นั่นมันตอนที่ฉันอายุกี่ขวบแล้วนะ?
5 ขวบรึเปล่าที่เธอได้บอกความลับของสร้อยที่ติดตัวผมมาั้แ่เด็กว่า....มันเป็มรดกตกทอดที่สามารถขอพรได้1 ข้อเท่านั้น ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครเคยขอมาก่อน และเมื่อขอพรไปแล้วอัญมณีที่เป็สีเหลืองอร่ามของอําพันจะกลายเป็สีใสและก็มีอยู่แค่ 3 เส้นเท่านั้น
ตอนนั้นผมก็ฟังมันแค่ผ่านๆ เหมือนเป็แค่นิทานหรือเื่เล่าทั่วไป เพราะผมชอบเวลาที่ได้อยู่กับเธอคนนั้น
แต่แล้ววันนี้ตอนตื่นขึ้นมามันก็กลายเป็สีใสไปแล้วทั้ง ๆ ที่ผมยังไม่ได้ขอพรอะไรเลยด้วยซ้ำ ผมก็เลยแปลกใจนิดหน่อย มันคงจะแค่เสื่อมสภาพไปเองรึเปล่านะ?นี่ก็นานมากแล้วด้วยสิ
และนี่เป็ครั้งแรกเลยที่ได้จัดงานวันเกิดหลังจากตอนนั้น
เขาครุ่นคิด
“เงีบบหน่าซีเสียงมันเข้าไปในวีดีโอเนี่ย”
หญิงสาวดุพลางเดินถ่ายไปเรื่อยๆ
“เอ้า!! สุขสันต์วันเกิด ขอพรแล้วเป่าเทียนซะ”
ชายหนุ่มหันไปบอกพลางยื่นเค้กในมือไปตรงหน้าชายหนุ่มผมดำสูงตาสีน้ำตาลประกาย ขนคิ้วและขนตายาวหนา หน้ารูปตัววี ปากแดง ผิวขาวอมชมพูรูปร่างบางแต่ได้สัดส่วน หน้าตาคมเข้มออกไปทางเกาหลีที่เป็เ้าของห้องนี้
“เฮ้อ.....พวกนายนี่มัน”
ยุนส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเป่าเทียน
“สุขสันต์วันเกิดนะยุนขอให้นายมีความสุขมาก ๆ แล้วก็ได้ใช้ชีวิตแบบปกติเหมือนกับคนอื่นเขาบ้าง”
ไอริสอวยพร
“ฉันก็ขอให้นายมีความสุขและได้เจอกันคนที่นาย้าจะได้เลิกมาล้อฉันสักที
ซีอวยพรต่อ
“นั่นมันคำอวยพร หรือ การบ่น ล่ะนั่น”
ยุนส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจกับเพื่อนของเขา
“และแล้ววันนี้ก็ได้จัดเซอร์ไพรส์วันเกิดเพื่อนยุนของเราเป็ที่เรียบร้อยแล้วนะคะไว้เจอกันไหมที่มหาวิทยาลัยนะทุกคน อย่าลืมกดติดตามและกดไลค์ไอริสกันไว้เยอะ ๆ ด้วยน้าบ๊ายยย”
หญิงสาวหันไปพูดกับกล้องในมือก่อนจะกดปิด
“น่าจะต้องตัดต่ออีกหน่อย”
เธอพึมพำก่อนจะหันไปมองเพื่อนทั้งสองของเธอ
“นี่ยุนนายต้องขอบคุณพ่อฉันนะ ถ้าไม่ได้เป็เพราะพ่อของฉันล่ะก็ ป่านนี้ก็คงจะหานายไม่เจอแล้วก็ไม่ได้จัดงานวันเกิดให้นายหรอก คนบ้าอะไรพกโทรศัพท์แต่ไม่รู้จักจะรับสายตลอด่ปิดเทอมเลยเนี่ยนะ เป็ไปได้ไง”
เธอบ่น
“โทษทีงานมันยุ่งจนไม่ค่อยได้จับโทรศัพท์เลยน่ะ”
ยุนบอก
“แล้วพวกนายก็ไม่ได้โทรมาเยอะขนาดนั้นด้วยดูสิ”
ยุนยื่นโทรศัพท์ให้ทั้งสองดูประวัติการโทร
“ก็เลยคิดว่าไม่น่าจะมีเื่อะไรสำคัญ”
เขาอธิบายต่อ
“ซี!! นี่นายไม่ได้โทรมาสักสาย ตามที่ฉันบอกเลยสินะ”
หญิงสาวหันดุเพื่อนของเธอ
“เลิกบ่นน่า”
ซีปรามเพื่อนของเขา
“หนวกหู”
ไอริสหันไปดุซี
มันเป็ภาพที่เขาคุ้นเคย
ทั้งสามเป็เพื่อนกันมาั้แ่เด็ก เพราะพ่อของทั้งสองคอยสนับสนุนสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอยู่ก็เลยได้รู้จักกันมาั้แ่เด็ก ๆ แต่ไอริสย้ายไปอยู่ต่างประเทศและเพิ่งจะกลับมาตอนเรียนปี1 ยุนที่ไม่มีโอกาสได้เรียนก็สอบเทียบและได้เข้ามาเรียนปี1 เหมือนกัน ทั้งสามเลยได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง
“ว่าแต่คอนายไปโดนอะไรมา”
ไอริสถามอย่างสงสัย
“เจอลูกค้านิสัยไม่ดีคนหนึ่งน่ะ”
ยุนบอก
“งั้นประวัติโทรออกนั่นก็เื่นี้เหรอ?”
ซีถามต่อ
“อ่อเปล่า เื่อื่นน่ะ วันนี้เกิดเื่ขึ้นเยอะเลย”
ยุนพูดพลางถอนหายใจ
“งั้นเหรองั้นลืมเื่ปวดหัวพวกนั้นแล้วมากินของอร่อยกันดีกว่า”
ไอริสบอกก่อนจะเดินออกไปเอาของกินที่เตรียมเอาไว้เข้ามา
หลังจากนั้นพวกเขาก็กินของที่ซื้อเตรียมกันมาและชวนผมไปพักที่โรงแรมที่ไอริสจองไว้ผมเลยส่งข้อความไปบอกรูมเมทของผมและไปกับพวกเขา เพราะพวกเขาจะอยู่เที่ยวกันต่อและจะกลับกันพรุ่งนี้ตอนเย็นซึ่งผมได้ลาพักพอดี
........................................................................................................................
“นี่!!เกิดอะไรขึ้น จูเลียเป็ยังไงบ้าง แล้วเอ็ดเวิร์ดอยู่ไหน?”
โคลด์ถามทันทีที่เห็นโนอาร์
“.......................”
โนอาร์มองหน้าพวกเขาก่อนจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง
“เฮ้อ.....วันนี้มันวันอะไรเนี่ย!!”
เลนนี่ถอนหายใจอย่างว้าวุ่น
“มีเื่ให้ต้องใั้แ่เมื่อเช้าแล้ว”
เอซพึมพำทำให้ทุกคนนึกได้ว่าเมื่อเช้านี้จูเลียร้องไห้โดยไม่ทราบสาเหตุ
“คุณหมอครับ!! เพื่อนผมเป็ไงบ้าง?”
โลแกนถามขึ้นเมื่อเห็นชายใส่เสื้อกาวเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน
“พวกคุณเป็ญาติของคนไข้สินะครับ”
คุณหมอพูดขึ้น
“ตอนนี้ไม่มีอะไรที่น่าเป็ห่วงครับเธอแค่เสียเืไปเยอะ อาจจะเป็เพราะโรคประจำตัวของเธอด้วยที่ถึงแม้ว่าจะเสียเืออกไปแค่เล็กน้อยก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ คนไข้ที่เป็โรคนี้ต้องระวังและดูแลตัวเองดีๆ นะครับ”
คุณหมออธิบาย
“และอีกสักพักเมื่อคนไข้เริ่มรู้สึกตัวผมจะให้คนไข้ย้ายไปพักที่ห้องพักนะครับ”
คุณหมอแจ้ง
“ครับขอบคุณครับคุณหมอ”
โนอาร์และคนอื่นๆ ต่างขอบคุณอย่างโล่งใจที่เพื่อนของเขาไม่เป็อะไรมาก
........................................................................................................................
“.......................”
หญิงสาวที่เริ่มรู้สึกตัวและได้กลิ่นของน้ำยาฆ่าเชื้อหัวใจก็เริ่มเต้นระรัวๆ เหงื่อแตกพลั่ก
ไม่นะ!! ไม่ใช่ว่าเื่ทุกอย่างที่ผ่านมาคือความฝันหรอกใช่ไหม?คงไม่ใช่ว่าฉันยังคงนอนเป็ผักอยู่ที่โรงพยาบาลและกำลังฝันเื่ทั้งหมดนี้อยู่ใช่ไหมคงไม่ใช่ใช่ไหม?
เธอสะดุ้งตื่นลุกพรวดขึ้นมาจากเตียงอย่างแตกตื่น