ตอนที่ 27 เผ่าเต่าดำปรากฎตัว
จูอี้ได้ฟังคำบอกเล่าจากลูกน้องก็หวาดหวั่น คุณชายในขบวนนี้ล้วนมาจากตระกูลสูงศักดิ์ในอาณาจักรต้าหลี่ โดยเฉพาะคุณชายต้วนหลงซางที่เป็รัชทายาทของอาณาจักรถือว่ามีความสำคัญที่สุด
“แค่บอกให้เร่งความเร็ว เหตุใดถึงเร่งความเร็วมากเพียงนี้”
“ใต้เท้าจูท่านอย่าได้กลั่นแกล้งพวกเรา มิต้องเร่งถึงขนาดนี้ก็ได้”
เสียงโวยวายดังระงม แต่ขบวนรถกลับมิได้ชะลอลง ต้วนหลงซางรับทราบสถานการณ์จากคนคุ้มภัยก็ปิดม่านหน้าต่างลง สีหน้าเคร่งขรึม
“คุณชายต้วน” สมปองเรียกต้วนหลงซางแล้ว หันไปมองหน้าหลี่ซุนและเยว่ิ พวกเขาแน่ใจว่าต้องมีเหตุผิดปกติวิสัย
ตัวต่อฝูงหนึ่งบินตามขบวนรถม้าแต่ไกล ห่างออกไปไม่ไกล ต้าหวงเฟิงกับเสี่ยวถูจิ่วลอยตามหลังมา ในมือต้าหวงเฟิงกำแกนอสูรที่ยังเปรอะคราบเื
“ย่ำจนรองเท้าสึกหรอไม่พบ แต่กลับเดินมาหาพวกเราเอง” ต้าหวงเฟิงยิ้มอย่างเยือกเย็น
“ศิษย์พี่สามารถจัดการทารกสามคนนั่นได้เต็มที่ สำหรับคนอื่น ๆ ปล่อยให้ข้าจัดการเป็อย่างไร”
“ถูจิ่วเ้าคงหิวมากใช่หรือไม่” ต้าหวงเฟิงยิ้มเยาะ “แต่เอาเถอะ นอกจากเด็กสามคนนั้น คนอื่น ๆ เ้าจัดการได้เต็มที่”
“ขอบคุณศิษย์พี่” นางยิ้มหน้าบาน วิหคใต้เท้าเร่งความเร็วขึ้น
เงานกั์บินโฉบเหนือขบวนรถม้า ม้าแผดร้องจนเกือบเสียขบวน เคราะห์ดีที่คนขับรถม้าทั้งหลายล้วนผ่านการฝึกมาอย่างดี ทำให้ม้าที่แตกตื่นสงบลงอย่างรวดเร็ว จูอี้ร้องสั่งให้เร่งความเร็วขึ้นอีก คราวนี้ปราศจากเสียงก่นด่าจากคุณชายทั้งหลาย
นกั์ใช้กรงเล็บหิ้วหลังคารถม้าคันที่สองบินโผขึ้นไปบนอากาศ เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังออกมาจากรถม้า คนรับใช้กระเด็นร่วงลงมา รถม้าที่ตามหลังมาเหยียบเอวขาดไส้ทะลัก รถม้าถูกทิ้งลงขวางหน้าขบวน ตัวรถแหลกยับเยิน คุณชายที่อยู่ในรถคันที่สองกลายเป็ซาก
เสียงหัวเราะดังกึกก้อง นกั์โฉบกลับมาอีก รถม้าไม่เป็ขบวนอีกต่อไป คนรับใช้ประจำรถแตกตื่นบังคับม้าหนีออกจากขบวน คนคุ้มครองขบวนบังคับเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง จูอี้ส่งสัญญาณ
กองกำลังที่คุ้มครองขบวนรวมตัวกันรายล้อมรถม้าที่เหลือสองคัน บนหลังคารถม้าคันที่หนึ่งจูอี้สละน้คนคุ้มครองหลายคนโผเข้าใส่วิหคั์ มันสะบัดปีกใส่ดาบ ปราณสีแดงหอบหนึ่งกวาดคนเ่าั้ออกไป ขณะที่กรงเล็บเตรียมคว้าตัวใต้เท้าจู
แม้นกั์จะใหญ่โตแต่ความเร็วถือว่าเร็วมาก คนคุ้มครองเ่าั้กระเด็นกระจายออกไป กรงเล็บนกั์ขยุ้มลงบนไหล่ของจูอี้อย่างแม่นยำ ใต้เท้าจูที่ผ่านการต่อสู้มามากมายกลับไม่สามารถหลบพ้นกรงเล็บของนกั์
แส้สีแดงพุ่งจากหน้าต่างรถม้าของคุณชายต้วน แส้นั้นฟาดตรงขาของนกอย่างแรงจนมันต้องคลายกรงเล็บออก
เยว่ิเป็คนที่ตัดสินใจเร็ว นางตัดสินใจเร็วกว่าสมปองและหลี่ซุน การหลบหนีเป็เื่ที่สมควร แต่สถานการณ์เช่นนี้นางมิอาจสูญเสียใครไปอีก นางต้องหนีโดยไม่สามารถช่วยป้าฉีหลินได้
ใช่ฉีหลินเป็ป้าแท้ ๆ ของนางเอง นางเก็บความเสียใจไว้ั้แ่ตอนหลบหนีออกจากหมู่บ้าน แต่นางไม่อยากหนีอีก
สมปองกับหลี่ซุนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แน่นอนว่าย่อมไม่อาจหนีอยู่ร่ำไป แต่หากคิดต่อสู้กับพวกกุ่ยเซียนทั้งสองนี้สำหรับสมปองเขาทราบดีว่าเป็เื่ยาก หลี่ซุนเองกลับคิดไม่ซับซ้อน เขาเห็นเยว่ิเริ่มต่อสู้ หลี่ซุนก็ตอบสนองโดยการชักกระบี่กระโจนออกจากรถม้าเพื่อประสานกับเยว่ิโดยไม่รีรอ ท่ามกลางความแตกตื่นใของต้วนหลงซางและน้องชาย
สมปองถอนหายใจคราหนึ่ง เขามุดออกจากที่นั่ง เขาแน่ใจว่าสองกุ่ยเซียนผู้ชั่วร้ายปรารถนาแกนัฟ้าาที่ฝังอยู่ในมือขวาของเขา เขารู้สึกตัวว่ายังมีทักษะการต่อสู้ไม่เพียงพอที่จะเอาชนะกุ่ยเซียนเหล่านี้ แต่เมื่อหลี่ซุนกับเยว่ิตัดสินใจสู้ แล้วเขาจะไม่น้อมสนองได้อย่างไร
นกั์โฉบลงมาอีกครั้ง มันขยุ้มคนคุ้มครองคนหนึ่งโผขึ้นกลางอากาศ คราวนี้มันหุบปีกสะท้อนแส้ของเยว่ิออกไป เสี่ยวถูจิ่วแค่นเสียงเ็า บังคับนกั์โถมออกไปยังรถม้าที่แตกกระจายออกไป
"โชคดีที่ศิษย์พี่ข้า้าพวกเ้า ข้าไปเล่นตรงอื่นก่อน รอศิษย์พี่ข้ามาจัดการพวกเ้าด้วยตัวเอง"
เสียงหัวเราะไกลออกไป สมปอง เยว่ิ และหลี่ซุนกวาดตามองไปรอบ ๆ ห่างออกไปไม่ไกล ชายชุดเหลืองดำลอยตัวอยู่กลางอากาศ
"นั่นมัน .." หลี่ซุนละล่ำละลักออกมา
"แย่แล้วเข่อเจี้ยน พวกเราหนีกันแทบตาย สุดท้ายก็ต้องมาเจอมันอยู่ดี"
"พี่หลี่ท่านคอยป้องกันคุณชายไว้ ข้ากับเยว่ิจะลองต้านทานมันดูก่อน” สมปองร้องบอกหลี่ซุน
เห็นหลี่ซุนถอยไปยืนด้านหน้าต้วนหลงซาง สมปองหันไปมองเยว่ิก่อนส่งกระแสจิตลงไปสำรวจกองคัมภีร์ในถุงจักรวาลของัฟ้าา เขาเจอทักษะม้วนหนึ่งที่อยู่ในระดับที่เขาสามารถแสดงออกได้
ฝูงต่อั์โถมเข้าโอบล้อมรถม้า เยว่ิร่ายรำเพลงแส้ นางหวดแส้แผ่ปราณใส่แส้หวดเป็วงกลมล้อมทั้งหมดไว้ ต่อั์ที่เข้ามาในรัศมีของแส้ร่วงลงตายเป็อันมาก
ทักษะกระบี่ทลวงเมฆา หลั่งไหลเข้าสู่สมองของสมปอง แม้เป็ทักษะที่ไม่สูงมาก ความ้าเพียงระดับหลอมปราณขั้นที่หก แต่สามารถสำแดงความร้ายกาจมากกว่าขั้นของมันอีกห้าเท่า สมปองไม่มีกระบี่ จึงได้แต่โยนดาบสั้นและหอกสั้นออกไป
การควบคุมวัตถุสองชิ้นเขาเคยมีประสบการณ์จากถ้ำหมื่นโอสถมาแล้ว ดังนั้นพอเริ่มต้นทักษะกระบี่ทลวงเมฆาออกมา ก็สามารถบังคับหอกสั้นและดาบพุ่งเป็วนเป็กงจักรอยู่เหนือศีรษะ เขาช่วยประสานเสริมกับเยว่ิ ต่อั์ฝ่าวงล้อมแส้ของเยว่ิเข้ามาได้เมื่อไหร่ หอกดาบทะลวงเมฆาก็เข้าไปจัดการแทน ประสานเป็ภายในภายนอกเช่นนี้
ต้าหวงเฟิงชมดูด้วยสายตาเยาะเย้ย แม้เขาจะเคยเจอกับผู้ฝึกตนวัยเด็กมามาก แต่ไม่เคยเจอใครที่อวดเก่งเช่นนี้ เขารู้สึกสนุก
“เด็กพวกนี้สมแล้วที่ได้รับความสนใจจากเ้าสำนัก ลองเล่นกับพวกมันดูหน่อย ดูซิว่าจะหมดแรงเมื่อไหร่”
ฝูงต่อั์พลันรู้สึกคึกคัก พวกมันโถมเข้าหาแส้ของเยว่ิถี่ขึ้นกว่าเดิม เยว่ิเหงื่อชุม แม้นางจะเชี่ยวชาญสามารถสำแดงโล่ห์แส้มหากาฬที่บิดาสั่งสอนมาได้ยาวนาน แต่การเพิ่มกระแสปราณเพิ่มความรุนแรงกลับทำให้นางเหน็ดเหนื่อยยิ่ง
สมปองเห็นสภาพเยว่ิย่ำแย่ลง เขาจึงหยิบดาบที่คนคุ้มครองทำตกไว้ขึ้นมา ทักษะกระบี่ทะลวงเมฆาต้องใช้อาวุธสามชิ้น ประสิทธิภาพที่สำแดงจะดีกว่าถ้ามีอาวุธครบสามชิ้น เขาส่งหอกดาบกระบี่ออกไปนอกรัศมีแส้
“เยว่ิเ้าหยุดพักสักครู่ ข้าจะลองทักษะแรกของกระบี่ทะลวงเมฆาดู”
หอกดาบกระบี่หมุนวนเร็วขึ้น ๆ ห้อมล้อมคนทั้งเจ็ดไว้ภายใน จูอี้ดูคลายความวิตกกว่าเดิม ต้วนหลงซางและน้องชายมองสถานการณ์รอบ ๆ อย่างสงบนิ่ง หลี่ซุนไม่ไว้ใจจึงร่ายเวทป้องกันอย่างอ่อนคลุมตนเอง ต้วนหลงซางและน้องชายไว้อีกชั้น
ผ่านไปอีกสองเค่อ ตัวต่อั์บินเข้ามาในวงรัศมีหอกดาบกระบี่ไม่หยุดยั้ง กระบี่คุ้มครองนี้สมควรทำลายล้างสิ่งที่พยายามบุกทะลวงเข้ามาแต่สมปองยังไม่คุ้นเคยจึงไม่สามารถทำให้ตัวต่อั์ตายได้ พวกมันเพียงโดนกระแทกกระเด็นออกไปแล้วหมดสติ พอฟื้นก็บินกลับมาอีก
“เยว่ิต้องอาศัยเ้าช่วยโจมตี ส่วนข้าจะใช้ค่ายหอกดาบกระบี่ป้องกันไว้”
เยว่ิเพิ่งรู้สึกดีขึ้น เห็นเหตุการณ์เริ่มแย่จึงหวดแส้สังหารตัวต่อั์ที่ผ่านค่ายกระบี่คุ้มครองเข้ามา ต้าหวงเฟิงหัวเราะด้วยความชอบใจ ตัวต่อั์บินออกมาจากแขนเสื้อเขามากกว่าเดิม
“แย่แล้ว เข่อเจี้ยนก็เริ่มไม่ไหว” หลี่ซุนบอก
ตัวต่อั์พลันทะลวงค่ายกระบี่จนแส้ของเยว่ิจัดการไม่ทัน เวทคุ้มครองของหลี่ซุนไม่ได้คลุมร่างคนคุ้มครองกับจูอี้ไว้ ทั้งสองจึงโดนต่อั์ต่อยจนล้มลง สมปองกับเยว่ิถอยไปรวมกับหลี่ซุน ค่ายกระบี่หดเล็กลงแต่คล้ายกับประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ต่อั์หยุดยั้งที่นอกรัศมีหอกดาบกระบี่
เรี่ยวแรงของสมปองกำลังจะหมด เขาไม่กล้าใช้ปราณจากัฟ้าเพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหา เต่าดำน้อยชะโงกหน้าออกมาจากถุงจักรวาล มันไม่ได้มองไปที่สมปองหรือต้าหวงเฟิง แต่มองออกไปยังจุดดำสามจุดที่เคลื่อนใกล้เข้ามา
ตัวต่อั์หลายสิบตัวก่อตัวขึ้นเป็แท่งเหล็กในพุ่งกระแทกค่ายกระบี่คุ้มครอง สมปองถูกแรงกระแทกทำร้ายภายในกระอักออกมาเป็เื หอกดาบกระบี่เผยช่องโหว่ ต่อั์ไร้สิ่งขัดขวางก็พุ่งเข้าหาคนทั้งห้าทันที
ร่างสีดำสามร่างกระแทกตัวลงที่พื้นด้านหน้าสมปอง คลื่นพลังงานกระเพื่อมเป็รัศมีวงกลมกระแทกตัวต่อั์กระเด็นออกไปร่วงลงสู่พื้นไม่สามารถบินขึ้นมาได้อีก
“ต้าหวงเฟิง คิดทำร้ายคนของเผ่าเต่าดำหรือ”
“หยางจ่งเซียน เด็กน้อยเหล่านี้เห็นอยู่ว่าเป็เผ่ามนุษย์ เหตุใดจึงทึกทักเอาเช่นนี้” ต้าหวงเฟิงมีสีหน้าเคร่งครึม
ในโลกใบนี้มีที่สำนักกุ่ยเซียนหวาดกลัวเพียงสองกลุ่ม เผ่าเต่าดำเป็หนึ่งในสองกลุ่มดังกล่าว ดังนั้นน้ำเสียงของต้าหวงเฟิงจึงดูสุภาพยิ่ง
“เด็กน้อยเผ่ามนุษย์นี้กำลังคุ้มครองสมาชิกเผ่าเต่าดำเรา ยิ่งต้องปกปักคุ้มครองเช่นเดียวกับสมาชิกเผ่า” หยางจ่งเซียนกล่าว
สมปอง หลี่ซุน เยว่ิ ต้วนหลงซางและน้องชายต่างยืนมองชายชุดดำทั้งสามคนที่ยืนอยู่เบี้ยงหน้าด้วยความงุนงง สมปองเตรียมร่ายเวทป้องกัน เขายังไม่ค่อยไว้ใจชายชุดดำสามคนนี้สักเท่าไหร่
“น้องเข่อเจี้ยน พวกเ้าเป็คนของเผ่าเต่าดำหรือ” ต้วนหลงซางถาม
สมปองส่ายศีรษะ “ข้าเพียงเลี้ยงเต่าดำตัวหนึ่ง” เขาชี้ลงไปที่ถุงจักรวาลข้างเอว ศีรษะเต่าตัวหนึ่งโผล่ออกมาจ้องชายชุดดำตาแป๋ว
ต้วนหลงซางเบิกตากว้าง หลี่ซุนกับเยว่ิไม่ได้แสดงอาการประหลาดใจ เพียงแต่สงสัย เต่าดำนี้ผู้เฒ่าเฉินเจอบนชายหาดแล้วส่งให้กับสมปอง เหตุใดกลายเป็คนของเผ่าเต่าดำ
“เมื่อท่านตั้งใจจะคุ้มครองเด็กพวกนี้ เห็นทีข้าคงต้องขอให้เ้าสำนักลงมือเองซะแล้ว”
“เชิญได้เต็มที่ ว่าแต่เ้าสำนักเ้าทะลวงผ่านระดับมหานิพพานแล้วหรือ”
ต้าหวงเฟิงหาได้มีสีหน้าหงุดหงิด เขาเพียงแต่ทำตามคำสั่ง ตัวเขาเองใกล้จะบรรลุระดับนิพพาน เมื่อมีข้ออ้างให้ล้มเลิกก็ล้มเลิก ไม่คิดเสี่ยงภัย เสี่ยวถูจิ่วเหินกลับมายืนข้าง ๆ
“ศิษย์พี่ ท่านจะลงมือหรือไม่?” นางแน่ใจว่าต้าหวงเฟิงสามารถต่อสู้กับชายชุดดำเหล่านี้ได้