“ยังมีสติอยู่ใช่หรือไม่เหม่ยเอ๋อร์ พี่รู้ว่าเ้าจิบสุราดอกท้อไปเพียงนิดมิเหมือนคุณหนูไป่” หย่งเจี้ยนที่ยืนพิงขอบโต๊ะน้ำชามองบทรักของสองหนุ่มสาวอยู่ครู่หนึ่งเอ่ยถามตาเหลือบมองหย่งเซิงที่ยืนอยู่ตรงหัวเตียงอย่างคาดโทษ หย่งเซิงหัวเราะในลำคอเบาๆ ‘หึหึหึ พี่บ้าขี้อิจฉา'
“เ้าค่ะ เหม่ยเอ๋อร์ยังมีสติดี ตอนนี้แค่รู้สึกมึนงงเพียงนิดไม่ค่อยสบายตัว อ่อนเพลียเล็กน้อยและใจสั่นแปลกๆ ยามเอ่อ.'ที่จูบกับพี่หย่งเซิงเมื่อครู่’ เ้าค่ะ”
“ใจสั่นอย่างไร ไหนพี่ดูหน่อยซิ” เดินเข้าไปนั่งข้างเตียงพร้อมฉุดเหม่ยเซียนให้ลุกขึ้นพิงหัวนอน เอามือวางลงบนหน้าผาก
“สั่นหรือไม่?” เหม่ยเซียนมีแววตาหลุกหลิกไม่มั่นคง
“อืม..ตัวไม่ร้อน” หย่งเจี้ยนส่งสัญญานให้หย่งเซิงอย่างรู้กัน หย่งเซิงมองออกไปนอกประตูที่เปิดอ้าไว้เล็กน้อยเห็นเสี่ยวถงยกอ่างน้ำอุ่นเดินตามท่านเสนาบดี และมีกงลี่อยู่หลังสุดห่างจากประตูไม่ถึงสี่ก้าว หย่งเซิงพยักหน้าและนั่งลงซ้อนแผ่นหลังเหม่ยเซียน นางสะดุ้งใที่หย่งเซิงกอดนางจากทางด้านหลังเกือบจะหันไปมองแต่หย่งเจี้ยนจับใบหน้านางไว้และก้มลงแนบริมฝีปากเขาลงบนริมฝีปากนางทันทีขบเม้มริมฝีปากล่างเพื่อให้นางอ้าปากแล้วสอดลิ้นเข้าไปพัวพันกับลิ้นนางดูดดึงอย่างอดใจไม่ไหว 'ช่างหอมหวานอะไรเช่นนี้'
เหม่ยเซียนยกมือขึ้นขยุ้มอกเสื้อของหย่งเจี้ยนเพื่อคลายความสั่นไหว ด้านหย่งเซิงทำเพียงแค่กอดและซบหน้าลงตรงซอกคอหอมกรุ่นของนางคอยลอบมองหน้าประตูที่เปิดอ้าไว้ จนกระทั่ง
“ว้ายยย..ยย” เคร้งงงง!! เสียงร้องของเสี่ยวถงและเสียงถังน้ำตกกระทบพื้น
หย่งเจี้ยนผละริมฝีปากออกจ้องมองริมฝีปากของนางที่บวมเจ่ออย่างพึงพอใจ เหม่ยเซียนหันหน้าหนีอย่างอับอาย 'ตายแน่เหม่ยเซียนทำไมเื่มันเป็แบบนี้เนี่ย' หย่งเซิงทำท่าใและลุกขึ้นยืน ทั้งสององค์ชายรีบก้มหน้าลงทำท่าเคารพอาจารย์
“ศิษย์กราบขออภัยท่านอาจารย์ที่ล่วงเกินเหม่ยเอ๋อร์/ศิษย์ยินยอมพร้อมใจรับเหม่ยเอ๋อร์เป็ชายาเอกเพียงหนึ่งเดียวขอรับ” เสียงภายในห้องเงียบกริบอยู่นานก่อนจะได้ยินเสียงท่านอาจารย์ถอนหายใจ
“เฮ้ออ…เสี่ยวถงไปดูแลคุณหนูของเ้าอีกหนึ่งชั่วยามพานางมาคุยกันที่เรือนใหญ่” ท่านเสนากล่าวอย่างยอมรับผล เพราะก่อนหน้านี้กงลี่ได้แจ้งไว้แล้วว่าบุตรสาวของเขาดื่มสุราผสมยาปลุกกำหนัด
“เ้าค่ะ”
“ส่วนองค์ชายทั้งสอง ตามกระหม่อมมา” ทำหน้าตึงเรียกว่าที่ลูกเขยเสียงเรียบ
“ขอรับ/ขอรับ” สององค์ชายอมยิ้มเดินตามไป
๑---------------------๑
หนึ่งเค่อผ่านไป
“คุณหนู…เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”
“จะเป็อย่างไรล่ะ ก็อายมากน่ะสิ ข้าอยากจะบ้า ตอนนี้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใดเนี่ย” แช่น้ำอุ่นไปบ่นไป สติเริ่มกลับคืนมาเต็มที่
“แต่คุณหนูก็ไม่น่าจะดื่มสุรานั่นนะเ้าคะ??” บ่าวใส่ไปทั้งห่อออ
“เพราะพี่หย่งเจี้ยนน่ะสิ!! ทำให้ข้าต้องดื่มสุรานั่น นี่ขนาดดื่มไปแค่ครึ่งถ้วยเองนะยังร้อนวูบวาบได้ขนาดนี้แล้วไป่เยว่ชิงล่ะ!! นางเป็อย่างไร?” ‘ข้ารินให้นางตลอดเวลาซะด้วย’
“เอ่อ..เอ่ออ.ตอนบ่าวไปเอาน้ำอุ่นบ่าวเห็นคุณหนูไป่พยายามจะถอดเสื้อผ้าตัวเองเ้าค่ะ สาวใช้ซือโถวต้องคอยจับตัวเอาไว้พอนางสะบัดหลุด นางก็วิ่งไล่กอดบ่าวชายเ้าค่ะ ท่านฝูจินทนไม่ไหวเลยะโเข้าไปใช้มือสับท้ายทอยนาง นางจึงสลบไปเ้าค่ะจากนั้นท่านฝูจินก็ให้สาวใช้ในจวนเราช่วยกันหามคุณหนูไป่ไปขึ้นรถม้าที่เช่ามาให้ไปส่งที่จวนเ้าค่ะ”
“ตื่นมานางจะจำเื่ราวได้หรือไม่น่ะโดนหนักขนาดนั้น” คิดๆ แล้วเป็กังวล 'ถ้านางจำได้ ไม่แน่นางอาจจะตามมาล้างแค้นเราและเราจะตายยยย'
“คุณหนูแล้วต่อจากนี้จะทำอย่างไรเ้าคะ..นายท่านบอกว่าอีกหนึ่งชั่วยามให้คุณหนูไปที่เรือนใหญ่…บ่าวกลัวเ้าค่ะ" เสี่ยวถงทำหน้าร้องไห้กลัวความผิดเพราะนางเป็คนใส่ยาปลุกกำหนัด
“เ้าไม่ต้องกลัวหรอกข้าจะจัดการเอง..เดี๋ยวข้าอาบน้ำแล้วขอนอนพักสักครู่ก่อน" ยกมือลูบไหล่สาวใช้เบาๆ ‘ตอนท่านพ่อเข้ามาเห็นข้าก็สร่างเมาแทบจะทันทีเลยเสี่ยวถงเอ้ยย…ก็ไม่ได้กลัวน้อยกว่าเ้าเท่าไหร่หรอก'
“อ่อ..บ่าวเกือบลืมนี่เป็ยาที่ท่านกงลี่มอบให้บ่าว บอกว่าให้คุณหนูทานมันจะทำให้คุณหนูสบายตัวยิ่งขึ้นเ้าค่ะ”
“อืม”
๑-------------------๑
ห้องโถงของเรือนใหญ่
“สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ เป็เื่ที่พระองค์วางแผนใช่หรือไม่พะยะค่ะ” เสนาบดีจูมองหน้าพร้อมกับคาดคั้นทั้งสองพระองค์
“มิใช่ขอรับ พวกเราไม่เคยคิดเื่เช่นนี้มาก่อน” หย่งเจี้ยนกล่าว
“ยาปลุกกำหนัดในสุราก็มิใช่ของพวกเรา” หย่งเซิงกล่าว
“เอาเถอะ…ก่อนหน้านั้นที่กระหม่อมบอกทั้งสองพระองค์ว่าให้นางเลือกคู่ครองเองมาจนถึงตอนนี้กระหม่อมก็ยังคิดเช่นเดิม” เงียบกริบ
“แต่เราทั้งสองคนแตะต้องเหม่ยเซียนไปแล้วท่านอาจารย์คงมิอาจปฏิเสธ” หย่งเจี้ยนตอกย้ำเหตุการณ์
“ก็ใช่....แต่หญิงสาวที่มีสวามีสองคนมันไม่ถูกต้องนะพะยะค่ะ”
“แต่พวกเราไม่คิดเช่นนั้น..ท่านลองคิดดูนะขอรับมีสวามีสองคนก็เหมือนมีองครักษ์เงาติดตามปกป้องข้างกาย…พวกเรามีสองคนเชียวนะ..เช่นนี้ยังไม่ดีอีกรึท่านอาจารย์” หย่งเซิงว่า
“หึ..ดีเช่นนั้นรึ” ‘สององค์ชายนี่ท่าจะบ้า..นี่คงเป็กรรมของบุตรสาวข้ากระมัง’ ท่านเสนาบดีบ่นในใจพร้อมยกมือนวดคลึงขมับเบาๆ
๑----------------------๑
หนึ่งชั่วยามผ่านไปอย่างรวดเร็ว หน้าห้องโถงใหญ่สตรีที่ทั้งสามคนคิดถึงอยู่ก็ปรากฏกาย ชุดสีเขียวอ่อนพริ้วไหวขับเน้นรูปร่างสวยงาม ดวงหน้าตกแต่งบางเบา พวงแก้มยังซับสีเืจางๆ เมื่อมองเห็นสององค์ชายที่จับจ้องตนอยู่ ค้อมกายเคารพทุกคน
“เหม่ยเอ๋อร์คำนับท่านพ่อ/พี่หย่งเจี้ยน/พี่หย่งเซิง เ้าค่ะ" รวบรัดได้ใจความ
“มานั่งเถิดเหม่ยเอ๋อร์….เอาล่ะเ้ามีเื่จะสารภาพกับพ่อหรือไม่”
“เอ่ออ..อ” นางรู้สึกถึงแผ่นหลังตนเองจะชื้นเหงื่อแบบแปลกๆ