“แล้วจะมีพวกอื่นมากันอีกหรือเปล่า?” จอห์นถามลูกชายอย่างกังวลถึงขีดสุดหลังได้ยินตอบของลูกชายว่าเ้ามนุษย์ปลานั้นที่พึ่งปรากฏตัวเป็ภัยกับมนุษย์อย่างแน่นอนแถมยังเป็นักล่าอีกมันยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก
“แน่นอนครับพวกนี้แค่เบี้ยตัวเล็กตัวน้อย นับจากนี้พวกเราต้องใชชีวิตอยู่ร่วมกับสิ่งเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” สมิธตอบคำถามของพ่ออย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมหรือให้ความหวังอะไรทั้งนั้นเพราะมันคือความจริงที่ไม่มีทางหนีได้ เราจะต้องอยู่มันไปตลอดและมีเพียงวิธีเดียวที่สามารถหลีกหนีเื่นี้ได้คือความตาย!
“ทหารหรือพวกกองกำลังต่างๆทั่วโลก...” ในขณะที่จอห์นกำลังพูดเขาก็ถูกหยุดโดยลูกชายในทันที
“พ่อหยุดคิดเลยเื่พวกนั้น ทั้งรัฐบาล ทั้งกองกำลังทหาร ทั้งอาวุธา หรือแม้แต่หัวรบนิวเคลียร์ก็ไม่อาจหยุดสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนับต่อจากนี้ได้” สมิธตัดความหวังของพ่อตัวเองอีกครั้งด้วยความจริงที่แสนจะเ็ปที่แม้แต่อาวุธทรงพลานุภาพที่สุดเท่าที่มนุษย์ชาติเคยสร้างมาก็ไม่อาจแก้ปัญหานี้ได้
“เฮอะ!!! บอกตามตรงตอนนี้พ่อไม่รู้แล้วว่าควรทำอะไร...” จอห์นถอนหายใจพร้อมกับลงไปนั่งที่พื้นอย่างหมดกำลังใจ
“พ่อแค่ต้องปรับตัวแต่เดี๋ยวเช้านี้พ่อก็จะเห็นแสงสว่างเอง” สมิธพูดแล้วยื่นมือให้พ่อจับ
“พ่อไม่รู้หรอกนะว่าลูกไปรู้ข้อมูลนี้ได้ไงและพ่อก็ไม่อยากรู้ด้วย รู้แค่นี้พ่อก็รับไม่ไหวแล้ว...ลูกอย่าเอาเื่นี้ไปบอกแม่ล่ะ เดี๋ยวพ่อเป็คนบอกเอง” จอห์นพยุงร่างตัวเองลุกขึ้นยืนขณะจับมือลูกชาย
“ได้ครับ” สมิธรับปาก
สองพ่อลูกกลับเข้าไปในบ้านก่อนที่พ่อของเขาจอห์นจะเรียกแม่ไปยังอีกห้องเพื่อพูดคุยเื่นี้โดยเฉพาะ เจนนี่เหมือนแม่จะให้กลับไปนอนเป็ที่เรียบร้อย ส่วนสมิธกลับมายังห้องนั่งเล่นเพื่อดูข่าวต่อไป
“พี่สมิธเ้าพวกนั้นอย่างกับหลุดออกมาจากในเกม” แจ็กสันพูดออกมาด้วยความตื่นเต้นผสมกับความสงสัย
“ก็ทำนองนั้น นายอย่าตื่นเต้นให้มันมากนักล่ะ แล้วอย่ามองเ้าพวกนี้เป็เพื่อนหรืออะไรทำนองนั้นเป็อันขาดเข้าใจไหม?” สมิธพูดขึ้นมา
“ผมอายุ 13 แล้วนะ แค่เห็นแปลกตาดีก็เท่านั้น ว่าแต่พี่เถอะพี่มีสกิลทำนายอนาคตหรือรู้สึกถึงลางร้ายหรอถึงได้รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น” แจ็กสันถามพี่ชาย
“เปล่าๆ พี่พิเศษกว่านั้นเพราะพี่ย้อนเวลากลับมา” สมิธตอบความจริงผสมติดตลกออกไป
“ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่นี้ก็ไร้สาระเป็เหมือนกันนะ” แจ๊กสันถึงกับหัวเราะออกมาเมื่อได้ฟังคำตอบของพี่ชายตัวเอง
ทั้งสองพี่น้องนั่งดูข่าวด้วยกันอีกสักพักก่อนแจ็กสันจะขอตัวไปนอนต่อ ทำให้ภายในห้องนั่งเล่นตอนนี้เหลือแค่สมิธเพียงคนเดียว ส่วนพ่อก็น่าจะแก้ปัญหาเื่แม่ได้แล้วเพราะั้แ่เข้ามาในบ้านสมิธไม่ได้ยินเสียงกรี๊ดหรือสัญญาณที่บ่งบอกว่าแม่มีอาการใแตกตื่น นั้นหมายความว่าพ่อจัดการเรียบร้อย
สมิธนั่งดูข่าวยันเช้าก่อนจะขึ้นไปปลุกครอบครัวอีกครั้งและทุกคนก็บ่นเป็เสียงเดียวกันว่า ‘สัตว์ประหลาดบุกโลกอีกแล้ว’
“เมื่อคืนทุกคนพึ่งจะได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่แค่ในจินตนาการเพียงเท่านั้น แต่ในอีก 30 นาต่อจากนี้ โลกของเราจะเกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาดอีกหนึ่งครั้งและหลังจากนั้นจะเกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ ไม่มีวันจบสิ้น ดังนั้นแล้วผมจึงบอกทุกคนว่าปรับตัวอยู่กับมันให้ได้...”
“เหตุผลที่ผมปลุกทุกคนไม่ใช่เพราะอยากจะมาแนะนำเื่นี้แต่เป็เื่ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ สักประมาณ 7 โมง ทุกคนน่าจะรู้สึกเวียนหัวถึงกับล้มสลบลงไปแต่ไม่ต้องเป็กังวลไปมันไม่เป็อันตรายทั้งนั้น เมื่อตื่นขึ้นมาทุกคนจะอยู่ภายในห้องที่มืดมิดซึ่งไม่ต้องใเพราะมันไม่เป็อันตรายเช่นกัน สักพักหนึ่งด้านหน้าของทุกคนจะปรากฏการ์ดขนาดใหญ่มากมายหลายการ์ด โดยการ์ดเ่าั้จะบอกรายละเอียดไว้ประมาณหนึ่งว่าการ์ดแต่ละการ์ดคืออะไร”
“ถ้าเอาแบบเข้าใจสุดทุกคนคิดว่าแต่ละการ์ดคืออาชีพที่อยากจะเป็แค่นั้น แต่ผมขอแนะนำหนึ่งข้อคือ หากมีการ์ดเ่าั้มีดาวสีทองจงให้ความสำคัญกับการ์ดเ่าั้เป็อันดับต้นๆเรพาะมันคือการ์ดเหนือการ์ด”
สมิธอธิบายถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นและเป็จุดเปลี่ยนของโลกเข้าสุ่โลกแห่งเหนือจินตนาการอย่างแท้จริง นับต่อจากนั้นโลกใบนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปรวมไปถึงเหล่ามนุษย์ชาติเช่นเดียวกัน...
ทุกคนตัดสินใจนั่งรออยู่ที่ห้องนั่งเล่น...และในที่สุดเวลาที่สมิธบอกก็มาถึง ทุกคนมีอาการเวียนจากนั้นทุกคนก็สลบลงในที่สุด!
“มาแล้วสินะ เวลาเปลี่ยนอาชีพ”