ในคืนหนึ่งที่ตรอกแห่งหนึ่งในอาณาเขตที่ตระกูลคาแปดูแล
"แฮกๆ...แฮก" เสียงของผู้ชายคนที่เหมือนกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่าง
เมื่อชายคนนั้นหันกลับไปมองข้างหลัง กลับไม่พบใครตามมา
"เราคงหนีรอดแล้วละมั้ง แฮกๆๆ"
ชายคนนั้นจึงหันกลับไปกำลังจะเดินจากไป ชายคนนั้นก็ล้มลง พร้อมกลับหัวที่หายไป และเืสีแดงฉานก็ไหลออกมานองพื้นที่บริเวณนั้น
วันต่อมาอเล็กได้รับข่าวว่าเกิดคดีประหลาดขึ้นภายในตรอกแห่งหนึ่ง
อเล็กจึงไปยังที่เกิดเหตุพร้อมกับทหารจำนวนหนึ่งเพื่อไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุจึงพบว่าภายในที่เกิดเหตุมีเืไหลทั่วพื้นบริเวณนั้น โดยเืนั้นกระจัดกระจายเต็มพื้นที่ และพบศพของผู้ชายคนหนึ่งโดยที่ศีรษะของชายผู้นั้นถูกตัดไปด้วยของมีคมปริศนา ซึ่งในที่เกิดเหตุไม่พบศีรษะของชายผู้นั้น และไม่พบอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ
แต่เมื่ออเล็กสังเกตดีๆก็พบพลังเวทที่บางเบาอยู่บริเวณที่พบศพ เบาบางมากจนแทบจะสังเกตไม่ได้ เขาจึงไม่ค่อยมั้นใจมากนัก
เนื่องจากพบพลังเวทปริศนา คดีนี้จึงอาจส่งผลกระทบเป็วงกว้างได้หากคดีมีส่วนเกี่ยวข้องกับหอคอยเวทมนตร์ที่อยู่ภายใต้อำนาจของราชสำนัก อเล็กจึงอยากที่จะปิดคดีนี้ให้เงียบที่สุด
เขาจึงคิดว่าพลังเวทที่เบาบางขนาดนี้ขนาดตัวเองยังััได้แค่เลื่อนรางก็คงไม่มีใครหาต้นต่อได้เป็แน่ นอกจากแม่มดที่อยู่กับเวทมนตร์มาเป็เวลานานหลายร้อยปี
เขาจึงคิดที่จะใช้แคเซียร์เพื่อหาต้นต่อของพลังเวทนี้ เพราะ เขา้าจบคดีนี้ให้เร็วที่สุด
ในคืนนั้นหลังจากอเล็กกลับจากที่เกิดเหตุ อเล็กก็ไปที่ห้องใต้ดินเพื่อพบแคเซียร์
ซึ่งแคเซียร์กำลังนั่งเหมอมองจันทร์ ผ่านช่องสี่เหลี่ยมที่แสงจันทร์สาดส่อง
"วันนี้เกิดคดีประหลาด ฉันไปในที่เกิดเหตุพบพลังเวทที่เบาบาง ฉันก็ไม่มันใจสักเท่าไหร่ละนะ"อเล็กพูดพร้อมกับจับคางตัวเองไปด้วย
แคเซียร์ที่กำลังมองจันทร์อยู่จึงค่อยๆหันกลับมามองอเล็กและขมวดคิ้วพร้อมกับทำหน้างงๆ
"แกเอาเื่นี้มาบอกฉันทำไม"
อเล็ก"ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ฉันแค่อยากให้แกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุกับฉันหน่อย"
แคเซียร์"แล้วถ้าฉันตอบว่าไม่ละ"
อเล็กยิ้มอย่างมีนัย"แกก็รู้ ว่าแกไม่มีทางเลือก"
แคเซียร์ตอบไปอย่างจำใจ"เฮอออ งั้นก็ตามนั้นแล้วกัน"
วันต่อมาอเล็กก็พาแคเซียร์ออกมาจากห้องใต้ดิน ครั้งนี้คงนับเป็ครั้งแรกที่ได้ออกมาจากห้องใต้ดินหลังจากถูกจับมา โดยอเล็กให้แคเซียร์สวมหูดและหน้ากากไว้ตลอดเพื่อไม่ให้คนเห็นหน้า ซึ่งหน้ากากที่แคเซียร์ใส่เป็หน้ากากคุมทั้งหน้าสีดำ
เมื่อแคเซียร์ออกมาข้างนอกครั้งแรก โลกภายนอกก็ทำให้เธอรู้สึกโล่งใจและตื่นเต้นเป็อย่างมาก แต่เมื่อนึกว่าอีกไม่นานเธอก็ต้องลงไปยังห้องใต้ดินที่ทั้งมืดทั้งชื้น และมีเพียงแสงจันทร์ที่อยู่เป็เพื่อนเธอในทุกๆคืน เธอก็รู้สึกเศร้าและปวดใจเป็อย่างมาก
ในขณะที่เธอกำลังคิดอยู่ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น "มั่วทำอะไรอยู่ รีบไปกันได้แล้ว" เสียงอเล็กสั่งดังขึ้นทำให้เธอหยุดความคิดทุกอย่าง และเดินตามอเล็กไป
ระหว่างทางที่อเล็กพาแคเซียร์เดินไปที่เกิดเหตุก็พบเข้ากับเท็ดที่พึ่งกับจากที่เกิดเหตุโดยบังเอิญ
อเล็ก"พึ่งกลับจากที่เกิดเหตุหรอ"
เท็ด"ใช่ครับ คดีนี้เป็คดีที่ประหลาดมากครับ ศพโดนตัดศีรษะแต่กลับไม่พบศีรษะในที่เกิดเหตุ"
เท็ดจับคางตัวเองพร้อมพูดว่า"ฆาตกรอาจจะเอาศีรษะไปทิ้งที่อื่นหรือไม่ก็ศีรษะโดนะเิหายไปก็ได้นะครับ"
อเล็กทำท่าคิด"ก็เป็ไปได้ทั้งนั้นละนะ"
ขณะที่เท็ดกำลังคุยกับอเล็กอยู่ก็เหลือบไปเห็นแคเซียร์ที่ก้มหน้าอยู่ด้านหลังอเล็ก จึงถามอเล็กไปว่า
"คนที่อยู่ข้างหลังท่านพ่อ คือใครครับ"
เมื่อแคเซียร์ได้ยินเสียงเท็ดพูดถึงตัวเอง จึงชะงักไปครู่นึ่งแล้วจึงเงยหน้าขึ้นเพื่อมองว่าใครกันที่พูดถึงตัวเอง เมื่อแคเซียร์เห็นจึงรู้ได้ในทันทีว่าเป็เด็กที่ตัวเองเคยช่วยไว้ อยู่ๆน้ำตาของแคเซียร์ก็ไหลออกมาโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ไหลออกมาด้วยความรู้สึกตื้นตันที่ได้เห็นเด็กที่ตนเคยช่วยไว้โตมาอย่างปลอดภัย
แคเซียร์นั้นไม่เคยโทษเท็ดเลยสักครั้งที่ตนโดนจับมา กลับคอยเป็ห่วงเท็ดในทุกๆ วัน เนื่องจากอยู่แต่ห้องใต้ดินจึงไม่ได้ข่าวอะไรเลย เมื่อได้พบอีกครั้งจึงเหมือนเธอได้ปล่อยว่างในสิ่งที่เธอเก็บไว้ในใจมานาน
อเล็ก"เธอเป็นักเวทที่ฉันเรียกมาช่วยเฉพาะคดีนี้นะ"
เท็ด"อ๋อ ครับ"
เท็ดยิ้มอย่างอบอุ่นแล้วพูดกับแคเซียร์"ฝากด้วยนะครับ"
เท็ดพูดกับแคเซียร์ด้วยท่าทางเช่นนั้น ทำให้แคเซียร์ถึงกับหน้าแดงด้วยความเขินอายและทำตัวไม่ถูก แต่ตอนนี้เธอสวมหน้ากากอยู่จึงไม่มีใครเห็นสีหน้าของเธอ เธอจึงเพียงผงกหน้างึกๆตอบเท็ดไปเท่านั้น
เท็ด"ไม่มีอะไรแล้วงั้นผมขอตัวนะครับ"หลังจากพูดจบก็ก้มตัวลาแล้วเดินส่วนไปทางด้านหลังของอเล็ก
ระหว่างที่เท็ดกำลังจะเดินผ่านแคเซียร์นั้น แคเซียร์ก็เกิดใจหวั่นไหว คิดว่าถ้าหากเราไม่ทำอะไรเลยและกลับไปทั้งอย่างนี้เราคงจะไม่มีโอกาสได้ออกมาอีกเป็แน่
เธอจึงคิดจะขอความช่วยเหลือจากเท็ดโดยการนำมือไปจับที่ชายเสื้อของเท็ด ในขณะที่เธอกำลังจะพูด อเล็กที่กำลังดูเหตุการณ์อยู่รู้ทันในสิ่งที่แคเซียร์จะทำ จึงรีบใช้เวทมนตร์ปิดวาจา ซึ่งทำให้แคเซียร์พูดไม่ได้
"มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ"เท็ดถามด้วยท่าทาง งงๆ
แคเซียร์พยายามจะพูด แต่เสียงไม่ออกมา จึงได้แค่ผงาบๆอยู่ภายใต้หน้ากากเท่านั้น เมื่อเสียงไม่ออกมาจึงทำให้แคเซียร์น้ำตาไหลออกมาอย่างใจสลาย เหมือนความหวังสุดท้ายได้หายไปต่อหน้าต่อตา เธอจึงได้แต่ก้มหน้ารับชะตาโดยที่มือของเธอยังจับอยู่ที่ชายเสื้อของเท็ดไม่ยอมปล่อย
"เหมือนผู้ช่วยฉันจะรบกวนแกนะ กลับไปฉันจะเตือนให้หนักเลย"อเล็กพูดเสร็จจึงมองไปที่แคเซียร์ด้วยสายตาดูถูกของผู้มีอำนาจ
อเล็กมองแคเซียร์เหมือนจะกินเืกินเนื้อให้ได้ ทำให้แคเซียร์รู้สึกถึงจิตสังหาร เธอจึงหันกลับมามองอเล็กด้วยสายตารังเกียจภายใต้หน้ากาก และเธอจึงยอมปล่อยมือจากเท็ดอย่างจำใจ
เมื่อแคเซียร์ปล่อยมือเท็ดจึงเดินจากไป พร้อมกับแคเซียร์ที่มองตามหลังเท็ด ด้วยสายตาที่มองความหวังที่ค่อยๆเดินจากไป
พอเท็ดเดินจากไปได้ไม่นาน อเล็กก็จับไปที่ปลายคางของแคเซียร์พร้อมกับเอาหน้าเข้าไปใกล้หน้าแคเซียร์ "ฮึ คิดจะหนีหรอ"
อเล็กพูดอย่างนั้นแคเซียร์ก็ไม่ได้ตอบอะไรพร้อมกับสะบัดหน้าหนีด้วยท่าทางรังเกียจ
พูดเสร็จอเล็กกับแคเซียร์จึงเดินทางต่อไปยังที่เกิดเหตุ
อเล็ก"ที่นี้แหละ แกคงรู้สึกได้ั้แ่ที่เข้ามาแล้วสินะ ว่าที่นี้มีพลังเวทที่เบาบางอยู่"
อเล็กได้สั่งให้ทุกคนออกจากพื้นที่ที่เกิดเหตุ เพื่อที่แคเซียร์จะได้ใช้พลังได้โดยไม่มีใครเห็น
เมื่อกันคนออกไปหมดแคเซียร์จึงใช้พลังเวทคุมพื้นที่บริเวณนั้นไว้ทั้งหมด ไม่นานเธอก็ปลดพลังเวทออกจากพื้นที่ เธอชะงักไป จากนั้นเริ่มหน้าซีดและเงียบไป ซึ่งทำให้อเล็กที่มองเหตุการณ์อยู่สงสัยในท่าทางที่ผิดปกติไปของแคเซียร์
อเล็ก"แกพบอะไร"
แคเซียร์"ไม่พบ"
อเล็กพูดอย่างไม่เชื่อ"แกเนี้ยนะจะไม่พบ"
อเล็กสังเกตจากท่าทางของแคเซียร์จึงรู้ได้ในทันทีว่าเธอโกหก และคิดว่าต้องมีอะไรที่ปกปิดไว้แน่
อเล็ก"เอาเถอะ! ในเมื่อแกพบแล้วเราก็กลับเลยแล้วกัน"
เมื่อแคเซียร์ได้ยินเช่นนั้น จึงรู้ในทันทีว่าอเล็กรู้ทัน และไม่สามารถโกหกได้ ทำให้เธอเกิดกลัวขึ้นมา ใจเธอจึงสั่นและสายตาสั่นระรั่ว เหงื่อไหลท่วมไปทั้งตัว หายใจหอบติดขัด ตัวสั่นจนภายนอกรับรู้ได้
ขณะที่แคเซียร์กำลังตัวสั่นอยู่ อเล็กก็เอามือมาจับที่ไหล่เธอและเขาไปกระซิบใกล้หู"แกไม่เคยกลัวอะไรเลย แต่ความลับอะไรกันที่ทำให้แกกลัวถึงขนาดนี้นะ น่าสนุกดีนิ"
แคเซียร์จึงสะบัดมือของอเล็กออกและรีบถอยออกมา "หุบปากนะ!"
จบ ตอนที่ 4 คดีฆาตกรรมในตรอกมืด
โปรดติดตามตอนต่อไป