ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยปากแซ่บ ผู้ใช้วาจานำโชคในยุค 70 [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 38 ด่าว่าแม่ฉันเป็นขโมย

            หญิงชราเมื่อครั้งอดีตเคยออกรบฆ่าพวกปีศาจญี่ปุ่นแม้ตอนนี้ขาจะใช้งานไม่ได้ และต้องนั่งรถเข็น แต่ก็ยังมีอำนาจอยู่

            เมื่อเธอทำหน้าขึงขังพูดขึ้นมา คนอื่นจะเป็นยังไงไม่รู้แต่สะใภ้ทั้งสองกลับหวาดกลัว โดยเฉพาะจ้าวลี่เจวียนที่คอยปรนนิบัติเธอมาตลอดตกใจจนปากพูดเป็นน้ำไหลไฟดับ “ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเรากำลังทำอาหารอยู่ในครัวจู่ๆ หลิงซานก็วิ่งเข้ามาลากเสี่ยวอวี่ออกไป”

            “ไม่นานก็ได้ยินเสียงพวกเธอทะเลาะกัน พอวิ่งไปดูก็เห็นหลิงซานคร่อมเสี่ยวอวี่แล้วตบตี พวกเราสองคนเลยเข้าไปห้าม ไม่ให้พวกเขาทะเลาะกันตอนที่จือจือเข้าไปห้ามหลิงซานก็คว้าแขนหล่อนไว้ พอคนบ้านรองเข้ามาถึงก็โวยวายด่าว่าฉันกับจือจือ”

            “คุณแม่” จ้าวลี่เจวียนคลื่นไส้ “ไม่ใช่ว่าพวกเราไปรังแกหลิงซานจริงๆคุณแม่ไม่เห็นเหรอคะว่าสถานการณ์ตอนนั้นมันเป็นยังไง คำพูดที่ด่าออกมาน่ะ”

            ทนฟังไม่ได้เลยจริงๆ

            “พี่สะใภ้ใหญ่” เหอเสวี่ยฉินตาแดงก่ำ “พี่ไม่รู้เรื่องอะไรก็จับหลิงซานของฉันให้สวี่จือจือตบตีเหรอ?”

            “หลิงซานบ้านฉันว่านอนสอนง่ายและรู้ความมาตั้งแต่เด็กแม้แต่จะเหยียบมดบนพื้นก็ยังไม่กล้า ถ้าไม่ใช่เพราะถูกรังแกอย่างหนัก จะบีบคั้นให้เด็กดีๆคนหนึ่งต้องเป็นแบบนี้ได้ยังไง?” เหอเสวี่ยฉินปวดใจยิ่งนัก

            จ้าวลี่เจวียนกลอกตา

            “แน่นอน เสี่ยวอวี่บ้านเราก็เป็นเด็กดี” เหอเสวี่ยฉินกล่าว“ฟันคนเรายังกัดปากตัวเองได้เลย นับประสาอะไรกับพี่น้องที่โตมาด้วยกัน”

            “บ้านไหนไม่มีลูกบ้าง? เรื่องเด็กๆ ทะเลาะกันวันนี้ พรุ่งนี้ก็ดีกันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยไม่ใช่เหรอ? แล้วพี่สะใภ้อย่างเธอจะเข้าไปยุ่งทำไม?”

            เหอเสวี่ยฉินกล่าวพร้อมหัวเราะเย็นชา “ถ้าพูดให้น่าฟังก็คือไปช่วยห้ามปรามไม่ให้น้องสาวทะเลาะกันถ้าพูดอย่างไม่น่าฟังก็คือ เธอแค่หาโอกาสแก้แค้น”

            “ใช่แล้ว หลิงซานบ้านฉันอาจพูดจาไม่เข้าหูไปบ้างแต่หล่อนก็ยังเป็นเด็ก แค่พูดอะไรไม่ดีไป ทำให้พี่สะใภ้อย่างเธอขุ่นเคือง เธอก็มาบอกฉัน ฉันจะไปสั่งสอนหล่อนเอง”

            “ลูกสาวที่ฉันไม่กล้าแตะต้องเลยสักนิ้ว เธอมีสิทธิ์อะไรมาตบตีหล่อน”

            “พูดจบแล้วเหรอคะ?” สวี่จือจือมองอีกฝ่ายอย่างเฉยเมย

            เหอเสวี่ยฉินถึงกับพูดไม่ออก

            “ถูก ลูกสาวของน้าถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี” เมื่อพูดถึงตรงนี้น้ำตาของเธอก็ไหลออกมาอย่างไม่รักดี “แล้วหนูกับเสี่ยวอวี่ล่ะ พวกเราก็เป็นผู้หญิงเหมือนกันทำไมต้องถูกลูกสาวที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีของน้าตบตีด้วย?”

            “เสี่ยวอวี่ต้องถูกลูกสาวของน้าคร่อมแล้วตบตีอย่างนั้นเหรอคะ?”

            “เด็กๆ เหรอ?” สวี่จือจือหัวเราะเยาะ “หล่อนเจ็ดแปดขวบหรือสิบเอ็ดสิบสองปีกัน?”

            อายุสิบหกสิบเจ็ดปีก็จะบรรลุนิติภาวะแล้ว!

            “ก็แค่เด็กคนหนึ่ง” สวี่จือจือกล่าวพร้อมหัวเราะเยาะ“ถึงเป็นเด็กก็ไม่ควรทำอะไรตามใจชอบ”

            “ถ้าพวกเราไปไม่ทัน เสี่ยวอวี่จะเป็นยังไงก็ไม่รู้”สวี่จือจือเงยหน้าขึ้น เช็ดน้ำตาที่ไหลลงมา “หนูหาโอกาสแก้แค้น? ถ้าหนูจะแก้แค้นจริงๆ ตอนนี้น้าคงร้องไห้ไปแล้ว”

            ไม่ใช่มายืนทะเลาะกับเธออยู่แบบนี้

            เหอเสวี่ยฉินพูดไม่ออกอีกครั้ง

            “เธอพูดเก่ง ฉันพูดสู้เธอไม่ได้” เธอก้มหน้าลงร้องไห้สะอึกสะอื้น“ฉันมันก็แค่แม่เลี้ยง ทำดีก็ถูกว่ามีเจตนาแอบแฝง ทำไม่ดีก็ถูกหาว่าใจร้าย”

            “เธอเก่ง” เหอเสวี่ยฉินเช็ดน้ำตาพลางหัวเราะ“สมแล้วที่เป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทั้งประชาคมชีหลี่ถึงไม่มีใครกล้ายุ่งกับบ้านตระกูลสวี่”

            “น้าเหอ” สวี่จือจือเม้มปากพลางหัวเราะ “น้าพูดถูกแล้วค่ะลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ”

            ทุกคนงุนงง

            เธอพูดต่อ “น้ากำลังพูดถึงหนู แต่กลับโยงไปถึงแม่ของหนู”

            “เหมือนกับที่หลิงซานกับเสี่ยวอวี่ทะเลาะกันเมื่อกี้เลยค่ะ”พอพูดถึงตรงนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของสวี่จือจือก็หายไป เธอเหลือบมองลู่หลิงซานอย่างเฉยเมย“หลิงซาน ฉันถามเธอหน่อย เธอว่าเสี่ยวอวี่ขโมยของเธอ แล้วทำไมถึงไปโยงถึงแม่สามีฉันด้วยล่ะ? หล่อนเสียไปตั้งหลายปีแล้ว จะไปขโมยอะไรของเธอได้?”

            หลังจากสวี่จือจือถามจบ ในบ้านก็เงียบสงัดไปหลายวินาที

            ไม่เพียงแต่คนในตระกูลลู่เท่านั้น แต่ชาวบ้านที่มามุงดูก็ยังไม่มีใครส่งเสียง

            พอได้สติทุกคนก็เข้าใจแล้วว่าทำไมสวี่จือจือถึงบอกว่าเหอเสวี่ยฉินพูดถูก ก็ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ นั่นแหละ

            จะทะเลาะกันก็ทะเลาะกันไป ทำไมต้องไปลากพ่อแม่คนอื่นมาเกี่ยวด้วย

            หวังซิ่วหลิงแม่แท้ๆ ของสวี่จือจือก็ว่าไปอย่างนั่นขึ้นชื่อในเรื่องของความร้ายกาจในประชาคมชีหลี่ ไม่มีใครกล้ายุ่งด้วย แต่กู้ฉิงโหรวไม่เหมือนกัน

            คนที่อยู่ในเหตุการณ์ อายุอานามก็มากพอที่จะจำกู้ฉิงโหรวได้

            ครูที่โรงเรียนประถมศึกษาของประชาคม เป็นที่รักของเด็กๆทุกคน แต่งเข้ามาในหมู่บ้านผานสือของพวกเขา แล้วก็ปฏิบัติต่อเพื่อนบ้านอย่างสุภาพ เป็นผู้หญิงที่อ่อนโยนเรียบร้อย แต่กลับต้องมาจบชีวิตลงในวัยที่กำลังงดงามที่สุด

            ตอนนี้เมื่อนึกถึงก็เสียดายกันไม่น้อย เธอจะไปขโมยของใครได้ยังไง?

            เหอเสวี่ยฉินหน้าเสียเล็กน้อย คำพูดพวกนี้เป็นคำพูดที่เธอเอาไปด่ากู้ฉิงโหรวเป็นการส่วนตัวแล้วลู่หลิงซานก็ดันได้ยินเข้า แต่ด้วยความสามารถทางการแสดงของเธอที่สั่งสมมาหลายปีเธอก็สามารถควบคุมสีหน้าของตัวเองได้ในทันที “พวกเธอคงฟังผิดไปแล้ว หลิงซานบ้านฉันถึงแม้จะไม่เคยเจอพี่โหรวแต่เธอก็เคารพหล่อนมาโดยตลอด เธอไม่มีทางพูดอะไรแบบนั้นออกมาแน่นอน พวกเธอต้องฟังผิดไปแน่ๆ”

            เธอหันไปมองสวี่จือจือ “ฉันรู้ว่าเธอไม่พอใจที่มีแม่สามีคอยกดขี่ตั้งแต่เธอแต่งงานเข้ามา เธอเอาฉันไปขังไว้ในห้องใต้ดิน ทำให้ฉันอับอาย แล้วตอนนี้...” เธอเอามือปิดปากแล้วร้องไห้ “ตอนนี้เธอยังมาใส่ร้ายหลิงซานอีก”

            “เธอทำให้ชื่อเสียงของหล่อนเสียหาย แบบนี้ก็เหมือนฆ่าหล่อนให้ตายทั้งเป็น”เหอเสวี่ยฉินร้องไห้อย่างน่าสงสาร “แล้วหล่อนจะหาคนแต่งงานได้ยังไง?”

            ใช่แล้ว ผู้หญิงแบบนี้ ใครจะกล้าแต่งเข้าบ้านกัน? อย่างน้อยบ้านพวกเขาก็ไม่กล้ารับผู้หญิงแบบนี้แน่นอน

            ทุกคนอดไม่ได้ที่จะมองสวี่จือจือด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แถมยังคิดถึงเรื่องที่เหอเสวี่ยฉินถูกหาเจอในห้องใต้ดินวันนั้นตอนนั้นอีกฝ่ายก็บอกว่าสวี่จือจือเป็นคนทำร้าย

            ตอนนั้นทุกคนคิดว่าเธอเป็นสะใภ้ใหม่ที่เพิ่งแต่งเข้าบ้านจะไปมีเรื่องบาดหมาง ทำเรื่องพวกนั้นได้ยังไง?

            ถ้าหากว่าล่ะ?

            หวังซิ่วหลิงก็ไม่ต่างกัน ตอนที่เพิ่งแต่งเข้าบ้านตระกูลสวี่ก็ไล่สองผัวเมียเฒ่าของบ้านตระกูลสวี่ออกไปจากบ้านไปนอนในเพิงหญ้าผุพัง

            จุ๊ๆ...

            ตอนแรกคุณนายลู่บอกว่าการแต่งงานครั้งนี้รีบร้อนเกินไป ล่าสัตว์ทั้งวันสุดท้ายกลับถูกเหยี่ยวจิกตา!

            ไม่นึกว่าลู่จิ่งซานจะได้ภรรยาที่ร้ายกาจขนาดนี้ต่อไปชีวิตของบ้านตระกูลลู่คงต้องวุ่นวายน่าดู แถมลู่จิ่งซานก็เป็นคนดีๆ คนหนึ่งที่หาได้ยากในประชาคมชีหลี่แต่กลับได้ภรรยาที่เจ้าเล่ห์แบบนี้ น่าเสียดายจริงๆ!

            “ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ” จู่ๆ ลู่ซื่ออวี่ที่หลบอยู่ข้างกำแพงก็ชี้หน้าลู่หลิงซานด้วยความโมโห“เธอมาด่าหนู บอกว่าหนูขโมยของ แถมยังด่าแม่ของหนู บอกว่าหนูกับแม่เป็นขโมยเหมือนกัน”

            “และบอกว่าพวกเรามันหน้าไม่อาย”

            !!!

            .............................

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยปากแซ่บ ผู้ใช้วาจานำโชคในยุค 70 [จบ] ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498