แสงสีเขียวอมทองจางๆ จากหินหยวนในมือกะพริบไหวอย่างแ่เบาในห้องไม้ที่เคยอับเฉาและมืดมน บัดนี้มันคือประจักษ์พยานถึงศรัทธาที่ก่อเกิดเป็พลัง ซู่เหยียนจื่อจ้องมองมันเนิ่นนานราวกับกลัวว่าหากละสายตาไปแม้เพียงเสี้ยววินาที แสงนั้นจะเลือนหายไปดุจความฝัน น้ำตาที่เคยหลั่งรินแห้งเหือดไปแล้ว เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านในอกและความมุ่งมั่นที่ฉายชัดในแววตา
“นี่คือ...จุดเริ่มต้นจริงๆ…” เขาพึมพำกับตัวเอง มือที่เคยสั่นเทาบัดนี้กลับมั่นคงขึ้นเล็กน้อยเมื่อประคองก้อนหินนั้นไว้
ในอีกฟากฝัน เซ็นเฝ้ามองภาพนั้นด้วยหัวใจที่พองโต เขาเห็นความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานนับปีของเด็กหนุ่มกำลังถูกปัดเป่าไปด้วยแสงเรืองรองเพียงน้อยนิดนั้น มันไม่ใช่แค่ความสำเร็จของซู่เหยียนจื่อ แต่เป็เหมือนการยืนยันว่า “เสียง” ของเขา การมีอยู่ของเขา และความเชื่อของเขานั้นสามารถส่งไปถึงและเปลี่ยนแปลงบางสิ่งได้จริง
(เซ็นคิดในใจ: "เยี่ยมมาก... ในที่สุดเขาก็ทำได้จริงๆ ขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้สำคัญมาก เขาต้องไม่หยุดแค่นี้แน่")
"ดีมากซู่เหยียนจื่อ" เสียงของเซ็นกระซิบในห้วงคำนึงของเด็กหนุ่มอย่างอ่อนโยน "เ้าทำได้แล้วจริงๆ ก้าวต่อไปจากนี้แหละที่จะพิสูจน์ทุกอย่าง... เ้าต้องไม่หยุดอยู่แค่นี้"
ซู่เหยียนจื่อผงกศีรษะเล็กน้อยเป็การตอบรับเสียงนั้น เขาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นของห้องที่เคยทำให้เขารู้สึกหดหู่ บัดนี้กลับไม่รบกวนจิตใจเขาอีกต่อไป เขาวางหินหยวนก้อนนั้นลงข้างๆ อย่างทะนุถนอม แล้วหันไปมองกองตำราเกี่ยวกับรูนที่กระจัดกระจายอยู่รอบตัว ดวงตาของเขากวาดมองอักขระโบราณเ่าั้ด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม
“ᚠ (Fehu) คือพลังชีวิตและการก่อเกิด…” เขาไล่นิ้วไปตามสัญลักษณ์ที่วาดไว้บนแผ่นไม้ “และ Ƨ (Solen) คือการมองเห็นและศรัทธา… เมื่อสองสิ่งนี้รวมกัน จึงเกิดเป็พลังงานที่จับต้องได้…”
เขาหยุดครุ่นคิด ความสำเร็จครั้งนี้เป็เพียงการปลุกพลังงานในหินหยวน แต่ตัวเขาเองยังคงอ่อนแอ ร่างกายยังคงบอบช้ำจากอดีต หาก้าที่จะยืนหยัดบนเส้นทางนี้ต่อไป เขาจำเป็ต้องแข็งแกร่งขึ้น ทั้งร่างกายและจิตใจ
"เ้าคิดถูกแล้วซู่เหยียนจื่อ" เสียงของเซ็นเสริมความคิดของเด็กหนุ่ม "การมีพลังงานอย่างเดียวไม่พอ เ้าต้องรู้จักวิธีใช้มัน และวิธีปกป้องตัวเองด้วย ลองดูรูนตัวอื่นสิ บางทีอาจจะมีสิ่งที่เ้ากำลังมองหาอยู่ก็ได้"
ราวกับได้รับคำชี้แนะโดยตรง ซู่เหยียนจื่อหยิบตำราอีกเล่มขึ้นมาเปิดดูอย่างตั้งใจ สายตาของเขาไล่ผ่านรูนแต่ละตัว จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่สัญลักษณ์หนึ่ง รูปร่างคล้ายเขาสัตว์ชี้ขึ้นฟ้า
“ᚢ (Uruz)... พลังดิบแห่งความแข็งแกร่งทางร่างกาย การเยียวยา และความอดทน…” เขาอ่านคำอธิบายนั้นช้าๆ หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง (เซ็นคิดในใจ: "Uruz... เป็การเลือกที่ดี เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าตัวเอง้าอะไรจริงๆ")
เขาเลือกหินหยวนอีกก้อนหนึ่ง แม้จะมีขนาดใหญ่กว่าก้อนแรกเล็กน้อย แต่ก็ยังถือว่าเป็หินคุณภาพต่ำเช่นเดิม เขาวาดสัญลักษณ์ ᚢ (Uruz) ลงบนพื้นไม้ด้วยถ่านอย่างบรรจง จากนั้นจึงวางหินหยวนก้อนนั้นลงตรงกลาง แล้วนั่งลงขัดสมาธิ หลับตาทำสมาธิ
ครั้งนี้เขาไม่ได้คาดหวังจะเห็นแสงสว่างจากหินหยวน แต่เขา้าจะ "รู้สึก" ถึงพลังของมันไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย จิตของเขามุ่งมั่นไปที่ความหมายของ Uruz – ความแข็งแกร่งที่ไม่ย่อท้อ พลังแห่งการฟื้นฟู และในขณะเดียวกัน เขาก็ยังคงระลึกถึง Ƨ (Solen) จินตนาการว่าเขากำลัง “มองเห็น” พลังนั้นกำลังหล่อหลอมร่างกายของเขาให้แข็งแกร่งขึ้นทีละน้อย
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า…
ความเงียบสงัดโรยตัว มีเพียงเสียงลมหายใจแ่เบาของเด็กหนุ่ม ไม่มีแสงสว่างใดๆ ปรากฏขึ้นจากหินหยวน เหงื่อเริ่มซึมออกมาตามหน้าผากของซู่เหยียนจื่อ ความสงสัยเริ่มก่อตัวในใจ หรือว่าเขาจะเข้าใจผิดไป?
"อย่าท้อถอยซู่เหยียนจื่อ!" เสียงของเซ็นดังขึ้นอย่างหนักแน่นเมื่อเห็นเด็กหนุ่มเริ่มลังเล "การเสริมสร้างร่างกายมันต่างจากการปลุกพลังงานในหิน มันต้องใช้เวลาและความอดทนมากกว่านั้น เชื่อมั่นในสิ่งที่เ้ากำลังทำ เชื่อมั่นใน Uruz และ Solen!"
ซู่เหยียนจื่อกัดฟันแน่น เขารวบรวมสมาธิอีกครั้ง ปัดเป่าความลังเลออกไปตามเสียงที่ได้ยิน จิตใจของเขาย้ำเตือนถึงความเ็ปในอดีต ความอ่อนแอที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพนี้ และความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงมัน
“ข้าจะไม่ยอมแพ้…” เขาเปล่งเสียงออกมาแ่เบา แต่หนักแน่นด้วยเจตจำนง
เขายังคงนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น จิตจดจ่ออยู่กับรูน ᚢ และ Ƨ ไม่รับรู้ถึงกาลเวลาที่ผ่านไป จนกระทั่ง… เขารู้สึกถึงบางอย่าง!
ไม่ใช่ความร้อน ไม่ใช่แสงสว่าง แต่เป็ความรู้สึก “หนักแน่น” ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นภายในร่างกายอย่างช้าๆ กล้ามเนื้อที่เคยอ่อนล้าดูเหมือนจะตึงตัวขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจที่เคยติดขัดกลับลึกและสม่ำเสมอขึ้น ความเ็ปเรื้อรังตามข้อต่อดูเหมือนจะบรรเทาลงอย่างน่าประหลาด
มันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็ความรู้สึกเล็กๆ ที่ชัดเจนจนเขาััได้
ซู่เหยียนจื่อค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขาลองกำมือแล้วคลายออกช้าๆ ััได้ถึงเรี่ยวแรงที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เคยเป็มาก่อน รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความตื่นเต้นเหมือนครั้งแรก แต่เป็รอยยิ้มแห่งความเข้าใจและกำลังใจ
"นั่นแหละ... นั่นคือพลังของ Uruz" เสียงของเซ็นเจือความยินดี "แม้จะเล็กน้อย แต่มันคือการเริ่มต้นที่ดี จำความรู้สึกนี้ไว้ให้ดีล่ะซู่เหยียนจื่อ นี่เป็อีกก้าวที่สำคัญบนเส้นทางของเ้า" (เซ็นคิดในใจ: "เขากำลังเติบโตขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่พลัง แต่เป็จิตใจที่ไม่ยอมแพ้ของเขาต่างหากที่น่าทึ่ง")
เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ลองขยับแขนขา รู้สึกถึงความคล่องตัวที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม้ร่างกายจะยังคงผอมบาง แต่ความรู้สึกอ่อนแอที่เคยเกาะกุมจิตใจได้เริ่มจางหายไปแล้ว
“ข้า…แข็งแรงขึ้น…จริงๆ…”
ในวันนั้น ซู่เหยียนจื่อไม่ได้ทดลองรูนอื่นอีก เขาใช้เวลาที่เหลือในการทำความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในร่างกาย และจดบันทึกความรู้สึกและสิ่งที่สังเกตได้จากการใช้รูน ᚠ และ ᚢ ควบคู่กับ Ƨ ลงในสมุดบันทึกเล่มเก่าที่เขาใช้มาโดยตลอด
โลกภายนอกห้องไม้หลังเล็กนี้ยังคงหมุนไปอย่างเฉยเมย เสียงซุบซิบเย้ยหยันอาจจะยังไม่จางหายไป แต่สำหรับซู่เหยียนจื่อแล้ว โลกของเขาได้เริ่มส่องสว่างขึ้นแล้วด้วยประกายแสงแห่งการเริ่มต้นใหม่ ที่เขาสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง และเสียงจากอีกฟากฝันที่คอยอยู่เคียงข้าง
ตอนนี้คือก้าวเล็ก ๆ ที่สำคัญของซู่เหยียนจื่อ…
เหมือนที่หลายครั้งในชีวิตจริง เราอาจไม่เห็นผลลัพธ์ในทันที
แต่ทุกความพยายามที่เต็มไปด้วยเจตจำนง…มันจะส่งผลในสักวัน
ขอให้ทุกคนที่กำลัง “ฝึกฝนตัวเองอยู่เงียบ ๆ” จงอย่ายอมแพ้
พวกคุณไม่ไร้ตัวตน…แสงเล็ก ๆ ที่คุณจุดไว้ กำลังส่องถึงใครบางคนอยู่แน่นอน
แล้วเจอกันในตอนหน้า ????