ภาพมายาอันสมจริงของพยัคฆ์เงาคำรามก้องสะท้านฟ้า พุ่งทะยานเข้าใส่เฉิน ฮ่าวหราน ด้วยกลิ่นอายสังหารอันรุนแรงและเย็นเยียบ! ความหวาดกลัวจากประสบการณ์เฉียดตายในช่องเขาวายุคลั่ง หวนกลับมาจู่โจมจิตใจของเขาราวกับคลื่นั์ที่ถาโถมเข้าใส่ชายฝั่ง! สัญชาตญาณแรกที่ผุดขึ้นมาในใจคือการหลบหนี หรือไม่ก็ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาเพื่อป้องกันตัว!
แต่ในเสี้ยววินาทีที่ความกลัวกำลังจะเข้าครอบงำนั้นเอง สติอันแจ่มใสที่ผ่านการฝึกฝนมาของฮ่าวหรานก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง! 'นี่คือภาพมายา! มันไม่ใช่ของจริง! มันทำร้ายข้าไม่ได้!' เขาระลึกถึงคำสอนของมารดาและหลักการสำคัญในเคล็ดวิชาอัสนีาที่เขาเพิ่งทบทวนมา 'รักษาใจให้สงบนิ่งดุจขุนเขา สังเกตการณ์ด้วยปัญญา อย่าตกเป็ทาสของอารมณ์!'
เขากัดฟันแน่นจนกรามสั่น ข่มความกลัวและความตื่นตระหนกที่พยายามจะเข้าครอบงำจิตใจ บังคับให้ตนเองเงยหน้าขึ้น เผชิญหน้ากับภาพอันน่าสะพรึงกลัวของพยัคฆ์เงาที่กำลังพุ่งเข้ามานั้นตรงๆ! 'ข้าจะต้องยืนหยัดด้วยตนเองให้ได้ในครั้งนี้!'
เขาใช้สมาธิทั้งหมดที่มี เพ่งมองไปยังพยัคฆ์เงามายาที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาอย่างละเอียดถี่ถ้วน พยายามค้นหาข้อบกพร่องหรือความไม่สมจริงของมัน 'กรงเล็บคู่นั้น... ดูเหมือนจะยาวและแหลมคมกว่าปกติเล็กน้อย เสียงคำราม... ก็ทุ้มต่ำและแหบพร่าผิดเพี้ยนไปจากที่ข้าจำได้นิดหน่อย รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ มันไม่ใช่ของจริง!'
เมื่อจิตใจของเขาสามารถเริ่มจับผิดและมองเห็นความไม่สมจริงของภาพลวงตาได้แล้ว ความกลัวที่เคยท่วมท้นอยู่ในใจก็เริ่มลดน้อยลงไปบ้าง เขาไม่ได้พยายามที่จะต่อสู้ ทำลาย หรือหลบหนีภาพมายานั้นอีกต่อไป แต่กลับเลือกที่จะรวบรวมสมาธิทั้งหมดกลับมาสู่ภายใน พุ่งเป้าไปที่การรักษาความสงบนิ่งภายใน "ทะเลแห่งจิตใจ" ของตนเองให้มั่นคงที่สุด เขานึกถึงความรู้สึกเย็นสบายและมั่นคงจากหินสะกดอัสนีที่เขากำไว้ ใช้มันเป็ดั่งจุดยึดเหนี่ยวทางความคิดและสติ 'จิตสงบ... ทุกสรรพสิ่งก็จะสงบตามไปด้วย...'
ราวกับว่าค่ายกลร้อยมายาสามารถรับรู้ถึงความพยายามและความมุ่งมั่นของเขาได้ พยัคฆ์เงามายาที่พุ่งเข้ามาจนเกือบจะถึงตัวเขาแล้ว กลับค่อยๆ โปร่งแสงลง... จางลง... และเลือนหายไปในที่สุด! ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความเงียบงัน ฮ่าวหรานถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก เขารู้สึกถึงความเหนื่อยล้าทางจิตใจอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจเล็กๆ ที่เขาสามารถเอาชนะภาพมายาที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในใจของตนเองได้สำเร็จ ด้วยสติ สมาธิ และความเข้าใจที่ถูกต้อง
ทว่า การทดสอบอันแสนสาหัสนี้ยังไม่จบสิ้นลงแต่เพียงเท่านี้! แม้ภาพมายาอันน่าสะพรึงกลัวจะหายไปแล้ว แต่แรงกดดันทางจิติญญาอันหนักหน่วงมหาศาลจากค่ายกล ยังคงถาโถมลงมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ราวกับคลื่นในมหาสมุทรที่ซัดเข้าหาฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า มันยังคงบีบคั้น กดทับ และสร้างภาระอันหนักหน่วงให้กับทะเลแห่งจิตใจ ทำให้ทุกความคิดเชื่องช้าลง และต้องใช้ความพยายามอย่างสูงส่งในการรักษาสติสัมปชัญญะเอาไว้ ฮ่าวหรานมองไปรอบๆ ตัวอย่างรวดเร็ว เขาเห็นผู้เข้าสอบจำนวนมากล้มลงไปแล้ว บางคนหมดสติไม่รู้สึกตัว บางคนนั่งร่ำไห้ฟูมฟายอย่างน่าเวทนา บ้างก็เริ่มะโโหวกเหวกออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ ศิษย์พี่ของสถาบันที่คอยดูแลอยู่รอบนอกเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว นำร่างของผู้ที่ล้มเหลวในการทดสอบออกไปจากเขตค่ายกลอย่างเงียบๆ และเป็ระเบียบ จำนวนของผู้ที่ยังคงสามารถยืนหยัดต้านทานแรงกดดันนี้อยู่ได้ ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ อย่างน่าใจหาย
จากนั้น ค่ายกลร้อยมายาก็เริ่มทำงานในรูปแบบใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้สร้างภาพที่น่าสะพรึงกลัวหรือน่าหวาดหวั่นขึ้นมาโจมตี หากแต่กลับสร้างภาพที่เล่นกับอารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้งและเปราะบางยิ่งกว่า...
ภาพของมารดาผู้เป็ที่รักยิ่งของเขาปรากฏขึ้นเบื้องหน้า นางดูเหนื่อยล้าและชราภาพลงไปมาก ดวงตาที่เคยสดใสบัดนี้เต็มไปด้วยความห่วงใยและความเศร้าสร้อย "ฮ่าวหราน... ลูกแม่ กลับบ้านของเรากันเถิดลูก" นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก "สถานที่แห่งนี้มันอันตรายเกินไปสำหรับเ้า พลังของเ้าก็น่ากลัวเกินไป กลับไปใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุขกับแม่ที่บ้านของเราเหมือนเดิมก็พอแล้วนะลูก..." น้ำเสียงนั้นอ่อนโยน อบอุ่น และเต็มไปด้วยความรักที่เขารู้สึกได้ มันสั่นคลอนจิตใจที่กำลังอ่อนล้าของฮ่าวหรานอย่างรุนแรง!
'ท่านแม่...' เขารู้สึกเ็ปและสับสนขึ้นมาในใจ แต่สติที่ถูกขัดเกลามาอย่างหนักก็ยังคงอยู่! 'ไม่! นี่ไม่ใช่ท่านแม่ตัวจริง! ท่านแม่ตัวจริง้าให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น! ท่านเป็คนสนับสนุนให้ข้ามาที่นี่เอง!' เขาหลับตาลง ระลึกถึงความมุ่งมั่นที่ตั้งไว้ก่อนจะมา และภาพมายาของมารดาก็พลันสลายหายไป
แต่ภาพลวงตาต่อไปก็ปรากฏขึ้นมาแทนที่ในทันที มันเป็ภาพของตัวเขาเองในอนาคต ที่ไม่สามารถควบคุมพลังสายฟ้าาในกายได้ มันะเิออกมาอย่างรุนแรง ทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว ทำร้ายผู้คนบริสุทธิ์ที่เขาไม่รู้จัก หรือแม้กระทั่งคนที่เขารัก... ความกลัวในพลังอำนาจของตนเองที่เขาพยายามกดมันไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจ ถูกค่ายกลดึงมันขึ้นมาโจมตีอย่างโเี้! แต่เขาก็กัดฟันแน่น! 'ข้ากำลังฝึกฝนอยู่! ข้าจะต้องควบคุมมันให้ได้ในสักวัน! ข้าจะไม่ยอมให้พลังนี้มาทำร้ายใครเด็ดขาด! ข้าจะใช้มันเพื่อปกป้อง!' เขาย้ำกับตนเองอย่างหนักแน่น ขับไล่ภาพมายาอันน่าสะพรึงกลัวนั้นออกไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและความมุ่งมั่น!
เขาเหลือบมองไปยังผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ที่ยังคงยืนหยัดต่อสู้กับการทดสอบทางจิตใจนี้อยู่ได้ เย่หลางหน้าแดงก่ำ เส้นเืบริเวณขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกว่าเขากำลังใช้พลังใจทั้งหมดฝืนทนต่อแรงกดดันอย่างสุดกำลัง หลิง ชิงเยว่ ยังคงยืนสงบนิ่งราวกับรูปสลักน้ำแข็ง ใบหน้าเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมออกมาเล็กน้อยบนหน้าผากอันเกลี้ยงเกลา ฟางเจี๋ยยังคงตัวสั่นเทาอยู่บ้าง แต่ก็ยังกัดฟันยืนหยัดสู้ต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้ ส่วนเด็กสาวหน้าตาธรรมดาคนนั้น (ซู เหม่ย) ก็ยังคงยืนหยัดอยู่อย่างเงียบๆ ใบหน้าซีดเผือดเล็กน้อย แต่ดวงตากลับฉายแววอดทนและความมุ่งมั่นอย่างยิ่งยวด การได้เห็นว่ายังมีผู้อื่นที่ยังคงต่อสู้อยู่เคียงข้าง ทำให้ฮ่าวหรานรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นที่จะยืนหยัดต่อไป
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดแล้วก็ไม่อาจทราบได้ แรงกดดันทางจิติญญาจากค่ายกลร้อยมายา พลันเพิ่มสูงขึ้นถึงขีดสุดอย่างกะทันหัน! ราวกับว่าค่ายกลกำลังจะปลดปล่อยพลังงานทั้งหมดที่สะสมไว้ออกมาเพื่อทดสอบผู้ที่เหลือรอดเป็ครั้งสุดท้าย! ภาพมายาลวงตาต่างๆ หายไปจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงแรงกดดันอันบริสุทธิ์และหนักหน่วงมหาศาล ที่บดขยี้ลงมาบนทะเลแห่งจิตใจอย่างหนักหน่วงและไร้ความปราณี!
ฮ่าวหรานรู้สึกราวกับว่าจิติญญาของตนเองกำลังจะแตกสลายออกเป็เสี่ยงๆ! เขากัดฟันแน่นจนกรามสั่น รวบรวมสมาธิและความมุ่งมั่นทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนี้ ยึดมั่นในหลักการของเคล็ดวิชาอัสนีาบทที่ 1 พยายามอย่างสุดกำลังที่จะรักษาทะเลแห่งจิตใจให้สงบนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่ามกลางพายุแห่งพลังจิตที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง! ในเสี้ยววินาทีที่เขารู้สึกว่าตนเองกำลังจะทนต่อไปไม่ไหวแล้วนั้น เขาก็ััได้ถึงพลังงานอัสนีาภายในกายที่สั่นะเือย่างรุนแรง ตอบรับกับความมุ่งมั่นและความอดทนของเขา! แต่มันกลับไม่ได้ปะทุออกมาอย่างเกรี้ยวกราด หากแต่กลับแผ่พลังงานอันอบอุ่นและแข็งแกร่งสายหนึ่งออกมา ปกป้องแก่นแท้ของจิตใจเขาไว้จากแรงกดดันภายนอก! 'ข้า... จะต้องผ่านมันไปให้ได้!'
วูบ!
ทันใดนั้นเอง! แรงกดดันอันหนักหน่วงทั้งหมดก็พลันสลายหายไปในพริบตา! ราวกับไม่เคยมีอยู่มาก่อน!
แสงสว่างจากอักขระและลวดลายอาคมบนพื้นศิลาค่อยๆ หรี่แสงลง บรรยากาศภายในค่ายกลกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
เหล่าผู้เข้าสอบที่ยังคงสามารถยืนหยัดอยู่ได้จนถึงวินาทีสุดท้าย ต่างโซซัดโซเซ หอบหายใจอย่างหนักหน่วง บางคนถึงกับทรุดลงไปนั่งกับพื้นในทันทีด้วยความหมดแรง ฮ่าวหรานเองก็รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าอย่างสุดขีดแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกายและจิตใจ แต่เขาก็ยังคงสามารถยืนหยัดอยู่ได้! เขามองไปรอบๆ ตัวอย่างรวดเร็ว จำนวนผู้ที่ผ่านการทดสอบด่านที่สองอันแสนสาหัสนี้มาได้ น่าจะเหลืออยู่ไม่ถึงห้าร้อยคนแล้ว จากจำนวนหลายพันคนที่เริ่มต้นการสอบคัดเลือกในตอนแรก!
ผู้าุโหลี่ก้าวออกมาเบื้องหน้าอีกครั้ง ท่านมองเหล่าเยาวชนที่ยังเหลือรอดอยู่ด้วยแววตาที่ฉายแววพึงพอใจระคนชื่นชม "การทดสอบด่านที่สอง 'ทดสอบทะเลแห่งจิตใจ' ได้สิ้นสุดลงแล้ว!" ท่านประกาศก้องออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง "ผู้ที่ยังคงสามารถยืนหยัดอยู่ได้จนถึงบัดนี้... ถือว่าพวกเ้าทุกคน... ผ่าน! พวกเ้าได้พิสูจน์ให้พวกข้าเห็นแล้วว่ามีจิตใจที่เข้มแข็งและมั่นคงพอที่จะก้าวเดินบนเส้นทางของผู้ฝึกตนอันยาวไกลและเต็มไปด้วยอุปสรรคนี้ได้! จงกลับไปพักผ่อน ฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของพวกเ้าให้ดี การทดสอบในด่านสุดท้าย ซึ่งเป็ด่านที่สำคัญที่สุด จะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้!"
ฮ่าวหรานถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอกอย่างแท้จริง เขารู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านพ้นาทางจิติญญาครั้งใหญ่มาหมาดๆ ร่างกายอ่อนล้าปวกเปียก แต่ในทางกลับกัน จิตใจของเขากลับรู้สึกแข็งแกร่ง มั่นคง และปลอดโปร่งขึ้นอย่างน่าประหลาด เขามองไปยังหลิง ชิงเยว่ ที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก นางเพียงแค่ใช้หลังมือปาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ บนหน้าผากเล็กน้อย ั์ตาสีฟ้าอ่อนคู่นั้นเหลือบมาสบกับสายตาของเขาเพียงแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว ฮ่าวหรานรู้สึกเหมือนกับว่าเขาได้เห็นประกายความประหลาดใจเล็กๆ หรือความสนใจบางอย่างในแววตาคู่นั้นหรือไม่? เขาก็ไม่แน่ใจนัก
แต่ที่แน่ๆ คือ เขาผ่านด่านที่สองมาได้แล้ว! เหลือเพียงด่านสุดท้ายเท่านั้น! ด่านทดสอบความสามารถในการต่อสู้และการปรับตัว! ด่านที่จะตัดสินว่าเขาจะได้ก้าวเข้าสู่ประตูของสถาบันเทียนซวนหรือไม่!
(จบตอนที่ 21)