บทที่ 1 ตอนที่ 1 เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ในศาลาเรือนกระจกซึ่งแยกออกมาจากสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีรูปลักษณ์ละหม้ายคล้ายกับปราสาทหลังใหญ่โต ทางเดินที่เชื่อมออกมานั้นสร้างจากกระจกทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่หลังคา ซึ่งจะมีแบบนี้จะเฉพาะในฤดูหนาวอันหนาวเหน็บเท่านั้น…
ใช่แล้ว ศาลากระจก เดิมนั้นเป็เพียงศาลาชมนก-ดอกไม้ซึ่งตั้งอยู่กลางสวนดอกไม้ภายในเขตของพระราชวังใหญ่แห่งนี้ แต่เมื่อถึงฤดูหนาวเหล่าดอกไม้ และต้นไม้ใหญ่ทั้งหลาดต่างถูกหิมะซึ่งมาพร้อมกับฤดูหนาวอันหนาวเหน็บทับถมจนขาวโพลน
แม้ข้างนอกจะเหลือเพียงสีเดียวอย่างสีขาว ในสวนดอกไม้แห่งนี้ ก็ยังเหมาะเป็สถานที่พักผ่อนจากตัวปราสาทซึ่งเป็พระราชวังไปในตัวอันแสนวุ่นวายอยู่ดี นั่นทำให้ศาลาที่แยกออกมาจากปราสาทหลัก นั้นคุ้มค่าที่จะมาหมกตัวอยู่ทั้งวัน…
“ฟุเนี๊ย~ฟุเนี๊ย~ตักของท่านพี่~!”
“……”
เด็กหญิงตัวน้อยวัยสามขวบ ซึ่งมีเส้นผมยาวสีเงิน และนัตย์ตาสีฟ้าสดใส เธอนั้นนอนสอดแทรกพาดตัวบนตักทั้งสองของเด็กชายวัยสามขวบผู้มีเรือนผมสีดำทมิฬไร้ซึ่งเงาสะท้อน และมีนัตย์ตาสีน้ำเงินเข้มซึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มบางอยู่
ทั้งสองต่างอยู่บนฟูกอันใหญ่ซึ่งถูกนำมาปูไว้เพื่อให้ผู้ที่้าผ่อนคลายจากหน้าที่การงานนั้นมาล้มตัวลงนอนในศาลากระจกอันอบอุ่น และรอบตัวนั้นก็จะรายล้อมไปด้วยหมอนใบเล็กใบใหญ่หลายสิบใบเพื่อไว้ให้กอด หรือหนุนนอนก็ได้
“ของว่างเ้าค่ะ นายน้อย(Young Master)เซอซิล คุณหนู(Little Lady)เฟลิเซีย”
“ขนมมม~! / ขอบคุณนะ…มาเรียน่า”
เด็กหญิงผู้ถูกเรียกว่าเฟลิเซียกระโจนออกไปอย่างกระตือรือร้นที่จะกินขนม ส่วนเด็กชายนั้นวางหนังสือลงบนตัก และหันไปขอบคุณเมดสาวที่นำมาเสิร์ฟไกลถึงศาลากระจกแห่งนี้ ซึ่งว่าไปแล้วก็ค่อนข้างไกลจากห้องครัวเป็อย่างมาก
“มิได้เ้าค่ะ มันเป็หน้าที่…”เมดสาวผู้แต่งกายมิดชิดตั้งหัวจนจรดเท้า กล่าวตอบรับด้วยแก้มที่แดงเล็กน้อย ขณะที่รินน้ำชา…ส่วนคุกกี้นั้นเสร็จเด็กหญิงตัวน้อยอีกท่านไปแล้ว
“กลิ่นชาของวันนี้เปลี่ยนไปนะ”กลิ่นสมุนไพรจากใบชาพอสูดเข้าไปแล้วทำให้เขารู้สึกอบอุ่นในกาย และหัวปลอดโปร่งยังไงไม่รู้ ซึ่งต่างจากปกติพอสมควร…
“เ้าค่ะ วันนี้เป็ชาฮัวหลง(Huo-Loug)ที่ได้รับมาจากคณะทูตจากดินแดนัไฟเ้าค่ะ”
“ัไฟ…?”มนุษย์ดื่มกินไปปากคอจะไม่โดนเผาเอาหรือนั่น
“เ้าค่ะ สำหรับคุณสมบัติเหมือนจะช่วยคลายความปวดเมื่อย แล้วก็ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น และก็รักษาโรคที่มากับฤดูหนาวได้ด้วยล่ะเ้าค่ะ!”
“สุดยอดเลยนะนั่น…”
เป็ชาที่เหมาะกับ่เวลาแบบนี้จริงๆ แต่ว่าน่าเสียดายนิดหน่อย เพราะคงนำมาปลูกในดินแดนที่มีหน้าหนาวยาวนานถึง 8 เดือน ไม่ได้…ทุกอย่างที่มาจากดินแดนของเผ่าัแดงล้วนแล้วแต่ต้องเป็ของที่เติบโตในดินแดนอันอบอุ่นไปทางร้อนเลยด้วยซ้ำ…
“มาเรียน่ามาดื่มด้วยกันสิ”เขากล่าวเชิญพร้อมรับถ้วยชามาจากน้องสาวซึ่งส่งมาให้
“มะ-มิได้ ดิฉันเป็เพียงเมด…”ให้เธอไปดื่ม หรือกินสิ่งที่ถูกตักเตรียมมาให้ผู้เป็นายได้ไง!
“มาเรียน่า ไม่ใช่แค่เมดหรอกนะ”เขายื่นถ้วยชาที่ได้รับมาออกไปหาเมดสาวผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลเช่นเดียวกับนัตย์ตาซึ่งเบิกกว้าง เธอค่อยๆ ย่อตัวลง และยื่นมือทั้งสองข้างออกไปรับถ้วยชามานั้นมา
“ขอบพระคุณเ้าค่ะ นายน้อย”
เมดสาวกล่าวขอบคุณ พร้อมกับรับถ้วยชานั้นมาจากเด็กชายผู้เป็นาย เธอค่อยยกถ้วยชาขึ้นแนบริมฝีปากของตัวเองก่อนจะยกขึ้นเล็กน้อยเพื่อจิบ ทันทีที่ของเหลวสีแดงอมน้ำตาลััเข้ากับปลายลิ้น เธอก็ััได้ถึงอะไรบางอย่าง
มันเป็ความรู้สึกร้อนวูบวาบที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งในปาก และเมื่อกลืนลงไปความร้อนนั้นแปรเปลี่ยนเป็ความอบอุ่นที่แพร์กระจายไปทั่วทั้งหลังถึงกับปรากฎเม็ดเหงื่อมาทั่วร่าง เธอลงถ้วยชาลงพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาเป็ไอควันขาวๆ ละหม้ายคล้ายกับตอนักำลังจะพ่นไฟ
เมดสาวรู้สึกว่าตัวเอง หายใจโล่ง และสะดวกมากยิ่งขึ้นกว่าตอนแรกซะอีก ที่สำคัญไปกว่านั้นอาการปวดล้าตามร่างกายก็ยังหายดีเป็ปลิดทิ้งด้วย---สุดยอด นี่น่ะเหรอคุณสมบัติใบชาจากดินแดนัไฟอันห่างไกล มาเรียน่าได้แต่ครุ่นคิดตื่นตาตื่นใจต่อฤทธิ์ผลของชาสมุนไพรนี้
“หายใจดีขึ้นไหม?”
“เอ๊ะ นายน้อย…?”คำถามของผู้เป็นายนั้น ทำเอามาเรียน่าแปลกใจ
“ไม่ต้องปิดบังหรอก…ถ้าเกิดไม่สบายไปจะไม่ดีนะ”นายน้อยของเธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหวงใย แม้ใบหน้าของตัวท่านจะดูเศร้าหมองตลอดเวลาก็ตาม
“นายน้อยรู้ั้แ่เมื่อไหร่กันเ้าคะ…?”
“นั่นสินะ เมื่อไหร่กัน…”นายน้อยของเธอกล่าวเช่นนั้นก่อนจะหันกลับเปิดหนังสือเล่มเล็กอ่านต่อ โดยมือซ้ายข้างที่ว่างอยู่นั้นลูบหัวคุณหนูซึ่งกำลังหลับตาพริ้มมีความสุขอยู่ทั้งแบบนั้น
“เมื่อไหร่ก็ไม่สำคัญหรอก…วันนี้ก็ใช้น้ำอุ่นเช็ดตัว นอนแต่หัวค่ำนะ”นอกจากการกินยา การนอนพักผ่อนให้เพียงพอถือเป็ยาอีกวิเศษอีกอย่างหนึ่ง
“คะ-คงจะมิได้หรอกมั้งเ้าคะ…”งานของเธอจะเสร็จสิ้นก็ต่อเมื่อผู้เป็นายทั้งสองนั้นหลับ การนอนั้แ่หัวค่ำจึงแทบเป็ไปไม่ได้…
“งั้น…นอนพักตรงนั้นสิ”นายน้อยของเธอผายมือข้างที่ถือหนังเล่มเล็กมาที่ข้างตักอีกฝั่ง
“ดะ-ดิฉันเป็เมด! คะ-คงจะไม่เหมาะสมนะเ้าคะ!”ให้นอนหลับข้างกายผู้เป็นายที่ยังตื่นน่ะ! ในฐานะเมดประจำตัวถือเป็เื่ไม่สมควรนะ!
“แต่ถ้าเป็ลมล้มป่วยไป…จะทำหน้าที่เมดวันอื่นไม่ได้นะ”เขาตวัดสายตาจ้องมองลึกเข้าไปในตาเด็กสาวซึ่งเป็เมดประจำตัวของเขา และผู้เป็น้องสาว
“นะ-นั่นก็…”นายน้อยของเธอทำไมขยันหาเหตุผลที่เถียงยากมาสู้จังเลยล่ะ!
“ถ้าใครบอก ‘ไม่เหมาะสม’ ก็บอกไปว่าเป็ ‘คำสั่ง(Order)’ ของผมก็พอ”ถ้าบอกไปแบบนั้น ผู้คนที่ครหาก็จะเงียบเองนั่นแหละนะ
“ดะ-ดิฉันมิบังอาจกล้าแอบอ้างหรอกเ้าค่ะ…”เพราะนายท่าน และท่านหญิงทั้งสองของนายน้อยล้วนแล้วแต่เป็ผู้มีพระคุณของเธอเชียวนะ
“ดีใจนะ ที่มาเรียน่าเป็เมดของ(น้องสาว)ผมน่ะ”
“เอ๊ะ!”ใบหน้าของเด็กสาวพลันแดงก่ำ เธอยกมือขึ้นมากุมแก้มที่ร้อนผ่าวอย่างขวยเขิน
“เพราะงั้น…นอนพักเถอะ”หน้าแดงเสียขนาดนั้น ไม่พักมีหวังเดินอยู่ดีๆ อาจน็อควูบแหง…เขากล่าวบอกพร้อมตบอีกข้างหนึ่งของตนที่ว่างอยู่ ฝ่ายเมดสาวสับสนเล็กน้อย
“ขะ-ขอบพระคุณเ้าค่ะ”
มาเรียน่าขอบคุณทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำ เธอค่อยๆ ย่อตัวลงปลดรองเท้า ก่อนจะค่อยๆ คลานขึ้นไปบนฝูกที่นอน และคลานอ้อมไปล้มตัวลงนอนข้างนายน้อยของเธอที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่---เซอซิลวางหนังสือลงบนตักของตัว
“~!?”
เธอใกับสิ่งที่เกิดขึ้น! มือเล็กๆ อันอบอุ่นของนายน้อยกำลังลูบหัวของเธออยู่! เฉจเช่นเดียวกับที่ท่านลูบหัวของคุณหนู! หัวใจของเมดสาววัยสิบสามที่ไม่เคยได้พบความอบอุ่นจากใครมาก่อนนั้นถึงกับสั่นไหว แต่ด้วยความง่วง และเหนื่อยล้าที่ยังสมุนไพรขจัดไม่หมดนั้น…
“ฟี้~ฟี้~!”
“…เด็กดี”เซอซิลกล่าวอย่างด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาปานพรายกระซิบ ก่อนที่จะหยุดลูบหัวเมดสาว และกลับมาอ่านหนังสือต่อ…
“ท่านพี่…ชอบพี่มาเรียน่าเหรอ?”นัตย์ตาสีฟ้าใสเปิดขึ้นมาทั้งที่คิดว่าหลับไปแล้ว น้ำเสียงที่ถามนั้นฝ่ายพี่ชายััได้ถึงออร่าอันดำมืดนิดหน่อย
“ชอบสิ”เป็เด็กสาวที่น่ารัก และมีรอยยิ้มอันอบอุ่นดี ที่สำคัญคือ ขยันขันแข็ง และสู้งานแม้จะอายุยังน้อยด้วย ถือว่าหายากในเด็กๆ น่ะนะ
“แล้วหนูล่ะ…?”ผู้เป็น้องสาวเอ่ยถามพร้อมใช้นัตย์ตากลมโตใสแป๋วจ้องมองใบหน้าของพี่ชายซึ่งหล่ออย่างเศร้าๆ ด้วยความคาดหวังในคำตอบ
“พี่รักเฟลิเซียเสมอ”เพราะว่าเป็น้องสาวยังไงล่ะ…แก้มของผู้เป็น้องแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย
“ท่านพี่รักหนู แล้วก็ชอบพี่มาเรียน่าด้วยเหรอ~?”น้ำเสียงของฝ่ายน้องสาวนั้นตอนนี้ฟังดูอารมณ์ดี แม้คำถามจะฟังดูทะแม่งชอบกล…
“อืม แปลกรึ?”การที่รักน้องสาว กับชอบเมดของตัวเองที่เป็คนขยันขันแข็ง และร่าเริงน่ะ
“ไม่แปลกหรอก แต่…”เฟลิเซียลากเสียงยาวจนเงียบไปพร้อมกับหลับตาลง
“ท่านพี่หลายใจอ่ะ”มีน้องสาวสุดน่ารักอยู่แล้วทั้งคนยังสนใจคนอื่นอีก
“อะไรล่ะนั่น…นอกพักเถอะ คงง่วงเหมือนกันใช่ไหมล่ะ?”
“งืม…ท่านพี่ไม่นอนด้วยอ้อ~?”เฟลิเซียเอ่ยถามพลางเขยิบเข้าไปซุกพี่ชายของตัวเองอย่างออดอ้อนถูไถเพื่อให้อีกฝ่ายใจอ่อน
“นอนก่อนเถอะ…พี่ขออ่านอีกนิดนึงก่อน”ถึงจะเป็หนังสือที่ยืมมาอ่านแก้เบื่อก็เถอะ แต่ถ้าอ่านไม่จบเล่มมันถือว่าไม่ให้เกียรติคนเขียนน่ะนะ
“งั้นเหรอ…ฝันดีนะ”
“ฝันดีเช่นกัน…น้องรัก”เมื่อได้ยินคำบอกฝันดีของผู้เป็พี่ชาย ผู้เป็น้องสาวก็รู้สึกเคลิ้มจนหลับไปเลยทั้งแบบนั้น ส่วนเซอซิลก็ยังคงอ่านหนังสือต่อไป…
ในเมื่อมั่นใจว่าทั้งมาเรียน่า กับคุณน้องสาวอย่างเฟลิเซียหลับไปแล้วอย่างแน่นอนแล้ว เขาจึงอ่านหนังสือต่อ---นี่เป็เวลากว่า 3 ปี แล้วั้แ่เขาถูกผลักลงมาเกิดใหม่อย่างกะทันหัน และแทบไม่ได้คุยรายละเอียดอะไรเลยแม้แต่น้อย
แต่ก่อนอื่นใดนั้น เขาได้มาเกิดใหม่เป็ บุตรชายคนที่ 3 ของแกรนด์ดยุกแห่งโครเวลส์ เพราะงั้นในตอนนี้ชื่อของเขาคือ เซอซิล ฟอน โครเวลส์ เป็บุตรชายของภรรยาคนที่ 2 อาร์เรเซีย ฟอน โครเวลส์ และพี่ชายของบุตรีคนที่ 2 ของตระกูล เฟลิเซีย ฟอน โครเวลส์
ตัวเขา และน้องสาวเป็ฝาแฝดกัน แต่ถึงกระนั้นเขาได้ผมสีดำจากผู้เป็พ่อ แต่นัตย์ตาสีน้ำเงินนั้นติดตัวมากับเขาอยู่แล้ว ส่วนของผู้เป็น้องสาวนั้นได้จากท่านแม่มาราวกับถอดแบบยังไงอย่างนั้น แต่พวกเราเป็ฝาแฝดอย่างแน่นอน
สำหรับท่านแม่ของพวกเราที่เป็ภรรยาคนที่สอง ก็ไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิดหรอก ท่านพ่อของพวกเรา แกรนด์ดยุกเรสซิล ฟอน โครเวลส์นั้น รับท่านแม่ทั้งสองเป็ภรรยาโดยมีพิธีสาบานตนอย่างถูกต้องตามจารีกประเพณี…
หรือก็คือ พวกท่านทั้งสามแต่งงานกันด้วยความรัก และไม่ใช่เหตุผลทางการเมือง หรือใครเป็ชู้รักแล้วรับมาทีหลัง ซึ่งหาได้ยากแม้ในวงสังคมขุนนาง ที่สุดแล้วเท่าที่จับใจความได้เหมือนท่านพ่อจะเป็ฝ่ายโดนท่านแม่ทั้งสองรุกใส่
เพราะเหมือนสมัยก่อนตัวท่านพ่อค่อนข้างเข้าหาผู้หญิงไม่ค่อยเก่งนัก และด้วยความที่มีสายเืของเผ่าปิศาจไหลเวียนอยู่ในกายยิ่งแล้วใหญ่ อย่างที่ทุกท่านคิด…เขา และน้องสาวนั้นมีสายเืของทั้งมนุษย์ ปิศาจ ภูติน้ำแข็ง และัดำอยู่ในตัว
คงสงสัยว่าภูติน้ำแข็ง กับัดำมาจากไหนสินะ สำหรับภูติน้ำแข็งนั่นเป็เผ่าของท่านแม่อาร์เรเซียซึ่งว่าแล้วก็คือ ไฮ-เอลฟ์(High-Elf) แต่มีถิ่นฐานในหุบเขาหิมะสูงคล้ายกับดาร์กเอลฟ์แต่ไม่ได้อยู่ในถ้ำบนูเาสูงก็เท่านั้นเอง
ส่วนสายเืัดำนั้น ต้องเล่าย้อนไปถึงต้นกำเนิดของตระกูลโครเวลส์ หรือก็คือ ท่านบรรพบุรุษผู้ซึ่งก่อตั้งตระกูลโครเวลส์ ซึ่งต้องย้อนไปถึง 700 กว่าปีก่อน ซึ่งถ้าว่าไปแล้วตระกูลโครเวลส์กว่าจะมาถึงเขาคงมีสายเืต่างเผ่าพันธุ์ปนอยู่เพียบเลย
แต่ที่แน่นอนคือ ตระกูลของเราปกครองดินแดนโครเวลส์มาั้แ่ก่อนอาณาจักรทางใต้อย่างเซราเซียจะรวมดินแดนเป็ราชอาณาจักรซะอีก หรือแม้แต่มหาจักรวรรดิ์ฟรอนเทียร์ทางเหนือ ก็มีประวัติศาสตร์ไม่ยาวนานเท่าดินแดนโครเวลส์…
เพราะทั้งสองประเทศเพิ่งมีอายุได้ราว 300 ถึง 400 ปี เห็นจะได้ หากอิงตามหนังสือบันทึกซึ่งอยู่ในห้องสมุนไพรน่ะนะ โดยสรุปแล้ว ตระกูลโครเวลส์นั้นเป็ตระกูลเก่าแก่มาก ซึ่งต้นตระกูลนั้นเป็ชาวดราโกเนียซึ่งเป็ัดำ…
อันไม่มีหลักแหล่ง เพราะในสมัยก่อนนั้น สีดำเป็สีแห่งความโชคร้าย และภัยพิบัติทำให้ทุกคนขับไล่ขับส่งเสมอ ท่านบรรพบุรุษจึงหนีมายังดินแดนอันว่างเปล่าท่ามกลางูเาสูง และหุบเขาลึกซึ่งแผ่นดินใจกลางนั้นอยู่สูงจากน้ำทะเลอย่างมาก
และด้วยความที่ทางเข้าสู่ดินแดนอันสมบูรณ์ที่มีฤดูอบอุ่นเพียงแค่ 4 เดือน ก่อนจะกลายเป็หน้าหนาวเหมันต์ยาวตลอด 8 เดือน เรียกได้ว่าเป็สถานที่ประดุจดั่งป้อมปราการ และ์ของผู้คนที่ถูกขับไล่มาเลยก็ว่าได้…
ท่านบรรพบุรุษได้แปลงร่างจากัสู่ร่างมนุษย์ครึ่งั และเริ่มลงหลักปักฐานกับผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นนั้นอย่างกลมเกลียว พร้อมกับเริ่มกระจายข่าวเื่ดินแดนที่ต้อนรับทุกคนออกไป---ผู้คนมากมายต่างหลั่งไหลเข้ามาผ่านูเาใหญ่ และหุบเขาลึกอันทรหด
ซึ่งราวกับบททดสอบก่อนเข้าสู่ดินแดนของพระผู้เป็เ้ายังไงอย่างนั้น เมื่อผู้คนเริ่มมากขึ้นก็จำเป็ต้องมีผู้นำ และผู้คนต่าง้าให้คนที่นำพวกเขาทุกคนมารวมกันได้ ซึ่งหน้าที่ผู้นำนั่นก็ตกเป็ของท่านบรรพบุรุษไปโดยปริยาย
รายละเอียดการถือกำเนิดขึ้นของดินแดนโครเวลส์ค่อนข้างจะซับซ้อน เพราะงั้นคงต้องค่อยว่ากันครั้งหน้าจะเป็การดีที่สุด ในตอนนี้ขอสรุปไว้ก่อนว่า ตำแหน่งแกรนด์ดยุกนั้น ได้รับจากการแต่งตั้งของกษัตริย์สองประเทศ อันได้แก่
ปฐมกษัตริย์แห่งเซราเซีย และองค์จักรพรรดิ์ที่ 3 แห่งมหาจักรวรรดิ์ฟรอนเทียร์ ส่วนหนึ่งเพราะทางดินแดนเราได้ช่วยจักรวรรดิ์ขับไล่กลุ่มประเทศตะวันออกที่เข้ามารุกรานฟากฝั่งตะวันตกให้ล่าถอยกลับไปได้ ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้น
เป็่ที่ให้การสนับสนุนคนกลุ่มหนึ่งในดินแดนทางใต้ให้ร่วมชาติสถาปนาขึ้นมาเป็ราชอาณาจักรเซราเซีย กษัตริย์ทั้งสองประเทศจึงแต่งตั้ง และรับรองการเป็เขตปกครองอิสระโดยไม่ขึ้นกับประเทศไหนอย่างแท้จริง
จะบอกว่าดินแดนโครเวลส์เป็ประเทศเอกราชไม่ขึ้นกับใครก็ว่าได้ แต่ในความเป็จริงนั้น โครเวลส์นั้นแม้จะมีแผ่นดินกว้างใหญ่ใจกลางูเา และหุบเขาสูง แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่างการคงคำเรียกไว้ว่า ‘ดินแดนโครเวลส์’ เป็การดีที่สุด
ที่สุดแล้วจากบันทึกสำหรับกลุ่มประเทศตะวันออกไกล ดินแดนโครเวลส์ของพวกเราไม่ต่างอะไรกับหนามยอกอก เพราะในทุกครั้งที่พวกมันยกทัพมา และกองทหารจากโครเวลส์เดินทัพจากดินแดนออกไปรับมือ มักประสบชัยชนะเสมอ
นั่นทำให้ผู้คนในดินแดนโครเวลส์ค่อนข้างจะถูกรังเกียจในฟากตะวันตก แต่ส่วนหนึ่งเพราะฝั่งตะวันตกนั้นเป็ประเทศมนุษย์ซึ่งมีขนบธรรมเนียมที่ว่าเผ่าพันธุ์อื่นนอกจากตนนั้นด้อยกว่าทั้งหมด นั่นทำให้ดินแดนโครเวลส์ที่เปิดกว้างเื่เผ่าพันธุ์กลายเป็ดินแดนนอกรีตในสายตาของพวกนั้น
ยิ่งกับผู้นำของดินแดนที่มีสายเืของผู้คนต่างเผ่าพันธุ์มากมายไหลเวียนอยู่ พวกเราก็ไม่ต่างอะไรกับพวกเดรัจฉาน…ก็แล้วแต่พวกนั้นจะคิด เพราะที่สุดแล้วจากหน้าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของหลายร้อยล้านโลกทั่วทั้งห้วงมิติ ภพ จักรวาล พวกนั้นก็จะล่มสลายเพราะแพ้ภัยตัวเองอยู่ดี
เอาล่ะ เหมือนจะออกนอกเื่ไปไกล อย่างที่บอกเขาได้มาเกิดใหม่เป็บุตรชายคนที่สามซึ่งแน่นอนว่าสิทธิ์ในการสืบทอดดินแดนนั้นต้องไม่มีแน่นอน! ยังไงสิทธิ์พวกนั้นก็ต้องเป็ของพวกท่านพี่ทั้งหลายทุกคน
ก็อย่างที่เคยบอกไว้อีกนั่นแหละ เขามีสองพี่ชาย หนึ่งพี่สาว และมีน้องสาว เรียกได้ว่าเป็ครอบครัวที่ใหญ่พอสมควร และไม่แน่ว่าในอนาคตครอบครัวอาจขยายใหญ่กว่านี้อีกด้วยซ้ำ ถ้าดูจากความรักของท่านพ่อ และท่านแม่ทั้งสองที่มีให้กัน
โดยเฉพาะกับท่านแม่มิเรียซึ่งเป็ซัคคิวบัสลูกครึ่งแวมไพร์ด้วยแล้ว ในไม่ช้าอาจมีข่าวดีว่าเขาอายมีน้องสาว หรือน้องชายเพิ่มอีกสักโหลสองโหลตามความขยันของพวกท่านพ่อท่านแม่ รวมกับท่านพ่อที่มีสายเืของสุดยอดหลายเผ่าพันธุ์อยู่ในตัวด้วยแล้ว
ในอนาคตอาจมีเื่บันเทิงจิตในครอบครัวเกิดขึ้นก็เป็ได้…ถ้าท่านพ่อไม่ตัวแห้งไปซะก่อนน่ะนะ เพราะ่นี้รู้สึกเหมือนน้ำหนักจะลงไปเยอะซะด้วย ทั้งที่ทำแต่งานเอกสารในห้องแท้ๆ แต่น้ำหนักท่านก็ลงเร็วยิ่งกว่าคนลดน้ำหนักซะอีก
คงได้แต่หวังว่าท่านแม่ทั้งสองจะปราณีท่านพ่อ ลดกิจกรรมลงสักหน่อย ไม่งั้นมีหวังท่านพ่อแห้งติดเตียงตายก่อนเป็แน่นอน เพราะทุกวันนี้ทั้งตัวเขา และน้องสาวต้องอพยพไปนอนปีกตะวันออกของพระราชวังไม่งั้นจะมีเสียงปริศนารบกวนทั้งคืนจนไม่ได้นอน
ถึงจะดีใจว่าพวกท่านรักหวานชื่นกันดี แต่เดี๋ยวตอนเช้าในมื้ออาหารรู้สึกท่านพ่อที่เคารพจะหมดสภาพไม่มีเรี่ยวแรงลุกมาร่วมมื้ออาหารบ่อยจนเกินไปแล้วนิดหน่อย นั่นคงเป็ต้นเหตุที่ทำให้น้ำหนักตัวท่านลดลงฮวบฮาบนั่นแหละนะ
“งะ-งืม…ท่านพี่~”เฟลิเซียลืมตาขึ้นมา และเรียกพี่ชายด้วยความงัวเงีย
“พี่ทำให้ตื่นเหรอ…?”เขาว่าตัวเองระวังตัวดีแล้วนะ ไม่น่าไปสะกิดกวนให้ตื่นได้นา…
“งืมมม~ท่านพี่ยังไม่นอนอ้อออ~?”เธอถามด้วยความงัวเงียง่วงนอนสุดๆ
“อีกสักพักน่ะ…”ถึงการนอนเยอะๆ จะดีกับเด็กเล็กก็เถอะ แต่สำหรับเขามันรู้สึกเหมือนตัวเองี้เียังไงก็ไม่รู้ถ้าวันหนึ่งนอนเกิน 8 ชั่วโมงน่ะ
“นอนเถอะน๊า~”และเธอก็ปิดท้ายด้วยการอ้อนด้วยสภาพงัวเงีย
เซอซิลนิ่งไปครู่หนึ่งด่อนจะปิดหนังสือ และวางลงไม่ห่างไม่ไกลนัก ก่อนจะขยับผู้เป็น้องสาวออกจากตักตนเองก่อนจะล้มตัวนอนหงาย เฟลิเซียจึงได้โอกาสเอาแขนพี่สาวสุดที่รักมาหนุนเป็หมอน ส่วนเมดสาววัยสิบสามปีนั้นก็ขยับตัวมานอนซบตัวของเด็กชายอย่างพอดิบพอดี
เ้าตัวเลยตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมข้างหนึ่งก็มีน้องสาวใช้แขนตนเองหนุนเป็หมอน และยังหลับตาพริ้มได้หน้าเฉย ส่วนเมดสาวนั้นเปลี่ยนท่านอนไม่ธรรมดาดันใช้แขนทั้งสองโอบกอดศีรษะเขาอีก จนจุดสุดท้ายนั้นจะจบลงที่เขานั้นเส้นยึดเพราะโดนกดทับนั่นเอง