“เฮ้! อาณัติ” คำเรียกเดียวทำคนหยุดชะงักได้ถึงสองวันวิสาขนลุกซู่เมื่อพาลนึกไปว่าผู้หญิงคนนี้อาจจะเป็หวานใจของเขา ทำไงดี! พลางหันไปค้อนให้กับคนที่แหกกฎตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เข้าใจผิดกันขึ้นมา..ไม่รับผิดชอบเน้อ
“กุน ดีใจจังที่เจอ”
วันวิสาเห็นเ้าหล่อนใกล้ๆ ถึงกับต้องยกมือขยี้ตา ก็นางคือสาวสวยไฮโซชื่อดังที่มักทำการกุศลโดยเปิดประมูลภาพวาดฝีมือขั้นเทพของนางแล้วนำรายได้มอบและสนับสนุนองค์กรภาครัฐต่างๆ รวมถึงหน่วยงานของเธอด้วย
‘ศกุนตลา วิจิตรบรรจง’ หนึ่งในทายาทของศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ปีไหนสักปีจำไม่ได้แล้ว
“คิดถึงนายกับรินมากเลยนะ”ศกุนตลามองซ้ายขวาก่อนถาม “ยัยรินไม่ได้มาด้วยหรอ ปกติเห็นติดกันเป็ปาท่องโก๋”อาณัติหลุดหัวเราะเบาๆ
“ฉันติดเขาละมากกว่า รินไปเยี่ยมพ่อที่อุสดราลันไปจะเกือบอาทิตย์แล้วเนี่ย”
“ไม่ตามไปด้วยล่ะ”
“มันกะทันหัน พ่อเขาป่วย ไม่ได้ไปเที่ยว”
วันวิสาต้องแกล้งทำเป็มองบรรยากาศภายในงาน หากแต่สำราญทางช่องหูซะมากกว่า..ก็ไม่ได้อยากจะฟังนะแต่มันอยู่ในระยะที่ได้ยิน เท่าที่ฟังขอเดาว่าสองคนนี้เป็เพื่อนกัน ส่วนคนที่ถูกพูดถึงที่ชื่อ‘ริน’คนนี้น่าจะสำคัญ ลองถูกแซวว่าตัวติดกันเป็ปาท่องโก๋ไม่แคล้วแฟนกันแหงๆ ดูได้จากแววตาและไอ้อาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของนายอาณัตินั่นแหละ
แต่แปลกเนอะ..วันนี้คุณชาลิดาภรรยาเ้านายก็ไม่มาแฟนนายอาณัติก็ไม่มา เชื่อเหอะว่าแฟนนายฌานก็ไม่มาเหมือนกันนี่มันรวมพลคนแฟนไม่มาเลยนะเนี่ย
งั้นฉันรีบกลับน่ะถูกแล้วว่าแต่เมื่อไหร่จะคุยกันเสร็จ
เ้าหล่อนเหลือบมองแฟ้มงานในอ้อมแขนชายหนุ่มตาละห้อยอย่างน้อยส่งคืนมาก็โยนให้นายรามถือได้ เอ๊ะ!อ่า..เดี๋ยวๆ ไปนึกถึงเด็กบ้านั่นทำไม ไม่ได้มาด้วยซะหน่อย แม้แต่แฟนปุบปับของเธอก็ไม่มางานนี้แฮะ
“ยังไม่รีบกลับใช่ไหม” วันวิสาหันควับมาตอบ “รีบ”
อ่าว!เขาไม่ได้ถามเธอ แต่ถามเพื่อนหญิงของเขาต่างหากนายอาณัตินี่ชอบให้เธออยู่ในตำแหน่งส่วนเกินของเขาเสียจริง ถ้าจะคุยกันยาวก็ขอของคืนมา
“ไม่รีบสิ เพิ่งมา”
“ฉันก็เพิ่งมาไม่นานนี่เอง”
“ดีเลย อยู่คุยกันก่อน อีกเป็ชั่วโมงแน่ะกว่าคุณสามีจะมารับ”
วันวิสาต้องรีบแทรกตัวเสนอหน้าเพราะรู้สึกว่าจะนานเกินรอไปละ“เอ่อ..ส่งฉันแค่นี้ก็ได้ค่ะ เพราะอีกนิดเดียวก็จะถึงลานจอดรถแล้ว” สองชีวิตที่กำลังติดลมถึงกับหันมามองเป็ตาเดียว
“โทษทีสา ลืมเลย”
นั่นปะไร..ชิ!
“ขอบคุณค่ะคุณณัติ คุณกุน”เธอรีบแย่งแฟ้มงานมาแล้วคำนับซ้ายขวารวดเร็ว ก่อนจะปลีกตัวออกมาแบบไม่ให้ใครทันรั้งไว้ได้อีกพูดให้ถูกก็คือรีบเผ่นนั่นแหละ
ทันทีที่คนตัวเล็กเดินดุ่มๆออกจากประตูบานเลื่อนสู่อาคารจอดรถ ก็ถูกมือลึกลับจากมุมมืดดึงแขนไว้ วันวิสาถึงกับร้องลั่นด้วยความใ
ชายหนุ่มจากมุมมืดรีบตะปบปากเ้าหล่อนไว้ไม่ใช่กลัวว่าจะถูกกล่าวหาว่ามารอดักฉุดสาวหรอกนะ แต่เพราะเดซิเบลเสียงที่เกินมาตรฐานของเ้าหล่อนนี่สิ..หูจะแตก
“ฉันเอง”
“นายราม!” พอรู้เท่านั้นแหละว่าเป็ใคร แฟ้มงานก็ถูกเงื้อขึ้นกลางอากาศทันที “ไอ้เด็กบ้า!ฉันใหมด เล่นอะไรแบบนี้ห๊า!!!”ชายหนุ่มต้องยกสองมือห้ามไว้
“อย่าๆ ขอโทษ ไม่คิดว่าจะขวัญอ่อนขนาดนี้”
“อ่ออ..งั้นนายก็กบาลแข็งใช่ไหม มันน่าทุบให้แตก”เกือบจะเอาแฟ้มทุ่มใส่แล้วล่ะ แต่อีกฝ่ายกลับนั่งลงตัวงอ
“ปวดท้อง”
“เป็อะไรง่ะ”
“ไม่รู้ดิ สงสัยจะมื้อกลางวัน”เ้าหล่อนต้องหย่อนตัวนั่งลงตามทั้งที่ก็มีของเต็มแขน
“ไหวไหม นายรอฉันแปบนึงนะ เอาของไปเก็บก่อน”มือหนาคว้าชายเสื้อไว้
“ไปด้วยสิ จะทิ้งกันไว้อย่างนี้เรอะ”
“นายนี่พูดเกินจริงอีกละ” รามถึงกับหลุดขำทั้งที่ยังปวดท้องเ้าหล่อนชอบเลียนแบบคำพูดเขาอยู่เรื่อย
“อยากเข้าห้องน้ำไหม ใกล้ๆ นี่มี”
“ไม่ง่ะ”
“งั้นลุกจะได้เดินไปที่รถด้วยกันเลย”