ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่519 เริ่มไม่หวาดเกรง

        ทว่ากับ มีเหล่าผู้อาวุโสชราเผ่าพันธุ์บรรพกาลบางคน เกิดความเคลือบแคลงใจอยู่ไม่น้อย เมื่อฉุกคิดถึงยามที่อี้เฉินสามารถทำลาย เจดีย์สูบกลืนชีวิตออกมาได้ ด้วยพลังของอี้เฉินเอง พวกเขาต่างก็มองว่า อี้เฉินไม่น่าจะมีพลังมากพอ ที่จะทำเช่นนั้นได้
 


        จนในยามนี้ รอบด้านต่างก็พากันเงียบงันจนน่าวังเวง หากมีเสียงเข็มตกหล่นลงพื้นสักเล่ม เสียงนั้นย่อมดังก้องออกมาเป็นแน่ เมื่อหมู่ชนเห็นฉากการต่อสู้ฆ่าสังหาร ส่งให้ผู้สูงส่งผู้หนึ่งต้องตายตก ใครเล่าจะไม่หัวใจสั่นสะท้าน กับพลังในการกำราบศัตรู ของอี้เฉิน

 


         ก่อนน้ำเสียงหมู่ชนจะถอนหายใจออกมายาว "เฮ้อ!! เหตุใดการต่อสู้ถึงเป็นเช่นนี้ได้เล่า ทว่าสิ่งประดิษฐ์ สิ่งนั้นก็ร้ายกาจไม่เบา แม้แต่ผู้เปิดเส้นลมปราณเซียนในตำนานสองเส้น ยังปางตาย กว่าจะหลุด ออกจากกรงขังของมันออกมาได้"

 


          เมื่อหมู่ชนเห็นสภาพของอี้เฉินในยามนี้ เขาแทบจะไม่ต่างอะไรไปจากคนที่ใกล้ตาย ลมหายใจหนักถี่อย่างเห็นได้ชัด ดวงตาหม่นแสงเต็มไปด้วยความอิดโรย บ่งบอกอี้เฉินยามนี้ บาดเจ็บหนัก สูญเสียปราณพลังไปไม่น้อย

 


          ทว่าอี้เฉินก็ไม่มีท่าทีคิดถอยหนีออกไปจากลานประลอง แม้แต่ก้าวเดียว ยังคงยืนสงบนิ่งหลับตาพริ้ม ท่ามกลางลานประลองไม่ไปไหน แม้แต่เยว่ชิงเซียนที่เห็นยัง เม้มกัดริมฝีปากแดงน้อยไว้จนแน่น มองว่าอี้เฉินดื้อรั้นเกินไป

 


          ยามนี้อี้เฉินจึงดูน่าเวทนา ทว่าก็แฝงไว้ด้วยความน่าคร้ามเกรงบางอย่าง อาภรณ์สีน้ำเงินเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ผมสีขาวแผ่สยาย แต่งแต้มไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน โบกสะบัดโยกย้ายไปกับสายลมเย็นเยือก เสียดแทงหัวใจหมู่ชนที่มองมัน

 


         กลุ่มคน ตระกูลอี้ พวกเขาไม่อยากเชื่อสายตาว่าอี้เฉิน จะชนะการประลองกับผู้สูงส่งติดๆ กันเช่นนี้ ในใจเริ่มรู้สึกยอมรับอี้เฉินขึ้นมา หลายเท่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่คิดอี้เฉินจะนำเอาเกียรติยศ และศักดิ์ศรี กลับคืนมาสู่ตระกูล อี้ อีกคราในยามนี้ ประหนึ่งว่ามองเห็นราชันหนุ่มขีดเขียนตำนาน สร้างเส้นทางแห่งความรุ่งโรจน์ขึ้นมาใหม่ แม้แต่ อี้รั่วจั่ง อี้ชิง ยังยกยิ้ม ยืดอกขึ้นมาได้ อีกคราไม่มีใครกล้าดูถูกพวกเขาเป็นตระกูล ผู้โง่เขลาอีกต่อไป

 


          แต่ช่วงเวลาแห่งความเงียบงัน ก็คงอยู่ได้ไม่นานเท่าใด พายุใหญ่ความวุ่นวายก็เริ่มหมุนวนก่อตัวอีกครา เมื่อพวกเขาเห็นความอ่อนแอของอี้เฉินในยามนี้ หมู่ชนต่างก็เริ่มหายจากอาการตกตะลึง ในพลังต่อสู้ของอี้เฉิน มีแม้กระทั่งบางคนเริ่มที่จะไม่หวาดเกรงอี้เฉินอีกต่อไป เมื่อเห็นสภาพของอี้เฉินในยามนี้ ประหนึ่งเพียงโดนหมัดเบาๆ เขาก็พร้อมจะตายตกแล้ว

 


          ก่อนน้ำเสียงชายหนุ่ม คนของตำหนักเทพ จะพุ่งปราดมาบริเวณ หน้าหม้อเพลิงส่งแผ่นป้ายเข้าไปภายใน หม้อเพลิงใบใหญ่ เปลวเพลิง ลุกโชติช่วงชัชวาล ขึ้นมาโดยพลัน บ่งบอกถึงสัญญาณการต่อสู้ได้เริ่มต้นอีกครา พร้อมกับแค่นเสียงคำรามออกมาดังก้อง แววตาเปี่ยมไปด้วยความโอหัง หยิ่งผยอง กล่าวสั่งการราวกับเป็นคำประกาศิต

 


"เจ้าถอนตัวออกไปเสียอี้เฉิน สภาพที่น่าสังเวช ของเจ้า ยามนี้ ต่อสู้ไม่ไหวอีกต่อไป หรือเจ้าคิดจะตายภายใต้ คมกระบี่ของข้า"

 


         ด้านองค์หญิงอิงฮวา ใบหน้าของนางมีความกังวลอยู่ไม่น้อย พร้อมกับน้ำเสียงถอนหายใจ หากอี้เฉินคิดจะถอนตัวออกจากลานประลอง นางก็ไม่คิดถือโทษโกรธชายหนุ่ม กล่าวพูดพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ชะตาของข้าขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วสหายน้อย จะดีหรือร้าย เจ้าต้องเป็นคนตัดสินให้ข้าแล้วกัน"



        เล่งซุน ที่อยู่ข้างกายองค์หญิงอิงฮวาไม่ห่าง เขาเองก็ส่ายหัวออกมาเช่นกันเมื่อเห็นสภาพของอี้เฉินในยามนี้ แต่ในใจลึกๆ ก็รู้สึกยอมรับในตัวเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่น้อย

 


        ฉับพลันที่ชายหนุ่ม ตำหนักเทพ สืบฝีเท้ามายืนประจันหน้าอี้เฉิน ทั้งๆ ที่เขาไม่ใช่แม้แต่ผู้สูงส่งเสียด้วยซ้ำ ทว่า จู่ๆ ร่างกายของเขาก็ถูกแรงบีบคั้นที่บ้าคลั่ง จากปราณพลังเซียนรอบๆ กายอี้เฉิน ส่งแรงกดดัน กดข่มอย่างรุนแรง ราวกับมาอยู่ภายในดินแดนเหน็บหนาว กายาเย็นเยือกในฉับพลัน ราวกับจะถูกแช่แข็ง

 


ก่อนน้ำเสียงหมู่ชนจะพูดคุยกันออกมา ดังกึกก้อง ราวกับเป็นเรื่องขำขัน "ไอ้บ้านั้นมันคิดจะชุบมือเปิบ ฆ่าสังหารอี้เฉินสร้างชื่อสินะ ฮ่าๆ"

 


          ก่อนน้ำเสียงบุรุษร่างกายกำยำ เผยให้เห็นกายาราวกับเป็นหินศิลา ยืนตระหง่านค้ำฟ้า เขาก็คือคนของเผ่าทอง กล่าวพูดออกมาด้วยความโอหัง "ไอ้เวร คนของตำหนักเทพ ช่าง ไวเสียจริง ข้าเองก็คิดจะขึ้นประลอง ท้าสู้เช่นกัน"

 


          ทว่ายามนี้มีเพียง ราชัน10ทิศ จ้าวเฟิง กับ มารพุทธ ทงอี้ เท่านั้น ที่ยังดูเคร่งขรึม แววตาจ้องมองไปที่ลานประลองอย่างไม่วางตา ก่อนจะส่ายหัวออกมา เมื่อเห็นกลางหน้าผาก บริเวณห่างคิ้วชายหนุ่มตำหนักเทพ เกิดรอยแตกร้าว ปริแตกขึ้นมา

 


          แม้แต่หมู่ชนที่เห็นถึงความผิดปกติ ภายในลานประลอง ต่างก็เบิกตาออกกว้างอ้าปากค้างในยามนี้ ไม่คิดชายหนุ่มตำหนักเทพ ผู้ที่อยู่ในขั้นพลัง เทพสวรรค์แท้จริง ร่างกายจะสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง จนฝีเท้าก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว ในไม่กี่ชั่วอึดใจ

 


"เป็นไปได้อย่างไร เหตุใด ชายหนุ่มตำหนักเทพ ถึงไม่ลงมือเล่า"



        ก่อนน้ำเสียงอี้เฉิน จะแค่นเสียงคำรามออกมาดังก้อง เปิดเปลือกตาจ้องมองไปที่บุรุษหนุ่มตำหนักเทพ ในฉับพลัน"เจ้าเอาความมั่นใจอะไรมายืนอยู่ต่อหน้าข้า ..ข้าบอกพวกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ หากคนของ4สำนักใหญ่มายืน ประจันหน้ากับข้า ..ข้าจะฆ่าสังหารไม่ให้เหลือ"

 


         สิ้นเสียงของอี้เฉิน ชายหนุ่มที่จ้องดวงตาคู่นั้นของเขา ที่มีเลือดไหลซึมออกมาน้อยๆ ปราณจิตภายในโสตประสาทของเขา ราวกับถูกบีบบังคับให้หลับใหลโดยพลัน รับรู้ถึงความตายในทันใด แม้แต่ดวงวิญญาณภายในร่างยังกรีดร้องขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ถึงจะรีบยกฝ่ามือขึ้นมาปัดป้องดวงตาไว้ก็ตาม

 

"ไม่! ไม่! เป็นไปไม่ได้ ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ข้าจะมาตายเช่นนี้ไม่ได้"

 


         อี้เฉินกำฝ่ามือออกไปด้านหน้าอย่างรุนแรง ส่งเลือดที่สาดกระเซ็นไปทั่วลานประลอง กลายเป็นหอกเลือดพุ่งขึ้นทิ่มแทง ร่างชายหนุ่มจนตายตกกลายเป็นหมอกเลือดในพริบตา เสียง ฉัวะ!! ฉัวะ!! ฉัวะ!! ดังออกมาไม่ขาดสาย กลิ่นอายความตายลอยคละคลุ้ง ประหนึ่งมองเห็นอี้เฉินปลดปล่อย ทัณฑ์สวรรค์ ลงทัณฑ์กำราบศัตรู

 


         หมู่ชนที่เห็นต่างก็หัวใจสั่นสะท้าน สูดลมหายใจเข้าไปลึกในทันที แม้ว่าอี้เฉินจะบาดเจ็บหนัก แต่ก็ไม่ใช่อะไรที่เทพสวรรค์ทั่วไปจะฆ่าสังหารเขาลงได้ แม้แต่ชายหนุ่มเผ่าทอง ที่พูดจาใหญ่โตในยามก่อน ยังทำตัวหดเล็กจนแคบ ใบหน้าบูดบึ้งไม่น่ามองในทันใด

 


         ยามนี้ศึกชี้ชะตา เต็มไปด้วยความเงียบสงัด ที่น่าวังเวง ไม่คิดเพียงหนึ่งฝ่ามืออี้เฉิน จะสามารถฆ่าสังหารเทพสวรรค์แท้จริงผู้หนึ่งได้ แต่ใครเล่าในยามนี้จะกล้าท้าประลองกับเขา เฝ้ามองอี้เฉินที่หลับตาพริ้ม ค่อยๆ รักษาเยียวยาบาดแผล จนหลายคนที่เฝ้ามอง ต่างก็กำฝ่ามือไว้จนแน่น แม้ในใจลึกๆ จะไม่ยินยอมเท่าใดนัก

 


        ก่อนมารพุทธ ทงอี้ เขาจะเคลื่อนไหว สืบฝีเท้าไปหาอี้เฉิน ทำให้หมู่ชนที่เฝ้ามอง มีกำลังใจขึ้นมาอีกครา แม้แต่คุณชาย หมิงเจ๋อ แห่งเผ่ามังกรทอง ยังยกยิ้มขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง คาดหวังกับ มารพุทธ ทงอี้ ไม่น้อย

 


        ทว่าคำพูดของ มารพุทธ ทงอี้ กลับแฝงไว้ด้วยความโอหัง พร้อมกับโทสะของเหล่าผู้อาวุโส เผ่ามังกรทอง ที่หนุนหลัง คุณชาย หมิงเจ๋อ แม้แต่หมู่ชนเองก็พากันตกตะลึงไม่น้อยเช่นกัน "อี้เฉิน ข้าจะไม่สู้กับเจ้าในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ ในเมื่อเจ้าเป็นตัวแทนของเผ่ามังกรทอง ข้าเองก็จะถอยให้เจ้าเช่นกัน หวังว่าเจ้าจะเอาชนะ ราชันสิบทิศ จ้าวเฟิงได้"

 


        อี้เฉินเปิดเปลือกตา คลี่ยิ้มออกมาในทันที แม้ว่า หลวงจีนน้อยผู้นี้จะโอหังไม่น้อยก็ตาม แต่อี้เฉินก็ไม่ได้รังเกียจความโอหังของ ทงอี้ผู้นี้ แม้แต่น้อย "ได้ ทงอี้ สักวันเจ้ากับข้าเราจะปะทะกัน ให้สะเทือนก้องใต้หล้า"

 


         คุณชาย หมิงเจ๋อ ครั้นเห็นมารพุทธ ทงอี้ สืบฝีเท้าออกจากการประลอง เขากระทืบเท้าอย่างแรง ปัง!! "บัดซบ! บัดซบ! ไอ้หลวงจีนเฮงซวย หากเจ้าไม่มีคำอธิบายให้ข้า เจ้าอย่าหวังว่าจะรอดพ้นเผ่าพันธุ์มังกรทอง ของพวกข้าไปได้"


 

         มารพุทธ ทงอี้ ที่สืบฝีเท้ากลับมา ครั้นรับรู้ถึงจิตสังหารที่เล็ดลอดออกมาไม่ขาด เขาคลี่ยิ้มออกมา ราวกับไม่เป็นเรื่องทุกข์ร้อน "คุณชาย หมิงเจ๋อ ท่านจะให้ข้าต่อสู้ตัดกำลังคนของเราทำไมเล่า หรือท่านไม่อยากให้ เผ่าพันธุ์มังกรทอง ของท่านชนะการประลองศึกชี้ชะตา"

 


"เจ้า! เจ้า!" คำพูดนั้นของทงอี้ ที่ดังออกมา ทำให้คุณชาย หมิงเจ๋อ พร้อมกับเหล่าผู้อาวุโส ต่างก็พากันพูดไม่ออก

 


ทว่าด้าน เผ่าพันธุ์มดแดงสวรรค์พวกเขายามนี้ยกยิ้มกันขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง เฝ้ารอการต่อสู้สุดท้ายที่จะมาถึง โดยเฉพาะ จ้าววังมดแดงสวรรค์ ในยามนี้

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน