ลมหายใจของหวังเฟยกลายเป็ไอขาว ก่อนที่สมองจะทันแปลความหมายของมัน
ความเย็นในโถงหน้าลิฟต์แก้วไม่ได้พัดมาจากช่องอากาศ มันผุดขึ้นจากข้างในกระดูก เสียดลึกถึงไข ราวมีมือที่มองไม่เห็นจุ่มโครงร่างทั้งร่างลงในบ่อน้ำแข็ง แว่น AR กะพริบเตือนถี่ยิบ
[AMBIENT TEMP: DROPPING — RATE EXCEEDS PHYSICAL MODEL]
อุณหภูมิดิ่งเร็วเกินกว่ากฎฟิสิกส์ข้อไหนจะอนุญาต นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของเครื่องวัด
นี่คือกฎธรรมชาติที่กำลังถูกใครบางคนบิดด้วยมือเปล่า
กลางพื้นหินอ่อนดำเงาวับ หลิวจางยืนอยู่ในท่วงท่าผ่อนคลายราวเดินชมสวน ทั้งที่ยืนอยู่กลางดงศัตรู ออร่าที่แผ่จากร่างกดอากาศรอบตัวจนสั่นระริกเป็คลื่นบาง ขนาบข้างด้วยลูกน้องสองคนในชุดฮั่นฟูดำ — ร่างั์กล้ามปูดโปน ยันต์สักทั่วแผงอกเรืองแสงจาง ๆ ใต้ผิว กับร่างผอมเพรียวที่สวม แทคติคัล ไวเซอร์ แถบกว้างครอบดวงตาทั้งสอง แผงเลนส์ดำโค้งรัดจากขมับหนึ่งไปถึงอีกข้าง ตามแบบฉบับพวกเซียนจักรกล
ลูกน้องคนที่สวม ไวเซอร์ เอ่ยขึ้นเรียบ ๆ
"ค่าหัวเ้าหนูสองตัวนี้ในตลาดมืดต่ำเกินกว่าจะเปลืองแรงศิษย์พี่ ให้พวกข้าจัดการแทนเถิด"
พัดเหล็กยกขึ้นห้ามช้า ๆ
“คืนนี้ท่านผู้าุโมู่ลงมาตรวจสาขาด้วยตัวเอง” หลิวจางไม่ละสายตาจากเหยื่อ รอยยิ้มเหยียดบางเฉียบ “บุคคลระดับท่านไม่ควรต้องลดตัวมาเหยียบเมืองบ้านนอกอย่างนครดาวตกด้วยซ้ำ ข้าจะไม่ยอมให้เกิดความผิดพลาดแม้เพียงปลายเล็บ ส่วนหนูสกปรกอย่างพวกเ้า... ข้าจะกวาดทิ้งด้วยมือของข้าเอง”
เขาคลี่พัดออกหนึ่งจังหวะ ลายัทองบนสันพัดรับแสง
"และถ้าคืนนี้จบลงเงียบและงดงามพอ... ตำแหน่งศิษย์สายในที่ข้ารอมาสิบปี ก็อยู่แค่เอื้อม"
ลูกน้องทั้งสองก้มหัว ถอยไปคุมเชิงหน้าประตูลิฟต์ เวทีทั้งโถงถูกยกให้นายของพวกมันแต่ผู้เดียว
ในสายตาหวังเฟย ภัยตรงหน้าเพิ่งเปลี่ยนรูปร่างไปทั้งดุ้น จากการปล้นฆ่าข้างถนน กลายเป็พิธีปะาของผู้ฝึกตนที่จัดฉากอย่างประณีต มีเหตุผล มีลำดับขั้น มีเกียรติยศของเพชฌฆาตกำกับทุกจังหวะ
และคนที่ต้องออกไปยืนกลางเวทีนั้นเพียงลำพัง คือซูหลิน
"ไอ้เฟย! รับ!"
กระเป๋าอุปกรณ์แฮ็กกับะเิทำมือลอยข้ามไหล่มา หวังเฟยคว้ามัน ขณะซูหลินดึงถุงมือแม่เหล็กไฟฟ้ารุ่นดัดแปลงออกมาสวม เหล็กกล้าดำด้าน เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและคราบน้ำมัน ตัวล็อกแม่เหล็กงับข้อมือดังแกร๊กราวขากรรไกรสัตว์งับเหยื่อ ตัวเก็บประจุเริ่มหวีด เสียงไต่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนอากาศรอบกำปั้นสั่น สนามพลังสีฟ้าครามของประกายกระแสแม่เหล็กสีน้ำเงินเต้นเร่าไปตามข้อนิ้ว กลิ่นโอโซนไหม้แทรกเข้าโพรงจมูก
"ของเล่นคนงานเหมือง จูนมาจนสุดเกจ" หลิวจางแสยะยิ้ม
ซูหลินคำรามผ่านไรฟัน ตั้งการ์ดมวยวัด
"ซูหลิน พวกมันไม่ใช่นักเลงข้างถนน!" หวังเฟยะโจากข้างหลัง
"ถึงเป็แค่ศิษย์สายนอก แต่มันมีปราณเซียน คนละชั้นกับพวกเราเคยเจอ! "
คำตอบของหลิวจางคือการถอนหายใจเบื่อหน่ายหนึ่งครั้ง
กับการสะบัดพัดหนึ่งจังหวะ
ฟรอสต์ไบต์ เกล วายุเหมันต์กัดกร่อน ไม่ได้มาพร้อมแสงสีอลังการ มีเพียงระลอกคลื่นโปร่งใสที่บิดภาพเบื้องหน้าให้เบี้ยว แล้วอุณหภูมิทั้งโถงก็ดิ่งลงติดลบในพริบตา ไอน้ำทุกหยดในอากาศจับตัวเป็คมมีดน้ำแข็งนับร้อย พุ่งเข้าหาเป้าหมายพร้อมกันทั้งผืน
วิชาประจำตระกูลที่หลิวจางถนัดเขาเลือกใช้มันแทนวิชานิกาย
ซูหลินดีดตัวหลบด้วยสัญชาตญาณล้วนๆ
แต่
กล้ามเนืุ้์ช้ากว่าเจตจำนงของผู้ฝึกตน
เกล็ดน้ำแข็งเฉือนไหล่ เฉือนต้นขา ความเจ็บมาถึงเป็เปลวร้อนวูบเดียวก่อนด้านชา เืที่พุ่งออกจากแผลแข็งตัวกลางอากาศ ร่วงกระทบพื้นเป็เม็ดแดงแกร่ง สนามแม่เหล็กจากถุงมือปัดคมน้ำแข็งที่เหลือแตกกระจายได้เพียงบางส่วน ความเย็นแทรกลึกผ่านผิว กล้ามเนื้อเริ่มแข็งทื่อทีละมัด ขาที่เคยเร็วเริ่มไม่ฟังคำสั่ง
หลิวจางเดินย่างสามขุมเข้ามา รองเท้าผ้าไหมเหยียบเกล็ดน้ำแข็งบนหินอ่อนดังกรอบแกรบ
"วิทยาศาสตร์ของพวกเ้า..."
คำตัดสินทิ้งดิ่งลงมาจากที่สูง
"มันก็แค่ของเล่นสำหรับคนที่ไร้พร์"
นับจากประโยคนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในโถงไม่ใช่การประลอง
มันคือการไล่ต้อนยืดเยื้อ
โดยตั้งใจของฝ่ายที่ล่า
ตลอดเวลานั้น ซูหลินพุ่งเข้าใส่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ทุกหมัดกลับช้ากว่าพัดเหล็กเพียงครึ่งจังหวะ
หลิวจางไม่เร่งฆ่า เขาเฉือนเพิ่มทีละแผล แช่แข็งกล้ามเนื้อทีละมัด และบังคับให้เหยื่อเผาผลาญกำลังของตัวเองไปเรื่อย ๆ
Red Dust ไม่ยอมให้ร่างซูหลินเย็นลง ความร้อนใต้ผิวปะทะกับไอเหมันต์จนเส้นเืฝอยแตก ผิวบริเวณหัวไหล่ปริเป็ทาง เืที่ซึมออกมาจับตัวแข็ง ก่อนจะถูกความร้อนจากภายในละลายไหลลงมาใหม่ ทุกลมหายใจร้อนจัด แต่ปลายนิ้วกลับด้านชาจนแทบไม่รู้สึก
หวังเฟยยังคงหาจังหวะลงมือไม่ได้
ตัวเลขบนมุมแว่นของหวังเฟยขยับจาก 21:30 น. ไปเป็ 21:47 น.
เจ็ดสิบเจ็ดนาทีนับจากเข็ม Red Dust แทงเข้าเส้นเื ร่างของซูหลินถูกใช้ล่วงหน้าไปมากแล้ว เวลานั้นมีจำกัดและพวกเขายังหาทางแตะตัวหลิวจางไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียว
บนดาดฟ้า Silver Spire ฝนกรดพรำเกาะผ้าคลุมเป็หยดมัน ๆ
ไป่หลินเธอรู้ดีว่ามันจะยากแน่ๆ ก่อนจะใช้Red Dust กับตัวเองกระตุ้นศักยภาพเพื่อเร่งเดินทางมายังที่นี่
จุดนี้อยู่ใกล้โดมแก้วกว่าเดิมและมองเห็นการต่อสู้ในโถงเบื้องล่างได้ทั้งหมด
ปัญหามีเพียงกระจกนิรภัยเกรด SSS ซึ่งหนาเกินกว่าะุของเธอจะเจาะผ่าน ช่องระบายอากาศกว้างไม่ถึงหนึ่งคืบจึงเป็แนวยิงเพียงทางเดียวที่ยังเหลืออยู่
เหงื่อเย็นไหลซึมกลางแผ่นหลังไป่หลิน ทั้งที่ลมกลางคืนบาดผิวหน้าจนชา สิ่งที่ทำให้มือของหญิงสาวสั่น ไม่ใช่ภาพเพื่อนกำลังเพลี่ยงพล้ำในเลนส์กล้อง
เป็เสียง
เสียงที่เงียบเกินไป ไม่มีใบพัดตีลม ไม่มีเครื่องยนต์สันดาป มีเพียงคลื่นหึ่งต่ำที่หูแทบไม่ได้ยิน แต่ฟันกรามรับรู้ได้เต็ม ๆ สั่นระริกอยู่ในเบ้า ราวกับร่างกายรู้ก่อนสมองว่ามีบางสิ่งผิดธรรมชาติลอยอยู่เหนือหัว
เธอค่อย ๆ แหงนหน้า
แสงนีออนจากป้ายโฆษณาเบื้องล่างสะท้อนขึ้นกระทบเกราะคอมโพสิตสีขาวงาช้างขลิบทองของวัตถุที่ลอยนิ่งอยู่กลางฟ้า ด้านหน้าของมันเป็ใบหน้าเครูบจักรกล ล้อมด้วยวงแหวนโลหะซ้อนกันเป็ชั้น ดวงตาสีทองทั้งสองข้างเปิดค้างอย่างไร้อารมณ์
ไร้ปีก ไร้ใบพัด มีเพียงคลื่นหึ่งต่ำจากสนามต้านแรงโน้มถ่วง—เทคโนโลยีต้องห้ามที่มีแต่กองทัพ Warden ถือครอง
เธอรู้จักมันดี
Cherubim-Alpha
และมันไม่ได้มาตัวเดียว จุดแสงทองผุดพร่างขึ้นกลางม่านฝนทีละจุด 3.. 4 ไม่ซิ 6 ตัว
จำนวนเพียงน้อยนิดแต่ก็ทำให้ใครที่ได้เห็นแทบบ้า
เรียงรายล้อมบ้านประมูลไว้ทุกทิศ เหมือนฝูงฉลามลอยวนรอบเรือที่ได้กลิ่นเื
"เฟย! ฟังฉัน Warden ล้อมไว้หมดแล้ว ถอนตัว ได้ยินไหม เฟย!"
สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงเสียงซ่า คลื่นถูกรบกวน
เมื่อคำเตือนส่งไปไม่ถึง มีเพียงไป่หลินที่รู้ว่าวงล้อมบนฟ้ากำลังปิดตาย
ไป่หลินกัดฟัน แล้วทำสิ่งเดียวที่สไนเปอร์ที่ดีทำได้ บังคับมือให้นิ่งกว่าเดิม แนบตากลับเข้ากล้อง แล้วตรึงปลายกระบอกไว้ในตำแหน่งเดียวที่ยังยิงช่วยเพื่อนได้
ในโถง การไล่ต้อนเดินมาถึงปลายทาง
หลิวจางเอียงคอหลบหมัดขวาของซูหลินแทบไม่ต้องมอง แล้วตอบกลับด้วยด้ามพัดกระแทกข้อศอก
กร๊อบ
เสียงชัดจนหวังเฟยรู้สึกราวกระดูกของตัวเองร้าวตาม ซูหลินทรุดฮวบลงเข่าข้างหนึ่ง ขาทั้งสองถูกน้ำแข็งเกาะหนาตรึงแน่นกับพื้น พัดเหล็กถูกง้างขึ้นช้า ๆ ในมุมของเพชฌฆาต ปลายพัดเล็งหลอดลม
"เดี๋ยว!"
เสียงหวังเฟยฉีกอากาศ
หลิวจางชะงักกึก เหลือบมองด้วยหางตา สิ่งที่เห็นคือชายหนุ่มยืนหอบ แว่น AR เลื่อนหล่นมาค้างที่ปลายจมูก มือข้างหนึ่งกำกระป๋องสเปรย์โลหะจนข้อนิ้วขาว
"มีคำสั่งเสียรึ เ้าแว่น?"
หวังเฟยแสยะยิ้ม ยิ้มแบบคนที่เพิ่งคำนวณเสร็จ
"แกบอกว่าวิทยาศาสตร์เป็ของเล่น..."
แขนเหวี่ยงสุดแรง
"ใครสนวิชาของพวกเซียนวะ"
กระป๋อง Thermal Dust ลอยโค้งขึ้นเหนือศีรษะหลิวจาง พ่นอนุภาคอะลูมิเนียม-แมกนีเซียมไวไฟออกมาเป็ม่านสีเทา
กระแสลมหมุนของ Frostbite Gale กระจายผงโลหะไปทั่วอากาศ
หลิวจางมองกระป๋องลอยผ่านด้วยสายตาที่ให้ค่ามันเท่าเศษเหล็กชิ้นหนึ่ง และในวินาทีเดียวกันนั้น หวังเฟยชัก Hook Gun ขึ้นจากเอว
เขาไม่ได้เล็งยิงตะขอ
นิ้วโป้งกดสวิตช์ Overload ที่ด้ามจนสุด
ประกายไฟลัดวงจรพุ่งพรวดจากปากกระบอก ลบเข้าชนม่านผงโลหะไวไฟที่ลอยแขวนอยู่ในอากาศ
ตู้มมม
ลูกไฟมหึมาะเิกลางอากาศ ความร้อนจัดตบเข้ากับความเย็นจัดในเสี้ยววินาทีเดียว มวลอากาศทั้งโถงขยายตัวรุนแรงเป็ Shockwave กวาดกระแทกทุกร่าง เศษน้ำแข็งทั้งผืนระเหิดเป็ไอ หลิวจางเซถอยหลังสามก้าว ม่านตาขยายกว้าง
โลกทั้งใบขาวโพลนไปด้วยไอน้ำเดือด
"ซูหลิน! ตอนนี้แหละ!"
ความร้อนจากการะเิละลายน้ำแข็งที่ตรึงขาซูหลินเหลือเพียงแอ่งน้ำอุ่น กับดักที่หลิวจางสร้างด้วยปราณของตัวเอง ถูกกฎธรรมชาติข้อเดียวกันย้อนกลืนหายต่อหน้า
ซูหลินเร่งกำลังถุงมือแม่เหล็กจนตัวเก็บประจุหวีดแหลม
สนามพลังสีฟ้าครามลามวาบไปทั่วกำปั้น
ร่างพุ่งทะลุม่านไอน้ำ
กำปั้นหุ้มเหล็กกระแทกเต็มสีข้าง ก่อนที่ม่านปราณจะทันประสานกลับ
ความอวดดีของเขาที่ลืมเคลือบปราณเซียนไว้ที่ร่าง
เสียงซี่โครงหักดังลั่นแข่งกับเสียงะเิ
ร่างดาวรุ่งแห่งนิกายงอพับเป็กุ้งลอยไปอัดประตูลิฟต์จนเหล็กยุบเป็แอ่งลึกตามรูปคน เืสดทะลักย้อมชุดไหมขาวราคาแพงแดงฉาน ขาซ้ายกระตุกเกร็งเป็จังหวะจากกระแสไฟที่แล่นผ่านเส้นประสาท
ชายผู้เรียกวิทยาศาสตร์ว่าของเล่นเมื่อไม่กี่ลมหายใจก่อน ถูกซัดกระเด็นด้วยหมัดที่ไม่มีปราณ
มีเพียง Red Dust สนามแม่เหล็ก และจังหวะที่หวังเฟยคำนวณไว้
แต่ควันยังไม่ทันจาง ร่างั์ก็พังทะลุม่านไอน้ำออกมา
ผิวทั้งตัวถูกลวกแดงเถือก ทว่าเงาดำกำลังรีดตัวขึ้นเคลือบมัดกล้ามทีละชั้น วิชาเคลือบเงา เนื้อหนังที่ควรพุพองกลับแข็งขึ้นเรื่อย ๆ ราวเหล็กหล่อ
มันพุ่งชนซูหลินเหมือนรถบรรทุกเบรกแตก
ร่างเพื่อนกระแทกเสาหินอ่อนเต็มหลัง เสียงร้าวลั่นไปทั้งต้น ซูหลินไถลลงกองกับพื้น ปอดหาอากาศไม่เจอ ตากวาดมองหาอะไรก็ได้
พื้น
ใต้พื้นหินอ่อน แผ่นพื้นอัจฉริยะซ่อนสายเคเบิลพลังงานไว้ข้างใต้อีกที
ซูหลินทุบถุงมือลงพื้นเต็มแรง เร่งสนามแม่เหล็กสุดกำลัง ทะลุผ่านหินอ่อน และผ่านแผ่นโลหะผสมไทเทเนียมกว้างเมตรหลุดกระเด็นจากตัวล็อก ลอยขึ้นมารับดาบเหล็กของเ้าั์ได้พอดีเผง
หมัดกระแทกแผ่น และสนามแม่เหล็กก็ดูดมันติดแน่น
"Discharge 200%"
กระแสไฟทั้งหมดที่สะสมมาทั้งคืนวิ่งย้อนผ่านแผ่นเหล็ก ทะลุแขนที่เคลือบเงา ตรงเข้าหัวใจ
ร่างั์ชักกระตุกทั้งตัว ตาเหลือกค้าง แล้วล้มตึงลงทั้งยืน ควันลอยขึ้นจากยันต์ที่ไหม้ดำคาแผงอก
ขณะเดียวกัน อีกฟากของโถง
ชายสวม Visor ก็ถอยหายเข้าไปในม่านควัน ร่างผอมบิดพร่าเพียงครั้งเดียว ก่อนสัญญาณบนแว่น AR ของหวังเฟยจะหายวับ
[TARGET LOST]
หวังเฟยพยายามองหาแต่ไม่เจอเขาทำได้เพียงตั้งรับ
และอีกไม่กี่วินาทีต่อมา
เสียงมาก่อนที่หวังเฟยจะทันตอบโต้
"วิชาเซียน ปลิดชีพเงา"
ร่างผอมลื่นไหลผ่านม่านควันสีดำไร้เสียง โผล่ขึ้นข้างหลังหวังเฟยพร้อมมีดสั้นความถี่สูงที่สั่นเร็วจนอากาศรอบใบมีดบิดเบี้ยว เสียงกระซิบเย็นจ่อข้างหู
"นักคำนวณ... มักจะตายเพราะคำนวณไม่ทัน"
ขนทั้งตัวหวังเฟยลุกเกรียว
ตัวแปรที่สาม เขาลืมมันไปสนิท
คมมีดเคลื่อนเข้าหาลำคอ
พร้อมๆกับเสียงเตือนของไป่หลินที่ดังขึ้นช้าไป
“จับภาพคนที่สามได้ ระวังไอ้ใส่ Visor”
ปัง
เสียงเหนี่ยวไกดังขึ้นตามหลังคำเตือน
เสียงปืนนัดเดียวจากทิศตรงข้าม ะุหัวะเิ .50 Caliber รุ่นเก่าเจาะเข้าไหล่ขวาของชายสวม Visor เต็มข้อ มีดสั้นหลุดกระเด็นหมุนคว้างไปกลางโถง
ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ และไม่ใช่ฟลุ๊ค
เธอจับตาตัวแปรที่หวังเฟยมองข้ามไว้ก่อนใครทั้งโถง
ะุที่ร้อยผ่านรูระบายอากาศกว้างคืบเดียวสูงจากพื้นห้าเมตรนัดนั้น จึงเป็ชัยชนะของเธอเองเต็มตัว
รอดหวุดหวิด ครั้งนี้เขาพลาด
หวังเฟยฉวยมีดสั้นที่ร่วงลงมา น้ำหนักเบาหวิวจนน่าขนลุก หมุนตัวปาดสวนกลางอกเ้าของเดิมในจังหวะเดียว
"คำนวณใหม่นะ... เพื่อน"
ร่างผอมทรุดลงกองกับพื้นข้างมีดของตัวเอง
หวังเฟยหอบ แตะแว่นAR "ขอบใจ ไป่หลิน"
คำตอบย้อนกลับมาแห้งเรียบเหมือนทุกครั้ง มุกประจำตัวหมอสนามของทีม
“ออกมาให้ได้ก่อน แล้วค่อยขอบใจ”
ถ้อยคำเดียวกับตอนที่สองนิ้วของเธอแตะลงบนข้อมือ และสำหรับชายที่ระบบทุกระบบในโลกอ่านค่าชีวิตเป็ศูนย์ เสียงเรียบ ๆ ประโยคนั้นคือเครื่องวัดเพียงชิ้นเดียวที่ยังยืนยันว่า หัวใจของเขายังเต้นอยู่จริง
ชัยชนะมีอายุไม่ถึงหนึ่งวินาที
แสงทองจากดวงตาของโดรนสาดอาบทั้งโถง ราวมีใครเอื้อมมือมาเปลี่ยนสีของโลก เงามหึมาเลื่อนทาบลงจากฟ้า กลืนแสงนีออนของ Starfall จนมืด
หวังเฟยกับซูหลินแหงนหน้าขึ้นมองผ่านโดมกระจกนิรภัยเกรด SSS
โดรนสังหาร Cherubim-Alpha หกลำ ลอยนิ่งเรียงกันเป็รูปหกเหลี่ยมสมบูรณ์แบบ ตาแดงเปล่งแสงพร้อมกัน ลำแสงเลเซอร์สาดลงถักประสานเป็ตาข่ายคลุมทั้งโดม
"หนี! เดี๋ยวนี้!" เสียงไป่หลินกรีดแหลมทะลุคลื่นซ่า "Warden ประกาศ Code: Contamination มันเลิกสนแล้วว่านี่เขตของใคร มันจะล้างทั้งพื้นที่!"
"กระจกนี่กันได้แทบทุกอย่าง" ซูหลินเริ่ม
"มันไม่ได้ยิงเพื่อเจาะ" หน้าหวังเฟยซีดลงทุกวินาที เพราะเขาอ่านกลไกออกแล้ว โดรนทั้งหกสลับกันปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงกับลำแสงความร้อน ปรับค่าไปเรื่อย ๆ ไล่หาสิ่งเดียว ความถี่ธรรมชาติของกระจก
"มันหาความถี่... พอเจอเมื่อไหร่ สะพานทั้งสะพานยังพัง"
กระจกเริ่มร้องเพลง
เสียงหวีดบางเฉียบไต่ระดับขึ้น สูงขึ้น บีบแก้วหู สูงขึ้นอีก
แล้วกระจกนิรภัยที่แข็งแกร่งที่สุดในตลาดมืด ก็ทลายลงเป็เม็ดทรายนับล้าน
ผลึกแก้วโปรยกราวลงมาทั้งโดม พร้อมม่านฝนกรดที่สาดตามเข้ามาอย่างเสรี
ทันทีที่เกราะแก้วหายไป โดรนทั้งหกปรับโหมด
[PURGE PROTOCOL: AREA CLEANSING]
เลเซอร์เป้าเดี่ยวเปลี่ยนเป็ะเิพลาสม่ากวาดพื้นที่ ลูกแรกถล่มลงกลางโถง
พื้นหินอ่อนดำะเิกระจุยเป็หลุมลึก เศษหินร้อนปลิวว่อนทุกทิศ แรงอัดตบเข้าโสตประสาทจนหูอื้อไปทั้งข้าง
ภัยคุกคามะโข้ามชั้นในพริบตาเดียว จากเซียนหนึ่งคนกับลูกน้องสองคนที่ทีมเพิ่งโค่นลง
กลายเป็ระบบล้างบางที่ไม่แยกแยะใครทั้งสิ้น มันจะฆ่าทุกคนที่อยู่ในรัศมี นั่นรวมถึงหลิวจางที่นอนจมกองเืของตัวเอง
ว่าที่ศิษย์สายในผู้าเ็กำลังตะเกียกตะกายเค้นปราณขึ้นเป็เกราะคุ้มกาย ลากร่างหนี ปฏิเสธเสียงแข็งผ่านไรฟันว่าจะไม่ตายแบบนี้
เบื้องหน้า Warden ทุกชีวิตในรัศมีคือเหยื่อยศเดียวกันหมด
นาฬิกาบอก 21:50 น.
เหลือสิบนาทีก่อนงานประมูลจะเริ่ม
และเหลืออีกสี่สิบนาทีก่อน Red Dust จะเริ่มเปลี่ยนร่างกายของซูหลินให้กลายเป็ซากจากข้างใน พร้อมกับลูกพลังพลาสม่าที่กำลังก่อตัวอยู่ภายนอก