เสน่ห์ของแม่หญิงแคว้นฮั่ว นั่นคือการเป็แม่หญิงแม่เรือน เป็นางงามห้องครัวคอยทำอาหาร
หนี่เฟิ่งจิวนางงามจากเฉิงตู อย่าว่าแต่อาหารเลย ต้มมาม่ายังแทบกินไม่ได้จะหวังอะไรจากเธอ
เช้านี้อ๋องเสี่ยวเหยาอยากจะกินอะไรร้อนๆ และมันก็เป็หน้าที่ของสาวใช้มือใหม่ที่ต้องจัดหา
“ท่านพี่เชื่อมือคนบ้าหรือเพคะ?”
“นางไม่ได้บ้าหรอก เ้าก็กล่าวหาเกินไป”
หนี่เฟิ่งจิวแอบยิ้มเยาะเล็กน้อย หลี่เหมยตั้งตัวเป็ศัตรูคู่แค้นกับเธออย่างสมบูรณ์ ในห้องครัวแทบไม่มีอะไรให้ทำอาหาร สะอาดเอี่ยมเหมือนใหม่ทั้งที่ทำอาหารกันอยู่ทุกวัน
เดาว่าคงเป็ฝีมือของคุณหนูตรงหน้า เธอตั้งใจทำให้หนี่เฟิ่งจิวโดนท่านอ๋องลงโทษ
“ฉันทำอาหารไม่เป็”
“นั่นอย่างไร! เชื่อข้าหรือยังล่ะเพคะท่านพี่”
“หรือคุณหนูทำเป็เ้าคะ เช่นนั้นก็ช่วยเมตตาสอนฉันบ้าง”
“ไม่รู้หรืออย่างไร หญิงแคว้นฮั่วต้องทำอาหารได้ทุกคน !!” คุณหนูหลี่เหมยพูดเสียงดังฟังชัด เชื่อแล้วว่าทุกยุคสมัยต้องมีคนประเภทนี้
“เ้าทำเป็อย่างนั้นรึ? ตอนไหนล่ะ”
“เอ๊ะ! ท่านพี่ ท่านไม่เชื่อข้าหรืออย่างไร?”
เจียงเหวินที่ฟังอยู่ก็ส่ายหัวทันที คุณหนูหลี่เหมยนอกจากผัดแป้งหน้าขาวไปวันๆ เ้าตัวเคยสนใจเื่งานบ้านงานเรือนเสียที่ไหน ด้วยความที่เธอเป็น้องคนเล็กสุด ก็มักได้รับการดูแลเอาอกเอาใจจนเคยตัว
“ให้ฉันพูดเลยไหมคะ คุณหนูรู้หรือเปล่าว่าหม้อ กระทะหน้าตาเป็ยังไง”
“หนี่เฟิ่งจิว!”
“ท่านอ๋องจะเอายังไงคะ ให้ฉันทำกับข้าวมันยากเกินความสามารถฉัน เผลอๆกินเข้าไปล่ะก็ แคว้นฮั่วคงต้องเปลี่ยนท่านอ๋องใหม่”
“แต่เ้าเป็สาวรับใช้”
“เอะอะเสียงดังเลยเชียว !” ผู้มาใหม่โปรยรอยยิ้มมาแต่ไกล รอยยิ้มจิ้งจอกกำลังล็อคเป้ามาที่หนี่เฟิ่งจิว หญิงงามคำพูดพิกล ท่าทางเงอะงะนั้นถูกใจเหลือเกิน
“เสด็จพี่!”
“เ้านี่โตเป็สาวแล้วนะหลี่เหมย ทำไมยังมาหาเื่แข่งขันกับสาวใช้อีก”
“ก็....”
“เอาล่ะ วันนี้พอ!”
“พออะไรกันเ้านี่ ข้าพึ่งมาถึงแท้ๆ” หนี่เฟิ่งจิวเองก็อยากรู้ว่าองค์รัชทายาทนั้นมาที่จวนอ๋องบ่อยๆทำไม เสี่ยวเหยาไม่ได้มีสีหน้ายินดีด้วยซ้ำ
“คราวนี้ท่านจะอ้างสิ่งใด”
“เ้าก็ตั้งแง่เกินไปเสี่ยวเหยา แคว้นนี้ไม่ได้มีเ้าเป็แค่เ้าของหรอกนะ”
ท่านอ๋องถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย พี่ชายจอมเ้าเล่ห์ที่พร้อมฉกฉวยทุกอย่าง เมื่อใดที่ขวางทางก็ต้องโดนตัดรากถอนโคน ไม่อยากเชื่อเลยว่ารอยยิ้มพวกนี้มันจอมปลอม
“เสด็จพ่ออยากให้เ้าเข้าร่วม ประลองอาวุธกับแคว้นอื่น”
“เพื่อสิ่งใด”
“ชิงบ้านชิงเมือง เ้าเองก็ถึงเวลาที่ต้องสมรสแล้วด้วย”
“ข้าไม่้า !”
“เ้ามันดื้อดึงเกินไปเสี่ยวเหยา อ๋องเช่นเ้าจะทำทุกอย่างตามใจตนไม่ได้หรอก” เสี่ยวเหยาอยากหัวเราะให้กับพี่ชายของตัวเอง คนที่พร้อมฆ่าเขาทุกเมื่ออย่างเสี่ยวตง กำลังขอร้องให้กลับไปทำตามคำสั่งของพระบิดา
“อ่อ แม่นาง หากที่นี่อยู่ยากลำบาก ข้าแนะนำให้มาถวายตัวเข้าวัง”
“พอเถอะน่า!”
“เ้านี่มันหวงไปหมดทุกสิ่ง สาวใช้เ้าก็หวงหรือ?”
“ท่านควรกลับไปทำในสิ่งที่รัชทายาทควรทำ ไม่ใช่เอาเวลามายุ่งกับข้า” แทนที่เสี่ยวตงจะโกรธกับคำพูดของอ๋อง เขากลับหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย
“ข้าไปก็ได้ แล้วจะส่งหนังสือมาให้”
เ้าของชุดปักลายั บอกฐานะว่าจะขึ้นครองบัลลังก์ในอนาคต หนี่เฟิ่งจิวเห็นสายตาของสองพี่น้องที่ฟาดฟันกันไปมา จะเป็อะไรไหมหากว่าเธออยากรู้เื่ราวพวกนี้
“ท่านอ๋อง”
“หืม?”
“พวกท่านไม่ชอบกันหรอคะ”
“สติปัญญาของเ้ายังดีอยู่สินะ เ้าถึงมองออกว่าข้ากับเสด็จพี่ไม่ชอบกัน”
“ในฐานะที่ฉันเป็สาวใช้ของท่าน !!”
“แล้วยังอย่างไร?”
“ฉันอยากรู้เื่ของท่านบ้าง ได้ไหมคะ?” หนี่เฟิ่งจิวอยากมองหน้าอ๋องเสี่ยวเหยาตลอดไป แล้วคิดว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่กับพระเอกเบอร์หนึ่งที่ใฝ่ฝัน
“ข้าไม่มีเื่อะไรทั้งนั้น”
“โถ่! มีอยู่เื่หนึ่งที่ฉันอยากรู้ เื่นี้ท่านอ๋องต้องตอบนะคะ”
“เื่?”
“เื่ที่ว่าพระจันทร์เต็มดวง แล้วท่านไม่นอนเพราะกลัวราศีหม่นหมอง” คนที่กำลังยกแก้วชาขึ้นจิบถึงกับสำลัก ไม่รู้ว่าเจียงเหวินมันไปแต่งเื่บ้าบออะไรให้ฟัง
“ข...ข้านี่นะหรือ”
“หรือว่าไม่จริงคะ ฉันก็ว่าแล้วมันแปลกๆ”
“จริง!”
“เอ๋!.....จะ จริงงั้นหรอคะ?”
“อืม ข้าไม่นอนวันที่จันทร์เต็มดวง เ้าก็อย่าให้ข้าหลับเด็ดขาด” ท่านอ๋องไม่ได้ยกชาขึ้นจิบแล้ว แต่กระดกเอาเป็เอาตายจนเกือบหมดกา หนี่เฟิ่งจิวได้แต่เกาหัวตัวเองแกรกๆ ยุคสมัยที่เธอย้อนมามีแต่เื่แปลกไปหมด ชุดที่ใส่ก็โคตรจะหนักและร้อน เครื่องหัวก็เยอะจนรู้สึกปวดไปหมด
“ท่านอ๋องมีเมียไหมคะ?”
พรวด..แค่กกกก ! แค่กกก ! น้ำชาเป็สายพุ่งออกมาจากปากของเสี่ยวเหยา เขาสำลักจนหน้าแดงไปหมด สายตาก็ส่งมาคาดโทษคนที่กำลังช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัว
“เ้าถามบ้าอะไร!???”
“ก็จวนของคุณมันทั้งเงียบ สาวใช้ก็มีอยู่ไม่กี่คน ปกติท่านอ๋องต้องมีเมียเยอะๆ”
“คนเดียวก็เหนื่อยจะแย่”
“ไหนล่ะคะเมียท่านอ๋อง” หนี่เฟิ่งจิวสวนกลับมาหน้าแทบหงาย เขาแค่เปรยว่ามีคนเดียวก็น่าเหนื่อย แต่ตอนนี้เสี่ยวเหยายังเป็ชายโสดอยู่ไง
“ข้าไม่มี! เ้าถามเอาสิ่งใดกันเนี่ย”
“นี่ถ้าคุณคือเหยาตงที่ฉันชอบล่ะก็ ฉันจับทำผัวไปั้แ่วันแรกที่เจอแล้ว”
“หนี่เฟิ่งจิว!!!”
“อะไรล่ะคะ ทำไมต้องหน้าแดงด้วย”
หญิงบ้านี่ตรงหน้าของเขาพูดออกมาแต่ล่ะอย่าง ไม่รู้จักอายฟ้าดินบ้างเลย ไม่รู้ว่าเป็ลูกหลานตระกูลไหน แล้วนี่ยังมายืนบอกจะเอาเขาเป็ผัวอีก
“เ้าใจกล้าบ้าบิ่นเหลือเกิน”
“รู้ไหมว่าแม่อยากให้ฉันแต่งงาน ในยุคฉันเพื่อนมีลูกยกโหลแล้ว”
“..อ...อะไรนะ???”
“ท่านอ๋องเองก็หล่อเหลาขนาดนี้ ทำไมยังไม่มีเมียอีกล่ะคะ”
“เื่ของข้า!”
มันมีที่ไหนมาให้หญิงบ้าปรามาสเขา เสี่ยวเหยาคืออ๋องผู้ปกครองแคว้นฮั่ว หญิงใดก็อยากร่วมเตียงเคียงข้างกันทั้งนั้น เพียงแต่เขาไม่เคยสนใจเื่พวกนี้
“ฉันก็ไม่มีใครเอาเหมือนกัน ท่านอ๋องอย่าไปเครียดเลยค่ะ”
“ข้าไม่สนใจ” ท่านอ๋องพูดจบก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน ในซีรี่ย์ร้อยแปดเื่ของเหยาตงก็แบบนี้ ท่านอ๋องจะไปทำอะไรนอกจากอ่านตำรา เคลียร์เื่ราวความวุ่นวายในจวน
เสี่ยวเหยาอนุญาตให้หนี่เฟิ่งจิวไปพักผ่อนได้ และต้องกลับเข้ามาตอนท่านอ๋องอ่านตำราเสร็จ เล็งไปก็เห็นชายหญิงสองคนกำลังสนทนาอย่างออกรสชาติ
“เห็นเหมือนฉันใช่ไหม องค์รัชทายาทกับคุณหนูหลี่เหมย”
“ขอรับ”
“ยัยคุณหนูนี่จริตมารยามากมาย ยิ่งกว่านางร้ายช่องหลากสีเสียอีก”
“เอ่อ...”
“เจียงเหวิน คิดว่าเขาสองคนกำลังคุยอะไรกัน”
“น่าจะสารทุกข์สุขดิบทั่วไป”
“แล้วทำไมต้องเขินอายขนาดนั้น !”
“ข้าเองก็ไม่รู้”
ชายหนุ่มคิดไม่ทันด้วยซ้ำในสิ่งที่หญิงสาวถาม เขามองไปก็เห็นเพียงรอยยิ้มของคุณหนูมาพร้อมดวงตาเป็ประกาย องค์รัชทายาทนั้นมีจุดแข็งที่การเจรจาพาที ผู้ใดตกหลุมพรางก็ร่วงลงไปทั้งตัว
ฉายาสนมล้นตำหนักไม่เกินจริง เจียงเหวินไม่อยากคิดเลยว่าตอนขึ้นนั่งบัลลังก์นั้น จะต้องสร้างตำหนักไว้รองรับเมียอีกกี่หลัง
“ความจริงในละคร องค์รัชทายาทมักเป็คนดี รักเดียวใจเดียว”
“คงไม่ใช่กับองค์รัชทายาทเสี่ยวตงหรอกขอรับ”
“ส่วนอ๋องนี่ก็ต้องร้ายกาจ เมียเยอะ”
“สลับบทกันหรือขอรับ”
“แล้วทำไมฉันต้องย้อนมาที่นี่ด้วยเล่า โอ้ยยย! ปวดหัวว้อยยยย!!!!!” หนี่เฟิ่งจิวนั่งลงกุมขมับตัวเอง เื่แฟนตาซีพวกนี้จะจบลงได้หรือยัง
“หรือว่า!”
“เฮ้ย !! อะไรขอรับ???”
“เขา้าให้ฉันพาท่านอ๋องขึ้นเป็รัชทายาท ปกครองแว่นแคว้นนี้ให้สงบสุข”
“ห๊ะ!??”
“ต้องใช่แน่เลย นี่ฉันคิดตามละครเป๊ะ!!”
เจียงเหวินยกมือมาแปะหน้าผากตัวเองอย่างปลงๆ สิ่งที่หนี่เฟิ่งจิวกำลังเพ้อฝันมันบ้ามาก นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการเป็อ๋องนั้นมีความสำคัญอย่างไร
และถ้านางพรวดพราดเข้าไปพูดเช่นนี้กับท่านอ๋อง มีหวังโดนลงโทษจนหลังลายแน่นอน
“นี่แม่นาง!”
“ว่าไงคะ??”
“การเป็อ๋องนั้นก็มีสิทธิ์ขาดอำนาจในการปกครอง ไม่จำเป็ต้องแย่งตำแหน่งรัชทายาทหรอก”
“แบบนั้นฉันจะย้อนมาทำไม? งั้นฉันหลงมาในยุคนี้เพื่อ? มันต้องมีอะไรบางอย่างสิ”
“เอ่อ ยะ ย้อนหรือ? คืออะไร??”
“นี่ไง คุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันต้องเจออะไร เพราะฉะนั้นตามสูตรมันต้องมีเื่แบบนี้”
เจียงเหวินกับหนี่เฟิ่งจิวกำลังยืนคุยกันเพลิน จนไม่ทันได้สังเกตว่าองค์รัชทายาทเสี่ยวตงมายืนยิ้มหวานอยู่เป็สองนาน เธอกำลังพูดเื่อะไรบางอย่างที่เขาฟังแล้วงงมาก
“ที่เขาว่ากันว่าเ้าบ้า! มันจริงหรือเปล่า?”
“...อะ..องค์รัชทายาท!!”
“อืม ข้าเอง”
“ฉันเป็บ้าจริงค่ะ” เพราะไม่อยากโดนบั่นคอ หรือเพื่อต้องรักษาชีวิตทำภารกิจให้จบ หนี่เฟิ่งจิวจะยอมเป็บ้าในสายตาของคนอื่น
“เ้างาม คำพูดแปลกหู แต่ข้าชอบเ้านะ”
“ชอบ? ชอบฉัน???”
“หนี่เฟิ่งจิว ไปอยู่ในวังกับข้าดีหรือไม่ หมอหลวงเก่งกาจมีมากมาย เ้าจะหายไวในเร็ววัน” รอยยิ้มเ้าเล่ห์ส่งมาให้หญิงสาวที่กำลังยืนอึ้งอยู่ เจียงเหวินตอนนี้ิญญาหลุดไปแล้ว
“สเปคของท่านพิลึกพิลั่นดีนะคะ” ความในใจที่หนี่เฟิ่งจิวอยากพูดออกไปแต่ก็ไม่กล้า...