ร่างที่ซีดขาวและปากที่อ้ากว้างพอที่กลืนหัวคนไปได้ทั้งคนนี่ชั่งเป็สิ่งที่ชวนขนหัวลุกในสถานที่ๆไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตเว่ยเมิ่งที่นอนจมต้นไม้อยู่ดันตัวเองออกมา ชายหนุ่มบิดตัวเหมือนกำลังยืดเส้นยืดสาย
“เื...เื......เื!” ร่างที่คล้ายภูผีวิ่งอย่างสะเปะสะปะ
“ข้าจำได้แล้ว”เว่ยเมิ่งเบี่ยงตัวหลบเมื่อร่างซีดขาวเหวี่ยงมือมาทางตน
“ข้าเคยอ่านเื่แปลกๆที่บันทึกในหอตำรา”เว่ยเมิ่งหลบไปทางซ้าย
“เื่ราวเกี่ยวกับผู้ไม่รู้จักตายที่ต้องดื่มกินเืของผู้อื่น”เว่ยเมิ่งหลบไปทางขวา
“ผู้ถูกครอบงำโดยอวิชชาด้านมืด”เว่ยเมิ่งะโเหนือหัวร่างที่ซีดขาว
“ผู้ถูกสังเวยให้กับความมืดและความชั่วร้าย”
“....หมอผีและผีดิบ”เว่ยเมิ่งเหลือบมองที่ร่างของสตรีผู้ถูกสังเวยให้กับความตายร่างที่ซีดขาวสูดลมหายใจเข้าหอบถี่ ดวงตาที่เป็สีขาวมีเส้นเืปูดโปนมากมาย
ร่างที่ซีดขาวกรีดร้องออกมาเสียงเล็กแหลมเสียดแทงทุกอณูิญญาของผู้ที่ได้ฟังร่างที่ไร้ซึ่งิญญาหากแต่เต็มไปด้วยความหิวกระหายเข้าโจมตีเว่ยเมิ่งอย่างโหยหา
“ข้าไม่เคยคิดว่าความตายจะเป็ทางออกที่ดีที่สุด...แต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่ในกรณีนี้นะ”เว่ยเมิ่งเบ้ปาก พริบตาร่างของเว่ยเมิ่งก็ไปปรากฏตัวที่หน้าผีดิบสาวไม่ทันที่ผีดิบที่ไร้ชีวิตจะตั้งตัว นิ้วชี้ของเว่ยเมิ่งแตะไปที่หน้าผากที่ขาวซีด
ดรรชนีเทพสะกดมาร!
ร่างของผีดิบสั่นสะท้านทั่วทั้งร่างสั่นไม่หยุดอย่างช้าๆร่างของผีดิบค่อยๆทรุดตัวลงร่างกายของมันค่อยๆแตกสลายกลายเป็เม็ดทรายเล็กๆพริบตาก่อนที่ร่างของผีดิบจะกลายสลายไปดวงตาของมันคล้ายเปล่งประกายของความสุข
ขอบคุณ.....
เสียงเล็กๆของหญิงสาวแว่วเข้ามาในหูของเว่ยเมิ่งชายหนุ่มถอนหายใจเมื่อร่างของผีดิบสลายกลายเป็กองทรายอยู่เบื้องหน้าตอนนั้นเองที่หยางหยางบินมาอย่างเร่งรีบผีเสื้อที่มีปีกสีส้มแซมสีฟ้าบินลงไปเกาะที่กองทราย
ตอนแรกเว่ยเมิ่งมีท่าทีงุนงงที่การกระทำของหยางหยางแต่ชายหนุ่มก็ต้องหรี่ตาลงอย่างประหลาดใจเมื่อสังเกตเห็นบางสิ่ง
“นี่เ้า....กำลังดูดซับพลังแห่งความตาย?” เว่ยเมิ่งเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ ทว่าพริบตาที่หยางหยางไปเกาะที่เนินทรายกลิ่นอายของความตายที่ตลบอบอวลในกองทรายพลันค่อยๆลดลงเมื่อหยางหยางบินไปเกาะ
เว่ยเมิ่งเกาหัวแต่ทันใดนั้นเขาก็ขมวดคิ้วหันไปมองที่ทิศทางหนึ่งในป่า“ออกมา ข้ามาชอบให้ผู้อื่นมาเฝ้าสังเกตข้า”
ในผืนป่าที่แทบจะไร้ซึ่งแสงตะวันที่สาดส่องร่างๆหนึ่งค่อยๆเดินช้าๆออกมาจากป่าลึกเว่ยเมิ่งที่ตอนแรกขมวดคิ้วพลันมีสีหน้าประหลาดใจ ผู้ที่มาใหม่เป็ชายชราคนหนึ่งผมสีเทาดอกเลาและเสื้อผ้าที่ซีดสกปรก ร่างกายที่คล้ายดูใกล้จะถึงอายุขัยค่อยๆลากตัวเองมาทางเว่ยเมิ่ง
“ท่านรู้จักนางหรือ?” เว่ยเมิ่งสังเกตเห็นว่าชายชราเอาแต่มองกองทรายซึ่งเป็อดีตเคยเป็ผีดิบดวงตาของชายชราเต็มด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เว่ยเมิ่งเห็นถึงความเสียใจความโล่งใจ และที่มากที่สุดคือความโหยหาที่อยู่ในดวงตานั้น
“..........มันควรจะเป็ชีวิตที่มีความสุขของพวกเรา”ชายชราเอ่ยด้วยเสียงที่แหบพร่า
“ชีวิตที่พวกเราวางแผนกันไว้.....พวกเราไว้ใจมันมากเกินไป”
“สุดท้ายมันก็หักหลังพวกเราเปลี่ยนพวกเราไปเป็ของเล่นของมัน” หยดน้ำตาค่อยๆไหลลงมาจากหางตาของชายชรา“ตอนนี้นางจากไปแล้ว....คงต้องขอบคุณท่าน” ชายชราหันไปประสานมือให้เว่ยเมิ่งร่างของชายชราแผ่กระจายกลิ่นอายของความตายออกมา ชายชราค่อยๆคุกเข่าลงข้างๆกองทรายหยางหยางที่เห็นมีผู้แปลกหน้าเข้ามาใกล้ๆก็รีบบินกลับที่ไหล่ของเว่ยเมิ่งน่าแปลกทั้งที่มันรีบเข้าไปหากลิ่นอายของความตายของผีดิบแต่กับปฏิเสธกลิ่นอายแห่งความตายของชายชรา
“ห่างจากนี้ไม่ไกลมีที่พักของข้าอยู่ในนั้นอาจจะไม่มีของล้ำค่ามากมายนัก......แต่ข้าอยากให้ท่านรับมันไว้” ชายชราชี้ไปทางหนึ่งในป่า
“ข้าไม่ได้ต้อง-”
“ได้โปรดรับมันไว้เถิด...ทั้งชีวิตข้าไม่เคยติดค้างผู้ใด...ยิ่งก่อนตายข้ายิ่งไม่อยากจากโลกนี้ไปโดยที่ยังไม่ได้ตอบแทนผู้มีพระคุณ”
“.................”เว่ยเมิ่งถอนหายใจก่อนจะพยักหน้ารับ
ชายชรายิ้มอย่างสบายใจดวงตาที่ริบหรี่ด้วยพลังชีวิตหันกลับมามองที่กองทรายมือที่เหี่ยวย่นที่กาลเวลาแตะไปที่กองเม็ดทรายจากร่างของผีดิบช้าๆ“รอข้าหน่อยนะซังเอ๋อร์ ข้ากำลังจะไปหาเ้าแล้ว....”
ท่ามกลางความเงียบเชียบรอบด้านมีเพียงเสียงลมหายใจของชายชราที่ค่อยๆเบาลงแสงสว่างในดวงตาของชายชราค่อยๆริบหรี่ลงร่างที่ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานในที่สุดก็หยุดนิ่ง ไม่มีเสียงลมหายใจ ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆอีก
“..............”
เว่ยเมิ่งถอนหายใจอีกครั้งก่อนเริ่มเดินจากไปในทิศทางที่ชายชราชี้ไปในป่า
ชายหนุ่มเดินจากมาไม่ไกลก็ถึงกระท่อมเล็กๆมันเป็กระท่อมเก่าๆทีดูพุพังข้างๆกระท่อมไม้เป็คอกสัตว์เลี้ยงดูท่าทางชายชราคงเลี้ยงไก่และวัวไว้เป็อาหารแต่ดูเหมือนพวกมันจะไม่มีเหลือแล้ว
เว่ยเมิ่งเดินเข้าไปในกระท่อมภายในมีสิ่งของไม่มากนัก เว่ยเมิ่งกวาดตามอง ชายหนุ่มเลิกคิ้วเมื่อเห็นบางสิ่งกระบี่เหล็กธรรมดาๆถูกวางไว้ข้างๆม้วนตำราเก่าๆ เว่ยเมิ่งหยิบกระบี่เหล็กขึ้นมาพิจารณาแม้รูปร่างภายนอกมันจะเหมือนกระบี่เหล็กทั่วไปแต่ทว่าความจริงกับไม่เป็เช่นนั้นเว่ยเมิ่งเกร็งลมปราณไปที่นิ้ว
ปัง!
การดีดนิ้วที่ทำลายได้แม้กระทั้งอาวุธวิเศษระดับสูงถูกดีดไปที่กระบี่กระบี่เหล็กสั่นสะท้านอย่างรุนแรงไม่หยุดทว่าถึงอย่างงั้นมันกลับไม่แตกสลายไปหรือถูกทำลาย เว่ยเมิ่งพลิกกระบี่ไปมาก็เจอตัวอักษรตัวหนึ่งถูกสลักไว้ที่กระบี่จี้.... นี่คือแซ่ของตระกูลโบราณที่อยู่ในแคว้นชิง
เว่ยเมิ่งจ้องกระบี่ในมืออยู่ครู่หนึ่งก็เหน็บมันไว้ที่ข้างเอวก่อนจะหยิบตำราที่ถูกวางไว้ขึ้นมาอ่าน
ตูม!
ไม่ทันที่เขาจะเปิดอ่านตำราในมือกระท่อมไม้ที่เว่ยเมิ่งอยู่ข้างในพลันถูกะเิออก ร่างของเว่ยเมิ่งกระเด็นออกจากกระท่อมชนต้นไม้หักโค่นล้มไปหลาย่
“เหอะ!” ร่างในชุดสีดำแค่นเสียงมันรั้งหมัดกลับมาสาเหตุที่กระท่อมไม้ถูกทำลายก็มาจากคนผู้นี้นี้เองทันใดนั้นรอบข้างมันก็ปรากฏร่างขึ้นอีกสี่ห้าร่าง ทุกคนแต่งกายเหมือนกันหมดคือใส่ชุดสีดำที่ปกปิดหน้าตา
“เ้าโง่!นายท่านสั่งให้พวกเราจับตัวมันมาเป็ๆไม่ใช้ให้ลากศพกลับมา!” เสียงเล็กแหลมของบุรุษที่พยายามดัดเสียงให้ดูคล้ายสตรี
“หุบปาก!เ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้าไอ้ตัวไม่หญิงไม่ชาย!”เสียงที่ดูก้าวร้าวคำรามตอกกลับมา
“เงียบ!” เสียงที่ดุดันขัดจังหวะการทะเลาะกันของทั้งสอง “ไปลากตัวบุรุษเมื่อครู่มาซะพิษทองเ้าก็หุบปากบ้างซะเถอะและจอมคลั่งหากเ้ายังไม่เลิกนิสัยทำอะไรไม่ฟังคำสั่งเช่นนี้อีกก็ระวังเงาหัวไว้เ้าก็รู้แม้นายท่านจะดูเหมือนใจดีแต่หากเ้าไม่สามารถทำสิ่งที่นายท่านมอบหมายได้ละก็.....บทลงโทษที่รอเ้าอยู่มันจะไม่ใช้แค่ความตาย!”
พิษทองและจอมคลั่งได้แต่ก้มหน้ารับก่อนจะหันไปมองหน้ากันอย่างไม่สบอารมณ์ จอมคลั่งเค้นเสียงเดินไปยังร่างของเว่ยเมิ่งที่กำลังนอนจมต้นไม้อยู่จอมคลั่งเอื้อมมือที่ใหญ่โตไปที่ทางร่างของชายหนุ่มที่นอนไม่ขยับหมายจะลากร่างนี้ไป
อีกด้านหนึ่งชายชุดดำเ้าของเสียงที่ดูดุดันกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าศพของชายชราและกองทราย.
“หัวหน้าจะเอายังไงดีขอรับ?” หนึ่งในชายชุดดำถามร่างที่มีเสียงอันดุดัน
“เก็บไปให้หมดนายท่านสั่งไว้ว่าให้เก็บทุกอย่างที่ทำได้” เ้าของเสียงดุดันโบกมือเป็เชิงให้ทำงานได้พริบตานั้นมันเหมือนััได้ว่ามีอะไรบางอย่างกลิ้งมาโดนที่เท้า มันก้มลงไปดูก็พลันเบิกตากว้างเพราะสิ่งที่กลิ้งมาโดนขาของมันเป็ศีรษะที่มีดวงตาเบิกกว้างของจอมคลั่ง!
ชายที่ถูกเรียกว่าหัวหน้าใจหายวาบทว่าสายไปแล้ว ในเสี้ยวพริบตาก่อนที่มันจะได้ทันขยับตัวขุมพลังเกรี้ยวกราดสายหนึ่งพลันเข้ากระแทกร่างของมันจนกระเด็นลอยไปกลางอากาศ
“ให้ตายเถอะรู้ไหมว่าไม่กี่วันมานี้ข้าลอยชนต้นไม้ไปกี่ต้นแล้ว?” เว่ยเมิ่งเบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์พลางเตะศัตรูขึ้นฟ้า
//ขอโทษที่มาดึกนะครับT.T พอดีไรท์ไม่ได้ติดธุระอะไรเลยแต่.........แต่แค่อยากลงดึกๆเท่านั้นเอง(ห่ะ!?)