จางซิ่วอิงเดินออกมาจากร้านขายผ้าด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้าภายในกระเป๋าผ้ามีสัญญาการค้าที่พึ่งเซ็นไป โดยหลังจากนี้เธอจำต้องนำกิ๊บติดผมในมิติออกมารอไว้ทุกวันเพื่อรวบรวมส่งให้กับพี่สาวเยว่ทุกเจ็ดวัน
ระหว่างทางเดินไปขึ้นเกวียนหญิงสาวเดินผ่านสำนักงานขายที่ดินพอดีพอคำนวนเวลาที่เหลือแล้วคิดว่าพอมีเวลาอยู่นิดหน่อยกว่าเกวียนรอบหน้าจะออกจึงตัดสินใจเข้าไปติดต่อสอบถามเพื่อจะได้รู้ว่าหาก้าบ้านดี ๆสักหลังเธอจำต้องทำงานเก็บเงินอีกเท่าไหร่
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่า้าซื้อที่ดิน บ้านหรือร้านค้าคะ?”พนักงานสาวที่ยืนรอต้อนรับอยู่ประตูเอ่ยทักทันทีที่จางซิ่วอิงเดินเข้ามาโดยไม่ลืมสอบถามความ้าของลูกค้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ฉัน้าดูราคาบ้านพร้อมที่ดินค่ะ ขอสอบถามราคาก่อนได้ไหมคะ?”เธอตั้งใจบอกเจตนาของการมาในครั้งนี้ให้กับพนักงานได้ทราบต้งแต่เนิ่น ๆเพราะวันนี้เธอยังไม่พร้อมจะซื้อจริง ๆเพียงแค่้าสอบถามราคาไว้ก่อนเพื่อประกอบการตัดสินใจ
“แน่นอนค่ะ ทางสำนักงานของเรามีบ้านหลากหลายขนาดไม่ทราบว่าสนใจแบบไหนคะ?”
พนักงานสาวตรงหน้ายังคงโต้ตอบกลับมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นเดิมนั่นจึงทำให้จางซิ่วอิงรู้สึกเบาใจขึ้นมาว่าจะไม่โดนขับไล่หรือดูแคลนอย่างที่ผ่านมา
หญิงสาวนิ่งคิดถึงภาพที่วาดไว้ในอนาคตและตกลงกับตัวเองแล้วว่าที่บ้านควรมีสักสามห้องนอนกำลังดีส่วนห้องน้ำสักสองห้องจะได้ไม่แย่งกัน หากว่าในอนาคตเธอกับสามีมีเ้าตัวน้อยเกิดขึ้นมาจะได้ไม่ต้องต่อเติมหรือย้ายบ้านให้ยุ่งยาก หรืออีกทางหากเธอกับสามีไม่อาจไปด้วยกันได้บ้านหลังนี้ก็ยังคงเป็ทรัพย์สินของเธอที่สามารถปล่อยให้เช่าได้ในอนาคต
“ฉัน้าบ้านขนาดสามห้องนอนค่ะห้องน้ำหากมีสักสองห้องด้วยก็จะดีมาก แล้วก็ขอพื้นที่รอบบ้านสักหน่อยแบบนี้พอมีไหมคะ?”
“บ้านขนาดสามห้องนอน สองห้องน้ำหนึ่งห้องรับแขกพร้อมที่เปล่าหน้าบ้านอีกเล็กน้อย ตั้งอยู่ภายในตรอกเดียวกันกับสำนักงานนี่เองค่ะเดินเข้าไปราวห้าสิบเมตรก็ถึง ราคาจะอยู่ที่หนึ่งพันเจ็ดร้อยหยวนค่ะ”
พนักงานสาวบอกราคาและที่ตั้งของบ้านหลังแรกเสร็จสรรพในประโยคเดียวก่อนจะเอ่ยถึงตัวเลือกที่สองด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ส่วนบ้านอีกหลังมีสามห้องนอนเช่นกัน แต่มีหนึ่งห้องน้ำพื้นที่รอบบ้านกว้างกว่าหลังแรก อยู่ใกล้กับโรงเรียน ราคาอยู่ที่สองพันหยวนค่ะรอสักครู่นะคะเดี๋ยวฉันไปหยิบแผนที่บ้านทั้งสองหลังมาให้คุณ”
พูดจบก็เดินกลับไปยังโต๊ะทำงานก่อนจะเปิดแฟ้มที่สันค่อนข้างหนา พนักงานสาวพลิกหาแผนที่อยู่เพียงไม่นานก็เดินกลับมาหาหญิงสาวพร้อมกับแผนที่บ้านทั้งสองหลัง
จางซิ่วอิงยอมรับว่าเธอเองสนใจบ้านทั้งสองหลังนี้เป็อย่างมากเพราะตั้งใจแต่แรกว่าอยากได้บ้านในย่านนี้แต่คาดไม่ถึงว่าบ้านจะอยู่ในทำเลที่ดีมากทีเดียวในอนาคตหากเธอมีลูกกับสามีบ้านหลังที่สองก็ไม่ใช่ว่าเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดหรอกหรือพลันหญิงสาวคิดขึ้นได้ว่าเธอนึกถึงการมีลูกเป็ครั้งที่สองของวันก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าวก่อนจะกระแอมครั้งหนึ่งแล้วกันมาพูดคุยกับพนักงานตรงหน้าต่อ
“ฉันสนใจขนาดสามห้องนอนหนึ่งห้องน้ำนะคะแต่คงต้องปรึกษาคนที่บ้านก่อน อย่างไรฉันจะรีบกลับมาซื้อบ้านหลังนี้ให้ได้ค่ะขอบคุณมากนะคะ”
จางซิ่วอิงตอบกลับยิ้ม ๆโดยไม่ลืมกล่าวขอบคุณพนักงานคนนี้ที่ให้ข้อมูลเธอได้เป็อย่างดีโดยไม่มีท่าทีรำคาญแม้แต่น้อย
“ไม่เป็ไรค่ะ เอาตามที่คุณลูกค้าสะดวกได้เลย”พนักงานสาวยังคงตอบกลับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มถึงอย่างไรเงินมากมายขนาดนี้คงไม่มีใครที่พกติดตัวไปไหนมาไหนอยู่แล้วเธอเข้าใจดีและส่วนใหญ่เมื่อมาถามแล้วก็เงียบหายไปเธอจึงตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแม้สุดท้ายแล้วเธอจะยังขายไม่ได้ก็ตามที
เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนพร้อมแผนที่บ้านในมือเรียบร้อยแล้วจึงเดินออกมาจากสำนักงานจากนั้นจึงตรงไปยังจุดที่จอดเกวียนซึ่งเป็เวลาที่กะไว้พอดิบพอดีเพราะเมื่อจางซิ่วอิงเดินไปถึงเพียงไม่นานก็ได้เวลาออกจากจุดจอด
ระหว่างทางหญิงสาวสังเกตเห็นสายตาเคลือบแคลงใจจากเพื่อนร่วมทางได้อย่างชัดเจนก็แน่ล่ะสิจะมีหญิงสาวที่ไหนขยันเข้าตัวอำเภอได้ทุกวี่ทุกวันอย่างเธอกันนี่คงไม่ใช่ไปปล่อยข่าวลือให้เธอเสียหายหรอกนะไม่อย่างนั้นเธอจะจัดการขั้นเด็ดขาดกับคนพวกนี้อย่างแน่นอน
เมื่อเกวียนเข้ามาในหมู่บ้านหญิงสาวจึงจ่ายเงินค่าโดยสารทันทีแล้วเดินออกมาโดยไม่ได้ใส่ใจคนรอบข้าง จางซิ่วอิงยังคงเดินเท้ากลับบ้านอย่างไม่ทุกข์ร้อน
ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในบ้านเสียงน้ำย่อยในกระเพาะนั้นก็เริ่มทำงานในทันทีนี่ก็เลยมื้อเที่ยงมาสักพักแล้วคิดได้ดังนั้นจึงเดินเข้าไปทำอาหารสองอย่างในครัวและอุ่นข้าวขาวที่หุงไว้เมื่อเช้าและนั่งทานเงียบๆ
เธอรู้สึกเหนื่อยล้าไม่น้อยหลังจากทะลุมิติเข้ามาก็ทำนั่นนี่ไม่หยุดหย่อนพลันเมื่อทานอาหารเที่ยงจนอิ่มแล้วจึงล้างจานและเก็บเข้าที่ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อนอนกลางวันสักหน่อย ไหน ๆวันนี้ก็ไม่ได้มีอะไรต้องทำต่อแล้ว
หญิงสาวตื่นขึ้นมาใน่บ่ายคล้อยจึงคิดว่าจะทำความสะอาดห้องครัวอีกสักหน่อยค่อยทานมื้อเย็นแต่ทว่ายังไม่ทันก้าวขาเข้ามาในห้องครัวก็มีเสียงเรียกที่หน้าบ้านดังขึ้น
“จางซิ่วอิง จางซิ่วอิง! เธออยู่บ้านหรือเปล่า?”
จางซิ่วอิงแอบมองผ่านรูตรงขอบประตูก็พบเข้ากับร่างของชายหญิงคู่หนึ่งเมื่อค้นในความทรงจำก็รู้ว่าเขาคือลูกชายคนโตของหัวหน้าหมู่บ้านและภรรยาทั้งสองมีสีหน้าไม่สู้ดี พลันลางสังหรณ์ของจางซิ่วอิงก็ทำงานทันทีเธอรู้สึกว่ากำลังมีเื่ไม่ดีบางอย่างเกิดขึ้นกับเธออย่างแน่นอน
หญิงสาวเปิดประตูออกไปด้วยท่าทีสงบนิ่งแม้ในใจจะวูบโหวงอย่างไม่ทราบสาเหตุก็ตามทีจางซิ่วอิงยังคงรักษาสีหน้าไม่ให้ตื่นตระหนกไปตามทั้งสองคนได้เป็อย่างดี
“พี่ชายโจว พี่สะใภ้ มีเื่อะไรอย่างนั้นหรือ?”หญิงสาวพยักหน้าทำความเคารพคนทั้งสองก่อนจะถามออกไปด้วยท่าทีสุภาพอ่อนน้อมไม่น้อยเนื่องด้วยคนบ้านนี้ไม่เคยทำเื่ลำบากใจให้เธอสักครั้งแม้จะไม่ได้สุงสิงกันแต่ก็นับว่าเป็คนดีอยู่บ้าง
“สามีเธอกลับมาแล้วนะ ตอนนี้อยู่ที่บ้านใหญ่ แต่ว่า…”เป็ว่านเจียหลินที่พูดขึ้นทันที่เ้าของบ้านเดินออกมา เพราะสามีอย่างโจวเหยียนนั้นชักช้าจนเกินไปเื่ที่เกิดขึ้นในตอนนี้นั้นรอไม่ได้อีกแล้วจึงต้องรีบพาหญิงตรงหน้าไปให้เร็วที่สุด
ท่าทางร้อนใจของสองสามีภรรยาทำเอาคิ้วคู่งามขมวดเข้าหากันปมก่อนจะถามกลับไปอย่างนึกแปลกใจ
“สามีเหรอคะ? ทำไมถึง…”ล่าสุดก่อนที่เขาจะกลับเข้าค่ายจางซิ่วอิงจำได้ดีว่าเขาจะกลับมาอีกครั้งในสามเดือนข้างหน้า ซึ่งจากความทรงจำคิดว่าเธอไม่น่าจะจำคำพูดสามีผิดไปอย่างแน่นอนแต่หากเขากลับมาตอนนี้แปลว่ามีบางอย่างผิดปกติ คิดมาถึงตรงนี้พลันในใจก็รู้สึกหวั่นเกรงบางอย่างขึ้นมา
“อย่าพึ่งถามเลย ไปกับฉันก่อนเถอะเดี๋ยวก็รู้”โจวเหวินพูดขึ้นบ้าง ตอนนี้พ่อของเขาอยู่จัดการเื่ที่บ้านใหญ่หยางเขาเองก็ไม่อยากให้เหตุการณ์ยืดเยื้อไปกว่านี้อีกจึงกล่าวตัดบท
“ได้ค่ะ”หญิงสาวตอบรับเพียงเท่านั้นก่อนจะหันมาปิดประตูและรั้วบ้านเก่า ๆ ในทีแรกคิดว่าจะไม่ตื่นตระหนกแต่เื่นี้มันผิดปกติเกินไปจนเธอไม่อาจวางเฉยได้อีกแล้ว
ทันทีที่จางซิ่วอิงเดินมาถึงบริเวณหน้าบ้านหยางซึ่งตอนนี้มีชาวบ้านหลายสิบคนกำลังมุงดูบางอย่างในขณะนั้นก็มีเสียงเอะอะโวยวายคละเคล้ากับเสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจของใครบางคนที่เธอก็เดาไม่ออก
โจวเหยียนใช้ความได้เปรียบเื่รูปร่างที่สูงใหญ่แหวกกำแพงผู้คนเข้าไปในวงล้อมโดยมือหนาก็จับจูงข้อมือของภรรยาเอาไว้และว่านเจียหลินเองก็จูงมือจางซิ่วอิงต่ออีกทอดหนึ่ง
และหลังจากที่ฝ่าเข้ามากลางวงล้อมได้สำเร็จดวงตาคู่เรียวพลันหยุดชะงักอยู่ที่ขายาวที่พันผ้าพันแผลสีขาวไว้หนาแน่นจากข้อเท้าจนเลยขึ้นมาเหนือหัวเข่าสายตาเลื่อนขึ้นไปอีกนิดจนปะทะเข้ากับั์ตาคมกริบที่คุ้นเคย
ร่างบางพลันทรุดลงในทันทีดวงตาคู่สวยร้อนผ่าวก่อนจะมีม่านน้ำตาเอ่อคลอจนไหลอาบแก้มในที่สุด “คุณ ฮึก! ซีห่ าว”
นอกจากเขาจะชื่อแซ่เดียวกับคนรักของเธอในชาติที่แล้วหน้าตาหรือแม้แต่รูปร่างก็ราวกับคน ๆ เดียวกันไม่มีผิดฉะนั้นสายตาที่เธอมองสามีจึงเต็มไปด้วยความคิดถึงผสมปนเปกับความรู้สึกผิดที่กัดกินอยู่ในใจมาตลอดที่ติดตัวมาจากชาติที่แล้วเธอรู้สึกผิดต่อเขาเหลือเกิน
“ภรรยา คือ…ผม”