หลังจากที่ลุงใหญ่ถังช่วยออกหน้าตักเตือนคนในครอบครัว หยุนหนิงเอ๋อก็ใช้ชีวิตในบ้านได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เพราะนางไม่ต้องคอยกังวลว่าจะมีใครมาหาเื่ทุบตีนางอีก เพียงแต่งานบ้านทุกอย่างก็ยังตกมาเป็ของนางอยู่ดี มิหนำซ้ำงานในไร่นางก็ยังถูกบิดามารดาบังคับให้ออกไปทำโดยไม่มีเวลาผักผ่อน ถึงแม้นางจะเลี่ยงการทารุณจากการถูกทุบตีมาได้ แต่การได้ทำงานหนักโดยไม่มีเวลาได้พักหายใจภายใต้สภาพร่างกายที่อ่อนแอและทานอาหารไม่เพียงพอเช่นนี้ก็คงหนีไม่พ้นความตายอยู่ดี แต่...นางไม่ใช่หยุนหนิงเอ๋อคนเดิมสียหน่อย เพราะฉะนั้น...
‘ทำไมเสื้อผ้ายังมีรอยเปื้อนอยู่ เ้าซักมันแล้วจริงๆ ใช่ไหม’
‘หยุนหนิงเอ๋อ! เ้าจะเผาบ้านข้าเลยหรือไง ทำไมควันมันถึงได้มากมายอย่างนี้’
‘ก่อนทำอาหาร เ้าล้างผักพวกนี้แล้วหรือยัง เศษดินในจานนี่มันคืออะไร ถุยๆๆ ก้อนกรวดเล็กๆ ก็มี ฟันข้าจะหักหมดแล้ว’
‘โอ๊ยๆๆ ลิ้นข้าชาไปหมดแล้ว เ้าใส่เกลือไปในข้าวต้มทั้งถุงเลยหรือไง เ้าไม่รู้หรือว่าเกลือมันแพงขนาดไหน’
‘ข้าบอกให้เ้าไปรดน้ำผักทำไม่ไป ดูซิว่าต้นกล้าผักของข้าจะตายหมดแล้ว นังลูกไม่รักดี ทำงานก็ไม่ได้เื่’
เสียงต่อว่าด่าทอหยุนหนิงเอ๋อเป็อย่างนี้ไปอีกหลายวัน จนในที่สุดพ่อหยุนก็ทนไม่ไหว เขาเรียกประชุมคนในครอบครัวทันที
“ตกลงว่าเ้าตั้งใจทำให้งานในบ้านออกมาเละเทะอย่างนี้ใช่ไหม” พ่อหยุนกัดฟันถาม เขาอยากจะหยิบไม้เรียวมาเฆี่ยนลูกสาวเต็มทีแต่เขาก็ต้องอดทนเอาไว้
“ข้าตั้งใจที่ไหนกันเล่าท่านพ่อ” หยุนหนิงเอ๋อทำหน้าเหมือนไม่ได้รับความเป็ธรรม “ข้าก็ทำงานเหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่พวกท่านให้ข้าไปทำงานในไร่ั้แ่เช้ายันค่ำ ทั้งยังให้ข้ากินข้าวแค่มื้อเดียวอีก ทำให้ข้าไม่มีเรี่ยวแรง ร่างกายอ่อนล้า สมองก็เลยทำงานช้าไปบ้าง หยิบเครื่องปรุงมาทำอาหารก็หยิบผิดๆ ถูกๆ ไปซักผ้าที่ริมลำธารก็ไม่มีแรงทุบให้สะอาด ส่วนน้ำในไร่ก็ไม่ใช่ว่าข้าละเลย เพียงแต่กำลังของข้ามันน้อยข้าถึงหิ้วน้ำได้ไม่มาก พอรดตรงนี้ตรงโน้นก็แห้งไปแล้ว ถ้าท่านไม่เชื่อก็ไปถามป้าสะใภ้ใหญ่ได้ ป้าสะใภ้ใหญ่ทำงานอยู่ไร่ใกล้ๆ กับเรา อืม...ดูเหมือนป้าสะใภ้ใหญ่จะจดบันทึกการทำงานของข้าไว้ด้วยนะเ้าคะ”
“พี่สะใภ้ใหญ่จะจดบันทึกการทำงานของเ้าไว้ทำไม” พ่อหยุนถามอย่างไม่วางใจ
“ป้าสะใภ้คงอยากบันทึกเอาไว้ว่าในแต่ละวันข้าทำงานอะไรบ้าง ทำวันละกี่ชั่วยาม ได้กินข้าวกี่มื้อ ได้พักผ่อนเพียงพอหรือไม่ มีคนในบ้านช่วยข้าทำงานกี่คน ถ้าข้าฟังไม่ผิดดูเหมือนท่านลุงกับท่านป้าจะพูดว่าการใช้แรงงานผู้อื่นมากเกินไปก็เรียกว่า ‘ทารุณ’ ได้เหมือนกันเ้าค่ะ” หยุนหนิงเอ๋อตอบเหมือนไม่ใส่ใจ แต่นางก็แอบสังเกตสีหน้าของทุกคนไปด้วย และมันก็ได้ผล
“ทารุณอะไร! ใครทารุณเ้า งานในบ้านก็เป็หน้าที่ของเ้าอยู่แล้ว มีลูกสาวบ้านไหนไม่ต้องทำงานบ้านกันบ้าง เ้าอย่ามาใส่ร้ายข้า” แม่หยุนรีบพูดขึ้น “เ้าไม่ใช่ลูกผู้ดีมีเงินที่ต้องมีบ่าวรับใช้มาทำงานให้นะ”
“แต่พี่สะใภ้ก็อยู่บ้านเฉยๆ ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย” หยุนหนิงเอ๋อพูดขึ้นอย่างน้อยใจ
“เ้าจะเทียบกับนางได้ยังไง พี่สะใภ้ของเ้ากำลังเตรียมตัวมีหลานชายให้ข้าอยู่ เพราะฉะนั้นนางจะทำงานหนักไม่ได้”
“เสื้อผ้าของตัวเองก็ควรต้องซักเองไหม อย่างน้อยพวกเสื้อตัวในก็ไม่ควรให้ข้าซักให้นะเ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อยังพูดต่อ
“หนิงเอ๋อ...เ้าบอกว่าป้าสะใภ้ของเ้าจดบันทึกการทำงานของเ้าไว้ทุกวันอย่างนั้นหรือ” พ่อหยุนยังไม่ลืมประเด็นสำคัญ “เ้าไปบอกป้าสะใภ้ได้หรือไม่ว่าให้นางเลิกจดบันทึกนั้นได้แล้ว”
“ทำไมหรือเ้าคะท่านพ่อ” หยุนหนิงเอ๋อแสร้งไม่เข้าใจ
“นั่นสิตาเฒ่า บันทึกนั้นสำคัญยังไง” แม่หยุนถามสามีอย่างไม่เข้าใจเช่นกัน
“เ้าไม่ได้ยินที่หนิงเอ๋อบอกหรือไงว่าการใช้แรงงานคนอื่นมากเกินไปก็เรียกว่าทารุณ ข้ากลัวว่าพี่สะใภ้จะเอาบันทึกนั้นไปฟ้องร้องกับทางการน่ะสิ” พ่อหยุนกระซิบบอกภรรยา
แม่หยุนได้ฟังก็หันไปบอกลูกสาวทันที “เ้าไปบอกให้พี่สะใภ้เลิกจดบันทึกนั้นเสีย”
“ข้าจะทำอย่างนั้นได้ยังไงเ้าคะ ป้าสะใภ้ใหญ่อยากทำอะไรแล้วข้าจะไปห้ามได้ยังไงกัน”
“เ้าไปบอกพี่สะใภ้ว่าต่อไปงานในบ้านพวกเราจะแบ่งหน้าที่กันอย่างยุติธรรม” พ่อหยุนพูดอย่างไม่เต็มใจ
“ไม่นะเ้าคะท่านพ่อ ข้าทำงานช่วยพวกท่านไม่ได้หรอก ถ้าข้าทำงานมากไปข้าก็ท้องไม่ได้กันพอดี” หม่าหลงรีบปฏิเสธเมื่อเห็นพ่อสามีกวาดตามองมาที่ตนเอง
“เช่นนั้นงานในส่วนของเ้าก็ให้ไป๋เอ๋อทำแทน” พ่อหยุนหันไปพูดกับลูกชาย “ต่อไปเ้าก็ทำงานในส่วนของภรรยาเ้าไปด้วย”
“ข้าเป็ผู้ชายนะท่านพ่อ งานบ้านพวกนี้ข้าจะทำได้ยังไง” หยุนไป๋ไม่เห็นด้วยทันที
“หรือเ้าอยากให้คนมาฟ้องร้องว่าเราใช้งานหนิงเอ๋อมากเกินไปกันล่ะ” พ่อหยุนะโขึ้นอย่างเหลืออด
คราวนี้คนในบ้านไม่มีใครกล้าพูดเลยสักคำ หลังจากนั้นพ่อหยุนก็แบ่งหน้าที่ให้ทุกคน โดยงานในครัวมอบหมายให้แม่หยุนเป็คนทำ งานในไร่เป็หน้าที่ทุกคนยกเว้นหม่าหลง
ส่วนการทำความสะอาดห้องนอนและการซักผ้าแต่ละคนจะต้องรับผิดชอบในส่วนของตนเอง แต่หยุนหนิงเอ๋อเป็ลูกสาว นางจึงต้องทำในส่วนของบิดามารดาไปด้วย ซึ่งหยุนหนิงเอ๋อก็ไม่ได้ขัด เพราะทำงานให้บิดามารดาก็ถือเป็เื่ปกติ
“เอาล่ะ ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานได้ แล้วอย่าให้ข้ารู้นะว่าใครเกี่ยงงาน ไม่งั้นข้าจะงดข้าวพวกเ้าเสีย” พ่อหยุนสั่ง
“รวมถึงข้าด้วยหรือท่านพ่อ” หม่าหลงถามพ่อสามี
“เ้าก็บอกสามีเ้าทำงานให้ดี ไม่งั้นเขาก็ต้องอดข้าวแทนเ้า” พ่อหยุนเริ่มไม่พอใจลูกสะใภ้ขึ้นมาบ้างแล้ว
หม่าหลงยิ้มรับอย่างไม่รู้สึกผิดที่ต้องให้สามีมาทำงานบ้านแทนตนเอง ก็จะมีใครกล้ามาต่อว่านางได้ล่ะ หากพวกเขาอยากมีเื่กับคนสกุลหม่าก็ลองดู พี่ชายของนางชกต่อยเก่งยิ่งนัก นางหันไปพูดกับหยุนหนิงเอ๋ออย่างได้ใจ “เ้าคิดอยากให้ข้าทำงานบ้านอย่างนั้นหรือ ดูเอาเถอะแม้แต่พ่อสามียังไม่กล้าใช้งานข้าเลย”
หยุนหนิงเอ๋อไม่ตอบ แต่ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้าย นางหันไปกระซิบถามพี่ชาย “พี่ใหญ่...ที่พี่สะใภ้ไม่ท้องมันเป็เพราะนางหรือเป็เพราะท่านกันแน่ คนในหมู่บ้านมีใครไม่ทำงานหนักกันบ้าง แต่ข้าก็ยังเห็นพวกเขาท้องลูกหัวปีท้ายปีด้วยซ้ำ”
“ข้าไม่มีปัญหา ข้าแข็งแรงดี เ้าอย่ามาพูดซี้ซั้ว” หยุนไป๋ตอบอย่างไม่พอใจ
“แล้วท่านจะรู้ได้ยังไงว่าท่านแข็งแรงดีไม่มีปัญหา ในเมื่อท่านไม่เคยไปลองกับใครเสียหน่อย”
“เ้าเป็ผู้หญิงทำไมกล้าพูดเื่น่าอายเช่นนี้”
“ข้ากำลังช่วยท่านหาสาเหตุของปัญหาอยู่ต่างหาก เพราะถ้าปัญหามันอยู่ที่ท่าน ต่อให้ท่านบำรุงร่างกายพี่สะใภ้จนแข็งแรงนางก็ท้องไม่ได้อยู่ดี หรือว่า...ถ้ามันมีปัญหาเพราะตัวนางเองล่ะ ถ้านางท้องไม่ได้เพราะตัวนางเองท่านจะทำยังไง พี่ใหญ่...ท่านอายุยังน้อย ท่านยังสามารถแต่งกับคนอื่นได้นะ”
หยุนไป๋ไม่ตอบคำถามน้องสาวแล้วคราวนี้ เขากำลังคิดถึงความเป็ไปได้ทางอื่นมากกว่า เป็เื่จริงที่เขาแต่งกับหม่าหลงมาสองปีแล้ว และเื่อย่างว่าก็ขยันทำกันทุกคืนแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าภรรยาจะมีข่าวดีให้เขาสักที ดูอย่างหยุนเปียวลูกชายคนโตของลุงใหญ่ถังนั่นอย่างไร แต่งงานช้ากว่าเขาเกือบครึ่งปี แต่ตอนนี้ภรรยาของหยุนเปียวกับท้องโตจนอีกไม่กี่เดือนจะคลอดลูกชายออกมาได้อยู่แล้ว
หยุนหนิงเอ๋อแอบยิ้มอยู่ในใจ หม่าหลงจะท้องได้ยังไงกันล่ะ ก็นางแอบไปมีสัมพันธ์กับผู้ชายมากหน้าหลายตาจนพลาดท้องขึ้นมา แต่ผู้ชายเ่าั้กลับปฏิเสธความรับผิดชอบ หม่าหลงจึงต้องกินยาขับเืเพราะกลัวว่าหากมีคนรู้ว่านางท้องไม่มีพ่อแล้วนางจะต้องถูกจับถ่วงน้ำอย่างแน่นอน แต่เพราะหม่าหลงซื้อยาราคาถูกจากหมอเถื่อนมากิน อาการตกเืจึงค่อนข้างรุนแรง แม้จะรักษาชีวิตไว้ได้ แต่นางก็ไม่สามารถมีบุตรได้แล้วในชาตินี้
ส่วนหยุนไป๋จะสืบรู้สาเหตุแล้วจัดการเื่นี้ยังไงหยุนหนิงเอ๋อก็ไม่สนใจ เพราะในอนาคตนางก็ไม่รู้ว่านางจะได้อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ต่อไปหรือไม่ ดังนั้นครอบครัวแย่ๆ เช่นนี้ ต่อให้นางทิ้งพวกเขาไว้เื้ันางก็ไม่รู้สึกผิดอยู่ดี