กลางดึกในคืนวันเดียวกันภายในเรือนของสาวใช้ในเขตพื้นที่เรือนของคุณชายใหญ่สกุลหยู ซ่งหยวนกำลังนอนหลับๆ ตื่นๆ อยู่ภายในห้องที่ค่อนข้างเล็กแคบ เนื่องจากนึกระแวงว่าซูฮวาคนนั้นจะโผล่มายามนี้
นางนอนหงายอยู่ แต่ก็ไม่วายหันซ้ายทีขวาทีด้วยความกังวล อีกทั้งภายในห้องก็ยังจุดตะเกียงเอาไว้เพราะนางรู้สึกหวาดหวั่นเมื่อต้องอยู่ในความมืด
เมื่อเห็นว่าล่วงเข้าสู่ยามโฉ่วแล้วไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ความง่วงงุนก็ถาโถมเข้ามาจนซ่งหยวนเริ่มสะลึมสะลือในที่สุด แต่ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะหลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทรา เสียงเปิดของหน้าต่างที่มีเพียงหนึ่งบานก็ทำให้นางต้องสะดุ้งจนลุกขึ้นมานั่ง
ดวงตาของนางมองไปทางหน้าต่างที่เปิดอ้า ลมสายหนึ่งพัดพาเข้ามาเป็นช่วงๆ จนรู้สึกถึงความหนาวเหน็บ ซ่งหยวนกวาดสายตาไปทั่วบริเวณก็คิดไปว่านางลืมปิดหน้าต่างจนลมพัดแรงทำให้หน้าต่างบานนั้นเปิดขึ้น
ร่างกายที่มีแผลเต็มตัวฝืนรั้งลุกขึ้นจากเตียงนอนก่อนจะก้าวไปปิดหน้าต่าง ทว่าในขณะที่ปิดอยู่นั้น ตะเกียงภายในห้องกลับดับขึ้น นางจึงหันขวับกลับไปมอง แต่เนื่องจากสายตายังปรับตัวกับความมืดกะทันหันเช่นนี้ไม่ได้ ทุกสิ่งที่เห็นจึงมีแต่ความมืดมิด
ภายในใจของซ่งหยวนเริ่มเกิดอาการสั่นกลัวเพราะวิตกมากเกินไป แต่นางก็หันตัวกลับไปเพื่อปิดหน้าต่างให้สนิทอีกครั้ง และในครานี้แสงจากตะเกียงก็สว่างวาบขึ้น พร้อมๆ กับเงาของใครบางคนที่กำลังทาบทับลงบนหน้าต่างข้างๆ เงาของนางเอง
ซ่งหยวนตกใจจนกรีดร้องเสียงหลงพร้อมกลับหันไปมอง แต่ทุกอย่างกลับมีแต่ความว่างเปล่าทั้งที่พื้นที่ภายในห้องมีขนาดเล็กถึงเพียงนี้ นางเริ่มตัวสั่นไปด้วยความกลัวโดยไม่รู้ว่านางกำลังคิดไปเองหรือไม่
และในทันทีที่นางก้าวออกจากพื้นที่ริมหน้าต่างเพื่อไปที่เตียงนอน ความรู้สึกเสียวสันหลังก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งจนนางต้องเหลียวกลับไปมอง ทว่าเมื่อไม่พบสิ่งใดนางก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พลางคิดไปว่านางคงระแวงเกินไป
ว่าแล้วซ่งหยวนก็กลับขึ้นไปนอนบนเตียงอีกครั้งแล้วดึงรั้งผ้ามาห่มคลุมร่างกาย แต่ในจังหวะที่นางกำลังจะหลับตา หางตากลับเห็นว่ามีร่างร่างหนึ่งยืนอยู่ที่ริมหน้าต่าง ไวเท่าความคิดซ่งหยวนก็รีบหันศีรษะไปมองให้เต็มตา แต่ก็พบว่าไม่มีสิ่งใด
เสียงหอบหายใจรุนแรงเริ่มดังขึ้นอีกครั้งเหมือนยามที่ลุกขึ้นไปปิดหน้าต่างไม่มีผิด และครั้งนี้มันกลับมาถาโถมมากกว่าเก่าเสียด้วย แม้ไม่อยากคิดแต่ซ่งหยวนก็ทำไม่ได้แล้ว ในตอนนี้หัวใจของนางเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา
“ใคร!” เสียงตวาดดังขึ้นข่มความกลัว แต่กลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น จนกระทั่ง...
มีบางอย่างฉุดดึงลากที่ขาของซ่งหยวนอย่างรุนแรงจนนางที่อยู่บนเตียงในคราแรกร่วงลงไปกระแทกพื้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องเพราะความตื่นตกใจ
เมื่อซ่งหยวนรับรู้ได้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเองแล้ว นางก็ร้องออกมาเสียงดังพลางถอยตัวที่สั่นๆ จนชิดขอบผนังห้อง ลมหายใจของซ่งหยวนกำลังติดขัด และแล้วก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างๆ หู
“เจ้าจดจำความกลัวในคืนนั้นได้แล้วหรือ”
ยามที่ซ่งหยวนหันไปมอง ใบหน้าที่คุ้นเคยก็ปรากฏสู่สายตาอีกครั้ง นางถอยกรูออกไปพลางละล่ำละลักเอ่ยออกมา “ซู...ซูฮวา เจ้าจะทำอะไรข้าอีก”
ซูฮวาเหยียดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางสาวเท้าเข้าไปใกล้ซ่งหยวน
ซึ่งซ่งหยวนเห็นอย่างนั้นนางก็รีบลุกขึ้นมาตั้งท่าพร้อมต่อสู้ ในวันนี้นางได้เห็นแล้วว่าซูฮวาก็คือคนจริงๆ ไม่ใช่ผี อีกอย่างร่างของอีกฝ่ายก็บอบบางเพียงนั้น ที่เอาชนะและทำร้ายนางได้ต้องเป็นเพราะอีกฝ่ายใช้เล่ห์กลบางอย่างเป็นแน่
“เจ้าไม่ใช่ซูฮวา”
“ข้าไม่ใช่หรือ คนที่เจ้าเห็นเมื่อตอนเย็นอาจไม่ใช่ แต่ข้าใช่...” ซูฮวาเหยียดยิ้มเล็กน้อย
“ไม่จริง ซูฮวาตายไปแล้ว นางตายไปแล้ว” ซ่งหยวนยังคงค้าน ก่อนจะวิ่งไปหยิบมีดที่ซุกใต้หมอนขึ้นมาตั้งท่าป้องกัน
“ข้าตายไปแล้ว แต่ข้ากลับมาแก้แค้นเจ้าไม่ได้หรือ ในคืนนั้นเป็นเจ้าที่ควักดวงตาทั้งสองข้างของข้า เป็นเจ้าที่ตัดลิ้นของข้า และในวันนี้ข้าก็จะมาเอาคืนในสิ่งที่เจ้าเคยทำเอาไว้” ซูฮวาเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันเรียบนิ่ง แม้นางจะคับแค้นอยู่ในอกมากเพียงใด แต่ก็ไม่สามารถแสดงออกมาทางสีหน้าได้เลย
“หึ วันนี้ข้าขอสู้ตาย ข้าไม่มีทางยอมเจ้าหรอก” ซ่งหยวนเอ่ยออกมาเสียงสั่นๆ ไม่ได้คิดตามสิ่งที่ซูฮวาเอ่ยเลยสักนิด คิดเพียงว่าจะเอาตัวให้รอดอย่างไร ในมือกำมีดเอาไว้แน่นแล้วพุ่งตัวเข้าไปหมายฟาดฟันอีกฝ่าย
แต่ซูฮวาไม่อยากยื้อเวลามากนัก เพราะหูของนางกำลังได้ยินว่าคนที่เย่ฮูหยินให้เฝ้าซ่งหยวนเอาไว้เริ่มเคลื่อนกายเข้ามากันแล้ว นับๆ ดูอาจมีราวๆ ยี่สิบคนได้ ถึงแม้ซูฮวาจะรู้ว่านี่เป็นกับดัก แต่แล้วอย่างไร นางพร้อมที่จะก้าวเข้ามาเอง หากคนพวกนั้นมีความสามารถมากพอก็ลองเข้ามาจับตัวนางให้ได้ก็แล้วกัน
เมื่อเห็นว่าซ่งหยวนกำลังพุ่งตัวเข้ามา ซูฮวาก็หลบหลีกคมมีดนั้นได้อย่างง่ายและทำการแย่งมันมาไว้ในมือ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งกำไปที่รอบคอของซ่งหยวนแล้วทุ่มกระแทกลงไปบนพื้นจนศีรษะแตกร้าว
ซ่งหยวนมีความรู้สึกเจ็บปวดที่ศีรษะราวกับถูกค้อนหนักๆ ทุบจนแตกละเอียด เมื่อใช้มือจับลงไปจนพบกับความเปียกชื้น มืออันสั่นเทาก็ยกขึ้นมามองอีกครั้งและเห็นว่ามันคือเลือด นางกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่น จนคนทั่วเรือนสาวใช้ตื่นกันหมด
ทว่ายังไม่ทันได้ทำสิ่งใดต่อ ซ่งหยวนก็เห็นว่าซูฮวาใช้มือข้างหนึ่งบีบกรามของตนเองให้อ้าปากจนรู้สึกได้ว่ากรามหักไปแล้ว
“อื้อ...” ซ่งหยวนร้องออกมาอย่างทรมาน ภาพในหัวยามที่นางทำเช่นนี้กับซูฮวาย้อนกลับมาฉายชัดราวกับเป็นภาพทับซ้อน นางในตอนนั้นหัวเราะลั่นราวกับมันเป็นเรื่องสนุกเรื่องหนึ่ง ยามนี้ได้เจอกับตัวเองไม่คิดว่าจะน่ากลัวถึงเพียงนี้
“วันนี้ข้าขอลิ้นของเจ้าไปก่อนก็แล้วกัน” สิ้นคำของซูฮวา มือที่ถือมีดก็ตัดฉับเข้าไปในโพรงปาก แล้วลิ้นของซ่งหยวนก็ถูกตัดออกมาภายในครั้งเดียว
เสียงโหยหวนร้องดังลั่นไปทั่วเรือนสาวใช้ ซ่งหยวนได้รับรู้ถึงความทรมานเจียนจะขาดใจตาย ประตูห้องถูกพังเข้ามาโดยยอดฝีมือที่ถูกวางตัวเฝ้าเอาไว้คนหนึ่ง ทว่าภายในกลับมีเพียงร่างของซ่งหยวนที่นอนจมกองเลือด
ซูฮวาที่หนีออกไปแล้วได้ยืนอยู่บนยอดต้นไม้ มองดูความวุ่นวายที่เกิดขึ้นด้านล่างด้วยสายตาเรียบนิ่งดุจสายน้ำลึก คิดไปว่าวันนี้มีของขวัญอีกชิ้นแล้วที่จะส่งมอบให้หลี่ฟางฟาง