บทที่ 10
ความสัมพันธ์อันซับซ้อน
พราวฝันเอื้อมสุดแขนไปคว้ามือยาวที่ยื่นมาให้แล้วใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดะโไปคร่อมอยู่บนหลังม้าอีกตัวที่ตีขนาบข้างมาได้ทันอย่างหวุดหวิด แล้วปล่อยให้เ้าตัวพยศตัวนั้นวิ่งเตลิดไปตามทางของมัน
“ขอบคุณท่านที่มาช่วยข้า” หญิงสาวเอ่ยพลางหอบแฮ่กขณะนั่งซ้อนอยู่ด้านหน้าของอีกฝ่าย
“ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณแม่นาง ชาตินี้เห็นทีจะเป็หนี้บุญคุณชีวิตแล้ว”
“อย่าได้กล่าวเกินไป ข้าเพียงเห็นเพื่อนมนุษย์ได้รับอันตรายต่อหน้าต่อตาไม่ได้”
“เพื่อนมนุษย์อย่างนั้นหรือ...” เสียงทุ้มด้านหลังทวนแล้วหัวเราะลงลูกคอเบา ๆ
“ท่านขำสิ่งใด”
“ข้าเพียงแต่ไม่สู้คุ้นชินกับภาษาของแม่นาง... ซึ่งมันน่าสนใจดี”
“ข้ายังมีศัพท์แปลก ๆ เริ่ด ๆที่หลายคนที่นี่ไม่เคยได้ยินอีกเยอะนะ” พราวฝันยืดอกอย่างภาคภูมิขณะที่คนกุมบังเหียนจากบุรุษที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลังค่อยๆ ควบม้ามุ่งหน้ากลับไปยังวังหลวงช้า ๆ
“ช่างเป็สตรีที่น่าสนใจ...”
หญิงสาวได้ยินเพียงเสียงของเขา แต่กลับเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายไม่ชัด ซึ่งน้ำเสียงนั้นฟังดูอบอุ่นและใจเย็น อีกทั้งนุ่มลึกราวกับเป็คนที่ใช้สมองคิดทบทวนเื่ราวต่างๆ อยู่ตลอดเวลา
“หนำซ้ำยังใจเด็ดเดี่ยวหาญกล้าอาสาตัวเองเข้ามาปราบม้าพยศทั้งที่ร่างกายบอบบางเพียงนิด”
พราวฝันไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่อมยิ้มน้อยๆ
ขณะเดียวกันเธอก็คาดการณ์ว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้น่าจะเป็ชายสูงศักดิ์และถูกลอบปองร้ายจากผู้ไม่หวังดีหรือใครสักคนที่ขัดผลประโยชน์กันโดยใช้ม้าตัวนั้นเป็อาวุธ
หากไม่หมายเอาชีวิตก็้าข่มขวัญให้ตื่นตระหนกเป็แน่
ทั้งสองกลับมาที่หน้าประตูวังเพื่อร่วมงานชมดอกเบญจมาศขององค์หญิงไท่ผิงผู้กว้างขวางอีกครั้งในอีกราวเกือบครึ่งชั่วยามต่อมา เมื่อะโลงจากหลังม้าหญิงสาวก็เพิ่งได้เห็นหน้าค่าตาของชายหนุ่มผู้ร่วมชะตากรรม
เขาเป็ชายหนุ่มที่หน้าตาดี ดวงตาเรียวเล็ก สันจมูกโด่งรับกับริมฝีปากรูปกระจับ แก้มทั้งสองข้างป่องนิดหน่อยราวกับเด็กน้อย ผิวพรรณสะอาดเกลี้ยงเกลามีออร่าของชนชั้นสูง อีกทั้งยังแต่งกายด้วยผ้าสีฟ้าอ่อนที่มีลวดลายซับซ้อนซึ่งน่าจะราคาแพงมากกว่าใคร
บริเวณโดยรอบเริ่มมีเสียงซุบซิบเชิงวิพากษ์วิจารณ์จากการปรากฏตัวอยู่ด้วยกันของพวกเขาทั้งคู่
“แม่นางเข้าไปด้านในก่อนเถิด ข้าจะตามไปทีหลังจะได้ไม่มีผู้ใดจ้องมองเ้าและกล่าววาจาละเมิดให้เสียหาย”
พราวฝันพยักหน้าตอบแล้วหมุนตัวเดินเข้าประตูไป
เมื่อก้าวพ้นสะพานไม้สีแดงข้ามลำธารสายเล็กๆ ไปแล้วเธอก็พบกับความสว่างไสวของดอกไม้สีเหลืองอร่ามทันที ทั่วบริเวณถูกตกแต่งไปด้วยดอกเบญจมาศอยู่ทุกซอกทุกมุม ทั้งบนพื้นที่ปูโรยด้วยกลีบดอกจนหนานุ่มทอดยาวไปยังตำหนักหลังโอ่อ่าใหญ่โตที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลลิบ มีผู้คนรายล้อมอยู่หนาแน่นซึ่งน่าจะเป็บริเวณที่เ้าของตำหนักอย่างองค์หญิงไท่ผิงประทับอยู่
“เกาะัเกาะหงส์ครานี้ดูช่างคุ้มค่าเสียเหลือเกิน... เ้าจะต้องเอาอย่างนางบางแล้วนะหรงเพ่ย อนาคตของเ้าจะได้รุ่งเรือง แม้นเกิดในตระกูลต่ำศักดิ์แต่ก็ยังได้รับโอกาสเดินเฉิดฉายอยู่บนพื้นดอกเบญจมาศแห่งนี้...”
“เห็นเยี่ยงนี้แล้วข้าก็อับอายยิ่งนัก แม้นจะโชคดีได้เกิดในตระกูลสูงศักดิ์หากแต่ก็มิอาจจะเทียบความทะเยอทะยานของนางได้”
“ใช่แล้ว ๆ สตรีเช่นเราทรงผมยาวแต่ไร้ความรู้ หาได้มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวไม่ มิคิดกระเสือกกระสนพาตัวเองไปตกอยู่ในถังข้าวสารของผู้ดีตระกูลไหนเพื่อชุบตัวหรอก”
“แต่จะชุบสักกี่จุ่ม จะซักจะล้างให้สะอาดเยี่ยงไร แต่ผ้าขี้ริ้วก็ยังเป็ผ้าขี้ริ้ว ไม่มีทางสลัดคราบสกปรกโสมมออกไปได้หรอก”
จบท้ายประโยคเจื้อยแจ้วจากสตรีทั้งสี่นางก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเชิงเย้ยหยัน พราวฝันแสร้งทำเป็หยุดชมดอกเบญจมาศในกระถางหนึ่งที่ตั้งอวดโฉมความงามอยู่บนโต๊ะเพื่อเงี่ยหูฟังบทสนทนาของพวกนางก็รู้ได้ทันทีว่าเป็ตัวเองที่กำลังตกเป็เป้าการนินทาอย่างออกรสออกชาติ
โดนเข้าแล้วสินะเจินซูเมิ่ง ที่นี่ไม่ใช่เซฟโซนและที่ของเธอจริง ๆ ไม่ว่าจะยุคไหนการแบ่งชนชั้นและพรรคพวกก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป เหมือนกับแม่ของแทนคุณที่ก็พยายามจะกดฉันให้ดูต้อยต่ำกว่าใครอยู่ตลอดเวลา...
“แต่พวกเ้าไม่คิดว่าเป็การเอน็จอนาถหรอกหรือที่ได้สู้อุตส่าห์ตบแต่งเป็ภริยาเอกของแม่ทัพหนุ่มซึ่งเป็ที่หมายปองของสตรีทั่วฉางอานทั้งที แต่สามีกลับไปยืนพะเน้าพะนออยู่กับหญิงอื่นที่มิใช่ภริยาตน”
ประโยคนี้ทำให้พราวฝันต้องเหลือบสายตามองไปยังสามีตัวเองที่ยืนอยู่อีกฟาก ซึ่งเป็จริงดังที่พวกนั้นวิพากษ์วิจารณ์เพราะโต้วตงิกำลังยืนสนทนากับสตรีรูปงามผู้หนึ่งพร้อมด้วยเหล่าเพื่อนหญิงของนางอีกราวสี่ห้าคน
ทำเป็ยิ้มระรื่นเชียวนะ! ปล่อยเมียโดนดูถูกจากพวกปากเต้าหู้ยี้ไม่คิดจะสนใจ ไอ้ผัวเฮงซวย!
คนเป็ภรรยาแอบเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้
“แต่ถึงอย่างไรนางก็ยังมีจิตใจกล้าหาญและสูงส่งกว่าใคร” แล้วเสียงคุ้นหูก็แทรกขึ้นกลางวงนินทาระยะเผาขนกลุ่มนั้น
“ถวายพระพรองค์ชายเพคะ” เสียงที่เคยเจื้อยแจ้วและเต็มไปด้วยความเดียดฉันท์เมื่อครู่กลับกลายเป็ความตื่นตระหนกแทนที่เมื่อกล่าวคำทักทายผู้มาใหม่
พราวฝันหันไปมองก็พบว่าเป็บุรุษหนุ่มรูปงามผู้ถูกปองร้ายที่เพิ่งแยกกันเข้ามาในงานเมื่อครู่
องค์ชายงั้นเหรอ... นั่นไง เขาเป็พวกอีลิทแห่งฉางอานจริง ๆ ด้วย
“มีสตรีใดในใต้หล้าที่จะกล้าช่วยเหลือบุรุษเช่นข้าจากภัยอันตรายเฉกเช่นแม่นางผู้ที่พวกเ้ากำลังกล่าวถึงนี้รึไม่...” พร้อมกับปรายตามายังเธอด้วย
คนถูกพาดพิงได้แต่ยืนเก้ ๆ กัง ๆรับหน้าไม่ถูกเมื่อกำลังได้รับการช่วยเหลือและแก้ต่างในสถานการณ์อันน่าอึดอัด แต่ในใจก็รู้สึกซาบซึ้งอยู่ไม่น้อย
“หากไม่มีสิ่งใดให้ชื่นชมแล้วก็ไปเถิดแม่นาง... ออกไปจากเหล่าบุคคลที่น่ารังเกียจพวกนี้เสีย” องค์ชายหลี่หลงจีกล่าวตัดบทพร้อมกับผายมือเชื้อเชิญให้พราวฝันเดินกลับไปยังสะพานไม้สีแดง
ส่วนสตรีขี้อิจฉาและช่างนินทานั้นถึงกับหน้าถอดสีและตกอยู่ในอาการประหม่า อย่างไรเสียหากทำให้องค์ชายซึ่งเป็พระราชนัดดาคนโปรดของฮ่องเต้หญิงทรงกริ้วจะไม่เป็ผลดีต่อตัวเองและวงศ์ตระกูลเป็แน่ สตรีไร้เส้นสายจากตระกูลค้าไม้ผู้นี้ช่างเปี่ยมไปด้วยวาสนาโดยแท้
หากแต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะก้าวออกไปพ้นบริเวณงาน เสียงหวานของใครบางคนก็เอ่ยเรียกเอาไว้เสียก่อน
“องค์ชายเพคะ...” เมี่ยวลี่ฟางเสวี่ยรีบปรี่ตัวเข้ามาเมื่อหันมาเห็นบุคคลที่ตัวเองรอคอยการปรากฏตัวมานาน
ทว่าเมื่อนางพบว่าชายสูงศักดิ์ยืนคู่อยู่กับสตรีใบหน้าสะสวยอีกคนก็ต้องหน้าถอดสี
อาการของนางอยู่ในสายตาของพราวฝัน สตรีผู้นี้มีใบหน้าอ่อนหวานและงดงามยิ่งนักแม้จะแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าจนดูจัดจ้านไม่ต่างกับเธอนัก แต่หากไปอยู่สมัยปัจจุบันก็คงได้เป็เข้าวงการเป็นางเอกที่โด่งดังทีเดียว
นางคงจะชอบพอในตัวองค์ชายผู้นี้ แต่ดูองค์ชายก็ไม่สู้จะสนใจนางสักเท่าไร
“คลายกังวลเถิดแม่นาง...” พราวฝันรีบโพล่งขึ้นหลังประเมินสถานการณ์ “ข้ามิใช่สตรีโสด หากแต่เป็ภริยาของโต้วตงิ... บุรุษที่ยืนสนทนาอยู่กับเ้าเมื่อสักครู่”
เมื่อพูดจบคนที่ถูกกล่าวถึงก็ก้าวไว ๆตามเข้ามาสมทบเพิ่มอีกคนทันที สีหน้าของคนเป็สามีดูเป็กังวลและไม่พอใจเล็กน้อยจนถึงปานกลางแต่คิดว่าในใจคงปะทุมากกว่านี้เพียงแค่เก็บอาการเมื่อเห็นว่าหญิงสาวรูปงามนั้นให้ความสนใจในตัวของบุรุษอีกคนจนถึงกับต้องร้องเรียกและวิ่งตามมาหา
เื่นี้มันช่างซับซ้อน ถ้าไล่เรียงให้ถูกก็คือไอ้บื้อแทนคุณ... ไม่สิ โต้วตงินี่ชอบพอแม่นางหน้านางเอกผู้นี้ ส่วนแม่นางหน้านางเอกก็ปลาบปลื้มในตัวองค์ชายแก้มป่องผู้นี้ ส่วนองค์ชายแก้มป่องจะชอบใครต่อนั้นก็ยังไม่ทราบ
“นั่นอย่างไรเล่ามาพอดี” พราวฝันแกล้งร้องขณะมองหน้าสามีตัวเองอย่างยียวน “บุรุษที่ดูจะพึงปรารถนาในตัวของสตรีอีกคนหาใช่ภรรยาของตัวเองไม่...”
ได้ยินดังนั้นตงิก็หน้านิ่วด้วยความขุ่นเคือง
“เ้าพูดจาเหลวไหลอันใดกัน!”
คนถูกดุเลิกคิ้วมองอย่างไม่สะทกสะท้าน
ร่างสูงใหญ่นั้นก้าวอาด ๆเข้ามาตรงหน้าภรรยาจนทำให้นางรู้สึกหวาดระแวง
“เ้ามิรู้รึว่าสตรีที่ข้าพึงปรารถนาก็มีเพียงเ้าเท่านั้น...”
“...!”
“ซูเมิ่ง” โดยไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มคว้าร่างบอบบางของภรรยาเข้ามาแแ่ แล้วทำบางสิ่งที่กระตุ้นเร้าให้ทุกคนบริเวณนั้นอยู่ในอาการตระหนกเป็สายตาเดียวกัน