ภายในห้องเช่าของโรงแรมแห่งหนึ่ง
"ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเคยได้รับรายงานก่อนหน้านี้เป็เื่จริง พวกเราได้สอดแนมภายในเมืองพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองเวนดาเป็สิ่งที่เลวร้ายมาก เมืองแห่งนี้ถูกปกครองโดยสมบูรณ์ พวกมันสังหารผู้คน ราวกับว่าเป็เื่ปกติ สิ่งของผิดกฎหมายที่เราเคยได้รับรายงาน ถูกนำมาขายภายในเมือง นอกจากนี้ยังมีการค้าทาส และยังมีสนามประลองให้ผู้เข้าร่วมได้เข่นฆ่ากัน"
เ้าหน้าที่ศูนย์ "ทำไมประชาชนถึงไม่อพยพไปจากเมือง"
"จากข้อมูลที่ผมสืบมาผู้คนส่วนใหญ่ภายในเมืองไม่รู้ถึงสถานการณ์ของโลกภายนอก ประชาชนที่ยังอยู่ในเมืองเป็เพราะพวกเขาไม่มีที่จะไป"
จากนั้นเขาได้รายงานต่อไปอีก
"ภายในเมืองมีกองกำลังเป็ของตนเอง หัวหน้าของกองกำลังเป็ผู้ได้รับพลัง และยังมีรองหัวหน้าระดับสั่งการอยู่อีกสองคนคาดว่าเป็ผู้ได้รับพลังเช่นกัน ส่วนเส้นทางที่เราสามารถแทรกซึมเข้ามาได้ มีแค่ทางประตูหน้าของเมืองเท่านั้น จุดอื่นนอกจากนี้มีกองกำลังเฝ้าระวังอยู่ไม่สามารถผ่านเข้ามาได้โดยไม่มีการปะทะ และที่สำคัญที่สุด คนที่จะผ่านเข้าเมืองได้ต้องถูกประทับตรา เราไม่ทราบว่ามีจุดประสงค์อื่นนอกจากระบุตัวตนหรือเปล่า แต่หลังจากนี้เราคงไม่สามารถใช้กำลังคนจำนวนมากได้ เพราะมันเสี่ยงเกินไป"
หลังจากรายงานเสร็จ เ้าหน้าที่จากศูนย์ได้ถามเขา
"คุณหาแนวร่วมจากผู้คนภายในเมืองได้ไหม เราคิดว่ามันมีประโยชน์มากกว่าที่จะใช้คนของพวกเราเอง"
"ผมคิดว่า ผมเจอพวกเขาแล้ว หนึ่งในนั้นคือผู้ได้รับพลัง"
"ถ้าเป็อย่างนั้นผู้กองนัลจิ เราขอมอบภารกิจต่อไปให้คุณ คุณต้องหาวิธีแทรกซึมเข้าไปเพื่อดึงสองคนนั้นมาเป็แนวร่วมให้ได้"
"ครับ.... ผมขอทราบแผนดำเนินการหลังจากนั้นด้วยจะได้ไหมครับ"
"ทำภารกิจของคุณให้สำเร็จแล้วเราจะบอกแผนต่อไป"
"รับทราบ"
สองวันผ่านไป..หลังจากเหตุการณ์ที่เอเดนและอเล็กเซียเผชิญหน้ากับพวกทหาร สิ่งที่พวกเขาได้เจอยิ่งทำให้เอเดนอยากที่จะทำอะไรสักอย่าง เพราะยิ่งปล่อยเวลาให้ล่วงเลยก็ยิ่งเป็อันตรายกับตัวพวกเขา
"พี่ผมขอออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อย เราเก็บตัวอยู่ที่บ้านมาสองวันแล้ว ผมเบื่อ"
หลังจากพูดจบเอเดนได้รีบเดินออกไปจากบ้านโดยไม่ฟังคำเตือนของอเล็กเซียที่บอกเขาให้เก็บตัว อเล็กเซียเธอรู้สึกผิดที่ไม่สามารถมอบอนาคตที่ดีให้กับเอเดนได้ และกลัวเขาจะได้รับอันตราย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็การท้าทายกับอำนาจของผู้นำโดยตรง
อีกฝั่งของตัวเมือง
มีชายคนหนึ่งกำลังช่วยหญิงชราถือของ เขาได้เอ่ยถามกับหญิงชรา
"ยาย ทำไมถึงยังทนอยู่ในเมืองนี้ ทำไมไม่ย้ายออกไปล่ะครับ ที่แห่งนี้มันไม่เหมาะที่ยายจะมาอยู่เลย ไม่สิที่นี่ไม่เหมาะสำหรับใครสักคน"
"เธอน่ะ เพิ่งมาอยู่ที่เมืองนี้สินะ เมืองนี้มีกฎห้ามไม่ให้ประชาชนที่เคยอยู่ที่นี่มาก่อนออกไปจากเมือง... รู้ไหมเมื่อก่อนเมืองนี้เคยเจริญรุ่งเรือง ฉันอยู่ที่นี่มานานแล้ว"
"แล้วครอบครัวของยายก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอครับ"
หลังจบคำถาม เขาได้รับคำตอบที่น่าหดหู่ใจกลับมา
"ตอนนี้ฉันมีแค่หลานสาวเพียงคนเดียว คนอื่นๆ ในครอบครัวพวกเขาตายไปหมดแล้ว..."
"เพราะผู้ปกครองเหรอครับ" ชายหนุ่มถามกลับไปด้วยความสงสัย
"เป็เพราะพวกเขาต่อต้านท่านผู้นำ... อีกอย่างผู้คนในเมืองนี้ส่วนใหญ่ไม่มีที่จะให้ไป ที่นี่เป็บ้านเกิดของใครหลายๆคน... พวกเราก็แค่ใช้ชีวิต"
"เหรอครับ"
หลังจากที่เขาส่งหญิงชราเสร็จเขาก็ได้เดินจากไป เขาเดินต่อไปตามสถานที่ต่างๆภายในเมืองเพื่อสำรวจ แต่ในระหว่างที่กำลังเดินสำรวจอยู่นั้นเขาได้เดินเข้าไปยังเขตต้องห้าม
สถานที่แห่งนั้นเป็แหล่งอโคจร บุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าไปได้เพราะเป็กฎของเมือง ที่นี่เป็แหล่งของนักเสี่ยงโชคและเป็สถานที่ท่องเที่ยวของเหล่าแขกวีไอพี ในสถานที่แห่งนี้จะมีทั้งผู้หญิง ยาเสพติด การประมูลสิ่งของล้ำค่า อีกทั้งยังมีการประมูลทาส และมีจุดที่มืดมิดที่สุดในเมืองแห่งนี้ มันเป็สถานที่พิเศษสำหรับผู้คนร่ำรวยที่จะเข้าไปใช้บริการโดยเฉพาะ สถานที่นั้นก็คือห้องสังหาร มันเป็เหมือนกับโรงเชือดเพื่อให้เหล่าคนรวยเข้าไปใช้บริการและมีเ้าของเป็ผู้ได้รับพลังซึ่งเป็มือขวาของผู้นำ... ผู้ที่จะเข้าไปได้ต้องเป็คนที่ได้รับการประทับตราระดับสามเท่านั้น คนผู้นั้นต้องเป็ผู้ที่ร่ำรวยหรือไม่ก็เป็ผู้มีอิทธิพลอย่างมากบนโลกใบนี้ที่จะได้รับสิทธิ์
"เฮ้ย ตราประทับของแกไม่ใช่แบบพิเศษ แล้วแกเข้ามาได้ยังไง" เสียงะโของทหารนายหนึ่งดังก้องขึ้นมา...
ไม่ทันที่ชายหนุ่มคนนั้นจะได้พูดหรือทำอะไรเขาก็ถูกล้อมเอาไว้ พวกทหารเข้ามาแล้วลากเขาออกจากเขตต้องห้ามทันที หลังจากที่พาตัวเขาออกมา ก็มีทหารคนหนึ่งพูดขึ้น
"ขอเล่นสนุกกับแกสักหน่อยเถอะ" หลังจากจบคำพูด ทหารนายนั้นก็ได้ต่อยเข้าไปที่หน้าของชายหนุ่มอย่างเต็มแรงจนทำให้เขาล้มลง
"แกรู้ไหมเพียงแค่แกก้าวเข้ามาในเขตนี้ พวกเราก็สามารถฆ่าแกได้ทันที แต่พวกเราจะไม่ทำอะไรที่มันง่ายดายแบบนั้น"
หลังพูดจบทหารคนนั้นก็ได้เตะซ้ำเข้าไปอย่างจัง แต่หลังจากที่ชายหนุ่มล้มลง เขาก็ได้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง แต่ไม่ทันไรพวกทหารที่เหลือก็ได้พุ่งเข้าไปทำร้ายเขาต่อ
ประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้นที่ได้เห็นเหตุการณ์ พวกเขาก็ทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปยุ่ง ที่เป็เช่นนี้เพราะความหวาดกลัวที่พวกเขาได้ถูกปลูกฝังจากการปกครองอันแสนจะโหดร้าย
แต่ก็ได้มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่บังเอิญอยู่แถวนั้นพอดี เขาไม่ยอมอยู่เฉยกับเหตุการณ์นี้ คนคนนั้นก็คือ เอเดน
ทันทีที่เขาเห็นคนกำลังถูกพวกทหารเล่นงาน เขาก็รีบพุ่งเข้าไปเพื่อช่วยชายคนนั้นออกมา โดยการเข้าไปตะลุมบอนกับพวกทหาร ถึงเขาจะไม่สามารถสู้กับพวกทหารได้เลย แต่ก็พอสร้างจังหวะให้เขากับชายคนนั้นหนีจากพวกทหารมาได้
"พวกแกอย่าคิดว่าจะหนีไปได้" ทหารนายหนึ่งได้ะโตามหลัง จากนั้นก็สาดะุเข้าใส่ แต่ก็ไม่สามารถยิงโดนพวกเขาได้เลย
หลังจากหนีออกมาได้ เขาได้พาชายหนุ่มคนนั้นเข้าไปซ่อนตัวที่บ้านของเขา สถานที่ที่เขาพาไปนั้นมีเพียงแค่เอเดนและอเล็กเซียเท่านั้นที่รู้ถึงการมีอยู่ของที่นี่ ที่แห่งนี้เป็บ้านอีกหลังของพวกเขาที่อยู่ภายในเมือง ภายในตัวบ้านจะมีห้องลับใต้ดินอยู่ ทำให้พวกเขาสามารถหลบภัยโดยไม่ต้องกังวลกับพวกที่มาค้นหา
เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วเอเดนจึงได้เอ่ยถามกับชายปริศนา
"คุณเป็ยังไงบ้าง"
"ไม่เป็ไร ขอบคุณมากที่ช่วย"
"ผมชื่อเอเดน คุณชื่ออะไรเหรอ แล้วทำไมถึงถูกพวกทหารซ้อมเอาได้ล่ะ"
"ฉันเนโคร พอดีบังเอิญหลงเข้าไปในเขตต้องห้าม เลยโดนพวกนั้นจับตัวเอาไว้"
หลังได้รับคำตอบ เอเดนได้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"ยินดีที่ได้รู้จักนะเนโคร แต่ผมอยากให้คุณตอบผมมาตรงๆ สถานที่แห่งนั้นไม่มีทางที่ใครจะบังเอิญเข้าไปได้ ที่นั่นมีทหารเฝ้าระวังอยู่ทุกจุด... คุณเป็ใครกันแน่ และคุณ้าจะทำอะไร"