บรรยากาศในห้องทำงานของคาเรสบนดาวไวรีเลียเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ทุกคนต่างจ้องมองไปยัง "ผงฝุ่น" ที่บัดนี้ได้ก่อตัวเป็โครงสร้างที่ซับซ้อนด้วยความทึ่ง มันคือ "สมการที่ขาดหายไป" ที่พวกเขาตามหา
"ฉันต้องยอมรับเลยว่ะเซ็น..." คาเรสเอ่ยขึ้นเป็คนแรก ทำลายความเงียบ "ไอ้เื่ 'ฝัน' บ้าๆ ของนาย...ดูเหมือนมันจะไม่ใช่แค่เื่เพ้อเจ้อจริงๆ" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากความเ็ามาเป็ความตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด
"มันไม่ใช่แค่ 'น่าสนใจ' แต่มันคือ 'การปฏิวัติ' ค่ะ" ซาเรียเสริม "ดร.อาริสยืนยันแล้วว่าคุณสมบัติทางกายภาพของมันตอนที่รวมตัวกัน มีความแข็งแกร่งและทนทานต่อพลังงานสูงกว่าวัสดุสังเคราะห์ที่ดีที่สุดของเราหลายเท่า"
"ตอนนี้เรายังเรียกมันว่า 'ตัวอย่างแร่ RXD-001' อยู่เลย" ลีน่า, นักวิเคราะห์ข้อมูล, พูดขึ้น "เราควรจะมีชื่อเรียกอย่างเป็ทางการสำหรับมันนะคะ"
ทุกคนเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อครุ่นคิด เซ็นมองไปที่การทำงานของแร่ที่มัน "สั่นพ้อง" (Resonance) กับเจตจำนง และทำหน้าที่เป็ "จุดเชื่อมต่อ" (Nexus) ระหว่างพลังงาน, รูน, และความเชื่อ
"Resonance... Nexus..." เขาพึมพำกับตัวเอง "ถ้าเราเอามารวมกันล่ะ? ...Resonexium (เรโซเน็กเซียม)"
ซาเรียยิ้มออกมา "Resonexium... 'สสารแห่งการสั่นพ้องและการเชื่อมต่อ'...ฉันชอบชื่อนี้ค่ะ"
"เรโซเน็กเซียม ดัสต์..." คาเรสทวนชื่อ "ชื่อดีว่ะ...แต่ตอนนี้มันก็ยังเป็แค่ข้อมูลโฮโลแกรมอยู่ดี"
ซาเรียพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ค่ะ นี่เป็เพียงข้อมูลที่เราวิเคราะห์และจำลองขึ้นมา แร่ของจริงยังคงอยู่ที่ศูนย์วิจัยหลักของ Aegis บน Aerysia การจะนำมันมาทดลองสร้างจริงที่นี่คงเป็ไปไม่ได้"
"งั้นเราก็มาทำในสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดตอนนี้กันก่อน" เซ็นกล่าวด้วยแววตาที่มุ่งมั่น "เรามาสร้าง 'พิมพ์เขียว' หรือ 'บลูพรินต์' ที่สมบูรณ์แบบที่สุดของ 'รูนิกพาวเวอร์คอร์' กัน"
จากวินาทีนั้น การทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้นของสามอัจฉริยะก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เป้าหมายของพวกเขาชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
พวกเขาทำงานร่วมกันผ่านระบบ Holoform เป็เวลาหลายวันหลายคืน จนในที่สุด...พิมพ์เขียวสามมิติที่สมบูรณ์แบบของ "รูนิกพาวเวอร์คอร์" ก็ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา มันเป็ผลงานที่เกิดจากการหลอมรวมของความฝัน, วิทยาศาสตร์, และศิลปะอย่างแท้จริง
"สำเร็จแล้ว..." เซ็นพึมพำออกมาอย่างโล่งอก "ใช่...เราทำสำเร็จ...แต่...นี่มันยังเป็แค่พิมพ์เขียวนะ"
เขาหันไปทางคาเรส "คาเรส...นายคือคนเดียวที่สร้างมันขึ้นมาได้ นายต้องมาหาพวกเราที่ Aerysia และสร้างมันขึ้นมา!"
คาเรสที่กำลังชื่นชมผลงานอยู่ถึงกับชะงัก "หา!? ไอบ้า! พูดง่ายๆ เลยนะ! นี่มันดาวไวรีเลียนะเว้ย! ไม่ใช่ดาวข้างๆ บ้านแก! นายรู้ไหมว่ามันไกลแค่ไหน!? ต่อให้ Aegis Industries ส่งยานที่เร็วที่สุดมารับฉันตอนนี้ มันก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปีเลยนะเว้ย!"
ทุกคนเงียบไปกับความจริงข้อนั้น ระยะทางกว่า 2.1 ปีแสงคืออุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขาในตอนนี้
แต่แล้วลีน่า, นักวิเคราะห์ข้อมูลของทีมซาเรีย, ก็เอ่ยขึ้นมาอย่างลังเล "เอ่อ...คุณคาเรสคะ...มันอาจจะมีอีกวิธีหนึ่งนะคะ"
ทุกคนหันไปมองเธอเป็ตาเดียว
"จากข้อมูลเครือข่ายการเดินทางในระบบ Aetheryon...ถึงแม้เราจะยังไม่มีเทคโนโลยีที่วาร์ประยะไกลได้โดยตรง แต่บริษัทขนส่งและเหมืองแร่ต่างๆ ก็ได้สร้าง 'เครือข่ายสถานีวาร์ประยะกลาง' (Warp Relay Network) ขึ้นมาเพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าและบุคลากรระหว่างดาวเคราะห์ต่างๆ ในวงแหวนทรัพยากรอยู่แล้ว..."
เธอฉายภาพแผนที่ดาวของ Aetheryon System ขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มี "เส้นทาง" และ "จุดเชื่อมต่อ" เล็กๆ ปรากฏขึ้นระหว่างดาวเคราะห์ต่างๆ
"นายก็ค่อยๆ ใช้สถานีวาร์ปมาสิ" ซาเรียพูดเสริมความคิดของลีน่า "นายอาจจะต้องเดินทางจาก Virelya ไปยังสถานีวาร์ปที่ใกล้ที่สุดก่อน แล้วค่อยๆ 'ะโ' ต่อมาทีละสถานี อาจจะต้องมีการต่อยานบ้างในบาง่...แต่มันจะเร็วกว่าการขับยานตรงๆ มาที่นี่ 4 ปีกว่าแน่นอน"
คาเรสนิ่งคิด... "ตระกูลของฉัน...ก็พอจะมีเส้นสายในการหา 'เที่ยวบิน' ลับๆ หรือทางลัดผ่านเครือข่ายพวกนั้นอยู่บ้าง..."
ซาเรียหัวเราะเบาๆ "แหม...ตระกูลนายนี่มันดูลึกลับสมจริงเลยนะ อย่างกับพวกองค์กรลับในหนัง"
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นภายใต้หน้ากากโอนิของเขาอีกครั้ง
"เอาล่ะ...น่าสนุกดีนี่หว่า...ในระหว่างที่ฉัน 'เดินทาง' ไปหาพวกนาย พวกนายก็เตรียม 'ของ' ให้พร้อมก็แล้วกัน โดยเฉพาะ...แร่ Resonexium Dust นั่นน่ะ"
ในที่สุด...พิมพ์เขียวที่สมบูรณ์แบบของ "รูนิกพาวเวอร์คอร์" ก็เสร็จสิ้นลง! ด้วยการร่วมมือกันของสามสหายต่างที่มา
แต่ความสำเร็จทางทฤษฎี ก็มาพร้อมกับอุปสรรคในโลกแห่งความเป็จริง...ระยะทางกว่า 2.1 ปีแสงที่ขวางกั้น!
ตอนนี้พวกเขาได้พบกับ "ทางออก" ที่เป็ไปได้แล้ว การเดินทางของคาเรสผ่าน "เครือข่ายวาร์ป" นี้จะเป็อย่างไร? เขาจะเจอกับอะไรระหว่างทางบ้าง? และในระหว่างที่รอคอย...เซ็นกับซาเรียจะเตรียมโปรเจกต์นี้ไปถึงไหน?
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ!
– Solendel