เวลาล่วงเลยไปจนใกล้เวลาเลิกงานแต่หญิงสาวที่ไปค้นหาเอกสารให้เ้านายยังคงหายเงียบอย่างไร้วี่แววว่าจะกลับออกมาง่ายๆ
ธีรพัฒน์กดโทรศัพท์สายในเพื่อต่อถึงหญิงสาวหน้าห้องอยู่หลายครั้งแต่เธอก็ยังเงียบคนในห้องนึกหงุดหงิดที่เ้าหล่อนเป็เลขาของเขาแต่ทำไมไม่คอยรับใช้เขาหล่อนหายไปไหนเป็นานสองนาน ชายหนุ่มในห้องทนไม่ไหวจึงต้องลุกขึ้นจากโต๊ะของตัวเองเพื่อออกไปดูว่าเธอแอบไปอู้งานอยู่ที่ไหนแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่าทั่วทั้งบริเวณของชั้นผู้บริหาร สองเท้าแข็งแกร่งกำลังจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องสายตาพลันเหลือบไปเห็นแม่บ้านที่กำลังเก็บกวาดบริเวณนั้นอยู่จึงเอ่ยถาม
“คุณแพรวาไปไหน” น้ำเสียงขุ่นเข้มถามออกไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิด
“อยู่ในห้องเก็บเอกสารค่ะ ให้ไปตามไหมคะ” แม่บ้านตอบเสียงเบาติดจะสั่นเล็กๆเพราะดูท่าคนถามจะอารมณ์ไม่ดี
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวผมจะกลับแล้ว” เขาบอกแล้วหมุนตัวกลับเข้าห้องทำงานไปด้วยความหงุดหงิดหาเอกสารแค่นี้หายไปครึ่งค่อนวัน อู้งานน่ะสิไม่ว่าธีรพัฒน์บ่นงุบงิบอย่างหัวเสียก่อนจะหยิบมือถือเครื่องเล็กขึ้นมากดโทรหาเพื่อนรัก
‘กร ฉันจะกลับบ้าน... เดี๋ยวนี้!’ คนหงุดหงิดกระแทกเสียงลงไปอย่างเคยตัว
[เห้ย! อะไรวะไอ้ท่านประธาน ให้กระผมเคลียร์งานสักครู่สิครับ] ปลายสายประชดประชันกลับมาด้วยความหมั่นไส้คนเอาแต่ใจ ที่วันๆ ดีแต่สั่งสั่ง ทั้งวัน
‘ไม่ได้! ฉันจะกลับตอนนี้ และก็เดี๋ยวนี้ด้วย ฉันจะลงไปรอแกที่รถแล้วอย่าให้ฉันต้องรอนาน’ ว่าจบก็กดวางทันทีโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของคนปลายสาย
“อ้าวเห้ย! เดี๋ยวเส้ อะไรวะ เกิดหิวนมแม่ขึ้นมาหรือไง” ทินกรบ่นอุบด้วยความโมโห ที่จู่ๆ ก็โดนเร่งให้กลับบ้านแบบนั้น
วันนี้เขาคงไม่ได้เจอแพรวาแน่ๆ เลย ชายหนุ่มบ่นอย่างเสียดายเขากะว่าจะไปส่งหญิงสาวเหมือนเมื่อวานสักหน่อย แต่คงต้องยกเลิกไปก่อนเพราะไอ้เ้านายเอาแต่ใจนั่น ‘ฮึ!ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้เพื่อนเวร ไอ้มารหัวใจ’ ปากก็บ่นมือก็เก็บข้าวของเข้าที่เพื่อรีบลงไปตามคำบัญชาของเพื่อนรักทันที
รถคันหรูพาสองหนุ่มออกมาจากบริษัทด้วยฝีมือการขับของธีรพัฒน์และเมื่อผ่านหน้าคอนโดที่พักของผู้หญิงที่ทำให้เขาหงุดหงิดตลอดทั้งวัน
ธีรพัฒน์ชะลอรถให้ช้าลง และมองเข้าไปเหมือนกับมองหาอะไรสักอย่างซึ่งดูเหมือนเป็ความเคยชินที่ทำลงไปโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่เขาเพิ่งมาจากเมืองนอกแค่เพียงวันเดียวและเคยผ่านที่นี่แค่ครั้งเดียวเท่านั้นจะเคยชินได้อย่างไรซึ่งความรู้สึกนี้เขาก็ไม่อาจตอบตัวเองได้เหมือนกันว่าทำไมต้องทำเช่นนั้น
“แกจะซื้อคอนโดเหรอ” ทินกรเอ่ยถามเพื่อนเมื่อเห็นว่าธีรพัฒน์ชะลอรถแล้วมองเข้าไปในคอนโด
“เปล่า! เห็นสวยแปลกตาก็เลยมองดู” น้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนเป็แค่เื่ธรรมดา
“แต่ฉันว่าซื้อไว้สักห้องก็ดีเหมือนกันนะ เวลาเลิกงานเย็นๆี้เีขับรถกลับบ้าน เบื่อรถติด”
“แกก็ซื้อไว้แล้วไม่ใช่หรือไง” คนขับนึกหมั่นไส้คนโกหกตัวเองซื้อให้ผู้หญิงอยู่แท้ๆ ยังจะทำเป็ไขสือ
“ไอ้บ้า! ฉันแค่คิดเฉยๆ แต่ยังไม่ได้ซื้อเลย...ป่านนี้ไม่มีห้องว่างให้ซื้อแล้วมั้ง ต้องลองถามคุณแพรเธอดู เพราะเธอพักอยู่ที่นี่”ทินกรชี้แจงอีกฝ่ายให้เข้าใจ ก่อนจะคิดขึ้นได้
“เอ๊ะ... แล้วทำไมแกถึงคิดว่าฉันซื้อคอนโดที่นี่ไว้แล้ววะ” พูดพลางมองหน้าอีกฝ่ายอย่างจับผิด
“ก็เห็นอยู่ใกล้บริษัท ก็เลยคิดว่าแกน่าจะซื้อไว้แล้วซะอีกเผื่อฉันจะขอมานอนเล่นบ้าง” ธีรพัฒน์แก้ตัวไปน้ำขุ่นๆพลันคิดถึงหญิงสาวที่พักในคอนโดแห่งนี้ ถ้าเพื่อนเขาไม่ได้ซื้อแล้วใครกันที่ซื้อให้หล่อน หรือจะเป็ไอ้ตี๋แว่นนั่น ‘ฮึ คนอย่างเธอก็ได้แต่หลอกผู้ชายไปวันๆสินะ แพรวา’ ธีรพัฒน์ต่อว่าหญิงสาวอย่างไม่สบอารมณ์นักแล้วหันมาตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไป
ทางด้านคนที่ไปค้นเอกสารอยู่นั้น กว่าจะหาจนครบตาม้าและขนเอกสารทั้งหมดมาวางที่โต๊ะของเ้านายจอมเอาแต่ใจได้สำเร็จ เวลาก็ล่วงเลยมาจนดึกดื่นกว่าแพรวาจะได้ออกจากบริษัท
ขณะกำลังเดินออกมาก็ได้ยินเสียงเรียกเข้าที่คุ้นหูจากโทรศัพท์เครื่องเล็กในกระเป๋าพอเห็นชื่อที่หน้าจอบ่งบอกว่าใครโทรมา หญิงสาวยิ้มหวานก่อนจะกดรับ
‘สวัสดีจ้ะ มล’ เสียงหวานกรอกลงไปให้เพื่อนรักที่คิดถึง
[สวัสดีจ้ะ แพร ทำอะไรอยู่] ปลายสายตอบกลับเสียงใส
‘แพรเพิ่งออกจากบริษัทจ้ะ พอดีเพิ่งทำงานเสร็จ มลมีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ’
[อะไรนะ! ป่านนี้เพิ่งกลับบ้านเนี่ยนะ จะสี่ทุ่มแล้วนะแพร] คนปลายสายใเสียงเครียดเพราะความเป็ห่วง
‘ก็แพรทำงานที่เ้านายสั่งไว้น่ะจ้ะ กว่าจะเสร็จก็เลยดึกไปหน่อย’
[ปกติคุณป้าเขาไม่เคยใช้งานแพรขนาดนี้นี่นา งานด่วนเหรอ] พิชามลถามออกไปด้วยความสงสัย ปกติคุณหญิงเพ็ญพักตร์เขาเอ็นดูแพรวาจะตายจะให้ทำงานดึกดื่นแบบนี้ไม่เคยเลยสักครั้ง
‘ไม่ใช่คุณท่านหรอกมล แต่เป็คุณธีร์พัฒน์เ้านายคนใหม่ของแพรน่ะ’ เสียงหวานคลายความสงสัยให้เพื่อนสาว
[อ้าว นี่พี่ธีร์กลับมาจากต่างประเทศแล้วหรือเนี่ย มลลืมไปเลย] คนปลายสายทำท่าคิด เหมือนจำพี่ชายคนที่เคยเล่นกับเธอบ่อยๆตอนไปบ้านคุณหญิงเพ็ญพักตร์ได้ลางๆ
‘ใช่จ้ะมล ตอนนี้เขามารับตำแหน่งประธานแทนคุณท่านแล้ว แพรก็เลยต้องเป็ลูกน้องเขาโดยปริยายน่ะ’
[แล้วแพร เป็ไงบ้าง วันแรกก็เจองานหนักเลยเหรอ]
‘ไม่หรอก แค่หาเอกสารนิดหน่อยน่ะ’ แพรวาถอนหายใจเบาๆ
[ฟังเสียงแพรไม่ค่อยดีเลยนะ มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า เล่าให้มลฟังได้นะพี่ธีร์น่ะ มลก็พอจำเขาได้ เมื่อก่อนบ้านมลกับบ้านพี่ธีร์เคยไปมาหาสู่กันเคยวิ่งเล่นด้วยกันบ่อยๆ ตอนสมัยเด็กๆ น่ะ แต่มลว่าพี่เขาก็เป็คนใจดีนะไม่น่าใช้งานแพรขนาดให้กลับบ้านดึกดื่นป่านนี้]
‘อืม ขอบใจนะมล แพรไม่เป็ไรหรอก เขาสั่งก็ต้องทำมันเป็หน้าที่นี่จ๊ะว่าแต่มลเถอะโทรมาหาแพรมีอะไรหรือเปล่า’
[ว๊าย! ตายแล้ว มลลืมไปเลยพี่วิทให้โทรมาชวนแพรไปเที่ยวทะเลด้วยกันวันอาทิตย์นี้น่ะจ้ะมลก็ชวนแพรคุยจนเกือบลืม]
‘แพรอยากไปนะมล ฝากขอบคุณพี่วิทด้วยที่ชวน แต่แพรยังรับปากไม่ได้นะเดี๋ยวไว้ใกล้ๆ แพรให้คำตอบอีกทีละกัน’ แพรวาตอบไปด้วยความดีใจเพราะเธอชื่นชอบทะเลอยู่แล้ว
[ได้จ้า แล้วนี่เดินถึงคอนโดหรือยัง มลเป็ห่วง]
‘ถึงแล้วจ้ะ เนี่ยกำลังไขประตูห้องเลย’
[อ่อ โอเค งั้นแค่นี้ก่อนนะแพร มลขับรถอยู่ ไว้ค่อยคุยกันใหม่ บายจ้ะ]
หลังจากวางสายเพื่อนสาวที่แสนคิดถึงไปแล้ว พิชามลก็กดต่อสายไปถึงพี่ชายทันทีเพื่อแจ้งข่าวของแพรวาให้เขาได้รับรู้
ระหว่างที่กำลังก้มลงกดเบอร์โทรศัพท์อยู่นั้นจึงไม่ทันสังเกตเห็นรถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งปาดแทรกเข้ามาทำให้พิชามลใเหยียบเบรกกะทันหันเพื่อหยุดรถ
กรี๊ดดด... เอี๊ยดดด... โครม!
หญิงสาวหยุดรถได้ทันโดยไม่ได้เฉียดเฉี่ยวรถมอเตอร์ไซค์คันนั้นแต่รถของเธอกลับถูกรถคันที่ตามหลังมาชนท้ายเข้าอย่างจังด้วยแรงะเืทำให้หญิงสาวในรถถึงกับจุกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตั้งสติแล้วรีบเปิดประตูรถออกไปเป็จังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มเ้าของรถคันที่ชนท้ายเธอก็เปิดประตูรถลงมาด้วยเหมือนกัน
“อ่อ ว่าแล้วต้องเป็ผู้หญิงแน่ๆ ขับรถแบบนี้” ทินกรบ่นกับตัวเองเบาๆหลังจากเห็นหญิงสาวเ้าของรถที่จู่ๆก็เบรกกะทันหันจนเขาตั้งตัวไม่ทันพุ่งชนท้ายรถของเธอเข้าอย่างจัง
“นี่คุณ! ขับรถประสาอะไร นึกจะเบรกก็เบรกแบบนี้ ผมเสียหายนะ” ชายหนุ่มต่อว่าหญิงสาวเสียงดังด้วยความโมโห เขาเองก็รีบด้วยจึงไม่ทันระวัง
“เอ๊ะคุณ! ฉันก็เสียหายเหมือนกันนะ ไม่เห็นหรือไงว่ามีรถมอเตอร์ไซค์วิ่งตัดหน้าฉันไปน่ะ ฉันก็เลยต้องหยุดรถกะทันหัน” พิชามลนึกโมโหขึ้นมาที่ชายหนุ่มต่อว่าเธอเสียงดังและยังโทษว่าเป็ความผิดของเธอคนเดียวอีก
“ไม่รู้หละ ยังไงคุณก็ผิดที่เบรกรถกะทันหัน จนผมต้องพุ่งชนท้ายรถของคุณ”ทินกรเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ แต่จะว่าไป พอมองใกล้ๆ แล้วผู้หญิงคนนี้ก็สวยน่ารักเหมือนกันแฮะแม้ใบหน้าจะไม่หวานล้ำเท่าหญิงสาวในดวงใจของเขา แต่ก็ถือว่าน่ารักมากทีเดียวปากเล็ก จมูกหน่อย ตาคม แม้จะไม่กลมโตมาก ดูเหมือนจะเป็คนจีนซะมากกว่า
“คุณนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบ เพราะคุณขับรถเร็วจนพุ่งชนท้ายรถของฉัน”พิชามลยืนเท้าสะเอวต่อว่าฝ่ายชายอย่างไม่ลดละ ‘ชิ! น่าตาก็ดี ขับรถไม่ดูตาม้าตาเรือ ไม่รู้จะรีบไปไหน’
“อ้าวคุณ... ถ้าคุณไม่เบรกกะทันหัน ผมก็คงไม่พุ่งชนคุณหรอกดังนั้นคุณนั่นแหละที่ผิด” ทินกรนึกหมั่นไส้ผู้หญิงปากจัดตรงหน้าขึ้นมาตงิดๆ
“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง... มันเป็อุบัติเหตุ... ต่างคนต่างซ่อมก็แล้วกัน”หญิงสาวรีบปัด เพราะนี่ก็ดึกมากแล้วจะเรียกประกันก็คงต้องรออีกนานแน่
“ได้ไง! คุณนั่นแหละต้องซ่อมให้ผม เพราะคุณผิด” แหม๋ แม่คุณทำผิดแล้วคิดจะชิ่งกันดื้อๆ แบบนี้น่ะเหรอ ไม่มีทาง!รู้จักทนายหน้าหยกอย่างทินกรน้อยไปซะแล้ว พ่อจะสอยให้หนักเลยพวกคนรวยไม่มีความรับผิดชอบ เอะอะก็ต่างคนต่างซ่อม คิดว่าจะจบง่ายๆ หรือไงลืมไปได้เลยยัยหมวยปากจัด
“เอ๊ะคุณ! ฉันก็ต้องซ่อมรถของฉันเหมือนกันนะ มันเป็อุบัติเหตุคุณไม่เข้าใจหรือไง” ไม่รู้อีตาบ้านี่จะเอายังไงเธอชักจะหงุดหงิดแล้วนะ
“ก็สรุป... คุณต้องซ่อมให้ผมไงครับยัยซุ่มซ่าม” ชายหนุ่มยียวนกลับไป
“อี๋ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย ไม่เป็สุภาพบุรุษ รังแกผู้หญิง” พิชามลกัดฟันแน่นด้วยความโมโห ที่เอาชนะคนตรงหน้าไม่ได้
“นี่คุณ ผมจะรีบไป ทางที่ดีเอาเบอร์โทรของคุณมาดีกว่าแล้วผมจะโทรไปแจ้งค่าเสียหายอีกที” ทินกรพูดหน้าตาเฉย
“ไม่! เื่อะไรฉันต้องให้เบอร์คุณด้วยล่ะ” หญิงสาวสะบัดหน้าเดินหันหลังกำลังจะไปขึ้นรถแต่ถูกชายหนุ่มนิรนามฉุดรั้งแขนเอาไว้ได้ทัน
“อ้าวคุณ ผิดแล้วจะหนีเหรอ ทำแบบนี้ไม่สวยเหมือนหน้าตาเลยนะหรือว่าจะให้ผมคิดค่าเสียหายเป็อย่างอื่นดี”
ทินกรแกล้งดันหญิงสาวให้พิงกับรถของเขาแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้จนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ
“นี่คุณ หยุดนะ! ไม่งั้นฉันจะร้องจริงๆ ด้วย” พิชามลแหวใส่ทันทีด้วยความใคนบ้าอะไรไม่เป็สุภาพบุรุษรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้
“ก็เอาซี้ เื่รถยังไม่เคลียร์จะเคลียร์เื่กอดจูบกันบนถนนอีกก็เชิญเลย ผมเป็ผู้ชาย เื่แค่นี้... จิ๊บๆ”ชายหนุ่มยียวนอย่างไม่ยี่หระ
“แล้วคุณจะเอายังไงล่ะ ออกไปห่างๆ ฉันเดี๋ยวนี้นะ” หญิงสาวก้มหน้าแขนทั้งสองข้างพยายามดันอกของอีกฝ่ายไว้ไม่ให้เข้าใกล้เธอมากน้ำเสียงอ่อนลงเพราะกลัวชายหนุ่มตรงหน้าคิดจะจูบเธอจริงๆ
“ก็เอาเบอร์ของคุณมาสิ ผมจะได้รีบไป แล้ววันหลังผมจะโทรไปเรียกค่าเสียหายก็แค่นั้น” ทำเป็เล่นตัวไปได้ ยัยหมวยปากจัดอย่างนี้ต้องแกล้งซะให้เข็ด
“งั้นก็ปล่อยสิ ฉันจะไปหยิบนามบัตรให้” เมื่อชายหนุ่มถอยห่างสาวหมวยก็รีบสะบัดหน้าเดินกลับไปที่รถของตัวเองเพื่อไปหยิบนามบัตรมาให้เขา
“อ่ะ เอาไป!” พิชามลกระแทกกระทั้นยื่นนามบัตรให้แล้วรีบเดินกลับไปขึ้นรถขับออกไปจากตรงนั้นทันทีโดยไม่หันกลับมามองชายหนุ่มอีก ‘ไอ้ผู้ชายบ้า ผู้ชายเฮงซวย ไม่เป็สุภาพบุรุษ รังแกผู้หญิง’ พิชามลบ่นด่าชายหนุ่มในใจไปตลอดทางจนถึงบ้าน
ทางด้านทินกร เมื่อได้รับนามบัตรจากหญิงสาวมาแล้วก็ยัดใส่กระเป๋าโดยไม่ได้สนใจจะดูก่อนจะเดินกลับไปที่รถของตัวเองจากนั้นก็ขับออกไปทันที
ความจริงเื่นี้เขาเองก็มีส่วนผิด ที่ขับรถเร็วเกินไปจนเบรกไม่ทันเพราะความเป็ห่วงหญิงสาวในดวงใจที่ถูกเ้านายกลั่นแกล้งให้ไปหาเอกสารไม่รู้ป่านนี้เธอจะกลับบ้านไปหรือยังเมื่อเย็นพอเขารู้ว่าไอ้เ้านายจอมโหดสั่งให้แพรวาค้นหาเอกสารมากมายขนาดนั้นเขาจึงตั้งใจว่าเมื่อส่งธีรพัฒน์แล้วจะรีบกลับมาหาเธอทันทีแต่พอดีเจอคุณป้ารั้งไว้ให้อยู่ทานข้าวเย็น แล้วปรึกษาหารือเื่งานต่ออีกจนค่ำมืดป่านนี้และยังมาเสียเวลากับยัยหมวยปากจัดนั่นอีก ทำให้เขาเสียเวลาไปเยอะไวเท่าความคิดชายหนุ่มจึงล้วงหยิบมือถือเครื่องเล็กในกระเป๋าขึ้นมากดโทรหาหญิงสาวที่เขาแสนห่วงหาทันทีรอสายเพียงไม่นาน เสียงหวานก็ตอบรับกลับมา
[สวัสดีค่ะ คุณกร]
‘สวัสดีครับ คุณแพร ตอนนี้กลับบ้านหรือยังครับ’ ชายหนุ่มใจชื้นขึ้นมาหน่อยที่หญิงสาวรับสายว่องไวและมีน้ำเสียงปกติ
[กลับแล้วค่ะคุณกร มีอะไรหรือเปล่าคะ]
‘อ่อ เปล่าครับ ผมคิดว่าคุณแพรยังหาเอกสารอยู่ที่ออฟฟิศน่ะครับก็เลยว่าจะแวะเข้าไปช่วยดู’ ทินกรถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนที่เป็ห่วงปลอดภัยดี
[ค่ะ แพรหาเอกสารครบแล้ว ขอบคุณมากค่ะคุณกรที่เป็ห่วง]
‘ครับ งั้นคุณแพรพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เจอกันครับ บาย’
[บายค่ะ]
หลังจากวางสายของชายหนุ่มที่แสนดีในชีวิตของเธอไปแล้วหญิงสาวเดินไปเปิดประตูกระจกใสริมระเบียงเพื่อออกไปสูดอากาศยามค่ำคืนที่แสนเงียบเหงาเหมือนเคย
ระเบียงขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยกระถางต้นไม้นานาพันธุ์เรียงรายไว้อย่างเป็ระเบียบตามแนวยาวของระเบียงที่เป็พื้นที่เล็กๆเหมือนคอนโดมิเนียมทั่วไป มีชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งรับลมหญิงสาวยืนมองแสงไฟระยิบระยับกว้างไกลสุดสายตา ทั้งจากอาคาร บ้านเรือนและบนท้องถนน ต้นไม้ขนาดใหญ่สั่นไหวไปมาตามแรงลมที่พัดผ่านห้องชุดแห่งนี้เธอซื้อต่อจากแม่ครูท่านหนึ่งที่เคยเลี้ยงดูเธอมาั้แ่ตอนอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพราะท่านต้องย้ายไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศคอนโดแห่งนี้ท่านจึงขายให้เธอในราคาถูกแถมยังให้ผ่อนจ่ายแบบสบายๆ อีกด้วย
แม้ตัวเธอเองจะไม่เคยรู้ว่าพ่อแม่ของเธอเป็ใครมาจากไหน หน้าตาเป็อย่างไรแล้วเหตุใดจึงทิ้งเธอไว้แบบนี้ หากเป็เมื่อก่อนเธอมักจะร้องไห้ทุกครั้งที่คิดถึงเื่พ่อกับแม่แต่วันนี้เธอไม่อยากรู้อีกต่อไปแล้วว่าเพราะอะไร ขอเพียงแค่วันนี้เธอได้เป็คนดีไม่เป็ภาระของสังคมเหมือนเด็กกำพร้าคนอื่นๆ ที่ขาดการดูแลและตกเป็ข่าวเสียหายตามหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน
สายลมที่พัดมากระทบผิวนวลแรงขึ้นทำให้คนที่จมอยู่กับอดีตถูกดึงกลับมาสู่ปัจจุบันหญิงสาวรู้สึกถึงอากาศที่เย็นลงเรื่อยๆ ต่อมาเม็ดฝนเล็กๆ ก็เริ่มโปรยปรายลงมา เธอจึงเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วเลื่อนประตูปิดลงอย่างมิดชิด เมื่อตรวจความเรียบร้อยแล้ว ก็เดินเข้าห้องนอนไป
เช้ารุ่งขึ้นธีรพัฒน์มาทำงานแต่เช้าเพราะเริ่มรู้ฤทธิ์การจราจรที่ติดขัดของชีวิตในเมืองหลวงหากไม่ออกมาเช้าตรู่ ก็จะต้องออกมาสายๆ ไปเลย ซึ่งเขาเลือกที่จะทำอย่างแรกมากกว่า
การเป็ผู้บริหารนั้นจะต้องมีระเบียบวินัยและมีความรับผิดชอบในตัวเองก่อนที่จะไปตำหนิคนอื่น แล้วเขาก็เป็เช่นนี้มาตลอด
เมื่อเข้ามาภายในห้องทำงานธีรพัฒน์ถึงกับขมวดคิ้วเมื่อพบกับกองเอกสารมากมายเรียงรายั้แ่บนโต๊ะลามลงมาที่พื้นอีกหลายกอง‘ทำไมเอกสารมันถึงได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้เนี่ย!’ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองก่อนจะย่อตัวลงนั่งจับเอกสารพลิกดูไปมาความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจแวบหนึ่งที่เข้าใจหญิงสาวไปต่างๆ นาๆ ‘เธอก็เป็คนที่มีความรับผิดชอบดีนี่ แพรวา’ ชายหนุ่มคิดอย่างสับสนในใจว่าหญิงสาวที่เขาเข้าใจว่าเป็ผู้หญิงหิวเงินหวังสบายนั้น แท้ที่จริงเธอเป็คนแบบไหนกันแน่
และเธอก็เช่นกันวันนี้แพรวามาทำงานเช้ากว่าทุกวันคงเพราะเมื่อคืนฝนตกทำให้อากาศเย็นสบาย เธอจึงนอนหลับสนิทตลอดคืนและตื่นมาด้วยความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เมื่อมาถึงโต๊ะทำงานหญิงสาวก็จัดเก็บกระเป๋าของตัวเองใส่ลิ้นชักให้เรียบร้อย แล้วก็เข้าไปในห้องท่านประธานเพื่อทำกิจวัตรประจำวันเหมือนเช่นทุกทีจะมีก็แต่เมื่อวานที่เธอไม่ได้ทำเพราะมาสาย
เสียงประตูที่กำลังเปิดออกทำให้คนที่อยู่ภายในห้องรีบหลบและหมอบลงกับโต๊ะตัวใหญ่ที่บังตัวเขาได้มิดชิดเพื่อจะดูว่าใครกันที่เข้ามาในห้องทำงานของเขาั้แ่เจ็ดโมงเช้าแบบนี้แต่ก็ต้องแปลกใจ เมื่อคนที่เปิดประตูเข้ามาเป็คนที่เขากำลังนึกถึงอยู่ซึ่งเขาเพิ่งตำหนิเธอไปเมื่อวานว่าเธอมาสาย ‘วันนี้จะประชดกันหรือไง!? มาั้แ่ไก่โห่’ แอบคิดอยู่คนเดียวเงียบๆแต่ก็ต้องใ เมื่อคนที่เข้ามาเอ่ยถึงเขา
“สวัสดีตอนเช้าค่ะ คุณธีร์” แพรวากล่าวเสียงหวานบอกคนในรูปด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจส่งผลให้คนที่นั่งแอบฟังอยู่ถึงกับสะดุ้ง คิดว่าหญิงสาวเห็นเขาเข้าแล้วแต่ก็ไม่น่าเป็ไปได้ ชายหนุ่มสงสัยได้เพียงไม่นานก็ได้คำตอบเมื่อได้ยินหญิงสาวพูดประโยคต่อไป
“เมื่อคืนกว่าแพรจะหาเอกสารจนครบ แล้วขนขึ้นมาได้ก็ดึกดื่นเหมือนกันหวังว่าคุณจะมองแพรในแง่ดีบ้างนะคะ” ดวงตาหวานจ้องมองคนในรูปด้วยแววตัดพ้อแล้วถอนหายใจเบาๆคนที่แอบอยู่จึงชะเง้อหน้าออกมาจากที่ซ่อนเพื่อมองว่าเธอพูดกับใครแล้วก็ถึงบางอ้อว่า เธอพูดกับรูปภาพของเขาที่ติดอยู่ข้างฝาผนังตรงมุมก่อนถึงโต๊ะทำงานเขามองเข้าไปในแววตาของหญิงสาว ที่สื่อความหมายหวานซึ้ง หลงใหล แล้วก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็น้อยใจ เธอต้องแอบชอบเขาแน่ๆ
‘ฮึ! ที่มีอยู่ยังไม่พออีกหรือไงแพรวา ทั้งนายกร ไอ้ตี๋แว่นนั่นและอาจจะมีใครต่อใครที่เขาไม่รู้ไม่เห็นอีก นี่เธอยังคิดจะจับเขาด้วยอีกคนหรือไงอย่าได้หวังเลยแพรวา ผู้หญิงหิวเงินแบบเธอจะไม่ได้อะไรจากฉันแม้แต่สตางค์แดงเดียวหรือแม้แต่ความปรานีคนอย่างฉันก็จะไม่มีให้’ คนแอบฟังนั่งก่นด่าหญิงสาวอยู่ในใจด้วยอารมณ์ที่กรุ่นโกรธ
แพรวายืนมองรูปภาพของชายหนุ่มที่เธอหลงรักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินออกจากห้องไปเงียบๆจากนั้นจึงลงไปหากาแฟดื่มที่โรงอาหารด้านล่างกับพนักงานคนอื่นๆที่มาเช้าเหมือนกับเธอ
แพรวากลับขึ้นมาที่โต๊ะทำงานของตัวเองแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ แปะอยู่บนโต๊ะอย่างชัดเจน
หญิงสาวรีบหยิบขึ้นมาอ่าน ‘ถ้ามาแล้วเข้ามาหาด้วยมีงานให้ทำ’ คิ้วทั้งสองข้างขมวดเป็ปมเพราะไม่คิดว่าผู้เป็เ้านายจะมาทำงานั้แ่เจ็ดโมงครึ่งแบบนี้หารู้ไม่ว่าชายหนุ่มมาก่อนเธอเสียอีก ‘หากเป็แบบนี้ทุกวันเธอไม่ต้องมาทำงานั้แ่หกโมงเช้าหรือไงถึงจะเรียกว่ามาก่อนเ้านายได้ กวนประสาทชะมัด’ แพรวาพึมพำอย่างหัวเสียแต่ก็ต้องจำยอมเดินเข้าไปหาเขาในห้องแม้จะยังไม่ถึงเวลางานก็ตาม
“เอ่อ...” เธอไม่ทันจะอ้าปากก็เจอคำสั่งของเ้านายหน้าั์ขัดขึ้นมาซะก่อน
“เอกสารที่รายล้อมรอบตัวฉันเนี่ย ฉันไม่อยากดูแล้วยังไงเธอช่วยเอาไปสรุปเป็ตัวเลขให้ฉันที” คนออกคำสั่งบอกอย่างสบายอารมณ์โดยไม่สนใจคนตรงหน้าที่ยืนฟังแทบควันออกหูด้วยความโกรธที่เขาสั่งให้เธอไปค้นเอกสารพวกนี้ออกมาแล้วบอกว่าไม่้าดูแล้วอย่างนั้นน่ะหรือ‘เขาบ้าหรือเปล่า!’
“มีปัญหาอะไร?” เสียงเข้มเอ่ยถามเมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าเงียบไปและดูเหมือนเธอกำลังกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อสกัดกั้นความโกรธ
“เปล่าค่ะ เดี๋ยวแพรจะรีบจัดการให้นะคะ” แพรวาบอกด้วยน้ำเสียงฝืดฝืนพร้อมกับย่อตัวลงเพื่อเตรียมขนกองเอกสารออกไปทำที่โต๊ะของตัวเอง
“นี่เธอจะขนไปขนมาทำไม... ไม่เหนื่อยหรือไง... ก็นั่งทำในห้องนี้แหละเอาออกไปก็ไม่ได้ทำหรอกเพราะมัวแต่อ่อยผู้ชาย” คนปากจัดพ่นวาจาร้ายกาจใส่หญิงสาวปรายตามองคนที่กำลังนั่งหยิบจับเอกสารที่กองอยู่บนพื้นข้างหน้า
“นี่คุณธีร์พัฒน์! คุณจะดูถูกแพรมากไปแล้วนะคะ”หญิงสาวลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธความอดทนที่พยายามสกัดกั้นเอาไว้สิ้นสุดลงทันทีที่ได้ยินวาจาเหยียดหยามจากคนตรงหน้า
“อ้าว ฉันก็ไม่ได้มองเธอผิดนี่ ฉันมองเธอถูกมาตลอดนั่นแหละ และก็ชัดเจนด้วย”ธีรพัฒน์เลิกคิ้วตอบอย่างยียวน
“คุณกำลังจะพูดอะไร แพรไม่เข้าใจ” แพรวาถามกลับเสียงแข็งไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่าย้าจะสื่อ
“กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง จะต้องให้ฉันมาพูดอะไรอีกอย่าคิดนะว่าไม่มีใครรู้ว่าเธอกำลังทำอะไร” คนตัวใหญ่เริ่มใส่อารมณ์เขารู้สึกไม่พอใจที่เธอทำหน้าตาใสซื่อได้อย่างแเี
“อะไรคะ แพรทำอะไร” เขายิ่งพูดเธอก็ยิ่งงงตกลงเ้านายของเธอนี่ นอกจากจะบ้าอำนาจแล้ว ยังอคติกับคนที่เพิ่งเคยรู้จักอีกหรือนี่
“เลิกต่อปากต่อคำกับฉันได้แล้ว และไปเอากาแฟมาให้ฉันด้วย” ธีรพัฒน์ออกคำสั่งเสียงเข้มนึกขัดใจที่คนตัวเล็กทำหน้าตาใสซื่อไร้เดียงสาจนน่าโมโห
ด้านคนตัวเล็กเมื่อได้ยินคำสั่งก็รีบหันหลังเดินออกไปจากห้องโดยไม่ได้หันกลับมามองคนปากจัดในห้องอีกเลยเมื่อวานก็ต่อว่าที่เธอมาสาย ตอนบ่ายก็ว่าไม่มีมารยาทแถมยังใช้ให้เธอหาเอกสารตั้งมากมายจนเธอกลับบ้านค่ำมืดวันนี้ยังจะมาหาว่าเธออ่อยผู้ชายอีก นี่วันๆ เขาจ้องแต่จะจับผิดตำหนิเธอหรือไงนะหญิงสาวคิดอย่างหัวเสีย แต่ก็ต้องฝืนใจนำกาแฟเข้าไปให้คนปากจัดในห้อง
“ตัวเลขทั้งหมด ฉัน้าวันนี้นะ” คนเป็เ้านายพูดลอยๆออกมา ขณะที่สายตายังจ้องอยู่ที่จอแล็ปท็อปเครื่องสวยตรงหน้า
“แพรทำให้ไม่ทันค่ะ” คนถูกสั่งรีบตอบอย่างไม่ต้องคิดนานเพราะยังไงเธอก็สรุปตัวเลขในเอกสารที่กองตรงนี้ได้ไม่ทันแน่ แล้วเธอก็จะไม่ยอมกลับบ้านดึกหรือทุ่มเททำงานตามที่เขาสั่งอีกแล้วในเมื่อเขาไม่คิดจะใส่ใจ
“แล้วเธอทำได้แค่ไหน” ธีรพัฒน์เงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาวที่กล้าขัดคำสั่งเขา
“ภาคเดียวค่ะ แพรจะจัดทำตัวเลขทั้งหมดออกมาให้คุณดูทีละภาคเพื่อการแบ่งแยกที่ชัดเจนค่ะ” เลขาสาวบอกสิ่งที่เธอทำได้และอธิบายเหตุผลให้เ้านายเข้าใจ
“อืม... ก็ดี ตามใจเธอละกัน แต่เธอต้องทำงานในห้องนี้กับฉันเท่านั้น”ชายหนุ่มยังยืนยันเจตนาเดิม
“ขอโทษนะคะแพรไม่เห็นว่าจะมีความจำเป็อะไรที่ต้องมานั่งทำงานในห้องนี้เลยนี่คะ”
“อ๋อ นี่เธอกล้าขัดคำสั่งฉันแล้วเหรอ...? ฉันสั่งอะไร เธอก็ต้องทำ ห้ามขัดหรือเธอกลัวว่าจะไม่ได้พบเจอพูดคุยกับผู้ชายล่ะ ขยันหว่านเสน่ห์นักนี่... ทำไม!ไอ้ที่มีอยู่ยังไม่พอหรือไงหะ” คนเ้าอารมณ์ต่อว่าหญิงสาวอย่างลืมตัว
“คุณธีร์พัฒน์!คุณจะใส่ร้ายแพรมากไปแล้วนะคะ” หญิงสาวโต้ตอบอย่างเหลืออด แล้วนี่เธอต้องนั่งทำงานอยู่ในห้องนี้กับเขาอีกแพรวาชักไม่แน่ใจว่าเธอจะอดทนกับเ้านายปากจัดได้อีกนานแค่ไหน
ชายหนุ่มไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับมา มีแต่เสียงหัวเราะในลำคอเบาๆอย่างที่เธอไม่เข้าใจแล้วเขาก็ตั้งหน้าตั้งตากับแล็ปท็อปตรงหน้าต่อไปโดยที่ไม่ได้สนใจเธออีกเลยเหมือนเธอไม่มีตัวตนอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ แต่ก็ดีเหมือนกันเธอจะได้ทำงานของเธอให้เสร็จเร็วขึ้น อย่างน้อยก็ไม่ต้องนั่งอยู่ในห้องนี้นานๆเพราะไม่อยากจะโดนวาจาใส่ร้ายป้ายสีให้ขัดเคืองใจอีก
ระหว่างที่หญิงสาวนั่งทำงานของตัวเองอยู่นั้นหารู้ไม่ว่าชายหนุ่มเ้าของห้องไม่ได้สนใจสิ่งอื่นใดไปกว่าการนั่งจ้องมองใบหน้าสวยของเธออยู่เนิ่นนานอย่างกับว่า้าจะกลืนกินเธอเสียให้ได้อย่างนั้น หญิงสาวผู้มีใบหน้าหวานล้ำผิวพรรณขาวเนียนสะอาดตาน่าทะนุถนอม พวงแก้มเปล่งปลั่งชมพูระเรื่อเรียวปากอวบอิ่มอมชมพูน่าัั ลำคองามระหงน่าซุกไซ้ ‘เธอจะหอมหวานเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆที่ฉันเคยผ่านมาหรือเปล่านะ’ แม้ว่าเธอจะดูตัวเล็กไปหน่อยเมื่อเทียบกับผู้หญิงทั่วๆไป แต่ใครจะรู้ใจเขานอกจากตัวเอง ว่าเขานั้นชอบผู้หญิงที่มีรูปร่างเล็กๆกะทัดรัดน่าทะนุถนอมอย่างนี้ที่สุด
เสียงเคาะประตูห้องสองสามครั้งเป็มารยาทชายหนุ่มเ้าของห้องที่กำลังเคลิบเคลิ้มหลงใหลกับสิ่งสวยๆ งามๆต้องตื่นจากภวังค์อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
ไม่นานประตูก็ถูกผลักเข้ามาด้วยบุคคลที่จะมาสร้างบรรยากาศที่ตึงเครียดได้คลี่คลายลง
“อ้าว คุณแพร ทำไมมานั่งทำงานตรงนี้ล่ะครับ ผมก็ว่าหายไปไหน” ทินกรเปิดประตูเข้ามา ก็เจอกับคนที่เขากำลังตามหาอยู่พอดี
“เอกสารเยอะน่ะค่ะ แพรก็เลยนั่งทำตรงนี้จะได้ไม่ต้องยกไปยกมาค่ะ” แพรวายิ้มหวานทักทายเหมือนเคย
“แล้วคุณกร ตามหาแพรทำไมหรือคะ”
“อ่อ ผมมีเอกสารจะให้ท่านประธานเซ็น ก็เลยจะให้คุณแพรตรวจดูความเรียบร้อยก่อนนำไปให้ท่านน่ะครับ”
ทินกรหมายถึงคุณหญิงเพ็ญพักตร์ซึ่งขณะนี้ยังดำรงตำแหน่งประธานบริษัทอยู่
“ได้ค่ะ เดี๋ยวแพรตรวจสอบให้อีกทีนะคะ” หญิงสาวรับคำพลางรับเอกสารจากมือชายหนุ่มตรงหน้ามาถือไว้
“อะ แฮ่ม แฮ่ม” เสียงเ้าของห้องกะแอมกะไอ เรียกร้องความสนใจจากคนในห้อง
“อะไรติดคอวะ ไอ้คุณว่าที่ประธานคนใหม่” ชายหนุ่มอารมณ์ดีหันไปถามอย่างยียวน
“อ่อ นี่แกมีสำนึกด้วยเหรอ ว่าฉันก็นั่งอยู่ในห้องนี้ด้วยน่ะ” เ้าของห้องนึกฉุนขึ้นมาตงิดๆ ที่ถูกอีกฝ่ายมองข้าม
“ก็ฉันมีธุระกับคุณแพร แล้วเกี่ยวอะไรกับแกวะไอ้ธีร์”
“ก็นี่มันห้องทำงานของฉัน และนั่นก็เลขาของฉัน แกจะมาจะไปจะใช้ใครก็กรุณาเห็นหัวฉันบ้าง”
“เออ ฉันขอโทษก็แล้วกัน แค่นี้ทำบ่นไปได้... ว่าแต่แกจะกลับบ้านตอนไหนล่ะฉันจะฝากเอกสารที่คุณแพรกำลังตรวจไปให้คุณป้าเซ็นอนุมัติด้วย”
“ด่วนเหรอ? ” ธีรพัฒน์เลิกคิ้วเป็เชิงถาม
“อืม ด่วนว่ะ ตอนแรกฉันกะว่าจะรอให้แต่งตั้งแกก่อน แกจะได้เซ็นเอกสารได้แต่งานนี้รอไม่ได้ว่ะด่วนจริง”
ทินกรอธิบายเพื่อนให้เข้าใจเพราะเขาเองก็ไม่อยากจะรบกวนผู้เป็ป้าจริงๆหากงานของเขาชิ้นนี้ไม่ด่วนขนาดที่รอไม่ได้
“อืม เดี๋ยวเที่ยงนี้ฉันจะกลับไปกินข้าวที่บ้าน... ไปด้วยกันสิ”
“อือ ไปสิ ใกล้เที่ยงเจอกัน... เดี๋ยวฉันรีบไปเคลียร์งานก่อน”
“ผมไปทำงานก่อนนะครับคุณแพร แล้วเที่ยงๆ ผมจะมาใหม่” ทินกรหันไปบอกลาหญิงสาวคนเดียวในห้องก่อนจะเดินออกไปเพื่อกลับไปทำงานของตัวเอง
เมื่อบุคคลที่สามออกไปจากห้องแล้วเหลือเพียงเ้านายกับเลขาที่ต่างฝ่ายก็ยังจมอยู่กับความคิดและหน้าที่ของตัวเองชายหนุ่มก็ไม่คิดจะเอื้อนเอ่ยอะไรออกไปและดูเหมือนว่าหญิงสาวตรงหน้าก็ไม่คิดจะพูดอะไรออกมาเช่นกันภายในห้องจึงมีแต่ความเงียบสงบ เงียบจนได้ยินแม้เพียงเสียงหน้ากระดาษที่พลิกไปมาด้วยมือเล็กๆของหญิงสาวที่กำลังตั้งใจทำงานของตัวเอง แต่ใครเลยจะรู้ว่า...อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า... พายุลูกใหญ่กำลังจะมา!
......................................
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^
***นิยายมีทั้งหมด 28 ตอน***
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
