"เตียงขนันุ่มนิ่ม... อยู่ไหนกันนะ"
คิรินกวาดสายตามองผ่านร้านเฟอร์นิเจอร์ที่ใหญ่ที่สุดในนครศักดิ์สิทธิ์ โดยมีเอเลน่าเดินตามหลังพลางคอยระแวดระวังสายตาชาวเมืองที่เริ่มซุบซิบกันเื่ "นักบวชปาฏิหาริย์" เมื่อครู่
"ท่านคิรินคะ ข้าว่าเราควรรีบซื้อแล้วรีบกลับคฤหาสน์เถอะค่ะ" เอเลน่ากระซิบเสียงเครียด "เมื่อครู่ท่านทำให้ท่านนักบุญหญิงเสียหน้ากลางลานกว้าง ป่านนี้พวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์คงพลิกเมืองหาตัวเราแล้ว"
"ซื้อของต้องใจเย็นๆ ครับเอเลน่า ถ้าเลือกเตียงผิด ชีวิตการนอนของผมจะหม่นหมองไปทั้งเดือน" คิรินตอบพลางหยุดอยู่หน้าเตียงขนาดคิงไซส์ที่ทำจากไม้สลักสีทองและขนสัตว์สีขาวฟูฟ่อง "อา... เจอแล้ว ชิ้นนี้แหละ แต่มานาที่แฝงอยู่ในขนสัตว์มันดู 'ติดขัด' นิดหน่อยนะ"
เ้าของร้านที่เห็นชุดนักบวชพเนจรของคิรินรีบเดินเข้ามาด้วยท่าทางหยิ่งยโส "เฮ้! นักบวชพเนจร เตียงหลังนี้ราคา 500,000 ทองนะ ถ้าไม่มีเงินก็อย่ามาแตะให้เป็รอย..."
คิรินไม่ตอบแต่กลับยื่นมือไปลูบขนบนเตียงเบาๆ
"มหาเวทฮีลวัสดุ: ััแห่งปุยเมฆ (Cloud Softening)"[ ผลของ Overflow: รักษาความกระด้างของเส้นขนและจัดเรียงโครงสร้างใหม่ให้มีความยืดหยุ่นสูงสุด ]
วิ้งงงงงง!
จู่ๆ เตียงที่เคยดูหรูหราอยู่แล้วกลับเปล่งประกายสีนวลตาออกมา ขนสัตว์ที่เคยฟูกลับนุ่มนวลขึ้นจนดูเหมือนก้อนเมฆที่ลอยอยู่บนดิน กลิ่นอายความเหนื่อยล้าของทุกคนที่อยู่ในร้านถูก 'รักษา' จนหายวับไปเพียงแค่ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเตียงหลังนั้น
"นี่มัน... ปาฏิหาริย์อะไรกัน? แค่ลูบเบาๆ เตียงของฉันก็กลายเป็ไอเทมระดับตำนานไปแล้ว!" เ้าของร้านเข่าอ่อน ทรุดลงไปกราบเท้าคิริน "ท่านนักบวช! โปรดรับเงินจากข้าเถอะ อย่าเอาเตียงหลังนี้ไปเลย ข้าจะขายมันได้ในราคาพันล้านทอง!"
"ผมจ่ายเงินซื้อครับ ไม่ได้ขอฟรี" คิรินวางถุงทองคำหนักอึ้งลงบนโต๊ะ "ห้าแสนทองตามที่บอกนะ"
ในขณะที่คิรินกำลังจะสั่งให้เอเลน่าช่วยแบกเตียงกลับ (ในฐานะ Tanker) ประตูร้านก็ถูกพังเข้ามาดัง โครม!
กลุ่มชายในชุดเกราะสีดำสนิทที่มีผ้าคลุมสีแดงโลหิตพุ่งเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งคู่ ที่หน้าอกของพวกเขามีตราสัญลักษณ์ 'ดาบหัก' ซึ่งเป็สัญลักษณ์ของ หน่วยตุลาการทมิฬ (The Inquisition) หน่วยงานลับที่ทำหน้าที่ "กำจัด" สิ่งผิดปกติที่วิหารสูงสุดไม่้า
"นักบวชนอกรีตคิริน และอัศวินผู้ทรยศเอเลน่า" ชายเกราะดำที่เป็หัวหน้าก้าวออกมา เสียงของเขาเย็นเยียบ "พวกเ้าถูกกล่าวหาว่าเป็ผู้ใช้มนตรามืดบิดเบือนสัจธรรมของโลก จงยอมให้เราผนึกพลังมานาและไปรับโทษที่คุกใต้ดินนิรันดร์ซะ"
"มนตรามืด?" คิรินเลิกคิ้ว "พวกคุณเรียกการที่คนขาขาดกลับมาเดินได้ว่ามนตรามืดเหรอครับ? ตรรกะของวิหารนี่มัน 'พัง' ยิ่งกว่าซอฟต์แวร์เถื่อนซะอีกนะ"
"เงียบซะ! รับนี่ไป 'โซ่ตรวนสยบเทพ'!"
หัวหน้าหน่วยตุลาการทมิฬสะบัดโซ่สีดำที่อาบด้วยน้ำยาพิษและคำสาปปิดกั้นเวทมนตร์เข้าใส่คิริน โซ่นั้นถูกออกแบบมาเพื่อดูดกลืนมานาของเป้าหมายจนแห้งเหี่ยว
คิรินไม่หลบ เขาแค่ยืนนิ่งๆ ให้โซ่พันรอบตัว
"ท่านคิริน! หลบออกมาค่ะ!" เอเลน่าจะพุ่งเข้าไปช่วยแต่ถูกอัศวินดำคนอื่นๆ ขวางไว้
"อืม... โซ่นี่พยายามจะ 'ดูด' พลังจากผมสินะ" คิรินมองดูโซ่ที่กำลังสั่นระริก "แต่มันเหมือนกับการเอาหลอดกาแฟไปพยายามดูดน้ำจากมหาสมุทร... ท่อมันจะแตกเอานะครับ"
คิรินปล่อยให้โซ่ดูดพลังไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา
"มหาเวทฮีลย้อนกลับ: กระแสโลหิตศักดิ์สิทธิ์ (Divine Backflow)"[ ผลของ Overflow: ในเมื่อชอบดูดพลังนัก ผมก็จะ 'ป้อน' ให้จนจุกตายไปเลย ]
เปรี้ยงงงงงงง!
มานาสีทองมหาศาลพุ่งออกจากตัวคิรินเข้าไปในโซ่ดำแทนที่จะถูกดูด โซ่ที่เคยดูน่าเกรงขามเริ่มเรืองแสงสีขาวจนแดงก่ำและละลายหายไปในพริบตา พลังที่ย้อนกลับไปหาหัวหน้าหน่วยตุลาการทมิฬรุนแรงจนชุดเกราะสีดำของเขาะเิออกเป็ชิ้นๆ
"อั๊ก! พลัง... พลังอะไรกันขนาดนี้! ร่างกายข้าจะแตกสลายแล้ว!" หัวหน้าหน่วยกระเด็นไปอัดกำแพงร้านจนทะลุออกไปบนถนน
คิรินเดินไปที่เตียงขนัของเขาแล้วหันไปมองอัศวินดำที่เหลือ "มีใครอยาก 'ดูด' พลังผมเพิ่มอีกไหมครับ? ผมยังมีมานาเหลือพอจะฮีลพวกคุณให้เลเวลตันจนตัวะเิได้ทุกคนเลยนะ"
พวกอัศวินทมิฬที่เหลือถึงกับถอยกรูด บางคนถึงกับทิ้งดาบแล้ววิ่งหนีไปเพราะความกลัวต่อ "ความใจดีที่อันตราย" ของนักบวชคนนี้
"ท่านคิริน... เราต้องรีบไปแล้วค่ะ" เอเลน่าเตือน "ตอนนี้เื่มันใหญ่เกินกว่าจะช้อปปิ้งต่อแล้ว"
"แย่จัง... ยังไม่ได้ซื้อโคมไฟเข้าชุดเลย" คิรินถอนหายใจ เขาดีดนิ้วหนึ่งที เตียงขนาดั์ก็หายเข้าไปในคลังมิติ "ไปกันเถอะครับเอเลน่า ก่อนที่กองทัพทั้งเมืองจะมาล้อมร้านนี้"
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินออกจากร้าน หญิงสาวคนหนึ่งก็มายืนขวางประตูไว้ เธอคือ เซราฟิน่า นักบุญหญิงแห่งแสงนั่นเอง แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้มาพร้อมกับองครักษ์ เธอมาเพียงลำพังด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
"ท่าน... ท่านคิรินคะ โปรดหยุดก่อน" เธอพูดด้วยเสียงสั่นๆ "ข้าไม่ได้มาเพื่อจับท่าน... ข้าแค่้ารู้ว่า พลังที่ท่านใช้นั้น... มันคือสิ่งที่เทพเ้าประทานมาจริงๆ หรือว่าท่านคือ 'ตัวตน' ที่สูงส่งกว่านั้นกันแน่?"
คิรินมองลึกลงไปในดวงตาของเซราฟิน่าแล้วยิ้มบางๆ "ผมก็แค่ 'ซัพพอร์ต' ที่เบื่อการเล่นเกมตามกฎเดิมๆ น่ะครับคุณนักบุญหญิง... สนใจจะไปนั่งคุยกันที่คฤหาสน์ของผมไหมล่ะ?"