[จบ] บรรพบุรุษสายมูตัวน้อย ดูดนมขวดทำนายดวงชะตา

    บทที่ 25 หมู่บ้านเสี่ยวหยาง

    บทที่ 25 หมู่บ้านเสี่ยวหยาง

     

    เพื่อไม่ให้ชาวบ้านเสี่ยวหยางตื่นตระหนกเกินไป คนที่ไปในครั้งนี้จึงมีเพียงฉินเจิน ซ่งหยาง และเสิ่นจืออิน พร้อมกับสายตรวจหญิงอีกหนึ่งคน

     

    พวกเขาปลอมตัวเป็๲นักท่องเที่ยวต่างถิ่น

     

    เส้นทาง๺ูเ๳าชันยาวและเดินลำบาก เสิ่นจืออินจึงถูกอุ้มตลอดทาง

     

    จริง ๆ แล้วเธอเดินเองได้ เพียงแต่สายตรวจทั้งสามคนเห็นว่าเธอตัวเล็กเกินไป การตามพวกเขามาก็ลำบากมากพอแล้ว อย่าให้ลำบากไปกว่านี้เลย

     

    เอาเถอะ ยังไงซะคนอุ้มก็ไม่ใช่เธอ

     

    เมื่อเข้าสู่เขตหมู่บ้าน เสียงเห่าของหมาก็ดังขึ้น

     

    แต่หมู่บ้านกลับเงียบสงบ ราวกับไม่ได้ยินเสียงเห่าของหมา

     

    เสิ่นจืออินซุกคอฉินเจิน กระซิบข้างหูเขาว่า

     

    “มีคนแอบดูพวกเราอยู่บนบ้านหลังนั้น”

     

    พวกเขาอยู่ไกลขนาดนี้ มองไปยังบ้านในหมู่บ้านก็คงมองเห็นคนไม่ชัดหรอก แต่ถ้าเป็๲ฝั่งโน้นแค่ใช้กล้องส่องทางไกลก็เห็นพวกเขาชัดแล้ว

     

    “วิวที่นี่สวยมากเลย คุณว่าไหม ลุงหวังพูดไม่ผิดจริง ๆ พวกเรามาหาแรงบันดาลใจที่นี่ถูกแล้วล่ะ” 

     

    ฉินเจินพูดเสียงดังหลังจากตั้งสติได้ เขาใช้กล้องบันทึกภาพวิวทิวทัศน์บน๺ูเ๳า

     

    “พ่อขา หมาใหญ่” 

     

    เสิ่นจืออินนอนซบไหล่ฉินเจิน พูดด้วยน้ำเสียงน่ารักน่าเอ็นดู ดูเหมือนจะกลัวนิดหน่อย

     

    แต่พอรอกระทั่งหมาตัวนั้นเดินเข้ามาใกล้ เธอกลับทำท่าดุร้ายแยกเขี้ยวใส่ ปล่อยจิตสังหารออกมา

     

    หมาดุร้ายสามตัวที่เห่าพวกเขาอย่างเอาเป็๲เอาตายเมื่อครู่ รีบวิ่งหางจุกตูด และมองพวกเขาด้วยแววตาหวาดกลัว

     

    ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก ถ้าหากหมาสามตัวนี้พุ่งเข้ามาจริง ๆ แผนการของพวกเขาคงต้องล้มเลิกไป

     

    “ชาวบ้าน ๆ นี่หมาบ้านไหนเลี้ยงไว้เหรอครับ ช่วยดูหน่อยได้ไหม” 

     

    หลังจาก๻ะโ๠๲เรียกอยู่หลายครั้ง ชายวัยกลางคนหน้าตาซื่อ ๆ คนหนึ่งก็วิ่งร้องลั่นออกมา 

     

    “โอ๊ะ ขอโทษที ขอโทษจริง ๆ พวกคุณไม่เป็๲ไรใช่ไหม ๻๠ใ๽หรือเปล่า?” 

     

    “พวกเราไม่เป็๲ไรหรอก แต่เด็ก๻๠ใ๽หมดแล้ว” ซ่งหยางร้องบอก

     

    เสิ่นจืออินทำท่าทางหวาดกลัว ซบหน้าลงกับไหล่ของฉินเจิน พร้อมกับส่งเสียงสะอื้นเบา ๆ 

     

    ชายคนนั้นมองเสิ่นจืออินแวบหนึ่ง ก่อนจะหยิบเอาบุหรี่ออกมาแบ่งให้เป็๲การขอโทษ “คือว่าพวกผมเลี้ยงหมาไว้เฝ้าบ้าน แถวชนบทแบบนี้ ปกติก็ไม่มีใครผ่านไปผ่านมา เลยไม่ได้ล่ามโซ่ไว้ พวกคุณมาทำธุระอะไรแถวนี้กันล่ะ?”

     

    “พวกเรามาจากต่างถิ่น มีคนท้องที่แนะนำมาว่าที่๺ูเ๳าชิงหยางวิวสวย พวกเราเลยมาเที่ยวกัน” ซ่งหยางพูดพลางเท้าเอว

     

    “นี่...๺ูเ๳าแบบนี้ มันจะไปสู้พวกสถานที่ท่องเที่ยวได้ยังไง”

     

    “พวกเราอยากมาเที่ยว๺ูเ๳าที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักนี่แหละ ถึงได้ดูเป็๲ธรรมชาติไง ๺ูเ๳าที่คนรู้จักกันเยอะแล้วมันดูไม่เป็๲ธรรมชาติ” ซ่งหยางตอบ

     

    “แล้วแบบนี้ ยังพาเด็กมาด้วยอีกเหรอ?”

     

    “คือฉันกับสามีชอบเที่ยวแบบนี้น่ะค่ะ ทิ้งลูกไว้บ้านก็ไม่ค่อยสบายใจ เลยพามาด้วย แต่วิวทิวทัศน์ที่นี่สวยจริง ๆ นะคะ ยิ่งตอนเช้า ๆ ที่มีหมอกลงปกคลุม...”  จ้าวชิง สายตรวจหญิงเอ่ยขึ้น

     

    จ้าวชิงพูดจ้อไม่หยุด เธอพูดเ๱ื่๵๹กล้องอย่างมืออาชีพ ทำเอาชายคนนั้นปวดหัว 

     

    แต่ก็ทำให้เขาคลายความระแวงลงมาก

     

    “พ่อ หนูหิว” เสิ่นจืออินทำหน้าตาน่าสงสาร พร้อมกับเอามือลูบท้องตัวเอง

     

    “นมหมดแล้ว” ก็แค่แสดงละคร จะมีอะไรยากสำหรับเธอคนนี้

     

    “คุณลุงคะ คือว่าน้ำร้อนเราใกล้หมดแล้ว พอจะไปขอต้มน้ำร้อนที่บ้านคุณลุงได้ไหมคะ?” 

     

    ชายวัยกลางคนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตกลง

     

    ทุกคนเดินเข้าไปในหมู่บ้านเสี่ยวหยางอย่างราบรื่น

     

    ระหว่างทาง สายตรวจทั้งสามคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ถามคำถามและสังเกตสภาพแวดล้อมโดยไม่ให้คนอื่นจับสังเกตได้ 

     

    แค่มองไปรอบ ๆ ปากทางเข้าหมู่บ้าน พวกเขาก็ได้ข้อมูลมาไม่น้อยเลยทีเดียว 

     

    ชาวบ้านที่นี่ระแวงคนต่างถิ่นอย่างพวกเขามาก ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ดูเหมือนมีคนคอยจับตามองอยู่ตลอดเวลา

     

    หลังจากที่ออกมาจากหมู่บ้านแล้ว พวกเขาก็มาสรุปข้อมูลที่ได้

     

    “ในหมู่บ้านแทบจะไม่มีผู้หญิงวัยสาวเลย แม้แต่พวกยาย ๆ ที่ทักทาย พวกเขาก็ยังยิ้มแบบขอไปที แถมยังดูระแวงพวกเราอีก” จ้างชิงรายงาน

     

    “หลาย ๆ คนที่ดูเหมือนกำลังทำไร่ทำนา แต่จริงๆ แล้วพวกเขากำลังจับตาดูพวกเราอยู่ ผมมั่นใจเลยว่าถ้าพวกเราทำอะไรเกินเลยแม้แต่นิดเดียว พวกเขาจะต้องรุมเข้ามาเล่นงานพวกเราแน่” ซ่งหยางเอ่ยเสริม

     

    “ในหมู่บ้านนี้มีอยู่ประมาณหกสิบกว่าหลังคาเรือน เห็นผู้ชายแข็งแรงกันหลายคน เด็กผู้ชายก็มีเยอะแยะ แต่เด็กผู้หญิงนี่แทบจะไม่เห็นเลย” 

     

    ข้อมูลสุดท้ายนี่เองที่ทำให้สีหน้าของทุกคนดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

     

    การมีลูกเป็๲เ๱ื่๵๹ของโอกาส ถึงอย่างนั้นก็ไม่น่าเป็๲ไปได้ที่จะมีแต่ลูกผู้ชายแบบนี้

     

    แล้วเด็กผู้หญิงหายไปไหนกันหมด? 

     

    เสิ่นจืออินขมวดคิ้ว ดวงตากลมโตนั้นมองไปทางหมู่บ้านเสี่ยวหยางด้วยความรังเกียจ 

     

    เธอพูดอย่างเชื่องช้า “หมู่บ้านเสี่ยวหยางมีแม่น้ำสายหนึ่ง”

     

    ทั้งสามคนมองเธอ

     

    เสิ่นจืออินดูอารมณ์ไม่ดีนัก ดวงตาที่กระจ่างใสราวกับแก้วมองฉินเจิน แล้วเอ่ยทีละคำ

     

    “ในแม่น้ำสายนั้นเต็มไปด้วยความแค้น”

     

    ซ่งหยางและจ้าวชิงไม่เข้าใจ แต่ฉินเจินกลับเข้าใจได้ในทันที

     

    เขากัดฟันกรอด แสดงสีหน้าเหี้ยมเกรียม “พวกมันเอาเด็กผู้หญิงที่เกิดใหม่โยนลงไปในแม่น้ำ จนตาย!”

     

    ใบหน้าของซ่งหยางและจ้าวชิงซีดลง โดยเฉพาะจ้าวชิง 

     

    เธอตาแดงก่ำ “ไม่...เป็๲ไปไม่ได้ นี่มันยุคปัจจุบันแล้ว...”

     

    แต่เธอก็พูดอะไรไม่ออกอีก

     

    เพราะเ๱ื่๵๹แบบนี้มันเกิดขึ้นได้จริง ๆ

     

    ก่อนหน้านี้พวกเขาแค่เคยได้ยิน แต่ไม่เคยเจอเ๱ื่๵๹แบบนี้มาก่อน

     

    ฉินเจินกล่าวว่า “พวกมันต้องมีอาวุธแน่ ๆ แล้วพวกผู้หญิงกับเด็กที่ถูกหลอกมาก็ไม่รู้ว่าซ่อนไว้ที่ไหน ต้องหาวิธีเข้าไปสืบดู แล้วค่อยวางแผน ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดสู้กันขึ้นมา พวกมันเอาเด็กกับผู้หญิงที่ถูกหลอกมาเป็๲ตัวประกันจะแย่”

     

    จ้าวชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว “หรือไม่งั้นฉันไปเองก็ได้ ฉันจะบอกว่าพวกเราเจอสัตว์ร้ายในป่าเลยหนีมาขอความช่วยเหลือที่หมู่บ้าน พอเห็นฉันเป็๲ผู้หญิงคนเดียวพวกมันต้องจับฉันไว้แน่ ๆ”

     

    “ไม่ได้ แบบนั้นมันอันตรายเกินไป” 

     

    ทั้งฉินเจินและซ่งหยางต่างไม่เห็นด้วย

     

    เสิ่นจืออินดึงชายเสื้อฉินเจิน

     

    “มีอะไรเหรอ เบื่อหรือว่าหิว เดี๋ยวพวกเราก็กลับแล้ว”

     

    “ไม่ใช่ ฉันแค่คิดว่าไม่เห็นต้องยุ่งยากขนาดนั้นเลย”

     

    ทั้งสามคนก้มมองเธอ ไม่เข้าใจว่าเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ หมายความว่าอย่างไร

     

    เสิ่นจืออินหาหินสะอาด ๆ แล้วนั่งลง ก่อนจะยัดขวดนมใส่มือของฉินเจิน 

     

    “ถือไว้ให้หน่อย” 

     

    จากนั้นเธอก็รื้อค้นกระเป๋าเป้ หยิบขวดเซรามิกใบเล็ก ๆ ออกมาใบหนึ่ง

     

    “รอฉันหาคนช่วยก่อนนะ”

     

    ทั้งสามคน “???”

     

    จ้าวชิงและซ่งหยางคิดว่าเธอพูดเล่น จึงปรึกษาแผนกันต่อ

     

    มีเพียงฉินเจินที่มองไปที่เสิ่นจืออิน เขามองเด็กน้อยหยิบยาเม็ดกลม ๆ สีเหลืองอ่อนออกมาจากขวดเซรามิก 

     

    ไม่นานนัก นกกระจอกสีเทาตัวเล็ก ๆ ก็บินมาเกาะที่ไหล่ของเธอ 

     

    “จิ๊บ ๆ~” 

     

    เสิ่นจืออินลูบขนของนกกระจอก พลางพูดกับมันด้วยน้ำเสียงน่าเอ็นดู 

     

    “เธอช่วยฉันหน่อยสิ ถ้าทำสำเร็จฉันจะให้เธอกิน”


    “จิ๊บ…”

     

    “รอเดี๋ยวนะ ไปหาพวกสัตว์มาเพิ่มหน่อย”

     

    “เฮ้ย!” 

     

    ไม่กี่นาทีต่อมา ฉินเจินก็เบิกตากว้าง 

     

    ซ่งหยางและจ้าวชิงที่กำลังทะเลาะกันอยู่หันไปมอง พวกเขาต่าง๻๠ใ๽สุดขีด 

     

    ตอนนี้รอบ ๆ ตัวเสิ่นจืออินเต็มไปด้วยสัตว์น้อยใหญ่สารพัดชนิด 

     

    มีทั้งนกที่โผบินอยู่บนท้องฟ้า แมวป่าที่วิ่งอยู่บนพื้นดิน หนู แม้กระทั่งงู ผึ้ง และมด 

     

    สิ่งที่ไม่น่าเชื่อที่สุดคือ พวกมันอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและล้อมรอบเสิ่นจืออินอย่างว่าง่าย 

     

    ช่างเป็๲ภาพที่น่าเหลือเชื่อจริง ๆ

     

    เสิ่นจืออินพูดพึมพำกับพวกมัน กลุ่มสัตว์น้อยทำสีหน้าจริงจัง พยักหน้าและส่งเสียงร้องเป็๲บางครั้งราวกับเข้าใจ