ร้านขายข้าวสกุลเล่อในหมู่บ้านซื่อหลิวถือว่ามีฐานะเข้าขั้นเศรษฐี เล่อสือเองก็มีความรู้ความสามารถค้าขายสุจริตไม่เคยคดโกง ชาวบ้านจึงให้ความนับถือ ถึงขั้นมีคนพูดว่าสิ่งเดียวที่เป็รอยด่างพร้อยในชีวิตของเล่อสือคือการมีบุตรสาวอย่างเล่อหวงกระนั้นก็ไม่มีใครกล้าพูดต่อหน้า
เรือนสกุลเล่อด้านหน้าถูกเปิดเป็ร้านขายข้าวสารรวมถึงอาหารแห้งหลายชนิดแต่เน้นขายข้าวเป็หลัก ด้านหลังเป็เรือนให้เ้าของพักอาศัยรวมถึงบ่าวไพร่และคนงานในร้าน
ห้องโถงใหญ่ประดับประดาไปด้วยเครื่องใช้สวยงามถึงไม่ได้มีราคาค่างวด ทว่ากลับงามประณีตดึงดูดสายตา ฮูหยินของเรือนทอดตัวนอนตะแคงบนตั่งตัวยาวซึ่งปูทับด้วยผ้าผืนหนาสีน้ำเงินอ่อนสาวใช้กำลังบีบนวดให้ฮูหยินอย่างประจบ ใบหน้ากลมคลี่ยิ้มกว้าง มือบางวางบนท้องนูนของตนอย่างอ่อนโยน
“ยังไม่ไปอีกหรือ”
“ยังเ้าค่ะ”เลี่ยงซิ่วตอบก้มหน้างุด ความจริงนางเป็สาวใช้คนสนิทของคุณหนูต้องติดตามคุณหนูออกเรือนไปด้วย แต่ฮูหยินขอนายท่านไว้ บอกว่าตนตั้งครรภ์้าสาวใช้รู้ความช่วยดูแลเล่อสือจึงไม่ขัด ตั้งใจจะส่งสาวใช้คนใหม่ไปให้บุตรสาว แต่ถูกบุตรเขยขอไว้อีกเขาจึงไม่ได้ส่งใครไป
เลี่ยงซิ่วคอยปรนนิบัติเล่อหวงมาั้แ่ยังเยาว์รองรับอารมณ์และเป็ที่ระบายให้กับอีกฝ่ายมานานย่อมสะสมความเกลียดชังและไม่พอใจเอาไว้ เมื่อโอกาสยื่นมาถึงตรงหน้านางไม่รีรอที่จะลงมือแก้แค้นจึงยอมเป็ผู้ช่วยของฮูหยินเพื่อกำจัดคุณหนูออกไปจากสกุลเล่อ
“ข้าจะดูว่านางจะทนได้แค่ไหน”ิหวั่งจีบปากกล่าว แววตาเรียวชั้นเดียวแฝงนัยเ้าเล่ห์ ขอเพียงบุตรในท้องของนางคลอดออกมาเป็บุตรชายร้านขายข้าวก็จะตกเป็ของบุตรชายนาง
“ถ้านายท่านทราบ”สาวใช้หวาดหวั่น กลัวนายท่านจะทราบแล้วลงโทษหนัก
“ปิดปากเ้าให้สนิทรวมถึงทุกคนด้วยไม่เช่นนั้นข้าจะขายเ้า”
“บ่าวทราบแล้วเ้าค่ะ”เลี่ยงซิ่วตัวสั่น พยักหน้าติด ๆ ลงโทษหนักนางยังไม่กลัวเท่ากับโดนขายทิ้ง
“บอกทุกคนห้ามใครเปิดประตู อ้อ ! อย่าลืมกำชับว่าเป็คำสั่งของนายท่าน” ิหวั่งไม่ลืมแอบอ้างว่าเป็คำสั่งของเล่อสือนางแต่งเข้ามาได้ไม่นาน ใช่ว่าทุกคนจะเคารพตนเหมือนสามี ยังคงมีพวกกระด้างกระเดื่องไม่เชื่อฟังอย่างเช่นลูกเลี้ยงของสามี
“เ้าค่ะ”เลี่ยงซิ่วรับคำก่อนถอยออกจากห้องไปแจ้งให้ทุกคนทราบ
ประตูร้านสกุลเล่อปิดสนิทไม่มีแม้แต่หมาแมวโผล่ออกมาให้เห็น ทั้งที่เล่อหวงเคาะประตูจนมือแดงเถือกคนงานในร้านรวมถึงบ่าวรับใช้ ไม่มีสักคนออกมาเปิดประตู สร้างความเดือดดาลให้กับคนเคาะเป็อย่างยิ่ง
“เปิดประตูบอกให้เปิดประตู”
“หนาวจะตายอยู่แล้วเปิดประตู” นางยกมือขึ้นเป่าไล่ความเย็น ควันสีขาวลอยออกมาจากริมฝีปากอิ่มแดงเรื่อเป็ระยะ
“ท่านพ่อข้ากลับมาแล้ว เปิดประตูรับบุตรสาวคนดีของท่านเข้าบ้านเถอะ” เสียงใสกังวานดุจเสียงนกป่าออดอ้อนราวกับว่าบิดายืนอยู่อีกด้านของประตู
“นายท่านบอกให้หนูกลับบ้านก่อนสองวันให้หลังค่อยมาใหม่ขอรับ” บ่าวไพร่ซึ่งรับหน้าที่กวาดลานบ้านตอบกลับมาจากอีกฝั่งประตู
ตามธรรมเนียมแล้วสามวันหลังแต่งงานคุณหนูค่อยกลับมาเยี่ยมบ้านเดิม แต่เพิ่งวันแรกคุณหนูดันกลับมาก่อน วันนี้นายท่านไม่ได้อยู่ในเรือน เข้าไปในตัวอำเภอแต่เช้า ฮูหยินสั่งห้ามไม่ให้เปิดประตูรับคุณหนู
“ข้าจะเข้าไปวันนี้เปิดประตูเร็วเข้า” นางหาได้เชื่อฟังและทำตามธรรมเนียมไม่ ยังคงร้องเอะอะขอเข้าบ้านอย่างเดียวสร้างความลำบากใจให้กับบ่าวไพร่
“เชิญคุณหนูกลับก่อนเถอะขอรับ”ประตูยังคงปิดสนิทไร้วี่แววเปิด
“เ้ากล้าไล่ข้าออกจากบ้านตัวเองเชียวรึข้าจะฟ้องท่านพ่อ” เล่อหวงขู่ตามเคย หากมีอะไรไม่ได้ดั่งใจนางมักข่มขู่ผู้อื่นก่อนเสมอ
“บ่าวไม่กล้า”
“มัวรออะไรอีกข้าหนาวจะแย่” นางเร่ง ยืนเคาะประตูอยู่นาน ขาแข็งไปหมด
“…” ไม่มีเสียงตอบกลับมา มีเพียงเสียงฝีเท้าเดินถอยห่างจากประตู เล่อหวงร้อนใจเคาะประตูไม่หยุด ใบหน้างามแดงก่ำ สองมือแดงจนช้ำม่วง ะโสุดเสียงก็ไม่มีใครออกมาเปิดประตูมีเพียงบ้านใกล้เรือนเคียงที่ชะโงกหน้าออกมาดูเหตุการณ์ พลางแนะนำให้นางกลับบ้านตีนเขาก่อนจะผลุบหายอย่างเร็วไว
“ท่านพ่อข้าหนาว” ะโจนเสียงเริ่มแหบ ั์ตากลมโตเริ่มแดง
ร่างเล็กเหลียวมองรอบกายมีเพียงปุยหิมะหล่นลงจากฟ้า ไร้เงาผู้คน เสียงใสเริ่มสั่นเครือ “ข้าหนาวแล้ว”
“ท่านพ่อ”เสียงเริ่มเบาลง หางตาเอ่อคลอด้วยน้ำสีใส
“ท่านพ่อไม่รักข้าแล้ว”ครานี้กลายเป็เสียงกระซิบ เรียวปากสวยเบะออกจากนั้นก็...
“ฮือโฮ” ความน้อยเนื้อต่ำใจทำให้เล่อหวงร้องไห้ออกมาในที่สุด น้ำตาไหลพราก แขนเล็กยกขึ้นเช็ดน้ำตาลวกๆ จมูกโด่งรั้นแดงก่ำหายใจติดขัด
ปัง!
ก่อนจากไปนางไม่ลืมยกเท้าเตะประตูทีหนึ่งเป็การระบายอารมณ์ไม่ยอมเปิดนางก็ไม่ดื้อรั้นอยู่ต่อ อย่างน้อยกลับบ้านตีนเขาไปให้ฉวีอวิ้นมู่หัวเราะเยาะยังดีกว่าต้องทนหนาวตายอยู่หน้าบ้านตน อย่างหลังน่าอายมากกว่า คิดได้อย่างนั้นร่างเล็กหยิบห่อผ้า หันหลังเดินจากไปอย่างไม่เหลียวหลัง
“กลับมาแล้วหรือ”ชายหนุ่มทักเมื่อเห็นร่างบางเปิดประตูเข้ามาด้วยสภาพแตกต่างจากตอนไปลิบลับคิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยก่อนถามอีกประโยค
“เป็อะไรไป”
เล่อหวงอารมณ์ไม่ดีกลับมาเจอสามีถามเซ้าซี้ จึงฉุนเฉียวใส่อีกฝ่าย “อย่ามายุ่ง ไปไกล ๆ เลย”
ฉวีอวิ้นมู่มองคนโกรธครู่หนึ่งก่อนเดินลากขาออกไปข้างนอกอย่างเนิบช้า คนไล่เม้มปากเหม่อมองตามหลังร่างสูง
เพียงไม่นานร่างสูงยกอ่างน้ำร้อนควันกรุ่นมาวางลงตรงหน้าคนอารมณ์ไม่ดี “แช่ไว้จะได้คลายหนาว”
หญิงสาวชักมือหลบไปข้างหลังเมื่อเห็นสายตาคมกริบมองมือแดงเถือกทั้งสองข้างของตน“ข้าไม่ขอบคุณ เพราะเป็สิ่งที่เ้าควรทำ” น้ำเสียงที่เอ่ยโอหังยิ่งทว่าชายหนุ่มไม่ถือสา หลังผ่านค่ำคืนเร่าร้อนด้วยกันแล้วพบว่านางเป็เด็กร้ายกาจที่ถูกบิดาตามใจมาแต่เด็กเขาที่เป็ผู้ใหญ่กว่าจึงไม่ติดใจถือสาหาความ
“หึๆ”
“หัวเราะอะไร”เมื่อทนหนาวไม่ไหว นางจึงยอมใช้ผ้าสะอาดซึ่งเขาหามาให้ชุบน้ำร้อนมาเช็ดมือก่อนจะถอดรองเท้าตามด้วยถุงเท้าแล้วแช่น้ำร้อน
เขาต้องหันไปอีกทางเพื่อกลั้นยิ้มกลัวนางเห็นแล้วจะยิ่งมึนตึง “เปล่า กินข้าวมาหรือยัง”
เล่อหวงขบเม้มริมฝีปากก่อนส่ายหน้า ั้แ่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้อง นางหิวจนแสบท้องไปหมดแล้ว ฉวีอวิ้นมู่ราวกับมีตาทิพย์ทราบว่านางยังไม่ได้กินข้าวร่างสูงเดินออกไปข้างนอกอีกครั้ง คราวนี้ไม่นานเท่าคราแรกก็ยกชามข้าวต้มและผักกาดดองผัดไข่เข้ามา
“รีบกินเถอะเดี๋ยวจะหายร้อนเสียก่อน”
กลิ่นหอมของข้าวลอยอวลกับกลิ่นผักกาดดองผัดไข่ทำให้กระเพาะของคนหิวส่งเสียงโครกคราก มือบางแย่งชามข้าวมาไว้ตรงหน้าก่อนคีบกินอย่างหิวโหยไม่สนใจว่าเขาจะมองอย่างไร
“ไม่อร่อย”นางโกหก ความจริงอร่อยมาก และนางก็หิวมากด้วย กับข้าวที่ไม่มีเนื้อสักชิ้นกลับทำให้นางกินได้มากกว่าปกติ
“ไว้คราวหน้าจะทำของอร่อยให้เ้ากิน”เขาให้คำมั่น ริมฝีปากบางยกขึ้น
ใบหน้าพริ้มเพราเงยขึ้นจากชามข้าวดวงตาคู่กลมโตสีดำขลับสบเข้ากับดวงตาเรียวคมกริบดุจเหยี่ยว ก่อนหลุบมองชามข้าวในมือนิ่ง
“เหตุใดถึงยอมแต่งกับข้า”
“ข้าล่วงเกินเ้า”
“เหอะ! มิใช่ถูกท่านพ่อบังคับหรือ” นางแค่นเสียงหยัน จำได้ว่าวันนั้นหลังถูกพากลับมาขังที่ห้องบิดาพาชายหนุ่มกลับมาคุยเกือบสองชั่วยามถึงปล่อยให้กลับ บิดาคงจะบังคับให้รับผิดชอบนาง
“รู้ได้อย่างไร”คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็เชิงล้อ
“เ้าคนเลว”นางด่าทอ ไม่รู้สึกอึดอัด กระอักกระอ่วนยามอยู่กับเขาเหมือนเมื่อวานอีก คล้ายกับว่าบรรยากาศแบบนั้นไม่เคยมีมาก่อน
“เหมาะสมดีไม่ใช่หรือคนเลวกับคนร้ายกาจ”
“ข้าหิวเอามาเพิ่ม” หญิงสาวสั่งเสียงห้วน ลืมเลือนความน้อยเนื้อต่ำใจที่บิดาไม่ยอมเปิดประตูให้เข้าบ้านสิ้น
ชายหนุ่มส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะออกไปทำกับข้าวเพิ่มให้คนหิว
ใช้เวลาไม่นาน กับข้าวจานใหม่ก็ถูกยกเข้ามาวางแทนจานเก่า หญิงสาวไม่สนใจชายหนุ่มอีกลงมือจัดการอาหารตรงหน้า ชายหนุ่มไม่ถามมากความ นั่งชำเลืองมองคนกินแวบหนึ่งก่อนจะหยิบมีดล่าสัตว์ปลายแหลมคมขึ้นมาเช็ดหลายวันมานี้เกิดเื่ยุ่ง ๆ เขาจึงไม่ได้ขึ้นเขาล่าสัตว์ หาของป่า รอสักสองสามวันค่อยไปก็ไม่ถือว่าสาย