เถียนจื้อเกาคิดถึงหลี่ชิงชิงคนรักในวัยเยาว์ที่ตบแต่งให้คนอื่นพลันโกรธจนเจ็บทรวงอก มือของเขาสั่นเทาพู่กันที่จรดบนกระดาษขีดวาดด้วยน้ำหมึกหนึ่งเส้น ทำให้กระดาษหน้านั้นใช้การไม่ได้ อักษรหลายสิบตัวบนกระดาษต้องเสียแรงเขียนไปเปล่าๆแล้ว
น้ำเสียงของหลินซื่อมีแววเหยียดหยาม“ชิงชิงแต่งออกไปนานแล้วล้วนไม่เคยกลับมา นางแต่งให้กับบุรุษแบบใดกันแม้แต่กลับมาเยี่ยมบ้านยังไม่ยอมมา?”
ปังนางโยนตะหลิวลงในถังไม้ บนตะหลิวยังมีข้าวดิบสองเมล็ดติดอยู่นางกลัวว่าข้าวดิบสองเมล็ดนี้จะถูกเถียนจื้อเกากินเข้าไปแล้วทำให้อาหารไม่ย่อยจึงเอาตะหลิวไปแช่น้ำในหม้อ
อาหารของตระกูลเถียนมีไม่มากนางกับเถียนจื้อเกาสองคนก็แทบไม่พอกินแล้ว หากมีสมาชิกเพิ่มมาอีกคนคงต้องทนหิว
นางรอให้เถียนจื้อเกาสอบได้ซิ่วไฉเพื่อจะได้เปลี่ยนแปลงฐานะทางบ้าน
ส่วนภรรยาที่เถียนจื้อเกาจะตบแต่งด้วยนั้นเฮ้อ ย่อมไม่อาจแต่งกับสตรีที่หาเงินไม่ได้และบ้านเดิมยังยากจนจะตายอย่างหลี่ชิงชิงแน่นอน
“ท่านแม่ข้าจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย”
หลินซื่อเดินออกมาจากห้องครัวเห็นเพียงเงาแผ่นหลังผอมบางของเถียนจื้อเกา เอ่ยพึมพําว่า “เฮ้อช่างเป็นเจ้าทึ่มคิดไม่ตกจริงๆ ขอแค่เจ้าสอบได้เป็นซิ่วไฉเจ้าสามารถเลือกสตรีที่ดีกว่าชิงชิงได้ตามใจ”
เดิมทีเถียนจื้อเกาอยากออกไปเดินเล่นข้างนอกเพื่อผ่อนคลายจิตใจผู้ใดจะรู้ว่าจะพบชาวบ้านสามคนติดล้วนบอกกับเขาว่าสามีของหลี่ชิงชิงนั้นดีอย่างไรและใจกว้างเพียงใดทําเอาเขาฟังจนเกิดความรู้สึกซับซ้อน และไปที่บ้านตระกูลหลี่โดยไม่รู้ตัว
ยามนี้เป็นเวลาพลบค่ำตระกูลหลี่ที่ไม่เคยจุดตะเกียงก็จุดตะเกียงน้ำมันในห้องโถงใหญ่อย่างเป็นประวัติการณ์แสงไฟอ่อนๆ แต่สามารถส่องสะท้อนเป็นเงาคนออกมาได้และตะเกียงนี้ยังเป็นของที่ตระกูลหลี่ไปยืมมาจากบ้านอื่น
เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของทุกคนดังออกมาจากห้องโถงใหญ่ครั้นเถียนจื้อเกาได้ยินก็รู้สึกว่า คนตระกูลหลี่มีความสุขกว่าตอนที่รู้ว่าเขาสอบได้เป็นถงเซิงเสียอีกดูเหมือนว่าคนตระกูลหลี่จะพึงพอใจต่อสามีของหลี่ชิงชิงยิ่งนัก
“นี่จื้อเกามิใช่หรือรีบเข้ามานั่งเถิด” หลี่ต้าโถวออกมาจากห้องโถงใหญ่เพื่อไปปลดทุกข์บังเอิญเห็นเถียนจื้อเกา และคิดว่าเถียนจื้อเกาเป็นบัณฑิตเพียงคนเดียวในหมู่บ้านให้เถียนจื้อเกาได้พบกับหวังเฮ่า น่าจะเป็นการดีที่ทำให้หวังเฮ่ารู้สึกว่า หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนไม่ใช่หมู่บ้านที่ยากจนและไม่มีอะไรเลย
ผู้เฒ่าหลี่ที่ปกติมักจะเก็บตัวยามนี้กลับตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างยิ่ง เขาเดินออกมาอย่างรวดเร็วเอ่ยกับเถียนจื้อเกาที่มีสีหน้าระมัดระวังเล็กน้อยว่า “ลูกเขยข้าหวังเฮ่ามาแล้วเขาเพิ่งสร้างผลงานทางทหารอย่างใหญ่หลวงมา”
ถังซื่อก็เดินออกมาจากห้องครัวในมือยังถือกระเทียมที่ปอกเปลือกแล้วครึ่งหนึ่ง เอ่ยว่า “หวังเฮ่าเป็นสามีชิงชิงเป็นลูกเขยข้า ครั้งนี้ชิงชิงไม่ได้มา ลูกเขยมาคนเดียว”
มีคนรูปร่างหนาใหญ่คนหนึ่งโผล่ออกมาจากด้านหลังถังซื่อครั้นพินิจมองก็เป็นสตรีคนหนึ่ง คนผู้นี้ก็คือหมิงซื่อภรรยาของหลี่เอ้อร์หลินนางหัวเราะพลางเอ่ยด้วยเสียงหยาบๆ “ชิงชิงน่าจะตั้งครรภ์แล้วมิเช่นนั้นต้องตามน้องเขยกลับมาด้วยอย่างแน่นอน”
หวังเฮ่าไม่ได้บอกอะไรกับคนตระกูลหลี่คนตระกูลหลี่จึงคิดไปเองว่า เหตุผลที่หลี่ชิงชิงไม่ได้กลับบ้านเดิมคือนางกำลังตั้งครรภ์
ครั้นได้ยินเช่นนี้สีหน้าของเถียนจื้อเกาพลันซีดลง โชคดีที่ท้องฟ้ามืด กอปรกับเดิมทีผิวของเขาก็ขาวอยู่แล้วผู้อื่นจึงมองไม่ออก
หลี่ต้าหลินมองเถียนจื้อเกาที่ถูกผู้เฒ่าหลี่และหลี่ต้าโถวเชิญเข้ามาพลางเอ่ยกับหวังเฮ่าว่า “น้องเขย ผู้นี้คือเถียนจื้อเกา เป็นบัณฑิตในหมู่บ้านของพวกเราเขาเคยเข้าร่วมการสอบคัดเลือก ภายในเวลาอันสั้นก็สอบได้ถงเซิงภายหลังเถียนถงเซิงยังจะสอบซิ่วไฉและจวี่เหริน!”
หวังเฮ่าได้ยินชื่อของเถียนจื้อเกาเป็นครั้งแรกเขาไม่รู้ว่าคนผู้นี้เกือบจะได้แต่งงานกับหลี่ชิงชิง ยามนี้เขาตามหลี่ต้าหลินออกไปทักทายเอ่ยพลางหัวเราะว่า “หวังเฮ่าคารวะเถียนถงเซิง!”
เถียนจื้อเกาเห็นว่าหวังเฮ่ารูปร่างสูงกว่าหลี่ต้าหลินเดินเข้าไปใกล้แล้วอาศัยแสงไฟพินิจมองอย่างละเอียด คนผู้นี้มีผิวสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าเหลี่ยมคิ้วเข้ม ดวงตาโต แววตาหนักแน่น รูปร่างหน้าตาดียิ่ง หน้าเชิดแผ่นอกตั้งตรงสายตาเที่ยงตรง หน้าตาสง่าผ่าเผยและมีความองอาจกล้าหาญอย่างลูกผู้ชายมากแข็งแกร่งกว่าบัณฑิตอ่อนแออย่างเขายิ่ง
“มานั่งทางนี้” หวังเฮ่าเห็นเถียนจื้อเกาจ้องตนอยู่ตลอดเวลา ก็กระแอมแห้งๆ ออกมาหนึ่งเสียงแล้วเอ่ย“ข้าเห็นว่าเถียนถงเซิงมีรูปลักษณ์สง่างามการสอบคัดเลือกในรอบต่อไปย่อมสอบติดเป็นแน่”
เถียนจื้อเกาได้ยินหวังเฮ่าพูดจามีวาทศิลป์ทั้งยังแข็งแกร่งกว่าตน จึงเอ่ยอย่างถ่อมตัวว่า “การสอบคัดเลือกก็ยากเหมือนกับคนนับพันข้ามสะพานไม้เดี่ยวไม่รู้ว่ารอบต่อไปจะผ่านหรือไม่”
หวังเฮ่าเห็นว่าเถียนจื้อเกาอายุยังน้อยพูดจาไม่ถือดี จึงยิ่งมองด้วยความชื่นชมเพิ่มขึ้น เอ่ยพร้อมแววตาฉายความจริงใจ “ขอไม่ปิดบังท่านข้าเคยเล่าเรียนมาก่อน แต่เพราะฐานะยากจนจึงไม่ได้เรียนต่อ ไม่เคยเข้าร่วมการสอบคัดเลือกข้าอิจฉาคนที่สามารถเข้าร่วมการสอบได้จากก้นบึ้งหัวใจ”
“ที่แท้ท่านก็เคยเรียนหนังสือ”เถียนจื้อเกาคิดในใจว่า ชิงชิงเคารพนับถือบัณฑิตเป็นที่สุด หวังเฮ่ารู้อักษรชิงชิงไม่มีทางดูแคลนเขา ในใจของนางยอมรับเขา ดังนั้นจึงตั้งท้องลูกของเขา
หวังเฮ่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียใจเล็กน้อย“เรียนเพียงสี่ปีเท่านั้น”
“อาจารย์ท่านคือผู้ใด?”
“อาจารย์ข้าแซ่จ้าวเป็นคนตำบลชิงอวี๋ เมื่อหลายปีก่อนสอบได้เป็นซิ่วไฉแต่ถูกกิ่งไม้กรีดที่ใบหน้าตอนช่วยเด็กตกน้ำ ทำให้สูญเสียคุณสมบัติในการสอบจวี่เหริน”
“ที่แท้ท่านก็คือลูกศิษย์ของจ้าวซิ่วไฉจากตำบลชิงอวี๋นี่เอง”เถียนจื้อเกากล่าวอย่างจริงใจ “ข้ารู้จักอาจารย์ของท่านการกระทําของอาจารย์ผู้นี้ทําให้พวกข้าเคารพเลื่อมใส”
เหล่าบัณฑิตในรัศมีหลายสิบลี้ต่างรู้เรื่องราวของจ้าวซิ่วไฉอาจารย์ของเถียนจื้อเกาเป็นซิ่วไฉอีกท่าน และได้เล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง ในตอนนั้นเขายังคิดอยู่เลยว่าหากเปลี่ยนเป็นตน เขาจะช่วยเด็กคนนั้นที่ตกอยู่ระหว่างความเป็นความตายหรือไม่?
เวลานี้มีคนในหมู่บ้านรวมกลุ่มกันมาดูหวังเฮ่ายังสอบถามว่าหวังเฮ่านำสิ่งใดมาบ้าง คนตระกูลหลี่ไม่ได้ปิดบังแต่อย่างใดบอกทุกอย่างที่หวังเฮ่านำมามอบให้
ผู้เฒ่าหลี่เอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า“ลูกเขยข้าเอาเสื้อนวมฝ้าย ผ้าห่ม และอาหารมามากมาย ครอบครัวข้าไม่ต้องทนทุกข์จากฤดูหนาวนี้แล้วยังมีเนื้อหมู น้ำตาล และเกลือให้กินด้วย”
เหมันตฤดูที่หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนอากาศหนาวกว่านอกภูเขาบางครั้งมีหิมะตก ถึงยามนั้นทั้งหนาวทั้งชื้น คนแก่ที่สุขภาพไม่ดีและเด็กหนาวตายได้อย่างง่ายดาย
หวังเฮ่าใคร่ครวญอย่างละเอียดถี่ถ้วนใช้เงินไม่มากซื้อเสื้อนวมและผ้านวมเก่า แม้ว่าจะเป็นของเก่า แต่ก็สามารถสวมใส่ได้ด้วยวิธีนี้ก็สามารถแก้ปัญหาใหญ่ของคนตระกูลหลี่เรื่องการรักษาความอบอุ่นยามเหมันตฤดูได้แล้ว
เกลือเป็นสิ่งที่ในบ้านขาดไม่ได้หากไม่กินเกลือจะทำให้คนเจ็บป่วยได้
เนื้อหมูและน้ำตาลเป็นสิ่งบำรุงร่างกายหากในฤดูหนาวไม่กินอะไรดีๆ ร่างกายจะต้านทานไม่ไหว ก็อาจจะเจ็บป่วยได้เช่นกัน
กล่าวโดยสรุปแล้วสิ่งของที่หวังเฮ่ามอบให้ตระกูลหลี่นั้นใช้งานได้จริงๆ
ถังซื่อดีใจยิ่งนักยังปาดน้ำตาแล้วเอ่ยออกมาไม่รู้จบว่า “ข้าบอกแล้วว่าชิงชิงแต่งออกไปไม่มีทางลืมพวกข้าเด็กคนนี้ปากแข็ง แท้จริงแล้วจิตใจดีงามมาตลอด ตอนชิงชิงแต่งออกไปครอบครัวพวกข้ายากจนไม่มีเงิน ไม่มีเลยจริงๆ จึงไม่ได้ให้สินเดิมนางแต่นางกลับไม่ได้จดจำความแค้น ยังนำสิ่งของมากมายเพียงนี้มามอบให้”
“เจ้าโชคดีมีบุตรสาวที่ดีอย่างชิงชิง”
“บุตรสาวที่ดียังมีลูกเขยที่ดีอีก ข้าได้ยินว่าลูกเขยเจ้าสร้างผลงานทางทหารอย่างใหญ่หลวง”
คนในหมู่บ้านอยากรู้อยากเห็นทุกอย่างเกี่ยวกับหวังเฮ่า
ถังซื่อเล่าเรื่องที่หวังเฮ่าสร้างความดีความชอบโดยการสังหารโจรอีกครั้งเรื่องนี้ล้วนพูดไปแล้วหลายรอบ แต่นางก็ไม่ได้รำคาญใจแต่อย่างใด กลับภาคภูมิใจยิ่ง
ในที่สุดตระกูลหลี่ก็มีบุคคลที่มีความสามารถแม้ว่าคนผู้นี้จะเป็นเพียงลูกเขยและไม่ได้แซ่หลี่ก็ตาม
ขณะที่หวังเฮ่ากำลังสนทนากับเถียนจื้อเกาในจำนวนเด็กน้อยทั้งแปดคนของตระกูลหลี่ที่มีความกล้า และอาศัยประโยชน์จากอายุที่ยังน้อยของตนเองอย่างหลี่เต้าและหลี่เหลยก็เดินเข้ามาคลอเคลียอยู่ข้างกายหวังเฮ่าคนละด้านอย่างสนิทสนม