จุดเริ่มต้น
ค่ำคืนที่อากาศหนาวจัด ลมกลางคืนพัดมาพร้อมละอองหิมะ ลอยล่องเต็มท้องฟ้า ดูสวยงามเยือกเย็นทว่ากลับไร้คนชมดู เนื่องด้วยอากาศที่หนาวแทบแช่แข็งคนให้เป็รูปปั้น ทำให้ทุกครัวเรือนต่างปิดประตูหน้าต่างเข้านอนั้แ่พระอาทิตย์ตกดิน ยินดีซุกตัวใต้ผ้าห่มดีกว่าชมความงามของหิมะแรกของปี
ขณะที่เรือนอื่นปิดประตูเข้านอนหมดแล้ว เรือนหลังเล็กซึ่งควรเรียกว่ากระท่อมซอมซ่อมากกว่าที่อยู่ท้ายอารามร้าง กลับมีแสงสว่างจากเทียนเก่าซึ่งเหลือเพียงเล็กน้อยกำลังส่องสว่าง เสียงครางแ่หวานปนะสะอื้นดังขึ้นคละเคล้าไปด้วยเสียงแหบพร่าของบุรุษ
ลมหิมะพัดมาพร้อมกับความหนาวเยือก กระทบหน้าต่างบานเก่าซึ่งกรุด้วยกระดาษขาดไปครึ่งหนึ่งให้ขาดปลิวหายไปกับหิมะที่หล่นลงพื้น แสงสว่างอมส้มสะท้อนเงาร่างสองร่างขึ้นตรงกำแพงห้อง เงาร่างใหญ่พลิกร่างเล็กลงก่อนตามขึ้นคร่อม ขยับเข้าหาอย่างเชื่องช้าก่อนจะเปลี่ยนเป็รัวเร็ว
เอี๊ยด! อ๊าด!
“อือ” เสียงเตียงไม้ไผ่ดังขึ้นเคล้ากับเสียงคราง ซึ่งแยกไม่ออกว่าเป็เสียงใคร
ใบหน้าพริ้มเพราพยายามปรือตาขึ้นมองบุรุษเหนือกายอย่างยากลำบาก เห็นเพียงเงาร่างใหญ่เลือนราง กำลังขยับกายเหนือร่างตนอย่างขยันขันแข็ง ริมฝีปากอวบอิ่มกัดแน่น เพื่อข่มกลั้นเสียงครวญน่าอาย สติสัมปชัญญะอันน้อยนิดปลิวหายไปทันที เมื่อมือร้อนทาบทับตรงทรวงอกกลมกลึงก่อนจะเคล้นคลึงหนักสลับเบา
“อย่า อื้ม”
ความร้อนรุ่มเล่นงานคนทั้งคู่อย่างไม่ปรานี บุรุษหนุ่มราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ยังคงละเลียดชิมร่างขาวผ่องตรงหน้าอย่างไม่รามือ ความหนาวของหิมะแรกมิอาจกล้ำกรายคนในกระท่อมได้
“เ้าชื่ออะไร” เสียงทุ้มแหบพร่าประหนึ่งข่มกลั้นความเ็ปไว้
“มะ ไม่” นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาถามอะไร หลงลืมไปหมดทุกสิ่ง จำไม่ได้ว่าตนมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร แล้วคนถามคือใคร
“อ้อ” เขาไม่ได้ใส่ใจคำตอบนัก เมื่อความงามพิลาสเบื้องหน้าดึงดูดมากกว่า ร่างหนาผละออกมาเล็กน้อยพอให้อากาศผ่าน มือหยาบกร้านแดดจนดำยกเอวคอดกิ่วขึ้นพร้อมกับที่ตนถอยร่น จนใบหน้าคมคายร้อนผ่าวอยู่เสมอกับความงามของสตรี ความงามบริสุทธิ์ตรงหน้าดุจดอกไป่เหอกำลังเบ่งบาน เชิญชวนให้ดอมดมสูดกลิ่นหอม
ลำคอหนาขยับขึ้นลงอย่างข่มกลั้น เสียงแหบเจือเสน่ห์น่าฟังดังขึ้นราวกระซิบ “ข้าจะรับผิดชอบ” สิ้นเสียงพูด ศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมดำปล่อยยาวสยายเต็มหลังกว้างโน้มเข้าหาความงามล่อภมร
ลิ้นร้อนจัดััแ่เบา กลับทำให้ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก ดิ้นรนใต้ร่างสูงอย่างร้อนรุ่ม มือข้างหนึ่งผลักไหล่กว้าง อีกมือกลับโอบรอบคอแกร่งอย่างสับสนวุ่นวาย น้ำตาไหลอาบแก้มอิ่มใส
“อย่ากลัว” เขาปลอบ