เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 118

    กิจวัตรยามเช้าของหลายๆคนในฟาร์มกลางหุบเขาคือการวิ่งออกกำลังกายรอบแปลงผัก ซึ่งภามเจ้าของฟาร์มแห่งนี้ก็เป็นผู้ที่วิ่งนำอยู่ด้านหน้าเช่นเคย ตามมาด้วยแม็กซ์ชายหนุ่มชาวบ้านธรรมดา และเดนิสชายหนุ่มอดีตชนชั้นสูงที่วิ่งอยู่ข้างๆกัน ต่อจากนั้นก็เป็นเมโลเอ้ อามิน และแอนเน่ ชายหนุ่มทั้งสองที่วิ่งตีคู่กันมา พวกเขาพยายามแข่งขันกันมาตั้งแต่แรกๆที่เริ่มฝึกร่างกายที่ฟาร์มแห่งนี้ ด้านเดนิสที่ฝึกพลังเวทมนตร์ และร่างกายเพื่อเป็นอัศวินมาตั้งแต่เด็กกลับหมดแรงก่อนชาวบ้านธรรมดาที่ไร้พลังอย่างแม็กซ์มาโดยตลอด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกประหลาดมากสำหรับหลายๆคน ในความเป็นจริงแล้วนี่คือแผนการของภาม เจ้าของไร่หนุ่มส่งพลังธาตุเข้าเสริมให้แก่แม็กซ์ซึ่งเป็นพลังที่ไม่มีใครตรวจสอบได้ เขาต้องการกระตุ้นเด็กๆทุกคน โดยเฉพาะเดนิสที่ยึดติดกับศักดิ์ศรีความเป็นชนชั้นสูงให้มาฝึกฝนในแบบของภามให้ได้ โดยใช้ชาวบ้านในวัยเดียวกันอย่างแม็กซ์เป็นแรงผลักดัน แต่ก็มีคนที่สามารถดูออกถึงความไม่สมเหตุสมผลนี้ได้ ซึ่งเธอก็กำลังยืนจิบชาอยู่บนดาดฟ้าบ้านชมดูกลุ่มที่กำลังวิ่งออกกำลังอยู่นั่นเอง“ท่านอาอองรีเจ้าคะ ท่านสังเกตหรือไม่ว่าชายหนุ่มผู้ไร้พลังเวทย์คนนั้นแรงไม่ตกเลย ต่างจากเดนิสที่ฝึกฝนร่างกายมาอย่างดีกลับหมดแรงลงก่อน ซึ่งถ้าดูจากระยะทางที่วิ่งกันนั้น การที่เดนิสเหนื่อยนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก แต่อีกคนกลับดูไม่เหนื่อยเลยสักนิด เขาวิ่งตามหลังท่านภามได้ไม่ห่างเลยนะเจ้าคะ” หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนหันไปถามชายชราที่นั่งจิบกาแฟอยู่ที่โต๊ะข้างๆกัน“เจ้าแม็กซ์น่ะ ได้รับพลังเสริมจากท่านภามทำให้มีพลังมากกว่าเดนิสเฉพาะตอนออกกำลังกายเท่านั้นแหละ ส่วนที่ทำอย่างนั้นก็เป็นเพราะข้าขอร้องท่านภามเอง ข้าอยากให้เดนิสมีความพยายามมากขึ้นเมื่อได้พบกับคู่แข่งที่สูสี และปรับตัวให้เข้ากับที่นี่ให้ได้ไม่ยึดติดกับเรื่องที่ผ่านมา” อดีตบารอนอธิบาย“เอ๋? ถ้าวันหนึ่งเดนิสรู้เรื่องนี้เข้าจะไม่เป็นการทำให้เขาโกรธแล้วพาลจะขัดขืนขึ้นมาหรือเจ้าคะ” มีอานั้นมีความคิดความอ่านที่เป็นผู้ใหญ่กว่าอายุมากนัก เธอจึงพอจะวิเคราะห์ผลที่จะตามมาได้“สักวันหนึ่งเดนิสจะต้องรู้แน่นอน แต่ข้าอยากให้เขารู้ด้วยตัวเองจากความสามารถของเขาเอง ไม่ได้อยากให้รู้จากการบอกเล่าของใครหรอกนะ ขอให้เจ้าปิดเป็นความลับด้วย เมื่อถึงเวลาที่ว่าที่ผู้นำตระกูลได้รับรู้ความจริง จะเป็นวันที่เขาเติบโตไปอีกขั้นหนึ่งทั้งร่างกาย และจิตใจ” ชายชรากล่าวถึงความคาดหวังในตัวบุตรชายให้กับหญิงสาวที่เปรียบเสมือนบุตรคนหนึ่งของคนได้รับรู้“ถ้าแผนการนี้ทำเพราะความหวังดีของท่านอา ข้าก็จะสนับสนุนด้วยเจ้าค่ะ ว่าแต่ข้ายังไม่เห็นท่านอาเลนก้ากับวานีลเลย ไม่รู้ว่าอาการป่วยดีขึ้นรึยังเจ้าคะ” มีอามาถึงที่ฟาร์มตั้งแต่เมื่อวานแต่ก็ยังไม่ได้พบหน้าเพื่อนสนิทของเธอ โดยมีอองรีเป็นคนมาบอกเองว่าบุตรสาวคนโตไม่ค่อยสบาย แล้วมารดาก็กำลังดูแลอยู่“เอิ่ม...น่าจะดีขึ้นแล้วล่ะ แต่ไม่รู้ว่าวันนี้จะออกมาทำงานไหวรึเปล่า ไว้ข้าจะถามให้นะขอตัวก่อน” กล่าวจบชายชราก็ลุกขึ้นแล้วเดินลงจากดาดฟ้าไปซึ่งอาการดังกล่าวก็ส่อแววมีพิรุธ แม้ว่าน้ำเสียงของอองรีจะแนบเนียนเพียงใด แต่คำตอบที่เขาพูดออกมามันก็ชัดเจนแล้วว่าเขาไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ต่อ มีอาเองก็ไม่อยากคาดคั้น และเธอเองก็เชื่อว่าไม่นานความจริงคงจะปรากฏออกมาเอง ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม กิจวัตรประจำวันของสมาชิกแห่งฟาร์มกลางหุบเขาโดยส่วนใหญ่พวกเขาจะทำร่วมกัน ซึ่งนั่นก็เป็นไอเดียของเจ้าของฟาร์มหนุ่ม เขาอยากให้ทุกคนที่ต่างที่มาได้ปรับตัวเข้าหากัน และมันก็เป็นไปได้ด้วยดีเสมอมา แต่ที่ใดมีมนุษย์ที่ย่อมมีปัญหาไม่มากก็น้อย ณ โรงอาหารบ้านพักคนงาน“เอาล่ะทุกคน! ต่อแถวเข้ามาเลยจ้า วันนี้เป็นซุปมันฝรั่งสูตรครบเครื่องที่ใส่ทั้งแครอท หอมหัวใหญ่ พริกไทย และเนื้อหมูตุ๋นชิ้นโตอยู่ด้วยนะ” เมมี่แม่ครัวใหญ่ประจำฟาร์มประกาศเรียกเหล่าสมาชิกทุกคนที่มารวมตัวกันที่นี่ในมื้อเช้า“ท่านแม่ข้าขอหมูตุ๋นเยอะๆนะขอรับ” เด็กน้อยอามินที่ปัจจุบันร่างกายแข็งแรงบึกบึนกว่าเดิมมากเป็นคนมาต่อแถวเป็นคนแรก“ได้สิ แต่เจ้าต้องทานผักเยอะๆด้วยนะ” หญิงวัยกลางคนบอกกับบุตรชาย“ถ้าเป็นของที่ท่านแม่ทำข้าทานหมดไม่มีเหลือแน่นอนขอรับ” อามินกล่าวเอาใจมารดา“แหม! เดี๋ยวนี้ปากหวานนะเรา ไปจำมาจากใครล่ะคงไม่ใช่เจ้าแม็กซ์หรอกนะ” เมมี่แซวลูกชายตัวเองแล้วก็พาดพิงไปถึงคนที่ต่อแถวอยู่ด้านหลังลูกชายของเธออีกที“เอ้า! น้าเมมี่ข้าไม่ได้สอนเจ้าอามินให้พูดสักหน่อย นิสัยขี้อ้อนชอบยอแบบนี้ก็เป็นของมันเองนะขอรับ?” ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเถียงกลับแม่ครัวตรงหน้า“ฮ่าๆๆ ข้าก็ลืมไปว่าเจ้ามันเป็นพวกคนตรงไปตรงมา พูดจาขวานผ่าซาก” คราวนี้เมมี่แซวชายหนุ่มโดยตรง“โธ่! น้าเมมี่ท่านว่าแบบนี้ข้าก็ดูไม่ดีกันพอดีสิขอรับ เพิ่มเนื้อให้ข้าเยอะๆเลยนะ” แม็กซ์ทำเสียงน้อยใจพร้อมกับขอค่าชดเชยเล็กน้อยถึงแม้จะบอกว่านี่เป็นเวลาอาหารเช้าที่ทุกคนจะต้องมารับประทานอาหารร่วมกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมาพร้อมกันทั้งหมด ตอนนี้คนที่อยู่ในโรงอาหารนอกจากเมมี่ผู้เป็นแม่ครัวแล้ว ก็มีอลันสามีของเธอที่นั่งทานอยู่ก่อนแล้ว บวกกับแม็กซ์ อามิน และเดนิสที่ตามมาเงียบๆเท่านั้น ในส่วนของภามเจ้าของฟาร์มนั้นก็เข้าบ้านไปอาบน้ำก่อน มีอาก็รอที่จะออกบ้านมาพร้อมกับชายหนุ่ม โดยที่เธอสำรวจอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านไปด้วยเพื่อเป็นการฆ่าเวลา แต่สำหรับคนอื่นที่เหลือนั้น ได้ไปรวมตัวกันอยู่ที่ห้องพักของอดีตครูสาววานีล ด้วยความเป็นห่วงจิตใจที่บอบช้ำของหญิงสาวซึ่งเกิดจากความเข้าใจผิดนั่นเอง มีเพียงก็แต่แอนเน่เด็กหญิงตัวน้อยที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรด้วยเธอเพียงตามเมโลเอ้มาด้วยความสนิทสนมกันเพียงเท่านั้น อองรี และเลนก้านั่งอยู่บนที่นอนของบุตรสาวคนโตของพวกเขา ทั้งสองลูบศีรษะที่เต็มไปด้วยเส้นผมสีแดงยาวนุ่มนวลดุจเส้นไหมของเธอด้วยความเอ็นดู พวกเขาตั้งใจมาเพื่อปลอบโยนจิตใจของวานีลให้คลายความโศกเศร้าลง ส่วนเมโลเอ้ และแอนเน่นั้นเพียงยืนดูอยู่ที่หน้าประตูห้องเท่านั้น“พี่เมโลเอ้ ท่านพี่วานีลป่วยหนักมากเลยรึเจ้าคะ นางนอนนิ่งไม่พูดไม่จาแล้วท่านลุงท่านป้าก็ดูเศร้ามากด้วย?” เด็กหญิงตัวน้อยผู้อ่อนโยนกล่าวถามสาวแรกรุ่นที่เป็นดั่งพี่สาวของเธอ“ไม่รู้ว่าเรียกป่วยได้หรือไม่ พวกผู้ใหญ่เรียกอาการนี้ว่าเป็นไข้ใจ เกิดขึ้นเมื่อผิดหวังจากความรัก ข้าก็ไม่อาจอธิบายได้หรอกนะว่ามันเจ็บปวดเพียงใดเพราะข้าก็ไม่เคยมีความรัก” หญิงสาวผมสั้นสีแดงกล่าวออกมาตามความคิดของตน“เอ๋? ท่านพี่วานีลมีความรักหรือเจ้าคะ แล้วคนที่ท่านพี่วานีลรักเป็นใครกันเจ้าคะ?” เด็กน้อยเกิดความสงสัยขึ้นมา“เอ่อ...อ่า...จะบอกยังไงดี เอาเป็นว่าไม่ใช่เรื่องของเด็กละกัน ปล่อยให้ผู้ใหญ่เขาจัดการเองเถอะ เจ้าไม่ต้องคิดมากหรอกแอนเน่” หญิงสาววัยรุ่นที่ยังไม่เคยพบเจอกับความรักหนุ่มสาว เธอก็ไม่อาจจะอธิบายออกมาได้ จึงปัดให้เป็นเรื่องของคนอื่นไป“เอ๋? แต่พี่เมโลเอ้ก็ยังเป็นห่วงท่านพี่วานีลเลยนี่เจ้าคะ ทั้งที่ท่านก็ยังเป็นเด็กเหมือนกับข้า” เด็กหญิงผู้ใสซื่อกล่าวออกมาตามตรงกับหญิงสาวที่อายุใกล้เคียงเธอที่สุด และชอบพากันไปเล่นซนตามประสาเด็กอยู่“แอนเน่! ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ ข้าเป็นวัยรุ่นต่างหาก!” หญิงสาววัยรุ่นกล่าวสวนกลับไปเสียงดังเมื่อมีเด็กน้อยกล่าวหาว่าเธอยังเป็นเด็ก“นี่! เมโลเอ้อย่าทำเสียงดังเป็นเด็กไปได้สิ เจ้าพาแอนเน่ไปทานอาหารเช้าก่อนเถอะ บอกท่านภามด้วยว่าวานีลไม่ค่อยสบาย ส่วนพ่อกับแม่จะตามลงไปทานทีหลัง” เลนก้ากล่าวตักเตือนลูกสาวคนเล็ก“....เจ้าค่ะ” เมโลเอ้ได้แต่ยอมรับแล้วก็เดินคอตกจากไปตามด้วยเด็กหญิงแอนเน่ผู้ช่างสงสัย

    คล้ายกับเรื่องเกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน