าเซิ่งซีเป็เพียงรากิญญาผสม เขาก็อดไม่ได้ที่จะแสดงท่าทีดูแคลนออกมา
ตอนที่เซิ่งซีกราบอาจารย์ นางไม่ได้ถูกทดสอบรากิญญา แต่จากการที่จิ้งเฉินหยวนจวินมอบวิชาเสริมให้ครบทั้งห้าธาตุ ก็แสดงว่าสำนักเวิ่นซินรู้สถานะของนางดีอยู่แล้ว
ผู้าุโกุยเป็คนรักพวกพ้อง เมื่อได้ยินจงชิงฮวาพูดจาดูแคลนเช่นนี้ รอยยิ้มบนหน้าเขาก็หายวับไปทันที เขาเอ่ยเสียงเย็นว่า "รากิญญาไม่อาจตัดสินขีดจำกัดของผู้ฝึกตนได้หรอก ในอดีต จินฮว่าเซียนจุน ผู้สั่นะเืสิบสี่ทิศด้วยกระบี่เดียว ก็มีรากิญญาครบห้าธาตุไม่ใช่รึ?"
จงชิงฮวายิ่งดูแคลนหนักกว่าเดิม "ในโลกนี้จะมีจินฮว่าเซียนจุนสักกี่คนกัน? ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เป็นาง สุดท้ายก็ไม่อาจบรรลุเป็เซียนได้ และดับสูญไปตั้งหลายปีแล้วไม่ใช่รึ?"
"นางดับสูญเพราะเหตุใด ท่านไม่รู้รึ?" เสียงของจิ้งเฉินหยวนจวินดังขึ้นกะทันหัน เขาแหวกมิติปรากฏตัวออกมาที่ลานหน้าโถงหลัก ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนอยู่เสมอปรากฏร่องรอยของความไม่พอใจ
เจ็ดสำนักใหญ่ต่างรู้ดีว่าจิ้งเฉินหยวนจวินมุ่งมั่นแต่การบำเพ็ญเพียร ไม่ยุ่งเกี่ยวเื่ทางโลก กิจการทุกอย่างในสำนักเวิ่นซินล้วนอยู่ในความดูแลของผู้าุโกุย
จงชิงฮวาคาดไม่ถึงว่าเขาจะออกมาด้วยตัวเอง จึงเริ่มคิดจะถอย "จินฮว่าเซียนจุนสละชีพเพื่อพิทักษ์ธรรม ข้าน้อยเลื่อมใสยิ่งนัก แต่สหายจิ้งเฉิน สิ่งที่ข้าพูดก็คือความจริงจากใจ ผู้ฝึกตนรากิญญาผสมมีตั้งมากมาย แต่จนถึงป่านนี้กลับมีจินฮว่าเซียนจุนเพียงคนเดียว ศิษย์ของท่าน..."
"ลูกศิษย์ของข้า ไม่ใช่ธุระที่ท่านจะมาวิจารณ์" จิ้งเฉินหยวนจวินตอบกลับเสียงเย็น
ฮือ ๆ คาดไม่ถึงเลยว่าอาจารย์ที่ได้มาแบบงง ๆ จะปกป้องนางขนาดนี้
เซิ่งซีซาบซึ้งใจสุด ๆ นางแสร้งทำเป็เด็กไร้เดียงสาที่อยากรู้อยากเห็น แล้วถามจิ้งเฉินหยวนจวินว่า "ท่านอาจารย์เ้าคะ ผู้าุโจงมีรากิญญาเดี่ยวธาตุไฟ เป็ถึงรากิญญา์ที่เก่งกาจขนาดนี้ ทำไมจนถึงป่านนี้เขายังไม่บรรลุเป็เซียนอีกละเ้าคะ? ทำไมตอนนี้คนที่เก่งที่สุดของสำนักลั่วเฟิงถึงกลายเป็ิซิวเซียนจวินที่มีรากิญญาคู่ล่ะเ้าคะ?"
"ทำไมผู้าุโจงที่มีรากิญญายอดเยี่ยมขนาดนี้ ถึงยังไปไม่ถึงขั้นแปรเทวะเสียที? เขาติดอยู่ขั้นิญญาต้นกำเนิดมานานแค่ไหนแล้วเ้าคะ? อายุขัยยังเหลือพอหรือไม่? ก่อนจะตาย เขาจะทะลวงผ่านจากขั้นิญญาต้นกำเนิดไปได้หรือไม่เ้าคะ?"
คำถามของเซิ่งซีพรั่งพรูออกมาทีละข้อ ๆ จนสีหน้าของจงชิงฮวาย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ
ในอดีตเขาเคยถูกเรียกว่าอัจฉริยะเพราะรากิญญาเดี่ยวธาตุไฟ แต่หลังจากก้าวเข้าสู่ขั้นิญญาต้นกำเนิด การบำเพ็ญเพียรของเขาก็ไม่มีความก้าวหน้าอีกเลย จนตอนนี้เมื่อเห็นว่าไร้หวังจะไปถึงขั้นแปรเทวะ จึงถูกส่งมาจัดการเื่จุกจิกในสำนักแทน
ปกติใคร ๆ ต่างก็ยำเกรงว่าเขาเป็ผู้ฝึกตนขั้นิญญาต้นกำเนิด แต่ตอนนี้กลับถูกเด็กเมื่อวานซืนอย่างเซิ่งซีตบหน้าเช่นนี้ จงชิงฮวาจึงอดรนทนไม่ไหว ะเิแรงกดดันิญญาขั้นิญญาต้นกำเนิดออกมาทันที
"จงชิงฮวา!" ผู้าุโกุยตวาดกร้าว พร้อมใช้แรงกดดันของตนเข้าสลายพลังของจงชิงฮวา เพื่อไม่ให้ศิษย์ทั้งสองคนในที่นั้นต้องได้รับาเ็
จงชิงฮวาตวาดกลับ "กุยหนิง เด็กบ้านเ้ามันไม่รู้จักกาลเทศะเกินไปแล้ว!"
เซียวหลีลั่วกลอกตาใส่ "ศิษย์น้องข้าแค่สงสัย นางถามแค่ไม่กี่คำจะเป็ไรไป? การไม่รู้แล้วถามคือคุณธรรมประจำสำนักเวิ่นซินของพวกเรา ตาแก่อย่างท่านจะไปรู้อะไร!"
จงชิงฮวาโกรธจนตาแทบถลน เงื้อมมือหมายจะปลิดชีวิตเขา แต่ติดที่มีจิ้งเฉินหยวนจวินและผู้าุโกุยยืนอยู่ด้วยจึงต้องจำใจข่มอารมณ์ไว้ "จิ้งเฉิน นี่รึลูกศิษย์ที่ดีที่ท่านสั่งสอนมา?"
จิ้งเฉินหยวนจวินพยักหน้า "ถูกต้องแล้ว"
บ้าเอ๊ย!
จงชิงฮวาโกรธจนอยากจะสบถคำหยาบออกมา "ข้าให้เกียรติพวกท่านในฐานะที่เป็หนึ่งในเจ็ดสำนักใหญ่ อุตส่าห์ดั้นด้นมาส่งเทียบเชิญด้วยตัวเอง นี่รึคือการต้อนรับแขกของพวกท่าน?"
"ท่านมาถึงก็ดูแคลนลูกศิษย์ข้า นี่หรือคือมารยาทของสำนักลั่วเฟิง?" จิ้งเฉินหยวนจวินย้อนถาม
"ข้าก็แค่พูดตามความจริง วันนี้ข้าจะไม่เถียงกับพวกท่าน ในเมื่อพวกเราต่างก็รับศิษย์ใหม่มาพร้อม ๆ กัน งั้นก็คอยดูกันไปว่าในอนาคตศิษย์สองคนนี้ใครจะไปได้ไกลกว่ากัน ดีหรือไม่ล่ะ?"
เซิ่งซีอารมณ์พลุ่งพล่านทันที "ไม่เอาเ้าค่ะ เซิ่งหรูเยว่มีสิทธิ์อะไรมาเทียบกับข้า?"
นางจะเป็ปลาเค็ม ไม่เอาการแข่งขันบ้าบอนี่หรอก!
จิ้งเฉินหยวนจวินยิ้มบาง ๆ "ใช่แล้ว ไม่มีใครเทียบลูกศิษย์ของข้าได้หรอก"
จงชิงฮวา "..." ทำไมมันฟังดูเหมือนเซิ่งซีเป็อัจฉริยะจริง ๆ ยังไงชอบกล?
เ้าพวกสำนักเวิ่นซินพวกนี้ต้องรู้แน่ ๆ ว่าสู้ไม่ได้ ถึงได้ไม่กล้าแข่ง แต่ในเมื่อต่างก็เป็ศิษย์สายตรงของเจ็ดสำนักใหญ่ ตราบใดที่มีการเอ่ยถึง ย่อมต้องถูกนำมาเปรียบเทียบกันอยู่ดี เขาไม่เชื่อหรอกว่าสำนักเวิ่นซินจะไม่แยแสจริง ๆ
จงชิงฮวาแค่นเสียงเหอะ แล้วเดินจากไปด้วยความโกรธจัด
ผู้าุโกุยเดินไปส่งเขาที่หน้าประตูสำนัก ก่อนจะจำกัดสิทธิ์ไม่ให้จงชิงฮวาก้าวเท้าเข้าสำนักเวิ่นซินอีกเป็อันขาด
ที่หน้าโถงหลัก จิ้งเฉินหยวนจวินพลิกดูเทียบเชิญของสำนักลั่วเฟิงคร่าว ๆ แล้วถามเซิ่งซีว่า "อยากให้อาจารย์จัดงานพิธีกราบอาจารย์ให้เ้าด้วยหรือไม่?"
เซียวหลีลั่วรีบอธิบายเบา ๆ "สำนักเวิ่นซินของพวกเราไม่เน้นพิธีรีตอง ข้ากับศิษย์พี่คนอื่น ๆ ก็ไม่มีงานแบบนั้นกันหรอก แต่ถ้าเ้าอยากได้ พวกเราจะจัดให้"
คนบ้านอื่นมีอะไร ศิษย์น้องเล็กบ้านเขาก็ต้องมีเหมือนกัน
ทว่าเซิ่งซีกลับส่ายหน้า "ไม่เอาหรอกเ้าค่ะ วุ่นวายจะตาย แถมยังเปลืองศิลาิญญาด้วย"
ผู้าุโกุยรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก แม้เซิ่งซีจะไม่ค่อยมีความทะเยอทะยานไปบ้าง แต่ก็นับว่าเป็เด็กดีจริง ๆ ที่รู้จักประหยัดเพื่อสำนักขนาดนี้
เซิ่งซีพูดต่อว่า "ศิลาิญญาตั้งมากมายขนาดนั้น แทนที่จะเอาไปเสียให้คนอื่น สู้เอามาให้ข้าดีกว่าเ้าค่ะ"
ผู้าุโกุย "..."
เขาเผลอไปคาดหวังอะไรจากปลาเค็มตัวนี้กันนะ?